ณ ตำหนักร้อยไหม ยามย่ำสนธยา
เวลาผ่านไปถึงราตรีที่เจ็ดหลินเจินก็ยังคอยปรนนิบัติและดูแลพระธิดาจางลี่ซึ่งฟื้นจากอาการาเ็ด้วยต้องโทษโบยเป็รอยแผลลึกร้าวบนแผ่นหลัง จางลี่ลุกขึ้นนั่งและเดินได้ด้วยโอสถของแพทย์หลวงที่จัดไว้ให้นางสนมคอยถวายการดูแลอย่างใกล้ชิด หลินเจินนำชุดผ้าไหมมาวางบนแท่นบรรทมก่อนเอ่ยว่า
“ถึงเวลาไปสระน้ำแล้วเ้าค่ะท่านหญิง”
“นี่ข้าลงอาบน้ำในสระได้แล้วจริง ๆ หรือ?”
“เ้าค่ะ...อาการของท่านหญิงดีขึ้นมาก หมอหลวงบอกว่าสามารถลงสระน้ำได้ หลินเจินได้ยินท่านหญิงบ่นอยากอาบน้ำในสระหลายหน โชคดีเหลือเกินที่ตำหนักร้อยไหมแม้รอบ ๆ จะน่ากลัวแต่ภายในนี้มีสระใหญ่วิจิตรตระการตายิ่งนัก”
“องค์ชายหลี่เจี๋ยคงสร้างไว้สำหรับนางห้ามนับร้อยของพระองค์กระมัง”
“ท่านหญิงเ้าคะ...”
หลินเจินลดเสียงต่ำและขยับเข้าใกล้นายหญิงที่โน้มใบหน้างดงามของนางลงเพื่อฟังสิ่งที่นางกำนัลกระซิบ
“ท่านหญิง...ท่านอาจไม่เชื่อ แต่ข้าได้ลองสอบถามนางกำนัลที่เข้ามาช่วยดูแลอาการของท่านตอนยังลุกขึ้นมิได้ว่าหลู่อ๋องมีสนมนางในและนางห้ามมากมายเพียงใด”
“นับร้อยอย่างที่ข้าคิด หรือมากกว่านั้น”
“พระองค์...ยังมิทรงรับนางใดเป็สนม หามีนางห้ามแม้เหล่าเสนาบดีและอำมาตย์พยายามเสนอธิดาของคนเ่าั้ให้ถวายตัวรับใช้ ได้ยินว่าพระองค์ทรงกรำแต่งานบ้านเมืองและงานศึก ซึ่งแม้แต่หม่อมฉันยังมิอยากเชื่อ”
“อาจมีตำหนักลับขององค์ชายที่ใดที่หนึ่งในเขตพระราชฐานก็เป็ได้”
“ข่าวนี้กรองมาอย่างดีแล้วเ้าค่ะ ข้าเลยหมดสงสัยว่าเหตุใดอ๋องแคว้นหลู่ถึงได้โเี้นัก ที่แท้พระองค์ก็มิเคย...”
เสียงหลินเจินขาดหายเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามา จางลี่เองก็ชะงักเช่นกัน
“องค์ชาย...”
“ลุกขึ้นนั่งได้แล้วหรือจางลี่...แล้วนี่เ้ากำลังจะทำอะไร?”
“อ้า...เอ้อ...หลินเจินนำผ้ามาถวายเพื่อให้ท่านหญิงลงสระน้ำในตำหนักเพคะ”
หลินเจินเสียงตะกุกตะกักและรีบถอยห่างจากแท่นบรรทม หลู่อ๋องก้าวเข้าไปพลางเหลือบมองสีหน้าของจางลี่ที่แม้เพิ่งฟื้นอาการไข้จากการาเ็ทว่าพวงแก้มงามเปลี่ยนเป็สีชมพูกุหลาบปลั่ง
“หมดหน้าที่ของเ้าแล้วมิใช่รึหลินเจิน...ข้า...จะพานางไปที่สระเอง”
“เพคะ”
หลินเจินรีบถอยออกไปเพราะเกรงจะไม่เป็ที่พอพระทัย เมื่อนางกำนัลคนสนิทออกไปแล้วจางลี่ให้บังเกิดความรู้สึกเคว้งคว้างหวั่นกลัวขึ้นมาอีก มือของนางเย็นจนต้องประสานไว้ด้วยกันบนตัก หลี่เจี๋ยมองเห็นทุกอิริยาบถนั้นและเขาอ่านใจนางออก ร่างสูงขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ
“น้องสาวของพี่...เ้าคงหายดีแล้วใช่หรือไม่?”
“หม่อมฉันมิเป็อะไรแล้ว หม่อมฉันช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่างเพคะ”
“ดู ๆ แล้วเ้าเก่งกล้าสามารถไปเสียทุกอย่าง สมแล้วกับที่เป็ธิดาของฉีหวนกง พ่อเก่งกล้าเยี่ยงไรลูกก็เป็เยี่ยงนั้น”
“เสด็จพ่อสั่งสอนให้หม่อมฉันรู้จักอดทน...”
เสียงนางขาดหายเมื่อหลี่เจี๋ยตวัดแขนใหญ่โอบแผ่นหลังของนางไว้แน่น มันแน่นมากจนเจ็บแปลบที่าแ หลู่อ๋องหยัดยิ้ม
“เช่นนั้นรึ...ช่างน่าชื่นชม พ่อเ้าสอนสิ่งใดแก่ธิดาของพระสนมอีกบ้าง”
จางลี่อดทนและตอบกลับไปด้วยแววตากล้าแข็ง “เสด็จพ่อสอนให้หม่อมฉันรู้จักความเมตตา อย่าระรานเอาเปรียบผู้อื่น อย่าใช้อำนาจข่มเหงน้ำใจผู้ต่ำและด้อยกว่า...อ๊ะ!...หลู่อ๋อง...พระองค์จะทำอะไร!”
นางร้องออกมาเมื่อร่างน้อยถูกช้อนขึ้นไว้ในอ้อมแขนหนา หลี่เจี๋ยยกร่างนั้นขึ้นอุ้มและเข่นเสียงคำราม
“พ่อเ้าสอนได้ดี คราวนี้ข้าก็จะขอสั่งสอนว่าที่หวางเฟยของข้าบ้าง!”
“ท่านจะพาข้าไปไหน”
นางถามเสียงสะท้านหากไม่ได้รับคำตอบ หลู่อ๋องอุ้มนางและก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องนั้นท่ามกลางสายตาของนางสนมที่มาเฝ้ารับใช้รวมทั้งหลินเจินที่ออกอาการใไปด้วย
“ข้าจะไปที่สระน้ำ หากมิมีคำสั่งห้ามเข้าไปรบกวนข้ากับจางลี่อย่างเด็ดขาด!”
น้ำเสียงเด็ดขาดทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องก้มหน้ารับพระบัญชา หลินเจินมองตามด้วยความตระหนกเมื่อเห็นใบหน้าของหลู่อ๋องถมึงทึงราวกับกำลังโกรธเคืองและทำให้นางเริ่มใจไม่ดีขึ้นมาอีก หลี่เจี๋ยอุ้มจางลี่ไปยังสระน้ำภายในห้องโถงใหญ่ภายในพระตำหนักร้อยไหมอันโอ่อ่า เมื่อไปถึงที่นั่นนางพยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์
“องค์ชาย ปล่อยหม่อมฉันลงนะเพคะ”
“ข้าปล่อยเ้าแน่จางลี่ แต่จะบอกอะไรเ้าไว้อย่างหนึ่ง พ่อของเ้าสอนว่าอย่าข่มเหงรังแกผู้อื่น ข้าก็จะสั่งสอนเ้าเช่นเดียวกันว่าอย่าได้อวดดีและกล้าท้าทายผู้มีอำนาจเหนือชีวิตของเ้า!”
“กรี๊ด!!!”
นางร้องลั่นเมื่อหลู่อ๋องโยนร่างน้อยในอ้อมแขนลงในสระน้ำอย่างไม่ปราณี และยืนนิ่งมองร่างเล็กตะเกียกตะกายตัวเองอยู่ในสระน้ำด้วยแววตาข้นคลั่ก
“ช่วยด้วย!...ชะ...ช่วยด้วย!”
จางลี่พยายามตะกุยมือและเท้าพาตัวเองให้อยู่เหนือน้ำแต่ทำได้ลำบากยิ่งในเมื่อนางว่ายน้ำไม่เป็ ร่างของนางหนักอึ้งและมีแต่จะดิ่งลงเบื้องล่าง หลี่เจี๋ยจ้องมองและขบกรามดังกรอด
“อ่อนแอ...จอมมารยา!”
ร่างสูงใหญ่หันหลังให้ ในกายนั้นเืเดือดพล่านด้วยโทสะ แต่เมื่อจะก้าวขาก็หันกลับไปอีกครั้ง หัวใจของเขาดิ่งวูบเมื่อไม่เห็นร่างของจางลี่ เห็นเพียงฟองอากาศในน้ำ หลู่อ๋องะโเรียก
