เนื่องจากไป๋เฉินได้วางตราประทับทาสไว้ ต่อให้ฉางเอ๋อร์จะหลบซ่อนอยู่มุมใดเขาก็สามารถหานางเจอได้อย่างง่ายดาย และเขาก็สามารถััได้ถึงรัศมีของชิงเอ๋อร์เช่นกัน แต่หากเขาอยู่ในรูปลักษณ์นี้ย่อมไม่มีใครจำได้
ชิงเอ๋อร์ที่ได้ยินคำว่า 'สามี' จากปากฉางเอ๋อร์ก็เผลออ้าปากจนกรามค้าง สายตาของนางเบนไปยังฉางเอ๋อร์อย่างมึนงง
ฉางเอ๋อร์ที่สบตาเข้ากับชิงเอ๋อร์พลันก้มหน้าลงอย่างเหนียมอาย รอยแดงจางๆลามไปจนถึงต้นคอเรียวดุจหงส์
เมื่อไป๋เฉินพยายามย่างกรายเข้าใกล้ มีดสั้นพลันปรากฏขึ้นด้วยแสงวาบ ชิงเอ๋อร์ตั้งท่าพร้อมสำหรับการต่อสู้ด้วยสีหน้าเป็ศัตรู "เ้าเป็ใคร!?"
ฉางเอ๋อร์ที่เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งเข้ามาปกป้องไป๋เฉินและปิดกั้นไว้ "พี่สาว ได้โปรดสงบสติอารมณ์ เขาคือสามีของข้า"
"ฉางเอ๋อร์! อย่ามาล้อเล่นกับข้า!" ชิงเอ๋อร์ตวาดลั่นด้วยสีหน้าเดือดดาล
คิ้วของชิงเอ๋อร์ชนกัน สีหน้าของนางแลดูระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง
ั้แ่การปรากฏขึ้นของรัศมีของร่างสีดำ จิตใจของนางได้ยอมแพ้ไปโดยสมบูรณ์ สิ่งที่นางแสดงให้เห็นในขณะนี้เป็เพียงการเขียนเสือให้วัวกลัวเท่านั้น
หากมองดูให้ดีจะเห็นได้ว่ามือเรียวบางของนางที่กำลังกำมีดสั้นมีอาการสั่นเบาๆ แม้นฉางเอ๋อร์จะไม่สังเกตเห็น แต่ไป๋เฉินสามารถมองอารมณ์และความหวาดกลัวในแววตาของชิงเอ๋อร์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
แต่ไป๋เฉินยังคงเดินต่อไปและหยุดลงตรงหน้าทั้งสองอย่างไร้ความหวั่นเกรง ก่อนที่เสียงแหบแห้งจะดังขึ้นพร้อมกับมุมปากที่ค่อยๆขดเป็รอยยิ้มอ่อนโยน "ฉางเอ๋อร์ มากับข้า"
เมื่อสิ้นสุดประโยค ร่างนั้นหันหลังจากไปยังทิศทางนอกอาคารอย่างไม่หวั่นกลัวแม้นจะหันหลังให้แก่ผู้อื่นก็ตาม
ชิงเอ๋อร์ที่เห็นเช่นนั้นก็พยายามตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไรกับคนผู้นี้ต่อไป มีดสั้นในมือของนางแกว่งไปแกว่งมาราวกับกำลังตัดสินใจครั้งสำคัญ
แต่แม้นร่างสีดำจะหันหลังและเป็โอกาสอันดีที่จะโจมตี แต่นางมิอาจมองเห็นช่องว่างที่ใช้ในการโจมตีได้แม้แต่น้อย!
พวกนางเป็นักฆ่า ชิงเอ๋อร์ย่อมรู้ดีว่าโอกาสใดที่เหมาะสมสำหรับจู่โจมและสามารถปลิดชีพศัตรูได้ แต่แตกต่างกันกับร่างนี้แม้นไป๋เฉินจะเดินเรียบๆอย่างไม่แยแส แต่จุดอ่อนและช่องว่างได้ถูกปกปิดไว้ทั้งหมด!
เปรียบเสมือนว่าหากชิงเอ๋อร์เปิดฉากโจมตี บุคคลที่จะต้องตายมิใช่ไป๋เฉิน...แต่จะกลับกลายเป็ตัวของนางเอง!
ความคิดของชิงเอ๋อร์สับสนวุ่นวาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางมั่นใจได้ว่าคนตรงหน้าคือนักฆ่าที่เก่งกาจยิ่งกว่านางไปหลายขุม!
ด้วยความระมัดระวังตัว อิริยาบถที่ท่วงท่าที่ไม่ได้มีการเปิดโอกาสให้ศัตรูทำให้ชิงเอ๋อร์รู้สึกคุ้นเคยกับแผ่นหลังนั้นอย่างไรชอบกล
ฉางเอ๋อร์เดินตามไป๋เฉินออกไปข้างนอกก่อนจะบอกให้ชิงเอ๋อร์รออยู่ด้านใน
.
.
.
ไป๋เฉินยืนกอดอกอยู่ที่มุมมืดด้านนอก เมื่อได้ยินฝีเท้าที่ก้าวออกมาหางตาพลันชำเลืองฉางเอ๋อร์ที่ค่อยๆก้าวออกมา "ฉางเอ๋อร์ ข้า้าข้อมูลของตระกูลของเ้าเมืองเทียนเฟิง"
ฝีเท้าของฉางเอ๋อร์หยุดชะงักเมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้น การแสดงออกของนางลังเลใจเล็กน้อย "เอ่อ..."
ั์ตาโลหิตของไป๋เฉินมองอย่างฉงน "เกิดอะไรขึ้น?"
"ที่จริง...ภารกิจการลอบสังหารเ้าก็มาจากเ้าเมืองเช่นกัน" ฉางเอ๋อร์ก้มหน้าลงพลางเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา "แต่ข้าไม่สามารถบอกความลับของเมืองเทียนเฟิงให้แก่เ้าได้ เพราะพวกเขาทั้งหมดเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้จากการล่มสลายของตระกูลฉางในครานั้น"
"โอ้? ดูเหมือนว่าตระกูลฉางจะรอดชีวิตออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือของเมืองเทียนเฟิงงั้นหรือ?" รอยยิ้มลึกลับฉายอยู่บนใบหน้าหลังหน้ากากไหมสีดำ
จู่ๆดวงตาของเขาฉายแววเ้าเล่ห์เพทุบาย ก่อนจะเอ่ยโยนหินถามทางว่า "แล้วเ้าเคยคิดในมุมกลับกันบ้างหรือไม่?"
"มุมกลับกัน? เ้าหมายความว่าอย่างไร?" ฉางเอ๋อร์เอ่ยอย่างงุนงง
เมื่อเห็นสีหน้าที่สับสนของฉางเอ๋อร์ ไป๋เฉินลอบยิ้มในใจ และสบโอกาสก่อนจะเกริ่นเื่ราว "ข้าจะเล่านิทานเื่หนึ่งให้เ้าฟัง... กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีคนสองคนที่เป็สหายต่อกัน ข้าจะเรียกแทนว่าชายสีดำและหญิงสีขาว"
"อยู่มาวันหนึ่งหญิงสีขาวได้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถสังหารผู้ใดบนโลกนี้ได้ไว้ในมือ มีข่าวลือว่าดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้นแค่สร้างาแให้อีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย อีกฝ่ายก็จะตกตายไปโดยทันที"
"ทั้งสองเป็สหายด้วยกันมาเนิ่นนานก็จริง แต่จู่ๆชายสีดำกลับรู้สึกโลภมากและอยากจะดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้นใจจะขาด เพราะชายสีดำเป็บุคคลที่มีอำนาจบาตรใหญ่และเป็ผู้ปกครองเมืองนั้นๆ มันย่อม้าแข็งแกร่งและอยู่เหนือผู้อื่นเป็ธรรมดา"
"แต่ทว่าเมื่อชายสีดำ้าหยิบยืมดาบจากหญิงสีขาวเพื่อสังหารศัตรู หญิงสีขาวกลับปฏิเสธหลังชนฝาเพราะดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเพียงเล่มเดียวในโลกและมิอาจส่งต่อให้แก่บุคคลภายนอกได้ มีข่าวลือว่าไม่มีผู้ใดสามารถหลีกหนีความตายไปได้หากมีาแจากดาบศักดิ์สิทธิ์...และนางเรียกได้ว่าไร้เทียมทานบนโลกใบนี้!"
"ไม่รู้อะไรดลใจทำให้ชายสีดำที่มีอำนาจอยู่แล้ว้าดาบศักดิ์สิทธิ์เพื่อ้าเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก มันจึงได้ปล่อยข่าวลือว่าหญิงสีขาวได้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ไปทำให้โลกทั้งใบกลับหัวกลับหาง แน่นอนว่าโลกไม่้าให้หญิงสีขาวที่เปรียบดั่งพระเ้ามีชีวิตอยู่เพราะอาจจะเป็ภัยคุกคามในภายภาคหน้า ดังนั้นชายสีดำจึงได้สร้างพันธมิตรอย่างลับๆเพื่อ้าสังหารหญิงสีขาวและ้าแย่งชิงดาบศักดิ์สิทธิ์มาเป็ของตัวเอง"
"และสุดท้ายหญิงสีขาวก็ถูกล้อมกรอบสังหารเพราะการมีอยู่ของดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้น โดยที่ไม่มีแม้แต่เงาของชายสีดำเข้าไปช่วยเหลือ"
"แต่ในวินาทีสุดท้ายหญิงสีขาวกลับแอบส่งมอบดาบเล่มนั้นให้แก่ลูกหลาน จนชายสีดำที่รู้ข่าวว่าหญิงสีขาวได้ตายไปพร้อมกับดาบศักดิ์สิทธิ์ที่หายไป มันก็เดือดดาลและโกรธจัดที่ตามหาดาบไม่เจอ"
"แต่หลังจากนั้นไม่นานเมื่อชายสีดำรู้เื่นั้นว่าดาบศักดิ์สิทธิ์ได้สืบทอดไปยังลูกหลาน ชายสีดำได้ตามหาลูกหลานของหญิงสีขาวเพื่อ้าดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้น"
"แม้นว่าลูกหลานจะไม่แข็งแกร่งแต่ก็ยังมีดาบศักดิ์สิทธิ์อยู่ ดังนั้นชายสีดำจึงไม่กล้าใช้วิธีการที่รุนแรงเพราะกลัวความตาย มันจึงได้ใช้วิธีการโน้มน้าวและป้อนข้อมูลเท็จว่าตนเป็สหายของหญิงสีขาวและยื่นข้อเสนอให้ว่า หากมาทำงานรับใช้ภายใต้ตน ชายสีดำจะล้างแค้นให้แก่หญิงสีขาวเป็การตอบแทน"
"ผลสุดท้ายลูกหลานของหญิงสีขาวก็ตอบตกลงและเป็เบี้ยล่างและทาสรับใช้ของชายสีดำโดยที่คิดไปเองว่าชายสีดำเป็ผู้มีพระคุณ แต่แท้จริงแล้วเป็ชายสีดำที่ทำให้หญิงสีขาวต้องตายไปโดยที่ลูกหลานไม่รู้ความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต... เื่ราวก็มีเท่านี้" เมื่อไป๋เฉินกล่าวจบ สีหน้าของฉางเอ๋อร์กลับซีดขาวราวกับผ้าปูที่นอน
เห็นได้ชัดว่าไป๋เฉินกำลังเปรียบเปรยฉางฉุนเสวี่ยแห่งตระกูลฉางเป็หญิงสีขาวและเปรียบเ้าเมืองเทียนเฟิงเป็ชายสีดำ
แม้นจะเป็เพียงนิทานที่แต่งขึ้นและกล่าวออกมาลอยๆ แต่ฉางเอ๋อร์ก็ยังจดจำเื่ราวในอดีตได้เป็อย่างดี และเหตุการณ์ที่ไป๋เฉินกล่าวมาทำให้สีหน้าของนางแสดงออกถึงความผิดปกติต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
[ถูกต้อง! เ้าเมืองเทียนเฟิงในขณะนั้นมิได้ช่วยท่านย่าของข้าในเวลาที่มีกองกำลังมากมายจู่โจม]
[แต่เขากลับปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ท่านย่าตายไป และเมื่อพบเจอข้า เขามีสายตาที่แปลกประหลาดและลังเลใจสุดท้ายเขาก็ได้ยื่นข้อเสนอเฉกเช่นเดียวกันกับที่ไป๋เฉินกล่าวไว้ทุกประการ!]
ฉางเอ๋อร์ตัวแข็งเป็หิน ไป๋เฉินที่มองอยู่เนิ่นนานก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ "เื่นี้เป็เพียงนิทานเท่านั้น...ในเมื่อเ้าไม่ยอมบอกข้าเกี่ยวกับเ้าเมืองเทียนเฟิง เช่นนั้นข้าขอตัว"
ไป๋เฉินสะบัดเสื้อคลุมสีดำและหันหลังพร้อมจะเดินจากไป
แต่ทันใดนั้นข้อมือผอมบางได้คว้าแขนเขาเอาไว้ แรงบีบของนางค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ไป๋เฉินหันหลังกลับมาและเห็นว่าใบหน้างดงามของฉางเอ๋อร์เปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่าที่ค่อยๆคุกรุ่น!
