ตอนเวลาสามทุ่มครึ่ง ได้มีเงาสามร่างประชิดมาถึงกำแพงสูงที่ตระหง่านของฐานที่มั่นศาลาว่าการเมืองซูโจว
ถังฮ่าวมองกำแพงที่สูงเพียงสามเมตรกว่า ที่มีลวดหนามพันทับซ้อนกันอย่างหนาแน่นบนกำแพง จากนั้นก็เบนสายตามองไปยังแสงไฟที่สว่างไสวภายในต่อ ก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจออกมา
มิน่าฐานที่มั่นศาลาว่าการเมืองซูโจวถึงสามารถยืนหยัดอยู่ได้นานขนาดนี้ทั้งที่เมืองถูกซอมบี้ล้อมไว้ ที่แท้ก็มีไฟฟ้าและระบบจ่ายไฟที่เพียงพอนี่เอง
แม้ว่าตอนนี้ถังฮ่าวจะแข็งแกร่งและไร้เทียมทานในหมู่ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 แต่เขาก็ยังไม่อยากเอาตัวไปเสี่ยงกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงอยู่ดี
ไม่นานคนทั้งสามก็มาถึงประตูใหญ่ของฐานที่มั่น ถังฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อยให้โอวหยางมี่มี่ และเธอก็เข้าใจความหมายและพยักหน้าตอบรับทันที ก่อนที่ร่างบอบบางจะหายวับไปอย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นถังฮ่าวก็พุ่งตัวไปข้างหน้าและเอื้อมมือเคาะประตูเหล็กที่ปิดสนิท
คืนนี้เป็เวรเฝ้ายามของพวกหวังซิน
หวังซินเพิ่งได้รับคำสั่งให้ยกระดับการป้องกันให้เข้มงวดมากขึ้น ทว่าตอนที่กลับมายืนประจำการก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดัง
แม้เสียงเคาะจะไม่ดังมาก แต่พออยู่ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้วิวัฒนาการระดับ 3 อย่างเขาแล้ว เสียงนี้จึงชัดเจนราวกับเสียงระฆัง
หวังซินหน้าเปลี่ยนสีทันที
พอมีเสียงเคาะประตูดัง ก็เท่ากับว่ามีคนมาเยือน แต่คนของเขากลับไม่มีใครรู้ตัวเลยสักนิด
“ลุงเฉาไม่เห็นใครผ่านมาบ้างเลยเหรอ?” หวังซินะโถามชายวัยกลางคนที่อยู่บนหอสังเกตการณ์ด้านซ้ายมือของประตูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เพียงแค่ได้ยิน ก็มีเหงื่อเย็นผุดพรายบนหน้าผากของเฉาอวี่ิทันที เมื่อครู่นี้เสียงเคาะประตูเกือบทำให้เขาใจนิญญาหลุดออกจากร่าง และตอนนี้พอหัวหน้าถามขึ้นอีก เขาก็ได้แต่ตอบกลับไปด้วยความยากลำบาก
“หัว... หัวหน้า ผมไม่เห็นครับ!”
“บัดซบ! ไม่เห็นเหรอ? เช่นนั้นแล้วผีมาเคาะประตูหรือไร!” หวังซินโกรธจนแทบคลั่ง
ถังฮ่าวและอีกสองคนที่อยู่นอกประตูได้ยินบทสนทนาของหวังซินทั้งสองคนอย่างชัดเจน และมันก็ทำเอาถังฮ่าวถึงกับมีเส้นขมับปูดโปนที่หน้าผาก
ผีงั้นเหรอ บ้าจริง!
ถังฮ่าวเคาะประตูอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“สหายที่อยู่ข้างในช่วยเปิดประตูด้วย พวกเราเป็ผู้รอดชีวิต!”
สิ้นเสียงก็มีเสียงไขกุญแจดัง ก่อนจะมีเสียงประตูดังเอี๊ยดอ๊าด พร้อมกับประตูเหล็กขนาดเล็กที่สูงสองเมตร และมีความกว้างเก้าสิบเิเที่อยู่คู่กับประตูเหล็กบานใหญ่จะถูกเปิดออก หวังซินนำลูกน้องหลายคนออกมายืนเรียงหน้ากระดานและจ้องมองถังฮ่าวกับเย่ชิงเฉิงที่อยู่นอกประตูด้วยความหวาดระแวง
“ทุกคนใจเย็นๆ พวกเราเป็ผู้รอดชีวิตจริงๆ!” พอเห็นปืนยาวหลายกระบอกเล็งมาที่พวกเขาแล้ว ถังฮ่าวก็ยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปก่อนเป็คนแรก!
“เหม็น!” หวังซินรีบเอามือปิดจมูกและถอยหลังไปสามก้าว
“พวกนายไปทำอะไรมา? ทำไมถึงเหม็นแบบนี้!”
“เืซอมบี้น่ะ นี่ไส้ ส่วนนี่ก็ลำไส้น่ะ!” ถังฮ่าวพูดพลางหยิบลำไส้ท่อนหนึ่งที่แขวนอยู่บนไหล่ของเขาลงมาให้ดู
“รีบๆ ทิ้งไปเลย พวกนายไม่สะอิดสะเอียนบ้างเหรอ?” ลูกน้องคนอื่นๆ ของหวังซินต่างก็ปิดจมูกและก้าวถอยหลัง
ถังฮ่าวได้ยินก็แย้มยิ้ม พวกนี้คงโชคดีที่ยังไม่เคยเห็นความโหดร้ายที่แท้จริงของวันสิ้นโลกสินะ!
แค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้ว เช่นนั้นพวกเขาจะเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกนี้ได้อย่างไร? ถังฮ่าวไม่ได้โยนลำไส้ท่อนนั้นทิ้ง แต่กลับแขวนมันไว้ที่เดิม ก่อนจะยิ้มและกล่าวเอ่ย
“ขออภัยด้วย ที่จริงแล้วถ้าไม่มีของพวกนี้ พวกเราก็คงมาไม่ถึงที่นี่หรอก”
หวังซินได้ยินก็ตาเป็ประกาย ก่อนจะวางมือที่ปิดจมูกลงและถามต่อ
“เพราะเอาเืซอมบี้มาชโลมตัว กับเอาไส้และเครื่องในของพวกมันมาแขวนแล้ว ก็สามารถอำพรางและฝ่าฝูงซอมบี้นับไม่ถ้วนมาถึงฐานที่มั่นของพวกเราได้อย่างนั้นเหรอ!”
“สหายทหารช่างตาถึงจริงๆ มันเป็เช่นนั้นแหละ แต่แน่นอนว่าพวกเราก็โชคดีด้วย!” ถังฮ่าวตอบพร้อมกับยกแม่โป้งให้หวังซินอย่างไม่ลังเล ก่อนจะหันไปมองเย่ชิงเฉิง
“ชิงเฉิง ถึงฐานที่มั่นแล้ว เราปลอดภัยแล้วล่ะ เธอถอดเสื้อผ้าสกปรกนั่นออกเถอะ!”
ถังฮ่าวรู้ดีว่าถ้าอยากพบกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดของฐานที่มั่นแห่งนี้ เขาก็ต้องพึ่งหน้าตาของเย่ชิงเฉิง เพราะใบหน้าของเทพธิดาประจำชาติที่โด่งดังที่สุดของประเทศจีนเปรียบเสมือนบัตรผ่านที่ดีที่สุด
และก็เป็อย่างที่คิด หลังจากที่เย่ชิงเฉิงถอดชุดสกปรกจนเหลือแต่ชุดหนังสีดำด้านใน บวกกับล้างหน้าล้างตาแล้วก็เผยให้เห็นใบหน้างดงามปานล่มเมืองออกมา หวังซินและคนอื่นๆ เห็นก็กลายเป็แฟนคลับผู้คลั่งไคล้ขึ้นมาทันที
เย่ชิงเฉิง!
ซูเปอร์สตาร์เย่ชิงเฉิง!
เทพธิดาประจำชาติเย่ชิงเฉิง!
ไม่นานภายใต้การนำทางของหวังซินแล้ว ถังฮ่าวกับเย่ชิงเฉิงก็ได้พบกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดของฐานที่มั่นศาลาว่าการเมืองซูโจว และคนผู้นี้ก็คือจ้าวกั๋วเทาที่เป็อดีตผู้ว่าการเมืองซูโจว
โอวหยางมี่มี่ไม่ได้ตามมาด้วย แต่เธอกลับซ่อนตัวอยู่ด้านนอกห้องโถงอย่างลับๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
สิ่งที่ทำให้ถังฮ่าวประหลาดใจคือจ้าวกั๋วเทารู้จักกับเย่ชิงเฉิง แถมยังไม่ได้แค่รู้จักธรรมดาเท่านั้น แต่ทั้งสองครอบครัวยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หรือจะพูดให้ถูกก็คือจ้าวกั๋วเทาเป็ลูกศิษย์ของปู่โอวหยางมี่มี่
“อะไรนะ? แม่ของเธอมาที่ซูโจวเหรอ?” หลังจากทักทายกันพอประมาณแล้ว จ้าวกั๋วเทาก็ถามด้วยความใ ถ้าเขารู้ว่าแม่ของเย่ชิงเฉิงกลับมาที่ซูโจวละก็ ด้วยฐานะเ้าถิ่นแล้ว เขาต้องต้อนรับขับสู้อย่างดีแน่
แต่ใครจะไปคิดว่าแม่ของเย่ชิงเฉิงเพิ่งมาถึงซูโจว วันสิ้นโลกก็มาเยือน จนขาดการติดต่อไป
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของจ้าวกั๋วเทา ขาของเย่ชิงเฉิงก็อ่อนแรงจนเกือบทรุดลงกับพื้น
“ชิงเฉิง อย่าเพิ่งร้อนใจ ฉันจะรีบส่งคนไปสืบดู ตราบใดที่แม่ของเธออยู่ที่นี่ ฉันจะต้องตามหาเธอให้เจอได้แน่!” จ้าวกั๋วเทารีบปลอบ
ถังฮ่าวกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปเลย ถ้าแม่ของเธอไม่อยู่ที่นี่ ก็ยังมีโอกาสแปดในสิบส่วนที่จะอยู่ในฐานที่มั่น!”
“ชิงเฉิง นี่คือ...?” จ้าวกั๋วเทามองไปที่ถังฮ่าว!
ถังฮ่าวยิ้มก่อนจะพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่เย่ชิงเฉิงจะทันได้เอ่ยปาก
“ผมชื่อถังฮ่าว เป็เพื่อนของชิงเฉิงครับ!”
“คุณอาจ้าว ในเมื่อแม่ของฉันไม่อยู่ที่นี่ เช่นนั้นก็คงไม่รบกวนแล้ว ฉันจะรีบไปที่ฐานที่มั่นแถวนี้ดู” เย่ชิงเฉิงพูดพลางส่ายหน้าเบาๆ เพื่อตั้งสติอีกครั้ง
“ชิงเฉิง รอสักแป๊บนะ เดี๋ยวฉันจะส่งทีมผู้วิวัฒนาการไปคุ้มกันเธอ!”
“ขอบคุณค่ะอาจ้าว แต่ถ้าคนเยอะเกินไปก็จะยิ่งถูกพบเจอได้ง่าย ฉันไปกับถังฮ่าวแค่สองคนก็พอแล้วค่ะ!” เย่ชิงเฉิงพูดจบก็ก้าวเดินออกไป พอถึงหน้าประตูก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันกลับมามองจ้าวกั๋วเทา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“คุณอาจ้าว ตอนที่ฉันมาถึง ฉันเห็นซอมบี้เกือบแสนตัวรวมตัวกันอยู่ที่จัตุรัสซูหยวน ในนั้นมีซอมบี้ระดับ 4 อยู่สิบกว่าตัว พวกมันดูเหมือนกำลังระดมพลอยู่ ดังนั้นคุณอาควรจะบุกฝ่าวงล้อมและรีบไปจากตัวเมืองภายในสองวันนี้ดีกว่า!”
มีการระดมพลอย่างนั้นเหรอ?
จ้าวกั๋วเทาตกตะลึง มีซอมบี้ที่สามารถบัญชาการซอมบี้ตัวอื่นๆ อย่างนั้นหรือ หรือจะเป็ซอมบี้กรีดร้องที่ลือกันบนอินเทอร์เน็ต?
ตอนที่จ้าวกั๋วเทาได้สติ เย่ชิงเฉิงและถังฮ่าวก็เดินจากไปไกลแล้ว!
“ส่งคนไปตามตัวจ้าวอวิ๋นมา!”
จ้าวอวิ๋นเป็หลานชายของจ้าวกั๋วเทา และยังเป็หนึ่งในผู้วิวัฒนาการระดับ 4 จำนวนสามคนของฐานที่มั่นศาลาว่าการเมืองซูโจว
หวังซินมองไปทางเย่ชิงเฉิงที่กลับไปสวมเสื้อสกปรกที่ถอดวางไว้ที่ตรงประตูเมื่อครู่อีกครั้ง และยังฉีกเอาลำไส้ที่แขวนอยู่บนคอของถังฮ่าวออกมา หลังจากถูไปที่ตัวแล้วก็แขวนไว้ที่คอต่อ ภาพที่เห็นนี้ทำเอาหวังซินและคนอื่นๆ ถึงกับขนลุกซู่
“คุณเย่ ไม่ต้องให้พวกเราไปส่งจริงๆ เหรอครับ?” หวังซินถามอีกครั้ง
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ขอบคุณ!” เย่ชิงเฉิงปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นทั้งสองคน (อันที่จริงมีสามคน เพราะโอวหยางมี่มี่อำพรางตัวอยู่) เดินออกไปจากประตู ลูกทีมคนหนึ่งก็ร้องโอดครวญออกมาว่า
“นี่มันเทพธิดาของผมนะ! แต่ตอนนี้เธอกลับแต่งตัวแบบนี้ ถือว่าทำลายภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบในใจของผมพังทลายไปหมดเลย!”
หวังซินเตะก้นคนผู้นั้น ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“โง่เง่าจริง! ถ้าอยากมีชีวิตรอด ก็จำสิ่งที่เทพธิดาเย่ทำเมื่อกี้เอาไว้ให้ดี บางทีพวกเราอาจต้องใช้วิธีนี้เอาชีวิตรอดก็ได้!”
หวังซินพูดถูกจริงๆ เพราะลูกน้องของเขาหลังจากนี้รอดตายจากการฝ่าวงล้อมฝูงซอมบี้ได้กว่าครึ่ง ก็เพราะล้วนใช้วิธีนี้
