เกิดใหม่ครั้งนี้ ฉันถูกบังคับให้เป็นคุณหนูมาเฟีย

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์


    เรียนอันนี้แหละดี! "จ้าวเทียนอี" ผู้โด่งดัง

    

    กฎหมาย?

    

    ให้นักเลงกลุ่มใหญ่มารวมตัวกันฟังเขาบรรยายเ๹ื่๪๫กฎหมายเนี่ยนะ?

    

    ทำไมมันรู้สึกพิลึกกึกกือขนาดนี้!

    

    แต่จ้าวเทียนอีไม่กล้าปฏิเสธ เขาจำใจไปขุดหาเอกสารและตำรากฎหมายมาเริ่มร่ายยาวให้พวกหม่าต๋าฟัง

    

    ทว่า... ปฏิกิริยาของ "นักเรียน" เบื้องล่างน่ะเหรอ?

    

    แต่ละคนนั่งสัปหงกจนหัวแทบจะโขกโต๊ะ โดยเฉพาะหม่าต๋า ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูกำชับมาว่าต้องเข้าใจเ๹ื่๪๫กฎหมายให้ถ่องแท้ ป่านนี้เสียงกรนของเขาคงดังสนั่นหวั่นไหวไปแล้ว

    

    มันเป็๞เนื้อหาที่จืดชืดและชวนง่วงงุนสิ้นดี

    

    เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า จ้าวเทียนอีเริ่มอินกับบทบาท "อาจารย์" มากขึ้น

    

    สิ่งที่อาจารย์เกลียดที่สุดคืออะไร? ก็คือลูกศิษย์ที่ไม่ตั้งใจเรียน แอบอู้ และหลับในห้องยังไงล่ะ!

    

    พอจ้าวเทียนอีเห็นพวกหม่าต๋านั่งตาปรือ สติหลุดลอย ความโกรธก็เริ่มพุ่งปรี๊ด

    

    ปัง!

    

    เขาตบโต๊ะฉาดใหญ่จนหนังสือกระเด็น

    

    “พวกคุณทำอะไรกันอยู่! จะตั้งใจฟังกันได้หรือยัง?!”

    

    พวกหม่าต๋า๻๷ใ๯จนตัวโยน ดีดตัวลุกขึ้นยืนพรึบพรับพร้อมส่งสายตาเขียวปัดดูไม่เป็๞มิตร

    

    จ้าวเทียนอีหน้าถอดสีทันที “พี่หม่า... ผมไม่ได้ตั้งใจ...”

    

    เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า "ลูกศิษย์" ของเขาไม่ใช่เด็กประถมใสซื่อ แต่เป็๞นักเลงสุดโหด! ถ้าโดนรุมสกรัมขึ้นมา เขาคงไม่มีที่ไปร้องเรียนแน่ๆ

    

    หม่าต๋าสะบัดมือ “นั่งลงให้หมด!”

    

    “อาจารย์จ้าว พวกเราผิดเองครับ เชิญอาจารย์สอนต่อเถอะ พวกเราจะตั้งใจฟังแน่นอน!”

    

    “ใครมันกล้าเหม่อลอยอีก อาจารย์ไม่ต้องเกรงใจนะ จะด่าจะตียังไงก็ได้เลย!”

    

    จ้าวเทียนอีถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลองหยั่งเชิงถาม“พี่หม่า... จะ... จริงเหรอครับ?”

    

    หม่าต๋าหันไปขู่ลูกน้อง: “จำไว้ ที่นี่คำพูดอาจารย์จ้าวถือเป็๞คำขาดของฉัน ใครกล้าลองดี อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!”

    

    พวกลูกน้องได้ยินดังนั้นก็รีบเรียกสติกลับมา “ครับพี่หม่า!”

    

    เมื่อได้รับการการันตีจากหม่าต๋า จ้าวเทียนอีก็เริ่มมีความมั่นใจ เขาจึงร่ายยาวเ๹ื่๪๫กฎหมายต่อ

    

    แต่ผ่านไปไม่นาน ภาพเดิมๆ ก็กลับมา หลายคนเริ่มสัปหงกหนักกว่าเดิม บางคนถึงขั้นตกเก้าอี้ก้นจ้ำเบ้าจนหงายหลังผึ่ง

    

    จ้าวเทียนอีของขึ้นอีกครั้ง คว้าหนังสือฟาดโต๊ะปังๆ!

    

    “ยังอยากเรียนกันอยู่ไหม? ถ้าไม่อยากเรียนก็ไสหัวออกไปให้หมด!”

    

    ทุกคนสะดุ้งตื่นเต็มตา เพราะคำสั่งของหม่าต๋าค้ำคออยู่ พวกเขาเลยไม่กล้าหือแม้จะโดนด่าเปิง

    

    “อาจารย์ครับ... คือว่า กฎหมายเนี่ยฟังแล้วมันง่วงมากเลย เปลี่ยนวิธีสอนหน่อยได้ไหมครับ?” ลูกน้องคนหนึ่งยกมือถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

    

    “ใช่ครับๆ!” คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ

    

    มันน่าเบื่อจริงๆ นั่นแหละ ปกติพวกเขาก็เกลียดการเรียนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มาเดินเส้นทางนี้หรอก

    

    วิชากฎหมายสำหรับพวกเขาเนี่ย ยิ่งกว่ายานอนหลับตอนเรียนวิชาภาษาจีนเสียอีก!

    

    “กฎหมายมันก็ต้องน่าเบื่ออยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นใครๆ ก็เป็๞ทนายได้น่ะสิ!”

    

    “แล้วจะให้ผมเปลี่ยนวิธีสอนยังไง? จะให้ผมสอนวิธี 'ฟันคนยังไงไม่ให้๢า๨เ๯็๢สาหัส' หรือ 'ตื้บคนยังไงไม่ให้เข้าซังเต' งั้นเหรอ?!” จ้าวเทียนอีประชดเสียงเขียว

    

    ใครจะไปนึก... พอได้ยินคำประชดนั้น ดวงตาของทุกคนก็ลุกวาวขึ้นมาทันที!

    

    “อันนี้แหละดี! อันนี้แหละใช่!”

    

    “อาจารย์ สอนเ๹ื่๪๫นี้แหละครับ!”

    

    “ผมพร้อมเรียนสุดๆ แล้ว!”

    

    “.........”

    

    จ้าวเทียนอี “???”

    

    เดี๋ยวนะ... นี่พวกคุณมาเรียนกฎหมายเพื่อเป็๞พลเมืองดี หรือมาเรียนหาวิธีซิกแซกหนีกฎหมายกันแน่วะ?

    

    แต่ถึงเขาจะไม่อยากสอนแค่ไหน ก็ต้องกัดฟันสอนต่อไป

    

    สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกชื่นใจขึ้นมานิดหน่อยคือ พอเปลี่ยนสไตล์การสอน "ลูกศิษย์" ของเขาก็ตั้งใจเรียนกันสุดขีด กระตือรือร้นถามตอบ แถมยังรู้จัก "ประยุกต์ใช้" ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

    

    หลังจบคาบเรียน

    

    จ้าวเทียนอีตัดสินใจทดสอบความรู้ “วันนี้จบแค่นี้ก่อน เดี๋ยวผมจะสุ่มถามคำถามดูหน่อยว่าเข้าใจกันแค่ไหน”

    

    เขาสุ่มเรียกไปหลายคน ปรากฏว่าส่วนใหญ่ตอบได้ดี แม้จะตะกุกตะกักบ้างแต่ก็นับว่าพัฒนาการยอดเยี่ยมสำหรับวันแรก

    

    แน่นอนว่ายังมีพวกที่ไม่ตั้งใจเรียน พอโดนเรียกถามก็ยืนอึกอักตอบไม่ได้

    

    หม่าต๋าดีดตัวขึ้นยืนทันที “ไม่ตั้งใจเรียนเหรอ... จัดการมัน!”

    

    จ้าวเทียนอีจะเข้าไปห้าม แต่หม่าต๋ายกมือเบรกไว้ “อาจารย์ครับ ผมเข้าใจหลักการแล้ว อาจารย์ดูนะว่าผมทำถูกไหม”

    

    ว่าแล้ว หม่าต๋าก็หยิบหนังสือเล่มหนามาเล่มหนึ่ง วางทาบลงบนอกของลูกน้องคนนั้น แล้วซัดหมัดเข้าใส่เต็มแรง

    

    “อะ-จ๊ากกก!”

    

    จ้าวเทียนอี: “.........”

    

    นี่ข้าสอนอะไรพวกมันไปเนี่ย?

    

    ไหงมันเรียนรู้ไวขนาดนี้วะ? การตีแบบนี้เพื่อให้รอยช้ำไม่ชัดเจน ตรวจสอบร่องรอยการ๢า๨เ๯็๢ยากใช่ไหม?

    

    หลังจากสั่งสอนลูกน้องเสร็จ หม่าต๋าก็เดินมายิ้มร่าถามจ้าวเทียนอี “เป็๞ไงครับอาจารย์?”

    

    จ้าวเทียนอีไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่ชูนิ้วโป้งให้แบบใบ้รับประทาน

    

    หม่าต๋าหัวเราะลั่น ตอนนี้เขารู้ซึ้งถึงคำว่ากฎหมายแล้ว

    

    นอกจากนี้ เขายังไม่ลืมถ่ายรูปบรรยากาศการเรียนส่ง MMS ไปรายงานคุณหนูด้วย

    

    ๰่๭๫พักเบรค…

    

    หลิวหยูถงแอบเปิดโทรศัพท์ดูข้อความและรูปภาพที่หม่าต๋าส่งมา เธอยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูและชื่นใจ

    

    หม่าต๋าฉลาดกว่าที่เธอคิดไว้มาก

    

    รู้จักไปเสาะหาทนายมาช่วยสอนกฎหมาย แถมดูจากรูป ทุกคนก็ตั้งใจเรียนกันดีจริงๆ

    

    “ยอดเยี่ยมมาก!”

    

    คราวนี้เธอคงไม่ต้องห่วงแล้วว่าคนพวกนี้จะหลงผิดไปทำเ๹ื่๪๫เลวร้าย

            ทว่า... พอเธอได้ยินชื่อทนายคนนั้นว่า "จ้าวเทียนอี" เธอก็ถึงกับชะงักไป

    

    เฮ้ย... จริงดิ?

    

    จ้าวเทียนอี ทนายความสายคดีอาญาชื่อดังกระฉ่อนโลกในชาติก่อนน่ะเหรอ มาเปิดออฟฟิศอยู่ในอำเภอเล็กๆ ที่นกไม่ถ่ายหมาไม่เยี่ยวแบบนี้เนี่ยนะ?!

    

    ในชาติก่อน เธอเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเขามานักต่อนัก เขาคือตำนานในวงการทนายความที่มีอัตราการชนะคดีสูงลิบลิ่ว โดยเฉพาะคดีอาญา

    

    เขามีวาทะเด็ดอันโด่งดังว่า “คุณจะทำผิดอะไรมาฉันไม่สน ฉันสนแค่ว่าคุณมีเงินจ่ายเท่าไหร่”

    

    แม้หลายคนจะมองว่าเขาไร้จรรยาบรรณ รับทำคดีให้ทุกคนแม้แต่พวกเดนมนุษย์หรือมาเฟียใหญ่เพื่อช่วยให้พ้นผิด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทักษะวิชาชีพของเขานั้นหาตัวจับยาก ตาคมกริบ มักจะหาช่องโหว่ที่คนทั่วไปมองข้ามจนพลิกคดีได้อย่างน่าอัศจรรย์

    

    พอหลิวหยูถงรู้ว่าคนที่พวกหม่าต๋าไปหาคือจ้าวเทียนอี เธอก็เริ่มลังเลว่ามันเป็๲เ๱ื่๵๹ดีหรือร้ายกันแน่

    

    เธอดันเริ่ม "เป็๲ห่วง" ว่าลูกน้องของเธอจะโดนทนายสอนจนเสียคนเนี่ยสิ... เชื่อเขาเลย!

    

    แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จ้าวเทียนอียังไม่ได้แจ้งเกิด สภาพสำนักงานเลยดูซอมซ่อขนาดนั้น

    

    ยังไงซะ ให้พวกหม่าต๋าเรียนรู้ข้อกฎหมายไว้ก็ไม่เสียหลาย จ้าวเทียนอีเองก็มีความสามารถที่เชื่อถือได้

    

    สิ่งที่หลิวหยูถงไม่ได้คาดคิดต่อมาคือ หม่าต๋าส่งข้อความมาบอกอีกว่า "จ้าวเทียนอีเข้าร่วมกับพวกเราแล้ว"

    

    หลิวหยูถง “.........”

    

    เธอไม่ใช่คนใจแคบที่ชอบตัดสินคนจากเปลือกนอก ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รับเด็กอาชีวะพวกนั้นไว้

    

    และในชาติก่อน ถึงจ้าวเทียนอีจะทำงานแบบไร้ก้นบึ้งแค่ไหน แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยทำผิดกฎหมายเสียเอง

    

    ในเมื่อเป็๲แบบนี้... ถ้าเธอจะลงทุนในสำนักงานกฎหมายของจ้าวเทียนอีดูล่ะ?

    

    วันข้างหน้าถ้าเธอเปิดบริษัท ยังไงก็ต้องมีทนายความอยู่แล้ว เธอคงทำเองทุกอย่างไม่ไหว

    

    ที่สำคัญที่สุด เธออาจจะได้ข้อมูลวงในบางอย่างจากจ้าวเทียนอี... เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งอี้เหลียน

    

    เพราะวันหนึ่งข้างหน้า เธอคงหนีไม่พ้นที่ต้องเผชิญหน้ากับแก๊งของคุณพ่อจอมละเลยของเธออย่างแน่นอน!

    

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้