หลังจากนั้นไม่นานหลี่ชิงหลิงก็กลับมาพร้อมกับหญ้าห้ามเืจำนวนหนึ่ง นางวิ่งไปหาอาหวง เคี้ยวหญ้าแล้วปิดแผลของอาหวง
หลิวจือโม่และเด็กๆ เห็นแล้วก็เลียนแบบ เริ่มเคี้ยวหญ้าแล้วคายออกมาวางลงบนตัวอาหวง
คนเยอะก็มีพลังเยอะ ไม่นานนัก าแของอาหวงก็เต็มไปด้วยหญ้าห้ามเื เืจากาแก็ค่อยๆ หยุดลง
หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วร่างกายที่ตึงเครียดจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย หลังจากที่นางผ่อนคลายจึงรู้ตัวว่าเจ็บปากมาก
เด็กสาวเอื้อมมือไปแตะ พบว่านิ้วตนเปื้อนเื ไม่รู้ว่าตนได้รับาเ็ั้แ่เมื่อไร
หลิวจือโม่ช่วยอาหวงพันผ้าพันแผล หันกลับมาเห็นเืที่ปากของนางก็ขมวดคิ้ว "อย่าขยับ" เขาหยิบกระบอกน้ำมารินทำความสะอาดปาก จากนั้นจึงเห็นแผล "ปากแตกน่ะ"
"งั้นไม่เป็ไร เดี๋ยวก็หาย” หลี่ชิงหลิงยิ้มให้เขา ยื่นมือไปคลายคิ้วที่ขมวดแน่น “อย่าขมวดคิ้วสิ เหมือนคนแก่เลย”
เขามองนางและขอให้นางดื่มน้ำเพื่อล้างรสชาติหญ้า
เด็กสาวดื่มน้ำเล็กน้อยอย่างเชื่อฟังก่อนจะส่งถุงน้ำคืนให้เขา ทันทีที่รับมาก็ป้อนน้ำให้กับน้องสาวทั้งสอง
หลังจากให้ป้อนน้องสาวทั้งสองแล้วก็ให้น้ำกับพวกหลี่ชิงเฟิง
ในขณะเดียวกัน หลี่ชิงหลิงก็ลุกขึ้นมองไปรอบๆ นาง้าหาถ้ำที่สามารถอาศัยอยู่ได้ ในูเาลึกนี้มีสัตว์ป่ามากมาย หากไม่มีถ้ำให้อาศัยอยู่จะอันตรายได้
ทว่าหาอย่างไรก็หาไม่เจอ นางจึงรู้สึกร้อนรนเล็กน้อย
พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน นางต้องหาที่อยู่ก่อนพระอาทิตย์ตกดินให้ได้!
"พี่จือโม่ พี่อยู่ดูแลเด็กๆ ที่นี่ ข้าจะไปหาดูว่าแถวนี้มีที่อยู่บ้างไหม” หลี่ชิงหลิงเดินกลับไปอธิบายกับหลิวจือโม่ หยิบคันธนูและลูกธนูออกมาหา
หลิวจือโม่อยากไปกับนาง แต่เขาก็เป็ห่วงเด็กๆ จึงได้แต่พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้และบอกให้นางระวังตัวหน่อย
หลี่ชิงหลิงตอบรับและกำลังจะจากไป ในจังหวะนั้นเอง อาหวงตอบส่งเสียงใส่อาไป๋สองสามครั้ง อาไป๋มองมัน ลุกขึ้นเดินไปหาหลี่ชิงหลิงอย่างไม่เต็มใจ
ดูท่าทางแล้วอาไป๋คงจะไปหาที่อยู่กับนางด้วย
หลี่ชิงหลิงหันมองอาหวง กล่าวขอบคุณและพาอาไป๋ออกไป
"อาไป๋ เ้าเคยมาแถวนี้ไหม? เคยเห็นถ้ำที่อาศัยอยู่ได้ไหม?" หลี่ชิงหลิงมองไปรอบๆ แล้วถามอาไป๋ที่เดินตามมา
่นี้อาไป๋ก็ดื่มน้ำจิติญญาทุกวัน สติปัญญาของมันดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด มันสามารถเข้าใจคำพูดของหลี่ชิงหลิงแล้ว
มันส่งเสียง บ่งบอกว่าไม่เคยเห็น
หลี่ชิงหลิงเหลือบมอง ไม่เข้าใจว่ามันพูดอะไร แต่เห็นการเดินตามของมันก็รู้ว่ามันไม่รู้
นางถอนหายใจอย่างยอมจำนน ได้แต่ลองมองหาเอง
ทุกครั้งที่นางเห็นสถานที่ที่ดูเหมือนถ้ำก็จะต้องวิ่งเข้าไปดู ไม่รู้ไปมากี่ที่ ปีนหน้าผามาเท่าไร ในตอนที่กำลังยอมแพ้ ในที่สุดนางก็พบถ้ำที่สามารถอาศัยอยู่ได้
หลี่ชิงหลิงมองถ้ำที่เจอ ขนาดของมันใหญ่กว่าถ้ำที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่มาก่อน และที่สำคัญที่สุดคือไม่เปียกชื้น
นางเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าถ้ำนี้รักษาความแห้งได้อย่างไร แต่ทำให้นางมีความสุขมาก หากเป็แบบนี้ หลังอยู่อาศัยนานๆ ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเป็โรคไขข้ออักเสบหรืออะไร
"อาไป๋ ไปกันเถอะ กลับไปรับพวกเขามา" หลี่ชิงหลิง ลูบหัวของอาไป๋อย่างมีความสุข และเดินออกไป
ทางเข้าของถ้ำนี้ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ที่ห้อยลงมาจากหน้าผา จึงยากที่จะค้นหาจากภายนอก หากไม่เพราะสายตาที่เฉียบคม นางก็คงมองผ่านไปแล้ว
หลี่ชิงหลิงตามรอยที่ตนทิ้งไว้ เดินกลับไปยังที่ที่พวกหลิวจือโม่อยู่
"พี่..." ดวงตาของหลี่ชิงเฟิงเป็ประกาย หลี่ชิงหลิงหายไปนานเขาจึงห่วงนางมาก
หลิวจือโม่ก้าวไปข้างหน้า มองหลี่ชิงหลิงขึ้นๆ ลงๆ เมื่อเห็นว่านางสบายดีจึงยิ้มออก "ถ้าเ้าไม่กลับมาอีก เราว่าจะไปหาแล้ว” ครั้งต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะตามนางไปด้วย
การรอคอยเป็สิ่งที่ทรมานจริงๆ
หลี่ชิงหลิงรู้ว่าพวกเขาเป็ห่วงจึงหมุนตัวต่อหน้าพวกเขาและพูดด้วยรอยยิ้มว่าไม่เป็ไรจริงๆ แค่หาถ้ำใช้เวลานานหน่อย
“หาถ้ำเจอหรือไม่” หลิวจือโม่เอาใบไม้บนผมนางออก และถามอย่างอ่อนโยน
"เจอแล้ว เราไปกันได้เลย” นางพูดและวิ่งไปเก็บของ "อาหวง ลุกไหวไหม?" นางมองอาหวงที่อ่อนแอและถามอย่างเป็ห่วง
อาหวงตัวใหญ่เกินไป ต่อให้อยากแบกก็ไม่ไหว
อาหวงส่งเสียงรับและยืนขึ้นอย่างไม่มั่นคงนัก พิสูจน์ว่าตนไม่เป็ไร
หลี่ชิงหลิงลูบหัวมัน "ถ้าไม่ไหวก็บอกข้านะ!" ถ้ามันขยับไม่ได้จริงๆ นางจะพาเด็กๆ ไปก่อน แล้วค่อยกลับมาอุ้มอาหวงพร้อมหลิวจือโม่
อาหวงดุนเอวของหลี่ชิงหลิง เพื่อแสดงว่ามันรู้แล้ว
นางบอกว่าดีมาก เงยหน้าเห็นทุกคนเก็บของเรียบร้อยจึงเริ่มเดินนำไปทางถ้ำ
เพราะอาหวงได้รับาเ็ พวกเขาจึงเดินทางไม่เร็วนัก เมื่อไปถึงถ้ำก็มืดค่ำแล้ว
หลี่ชิงหลิงหยิบถังและเตรียมไปตักน้ำกลับมาทำอาหารจากบริเวณใกล้เคียงโดยไม่ได้หยุดพัก
นางรู้สึกโชคดีมากที่มีบ่อน้ำไหลไม่ไกลจากถ้ำ พวกเขาไม่ต้องห่วงเื่น้ำดื่มอีก
หลิวจือโม่้ารับถังจากมือของหลี่ชิงหลิง "เสี่ยวหลิงพักก่อน ข้าไปตักเอง” นางวิ่งไปมาไม่ได้หยุดพัก เขากลัวว่านางจะหมดแรงล้มลง
หลี่ชิงหลิงส่ายหัว "พี่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ข้าจะไปเอง" นางคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแถวนี้ นางไปจะเร็วกว่า
หลิวจือโม่มองใบหน้าที่ค่อนข้างซีดเซียวของนาง แย่งถังมาจากมือนางและพูดว่างั้นไปด้วยกัน!
แล้วก็ออกจากถ้ำไปก่อนที่นางจะมีโอกาสปฏิเสธ
หลี่ชิงหลิงทำได้เพียงปล่อยเขาไปอย่างช่วยไม่ได้
ทั้งสองวิ่งไปที่บ่อ ตักน้ำเต็มถังกลับมาทำโจ๊กไก่
ขณะที่หลี่ชิงหลิงกำลังกินโจ๊ก นางรู้สึกโชคดีที่ก่อนหน้านี้ฆ่าไก่กับกระต่ายทั้งหมดแล้วตากแห้ง
หากเลี้ยงพวกมันไว้ไม่ยอมฆ่า ไม่เพียงเผยที่อยู่ของพวกเขา แต่จะต้องสูญเสียเนื้อจำนวนมากด้วย
ดูเหมือนว่า์ยังคงใจดีกับนางมาก ปล่อยให้นางเอาชนะความยากลำบากได้ทีละด่าน
"ง่วง... นอน..." หลี่ชิงหนิงที่อยู่ในอ้อมแขนของหลี่ชิงหลิงใช้มือขยี้ตา และะโว่าง่วงนอน
เมื่อหลี่ชิงหลิงได้ยินก็รีบกินโจ๊กในชามให้เสร็จ วางชามลง อุ้มหลี่ชิงหนิงลุกขึ้นและตบหลังน้องสาวเบาๆ "จ้ะ นอนเถอะ!" เ้าตัวเล็กเองก็ตามพวกนางมาทั้งวัน ทั้งเชื่อฟังไม่งอแง นางทั้งโล่งใจและเ็ปใจ
หลังหลี่ชิงหลิงกล่อมเสียงเบาไม่นานนัก หลี่ชิงหนิงก็หลับไป
นางค่อยๆ วางน้องลงบนผ้าห่มที่ปูไว้
มาถึงที่นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกนางไม่มีเวลาสร้างเตียง จะนอนบนพื้นตรงๆ ก็ไม่ได้ จึงได้แต่ปูผ้าห่มบนพื้นแล้วนอนบนนั้นแทน
ไว้ตอนหลับก็นอนกอดน้อง จะได้ไม่หนาว
“คืนนี้ทุกคนเข้านอนแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าไปตัดต้นอ้อมาทำเสื่อ” บริเวณริมน้ำมีต้นอ้อ ตัดมาทอเสื่อได้ ไม่ต้องตัดต้นไม้มาทำที่นอนอีก
นางกลัวว่าการตัดต้นไม้จะเสียงดังทำให้ศัตรูรู้ตัว ่อันตรายแบบนี้ควรระมัดระวังเป็ดีที่สุด
"ตกลง..." เด็กๆ ตอบรับอย่างเชื่อฟัง วันนี้เดินทางมาไกลจึงหมดแรงกันหมด แค่เอนตัวลงก็หลับไปทันที
หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วหัวเราะ ขอให้หลิวจือโม่ดับไฟก่อนที่จะเข้านอนด้วย
ความจริง่แบบนี้ไม่ควรจุดไฟทำอาหาร แต่ถ้าไม่ทำ เด็กๆ จะหิวเกินไป ช่วยไม่ได้ ได้แต่ทำด้วยความระแวง
หลี่ชิงหลิงกอดหลี่ชิงหนิงหลับไปด้วยความกังวล วันนี้นางเหนื่อยมากจนหมดแรง หากไม่ใช่เพราะฝืนคงล้มลงนานแล้ว
กลางดึกหลิวจือโม่ใตื่นขึ้นเพราะได้ยินหลี่ชิงหลิงเพ้อ เขาเรียกเบาๆ หลี่ชิงหลิงไม่ตื่น แต่หลี่ชิงหนิงตื่นแทน
“พี่ใหญ่ ร้อน... ร้อน...” นางร้องเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อย
หลิวจือโม่รีบลุกขึ้นจุดตะเกียงน้ำมันอย่างระมัดระวัง ตะเกียงน้ำมันนี้นำมาจากบ้าน เป็ของสำคัญจึงพกมาฝั่งนี้ด้วย
สิ่งนี้มีประโยชน์ในตอนกลางคืนมาก
"ไม่เป็ไรนะ พี่ใหญ่อยู่นี่" หลิวจือโม่เดินถือตะเกียงน้ำมันมาปลอบหลี่ชิงหนิงอย่างนุ่มนวล แต่สายตาจับจ้องไปที่หลี่ชิงหลิง
เมื่อเขาเห็นแก้มที่แดงระเรื่อของนาง หัวใจของเขาก็พลันสะดุด เขายื่นมือไปแตะหน้าผากของหลี่ชิงหลิง นางตัวร้อนมาก
เป็ไข้...
หลิวจือโม่วางตะเกียงน้ำมันไว้ข้างๆ ด้วยความกังวล เขาตบแก้มของหลี่ชิงหลิงเบาๆ พลางเรียกชื่อนาง
