บทที่ 4 สัตว์ร้ายในกรงขัง
หนึ่งสัปดาห์...
เป็เวลาเจ็ดวันที่ยาวนานราวกับเจ็ดปีในนรกสำหรับ พยัคฆ์ อดีตมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ต้องลดตัวลงมาเป็ 'เบ้' ประจำคลินิกรูหนูแห่งนี้
ไม้ถูพื้นด้ามเก่าถูกกระแทกลงบนพื้นกระเบื้องยางสีหม่นอย่างแรงตามอารมณ์ที่คุกรุ่นของคนถือ ร่างสูงใหญ่ที่เคยสวมใส่สูทอิตาลีราคาเหยียบแสน บัดนี้เหลือเพียงกางเกงเลสีดำตัวโคร่งและเสื้อกล้ามสีขาวที่มีรอยเปื้อนคราบฝุ่น เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแขนที่ปูดโปนและรอยสักรูปเสือโคร่งที่พาดผ่านหัวไหล่ ซึ่งบัดนี้ดูเหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกล่ามโซ่ตรวนเอาไว้
"ถูให้มันสะอาดๆ หน่อย ตรงมุมห้องฝุ่นยังเขรอะอยู่เลย"
เสียงราบเรียบเ็าดังขึ้นจากหน้าเคาน์เตอร์จ่ายยา แดนเหนือ ในชุดกาวน์สวมทับเสื้อยืดธรรมดากำลังนั่งเช็คสต็อกยาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำว่าลูกหนี้กิตติมศักดิ์กำลังทำหน้าอยากจะหักด้ามไม้ถูพื้นทิ้งขนาดไหน
"สั่งจังนะมึง..."
เสือกัดฟันกรอด หยุดมือแล้วยืนท้าวเอวมอง
"กูเป็คนเจ็บนะเว้ย แผลเพิ่งตัดไหมเมื่อวาน มึงจะใช้งานกูเยี่ยงทาสเลยหรือไง?"
แดนเหนือปิดแฟ้มเอกสารเสียงดัง ปับ ก่อนจะหมุนเก้าอี้หันมาเผชิญหน้า
"คนเจ็บที่ไหนกินข้าวหมดหม้อวันละสองรอบ?"
หมอหนุ่มเลิกคิ้วถามด้วยแววตากวนประสาทภายใต้ใบหน้านิ่งสนิท
"แผลภายนอกแกหายดีแล้ว เหลือแค่รอเนื้อเยื่อสมานตัว ออกกำลังกายบ้างเืลมจะได้สูบฉีด หรืออยากจะให้ฉันคิดดอกเบี้ยเพิ่มค่าที่พัก?"
คำว่า 'ดอกเบี้ย' เหมือนคาถาสะกดิญญา เสือจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ยอมก้มหน้าก้มตาถูพื้นต่ออย่างเสียไม่ได้
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตจะต้องมาตกอับถึงเพียงนี้ จากที่เคยชี้นิ้วสั่งคนนับร้อย กลับต้องมาถูกหมอหน้าจืดตัวเล็กๆ ชี้นิ้วสั่งเช้าเย็น แถมไอ้หมอนี่ยังฉลาดเป็กรด รู้ทันเขาไปเสียทุกเื่ จะหนีก็ไม่ได้ เพราะไอ้ไมโครชิพบ้านั่น (ที่เขาไม่รู้ว่ามีจริงไหม แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยง)
แต่สิ่งที่ทำให้เสือหงุดหงิดที่สุดไม่ใช่ความลำบาก แต่เป็ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้แดนเหนือ สายตาของอัลฟ่าจ่าฝูงลอบมองแผ่นหลังบางของหมอหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงขวดยา แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบต้นคอขาวเนียนที่โผล่พ้นปกเสื้อ มันดูเปราะบาง น่าขย้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็น่าทะนุถนอม
กลิ่นยูคาลิปตัสเย็นๆ จากตัวหมอยังคงเป็ปริศนา มันเบาบางจนแทบััไม่ได้ถ้าไม่ตั้งใจดม แต่สำหรับจมูกของ True Alpha อย่างเขา กลิ่นนี้มันดึงดูดและปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
"มองอะไร?"
แดนเหนือถามขึ้นลอยๆ โดยไม่หันกลับมา ราวกับมีตาหลัง
"มองคนขี้งก"
เสือตอบกลับทันควัน
"กูหิวแล้ว เย็นนี้กินอะไร?"
"ในครัวมีผักกาดขาวกับหมูสับ ไปทำต้มจืดกินซะ ฉันจะเคลียร์บัญชีต่อ"
"กูทำกับข้าวไม่เป็"
เสือตอบหน้าตาย
แดนเหนือถอนหายใจยาว หันมามองเสือด้วยสายตาเอือมระอาสุดขีด
"เกิดมาเป็มาเฟียทำห่าอะไรทำกับข้าวไม่เป็? ต้องให้ป้อนด้วยไหม?"
"ถ้ามึงป้อน กูก็ไม่ขัดศรัทธา"
เสือยักคิ้วกวน
"ฝันไปเถอะ"
แดนเหนือลุกขึ้น เดินนำเข้าไปทางหลังร้าน
"ตามมา เดี๋ยวทำให้กิน กินเสร็จแล้วแกต้องล้างจาน ห้ามอิดออด"
เสือยิ้มมุมปาก ทิ้งไม้ถูพื้นแล้วเดินตามหลังหมอหนุ่มเข้าไปในส่วนของที่พักอาศัยด้านหลังคลินิก กรงขังแห่งนี้เริ่มจะน่าสนุกขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
...
เวลา 19.30 น. ณ ห้องครัวหลังคลินิก
พื้นที่ครัวขนาดเล็กคับแคบที่มีไว้สำหรับแค่พอกินพออยู่ เต็มไปด้วยไอร้อนจากการทำอาหารและกลิ่นหอมของต้มจืดหมูสับที่ลอยฟุ้ง บรรยากาศเงียบสงบในยามค่ำคืนของสลัมถูกทำลายลงด้วยเสียงน้ำไหลจากก๊อก
แดนเหนือยืนหันหลังให้อยู่ที่อ่างล้างจาน มือเรียวสวมถุงมือยางสีเหลืองกำลังขะมักเขม้นกับการล้างถ้วยชามกองโต (ซึ่งส่วนใหญ่มาจากฝีมือการกินล้างผลาญของเสือ)
เสือที่เพิ่งกินอิ่มนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มองแผ่นหลังของคนที่กำลังทำงานบ้านด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
แสงไฟนีออนสีส้มสลัวในครัวทำให้บรรยากาศดูเป็ใจ หรืออาจจะเป็เพราะสัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขาที่เริ่มเบื่อหน่ายกับการถูกขังอยู่ในกรง มันเรียกร้องหาความตื่นเต้นและการปลดปล่อย
ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ฝีเท้าของนักล่าเงียบกริบจนแทบไม่ได้ยินเสียง
เขาเดินย่างสามขุมเข้าไปหาแดนเหนือที่กำลังยืนล้างจานอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ห้องครัวที่แคบอยู่แล้วดูเล็กลงถนัดตาเมื่อมีอัลฟ่าร่างั์มายืนค้ำอยู่
แดนเหนือชะงักมือที่กำลังถูฟองน้ำ เมื่อรู้สึกถึงไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากด้านหลัง และเงาทะมึนที่ทาบทับลงมาบดบังแสงไฟ
"จะเอาอะไร?"
หมอหนุ่มถามเสียงเรียบ ไม่หันกลับมามอง
เสือไม่ตอบ แต่เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ ใกล้จนแผงอกกว้างแนบชิดไปกับแผ่นหลังบางของแดนเหนือ
"อ๊ะ!..."
แดนเหนือสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งเขม็งเมื่อถูกคุกคามในระยะประชิด เขาพยายามจะขยับตัวหนี แต่สองแขนแกร่งของเสือกลับยกขึ้นมาเท้ากับขอบอ่างล้างจานทั้งสองข้าง กักขังร่างของหมอไว้ในพันธนาการมนุษย์
"ถอยไป มันแคบ"
แดนเหนือพูดเสียงแข็ง พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แม้จะรู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามา
"แคบสิดี..."
เสือกระซิบเสียงพร่า ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเฉียดผ่านใบหูขาวสะอาดของแดนเหนือ จงใจสูดดมกลิ่นหอมเย็นๆ ที่ซอกคอหมอเข้าปอดลึกๆ
กลิ่นนี้อีกแล้ว หอม หอมจนอยากจะขย้ำ
"ทำไม มึงต้องตัวหอมขนาดนี้ด้วยวะหมอ..."
เสือพึมพำเหมือนคนละเมอ
"ประสาท..."
แดนเหนือเบี่ยงหน้าหนี ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"นี่กลิ่นสบู่ล้างจานต่างหาก ถอยไปได้แล้วไอ้เสือ!"
แทนที่จะถอย เสือกลับยิ่งเบียดกายเข้ามาแนบชิดมากขึ้น เขาจงใจใช้ส่วนล่างที่แข็งแกร่งดันเข้าที่บั้นท้ายของแดนเหนือเบาๆ เป็การหยอกเย้าที่หยาบคายและคุกคาม
"กูช่วยตรวจสอบความเรียบร้อย..."
เสือโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่องที่โผล่พ้นคอเสื้อยืด แดนเหนือตัวสั่นเทิ้ม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะปฏิกิริยาเคมีบางอย่างในร่างกายที่กำลังตอบสนองต่อฟีโรโมนของอัลฟ่าระดับสูง
มือหนาข้างหนึ่งละจากขอบอ่าง เอื้อมมาจับมือเรียวของแดนเหนือที่ยังเปื้อนฟองสบู่ เสือลูบไล้หลังมือหมอแ่เบา ััหยาบกร้านตัดกับผิวนุ่มเนียนของหมออย่างชัดเจน
"ล้างสะอาดๆ นะหมอ..."
เสือกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเจือแววเย้ายวนและอันตราย
"มือหมอนุ่มดีเหมาะจะทำอย่างอื่นมากกว่าล้างจาน"
คำพูดสองแง่สองง่ามที่สื่อความหมายลามกชัดเจนทำเอาแดนเหนือหน้าร้อนวาบ เืฉีดพล่านขึ้นมาที่ใบหน้าลามไปถึงใบหู แววตาที่เคยเ็าสั่นไหวระริก
"ทำอย่างอื่น... เช่นช่วยกู 'คลายเครียด' เป็ไง?"
เสือยิ้มร้าย ขยับสะโพกเบียดเข้าหาอีกครั้ง
ความอดทนของแดนเหนือขาดผึง
ปึก!
"โอ๊ย! เชี่ย!"
เสือร้องลั่นเมื่อศอกแหลมๆ ของแดนเหนือกระแทกเข้าเต็มรักที่สีข้างด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับแผลผ่าตัดที่เพิ่งจะหายดี!
แดนเหนืออาศัยจังหวะที่เสือตัวงอด้วยความจุก รีบมุดตัวออกจากวงแขนแกร่ง หันกลับมาประจันหน้าด้วยใบหน้าแดงก่ำที่พยายามปั้นหน้าดุ
"สมน้ำหน้า!"
แดนเหนือตวาด มือยังถือฟองน้ำเปื้อนฟองชี้หน้ามาเฟียหนุ่ม
"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาลามปาม! นี่แค่ศอกนะ ถ้ามีครั้งหน้าฉันจะเอามีดแทงแผลเดิมให้ไส้ไหลเลยคอยดู!"
เสือกุมแผลตัวเอง พิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยสีหน้าเหยเก แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความขบขันและถูกใจ
"มือหนักชิบหาย เป็หมอภาษาอะไรวะ ทำร้ายคนไข้"
"คนไข้ปากหมาแบบแกต้องเจอแบบนี้แหละ!"
แดนเหนือถอดถุงมือยางปาทิ้งลงอ่าง
"ล้างเองเลยนะที่เหลือ! ฉันจะไปนอน!"
หมอหนุ่มสะบัดหน้าเดินหนีออกจากครัวไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เสือยืนยิ้มกริ่มอยู่ลำพังท่ามกลางกองจานที่เหลือ
เสือมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไป หัวใจของราชสีห์เต้นแรงผิดจังหวะ...
เมื่อกี้... ตอนที่เขาเบียดเข้าไปใกล้ เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ร่างกายของหมอมันสั่น และใบหน้าแดงๆ นั่นตอนที่เขาพูดจาลวนลาม มันน่ารักน่าแกล้งจนเขาแทบอดใจไม่ไหว
"ปากแข็ง..."
เสือพึมพำ เลียริมฝีปากตัวเองที่แห้งผาก
"แต่อีกไม่นานหรอกหมอ กรงขังแค่นี้ ขังเสือไม่ได้ตลอดไปหรอก"
เขาหันกลับไปมองจานในอ่าง แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะลงมือล้างจานต่อด้วยความจำยอม
แต่ในใจของ สัตว์ร้ายตัวนี้แผนการล่าเหยื่อเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
และเหยื่อรายนี้ ก็ดูท่าจะมีรสชาติหวานล้ำกว่าเหยื่อรายไหนๆ ที่เขาเคยลิ้มลองมา
*****
