เวลานี้ด้านนอกประตูจวนตระกูลมู่ได้มีกลุ่มคนท่าทางอุกอาจนับสิบคนปรากฏตัวขึ้น พวกเขาถูกนำโดยชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำท่าทางภูมิฐาน นอกจากนี้ด้านหลังยังมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังถูกแบกหามตามมา โดยเด็กหนุ่มบนเปลหามผู้นี้สวมใส่ชุดสีเหลืองและมีแขนอยู่เพียงข้างเดียว
เมื่อคนกลุ่มนี้มาถึงหน้าประตูจวนตระกูลมู่ เหล่าผู้คุ้มกันบริเวณหน้าประตูได้เข้ามาขวางพวกเขาเอาไว้ในทันที หนึ่งในนั้นทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านผู้นำตระกูลหวง ไม่ทราบว่าท่าน...?”
“ฮึ่ม หลีกทางไปให้พ้น จงไปตามมู่ไห่ออกมาให้ข้าเสีย”
หวงไท่กล่าวอย่างเ็า เขาคว้าร่างของผู้คุ้มกันคนนั้น ก่อนเหวี่ยงอีกฝ่ายจนถลาออกไปไกลหลายเมตร และบุกเข้าประตูจวนตระกูลมู่ทันที
เมื่อเหล่าผู้คุ้มกันเห็นดังนั้นก็พลันเกิดความตื่นตระหนกขึ้น พวกเขาไม่กล้าเข้าไปขวางหวงไท่อีก และรีบวิ่งเข้าไปรายงานสถานการณ์ในจวนทันที
หลังจากนั้นไม่นาน มู่ไห่ก็ได้พาคนกลุ่มหนึ่งออกมา เผชิญหน้ากับหวงไท่และคนของเขา
“ฮ่าๆ ได้ยินว่ามีแขกมาเยือนถึงหน้าประตู ข้าก็นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ผู้นำตระกูลหวงนี่เอง วันนี้ไม่ทราบว่าลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่ได้ เอ๊ะ คุณชายหวงนี่...?”
มู่ไห่พร้อมด้วยท่านลุงฝูได้พากลุ่มคนออกมาทักทายด้วยท่าทางยิ้มแย้ม แต่หลังจากท่านลุงฝูเหลือบไปเห็นหวงอี้ สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปในทันที ชายชราตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเหตุใดวันนี้อีกฝ่ายจึงมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ฉับพลันนั้นชายชราได้ใช้พลังปราณบอกกล่าวกับมู่ไห่อย่างรวดเร็ว “ท่านผู้นำขอรับ เด็กหนุ่มผู้นี้คือคนที่ทำให้คุณชายเฟิงไม่พอใจบนถนนเมื่อวาน เขาจึงถูกคุณชายเฟิงทำร้ายจนาเ็ เนื่องจากเมื่อวานนี้มีเื่เกิดขึ้นมากมาย ข้าจึงลืมรายงานเื่นี้แก่ท่านขอรับ”
หลังได้ยินดังนั้น สีหน้าของมู่ไห่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย “เหตุใดเ้าถึงไม่กล่าวให้เร็วกว่านี้เล่า?”
จากนั้นมู่ไห่จึงเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้ายังคงไว้ด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อผู้ที่มาเยือนเป็แขก เช่นนั้นผู้นำตระกูลหวง เชิญท่านไปพูดคุยกันที่โถงรับรองเถิด”
“ฮึ!”
หวงไท่ตอบรับอย่างเ็า ก่อนจะเดินนำกลุ่มคนของตัวเองเข้าไปยังโถงรับรองของตระกูลมู่
ภายในโถงรับรอง แขกและเ้าภาพต่างนั่งประจำตำแหน่ง มู่ไห่นั่งลงบนตำแหน่งประธานสูงสุดของจวน ในขณะที่หวงไท่นั่งลงในตำแหน่งแรกของฝั่งซ้าย ตามด้วยสมาชิกคนอื่นของตระกูลหวง ส่วนสมาชิกของตระกูลมู่ก็นั่งลงยังฝั่งตรงข้าม
สาวใช้หน้าตางดงามสามนางได้ยกชาเข้ามาต้อนรับแขกในทันที
“ผู้นำตระกูลหวง เชิญดื่มชาก่อนเถิด”
มู่ไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หวงไท่จิบชาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะวางถ้วยชาลงและพูดอย่างเ็าว่า “ท่านมู่ ท่านทราบหรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงมาหาท่านในวันนี้?”
“เื่นี้ข้าไม่ทราบ”
มู่ไห่กล่าวโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“ฮึ่ม เมื่อวานนี้ระหว่างเราสองตระกูลได้มีเื่เลวร้ายเื่หนึ่งเกิดขึ้น บุตรชายของข้าหวงอี้ รวมถึงผู้คุ้มกันของเขาอีกหลายคนถูกคนตระกูลมู่ของท่านตัดแขนจนขาด ท่านทราบเื่นี้หรือไม่?”
หวงไท่กล่าวเสียงเย็น ท่าทางของเขาดูเ็ายิ่งนัก
“ว่าอย่างไรนะ มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ? เหตุใดข้าจึงไม่ทราบ ท่านหวงระหว่างเราสองตระกูลนั้นไม่เคยมีเื่บาดหมางกันมาก่อน ในทางตรงกันข้าม ที่ผ่านมาพวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาโดยตลอด เื่นี้เข้าใจผิดอะไรกันหรือไม่ หรือจะมีคนอื่นจงใจใส่ร้ายคนตระกูลข้า”
มู่ไห่แสดงท่าทีประหลาดใจออกมาทันทีเมื่อได้ยินเื่ราวเหล่านี้ จากนั้นเขาก็พลันขมวดคิ้วมุ่น แสร้งแสดงละครตบตาได้อย่างยอดเยี่ยม
“ใส่ร้าย ใส่ร้ายอะไรกัน วันนั้นตาแก่นี่ก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาเองก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อีกทั้งกลุ่มคนเ่าั้ก็มาพร้อมกับเขา หากไม่ใช่คนตระกูลมู่ของพวกเ้าแล้วจะเป็ใครได้อีก?”
หวงอี้รู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาทันที เขาชี้นิ้วไปยังท่านลุงฝูพร้อมกล่าวด้วยความโกรธ
ท่านลุงฝูหรี่ตาลง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “คุณชายหวง ถึงอย่างไรตาเฒ่าผู้นี้ก็ถือว่าาุโกว่าท่าน คำว่าตาแก่นี่เป็คำที่ท่านสามารถใช้เรียกได้หรือ?”
ขณะที่กล่าวคำนี้ ท่านลุงฝูได้แผ่คลื่นพลังอันแข็งแกร่งออกมาทันที กระทั่งโต๊ะน้ำชาด้านข้างยังสั่นะเื คลื่นพลังสะกดข่มนี้ทำให้ใบหน้าของหวงอี้ซีดลงทันที
ท่านลุงฝูนั้นมีสถานะเป็ผู้ดูแลตระกูลมู่สาขาย่อย แน่นอนว่าวรยุทธ์ของเขาย่อมอยู่ในระดับหนิงกัง ซึ่งถือว่าเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่ง ด้วยสถานะของเขา เด็กหนุ่มอย่างหวงอี้จะมากล่าววาจาดูถูกง่ายๆ ได้อย่างไร
“อี้เอ๋อร์ อย่าได้พูดจาไร้มารยาท”
หวงไท่ได้ปล่อยคลื่นพลังออกมาต้านทานพลังของลุงฝูเอาไว้ ทำให้หวงอี้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
คลื่นพลังสะกดข่มนี้เป็พลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของผู้ฝึกยุทธ์ เมื่อถูกปลดปล่อยออกมา มันจะทำให้บรรยากาศโดยรอบเกิดความผันผวน หากยิ่งเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับวรยุทธ์สูงส่ง อำนาจสะกดข่มของมันก็จะยิ่งแข็งแกร่ง กระทั่งสามารถสังหารผู้ที่อ่อนแอกว่าได้โดยตรง
หวงไท่เหลือบมองมู่ไห่ ก่อนจะกล่าวอย่างเ็าว่า “ข้าจะขอพูดกับท่านมู่โดยไม่อ้อมค้อม ส่งตัวเ้าเด็กนั่นมาให้ข้าจัดการเสีย จากนี้ระหว่างเราสองตระกูลข้าจะถือว่าไม่เคยมีเื่ใดเกิดขึ้นอีก”
แน่นอนว่าเหล่าผู้ฝึกยุทธ์นั้นให้ความสำคัญกับเื่หน้าตาและศักดิ์ศรีเป็อย่างมาก ดังนั้นแม้หวงไท่จะไม่้าต่อสู้เอาเป็เอาตายกับตระกูลมู่เพราะเื่นี้ แต่หน้าตาที่เสียไปเขายังต้องเอาคืนกลับมา
หากส่งมอบคนให้กับหวงไท่ อีกฝ่ายต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอน
มู่ไห่หรี่ตาลง ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านผู้นำตระกูลหวง เื่นี้เกรงว่าข้าคงไม่สามารถรับปากได้”
“หมายความว่าอย่างไร ท่านมู่ นี่ท่านคิดจะซ่อนตัวคนร้ายงั้นรึ?”
หวงไท่กล่าวขึ้นอย่างโกรธเคือง กระทั่งน้ำเสียงยังเปลี่ยนเป็เย็นะเื
“ไม่ใช่ว่าข้า้าซ่อนตัวเขา แต่ข้าไม่อาจมอบตัวเขาให้ท่านได้ และท่านหวงก็ไม่อาจจัดการเขาได้เช่นกัน หากเกิดเื่ใดขึ้นกับเขาเกรงว่าเราสองตระกูลคงถึงคราวจบสิ้นแล้ว”
มู่ไห่จิบชาพลางกล่าวอย่างราบเรียบ
“หมายความว่าอย่างไร”
หวงไท่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินดังนั้น
“มู่ซือ ไปเชิญคุณชายเฟิงมาที่นี่”
มู่ไห่ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงส่งสัญญาณให้กับคนตระกูลมู่ผู้หนึ่ง
มู่ซือพยักหน้าและรีบออกไปเชิญคนผู้นั้นมาทันที ภายในโถงรับรองเกิดความเงียบไปชั่วขณะ ขณะที่หวงไท่กำลังคิดทบทวนในสิ่งที่มู่ไห่กล่าวออกมาเมื่อครู่
จากนั้นไม่นาน เด็กหนุ่มท่าทางสง่าและองอาจในชุดคลุมสีดำกับชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งก็ได้เดินเข้ามาในโถงรับรองอย่างสงบ
แม้เด็กหนุ่มผู้นี้จะมีอายุเพียงสิบห้าปี แต่ในขณะที่เขากำลังเดินเข้ามา บรรยากาศรอบตัวของเขากลับดูราวกับทหารกล้าในกองทัพ
เมื่อเด็กหนุ่มเข้ามาในโถงรับรองแล้ว คนของตระกูลมู่ต่างก็หยัดกายลุกขึ้น พร้อมกำหมัดคำนับอีกฝ่าย “คุณชายเฟิง!”
“ท่านอาทุกท่านไม่ต้องมากพิธี ท่านอาไห่ ไม่ทราบว่าท่านเรียกหาข้ามีธุระใดงั้นหรือ?”
มู่เฟิงกำหมัดคำนับทุกคนอย่างไว้มารยาท และเพียงไม่นานเขาก็เหลือบไปเห็นหวงอี้
“ท่านพ่อ เป็เขากับคนของเขา เมื่อวานเป็พวกเขาที่ก่อเื่ เ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้เป็คนตัดแขนของข้า”
เมื่อมู่เฟิงมาถึง หวงอี้ที่อยู่ด้านข้างหวงไท่ได้รีบกล่าวฟ้องในทันที เขาจ้องมองมู่เฟิงด้วยสายตาที่เกือบจะลุกเป็ไฟ
ใบหน้าของหวงไท่แสดงออกถึงความประหลาดใจ เมื่อครู่ยกเว้นเพียงมู่ไห่เหล่าผู้าุโทุกคนในตระกูลมู่ต่างก็ลุกขึ้นคำนับเด็กหนุ่มผู้นี้กันทั้งนั้น
ในเวลาปกติแล้วคนตระกูลมู่เคยมีท่าทีเช่นนี้ที่ไหนกัน
“อ๋อ เป็เ้าเองรึ? แขนยังไม่หายดียังคิดจะก่อเื่อีกหรือ?”
มู่เฟิงจ้องมองไปทางหวงอี้ด้วยแววตาที่แฝงไว้ด้วยร่องรอยของความหยอกเย้า สายตาของอีกฝ่ายทำให้หวงอี้ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ท่าทางของเด็กหนุ่มทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงฉากที่ตนถูกตัดแขน ดังนั้นท่าทางอวดดีของเขาจึงอ่อนลงทันใด
“เสี่ยวเฟิง คนผู้นี้คือคุณชายหวงอี้จากตระกูลหวง เขากล่าวว่าแขนที่ถูกตัดขาดนี้เป็ฝีมือของเ้า เื่นี้มันเป็มาอย่างไรกันแน่?”
มู่ไห่ไม่ได้มีท่าทีตำหนิ เป็เพียงการสอบถามตามปกติเท่านั้น
“ไม่มีอะไรหรอกขอรับ เมื่อวานในตอนที่ข้ามาถึงข้าเพียงมีเื่ผิดใจกับคุณชายหวงผู้นี้เล็กน้อย ผลคือเขาสั่งให้ลูกน้องของเขาสังหารข้า ดังนั้นข้าจึงตัดแขนของเขาเพื่อเป็บทเรียนก็เท่านั้นขอรับ”
มู่เฟิงกล่าวอย่างเฉยเมย ราวกับไม่ได้สนใจเื่นี้มากนัก
“เหอะ ช่างกล้ายิ่งนัก หลังตัดแขนบุตรชายของข้าแล้วเ้ายังอาจหาญแสดงท่าทีเย่อหยิ่งถึงเพียงนี้ คนตระกูลมู่ของพวกเ้าคงต้องได้เห็นดีกันเป็แน่!”
หวงไท่กล่าวอย่างเดือดดาล ขณะบดขยี้ถ้วยชาในมืออย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะปลดปล่อยพลังสะกดข่มอันแข็งแกร่งให้พุ่งเข้าหามู่เฟิง
มู่เฟิงรับรู้ได้ว่าร่างของเขาพลันหนักอึ้งขึ้นมาอย่างฉับพลัน อากาศโดยรอบราวกับแข็งตัวขึ้นมาทันใด สงผลให้เขาอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
มู่จงที่ยืนอยู่ด้านหน้าของมู่เฟิงจึงปลดปล่อยพลังออกมาต้านแรงสะกดข่มเอาไว้ทันที ทำให้มู่เฟิงรู้สึกดีขึ้น
มู่เฟิงจ้องมองไปยังหวงไท่ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ข้าตัดแขนของเขาแล้วอย่างไร หากอยู่ในเมืองหลวง เกรงว่าชีวิตนี้ของเขาคงไม่เหลือรอดแล้วด้วยซ้ำ ผู้นำตระกูลหวง ข้าขอแนะนำว่าท่านอย่าได้ทำเื่ที่ไม่สมควรจะดีกว่า”
เมื่อหวงไท่ได้ยินคำว่าเมืองหลวง สีหน้าของเขาพลันมืดครึ้มลงถนัดตา “เ้าเป็คนของตระกูลมู่สายหลักงั้นหรือ?”
“ผู้นำตระกูลหวง ท่านผู้นี้คือคุณชายสายหลักของตระกูลข้า มู่เฟิง บุตรชายของท่านแม่ทัพมู่เทียน ต่อให้ข้าส่งตัวเขาให้ท่านแล้วอย่างไร ท่านจะทำอะไรได้?”
มู่ไห่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ว่าอย่างไรนะ เขาคือมู่เฟิง บุตรชายของท่านแม่ทัพมู่เทียน!”
หลังได้ยินดังนั้น สีหน้าของหวงไท่รวมถึงสมาชิกคนอื่นในตระกูลหวงพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก หวงไท่พลันลุกขึ้นยืน ก่อนจะกำหมัดคำนับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว “คุณชายมู่เฟิง เมื่อครู่เป็หวงไท่ที่กระทำตัวเสียมารยาท ขอท่านอย่าได้ถือโทษโกรธเคือง”
“ท่านพ่อ ท่าน...”
เมื่อได้เห็นฉากนี้ หวงอี้พลันตื่นตะลึงโดยสมบูรณ์