น้ำเสียงของฮวาเหยียนเย็นเฉียบทว่าดังก้อง
มู่ชิงอวิ้นตกตะลึง นางหันไปมองจานเปล่าบนโต๊ะ และพูดอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “ที่แท้คือขนมที่พี่หญิง้าจะทานหรือเ้าคะ ขออภัยเ้าค่ะพี่หญิง ข้าจะให้คนครัวเตรียมให้ท่านใหม่ เช่นนั้น...”
ท่าทีของมู่ชิงอวิ้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ฮวาเหยียนมองอีกฝ่าย ครุ่นคิดถึงสิ่งที่นางเพิ่งได้ยิน น้องรองผู้นี้ของนางกล่าวว่าอย่างไรนะ ไม่ใช่สิ่งของมีค่าอันใดหรือ? คิดว่าเป็ของที่คนครัวเตรียมเอาไว้เช่นนั้นหรือ?
มู่ชิงอวิ้นกำลังย่ำยีผู้ใดอยู่หรือ?
นางจ้องไปที่มู่ชิงอวิ้นอยู่เช่นนั้น ดวงตาไร้คลื่น ไร้เพลิงโทสะแผดเผา และไร้อารมณ์โมโหที่พุ่งเสียดฟ้า มีเพียงความสงบนิ่ง ทว่าเป็ความสงบที่ซ่อนความเหน็บหนาวเอาไว้ เย็นเยียบราวกับใบมีด...
ฮวาเหยียนตระหนักได้ว่า มู่ชิงอวิ้นย่อมทราบดีว่าขนมเหล่านี้มิได้ถูกเตรียมมาจากโรงครัว!
มิอาจล่วงรู้ได้ว่าจิตใจของอีกฝ่ายแท้จริงเป็เช่นไร ทว่าสีหน้าท่าทางอ่อนแอราวกับถูกคนรังแกยเช่นนี้ เป็การเสแสร้งแกล้งทำแน่นอน
ภายใต้การจ้องมองของฮวาเหยียน ใบหน้าของมู่ชิงอวิ้นพลันซีดเผือด มิอาจรักษารอยยิ้มบางบนริมฝีปากอันงดงามของนางเอาไว้ได้ กลับกลายเป็รอยยิ้มแข็งกระด้าง
เป็ยามนี้เองที่เจียงจื่อเฮ่าลุกขึ้นมา และกล่าวด้วยใบหน้าไม่พอใจว่า “มู่อันเหยียน เหตุใดจึงใช้สายตาเช่นนั้นจ้องมองน้องสาวของตนเองเล่า ก็แค่ขนมไม่กี่ชิ้นเองมิใช่หรือ? มีอันใดยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น เ้าเผด็จการเกินไปแล้วกระมัง! นอกจากนี้ ข้าเป็คนกินขนมพวกนี้เอง หากเ้า้าหาคนผิดก็มาหาข้านี่”
เจียงจื่อเฮ่ากล่าว
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ขาของเขาดีขึ้นจนสามารถยืนบนพื้นได้แล้ว ในตอนนี้เขากอดอก มองไปทางฮวาเหยียน
สายตาของฮวาเหยียนค่อยๆ ผินมา และหยุดอยู่ที่เจียงจื่อเฮ่า คิ้วของนางขยับเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า “แค่ขนมสองสามชิ้นหรือ?”
“มีอันใดเล่า?”
เจียงจื่อเฮ่าถูกฮวาเหยียนจ้องจนรู้สึกร้อนรุ่ม เขาเกร็งลำคอ และต่อปากอย่างมิยอมอ่อนข้อ
พริบตาต่อมา พลันเห็นฮวาเหยียนสาวเท้ายาวเข้ามาประชิด
ไม่รอให้เจียงจื่อเฮ่าไหวตัวทัน ฮวาเหยียนคว้าบิดแขนของอีกฝ่าย พลิกร่างของเขากลับหลังหัน และเหวี่ยงเขาออกจากห้องอาหารจนร่างหล่นลงพื้นอย่างรุนแรงทันที
“โอ๊ย...แค่ก...แค่ก...”
เจียงจื่อเฮ่าถูกกระแทกอย่างแรงจนตกตะลึง มิอาจได้สติอยู่เป็นาน จนเมื่อสติกลับมาก็รีบะโด่าอย่างฉุนเฉียวว่า “มู่อันเหยียน เ้าประสาทหรือ? จู่ๆ จะลงมือก็ลงมือทันที!”
ฮวาเหยียนเดินย้อนแสงอาทิตย์ไปทางเจียงจื่อเฮ่า เงาข้างหลังนางถูกดึงให้ทอดยาว
ใบหน้าของนางเ็าดั่งน้ำค้างแข็ง ดวงตาเปล่งประกายราวคมมีดล้อแสง เป็ความงดงามที่สามารถฉีกทึ้งผู้คนได้
เจียงจื่อเฮ่าตื่นตระหนก จ้องไปที่นาง “เ้า...เ้าจะทำ...?” อันใด...
คำพูดยังมิทันกล่าวจบ ฮวาเหยียนก็เดินมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว นางยกขาขึ้นเตะเจียงจื่อเฮ่าไปตรงๆ ทันที
“ให้ตายเถอะ มู่อันเหยียน เ้าประสาทหรือ คิดว่าคุณชายเช่นข้าไม่มีมือโต้กลับแล้วกระมัง?”
เจียงจื่อเฮ่าเห็นลูกเตะของฮวาเหยียนที่กำลังพุ่งตรงมา ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้าง ส่งเสียงร้องโหยหวนพลางกลิ้งหลบ ในที่สุดสติของเขาก็กลับมาหลังจากใเพราะถูกโยนจนปลิว ชายหนุ่มโดดกระเด้งบนพื้นราวกับปลา สายตาพิโรธจ้องเขม็งไปทางฮวาเหยียน “หากเ้ายังลงมือต่อ คุณชายเช่นข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว...”
เจียงจื่อเฮ่าวางท่าข่มขวัญ
มุมปากของฮวาเหยียนหยักโค้งขึ้น “ไม่เกรงใจ? เ้าคิดจะไม่เกรงใจอย่างไรเล่า?”
นางถาม
ไม่รอให้เจียงจื่อเฮ่ากล่าวตอบ ฮวาเหยียนก็ดึงกระบี่ในมือของนางออกมา กระบี่เล่มนี้คือกระบี่ที่อั้นจิ่วเพิ่งนำมาให้ และเป็กระบี่ที่ถูกนางแกะอัญมณีออกจนเกลี้ยง ทันทีที่กระบี่ถูกกระชากออกจากฝัก พลันแว่วเสียงัคำรามลั่น สะท้านฟ้าะเืดิน ราวกับเห็นร่างเงาของมันโฉบผ่านท้องนภา ะเืขวัญผู้คนเป็อย่างยิ่ง
กระบี่ชั้นยอด!
“กระบี่ชิงหลง เหตุใดกระบี่ชิงหลงขององค์รัชทายาทจึงมาอยู่ที่เ้าได้?”
เจียงจื่อเฮ่ากรีดร้องโหยหวน ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า เดิมทีเขาไม่ได้เห็นกระบี่ที่มีทั้งหลุมทั้งบ่อในมือของฮวาเหยียนอยู่ในสายตา จนกระทั่งกระบี่ถูกชักออกจากฝัก พลังปราณจากกระบี่หนาแน่นพุ่งทะยาน เสียงัคำรามลั่น ในตอนนั้นเขาถึงอุทานออกมาอย่างตกตะลึง กระบี่เล่มนี้มิใช่กระบี่ไร้เทียมทานขององค์รัชทายาทหรอกหรือ?
เหตุใดจึงมาปรากฏอยู่ที่นี่? แล้วสภาพยังเป็เช่นนี้อีก?
แต่ฮวาเหยียนหาได้อธิบายให้เขาฟัง นางยกกระบี่ขึ้นสูงก่อนฟันฉับลงทันควัน
“อ๊าก...ฆ่าคนแล้ว! มู่อันเหยียน เ้าจะฆ่าคนแล้ว—”
เจียงจื่อเฮ่าะโโวยวายเสียงดัง เขาอยากจะตอบโต้ ทว่ากลับเห็นพลังปราณที่โอบล้อมร่างกายของฮวาเหยียน เป็พลังสีส้มที่แสดงถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสอง
อ๊าก...
เขาได้ยินข่าวลือว่ามู่อันเหยียนได้ทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว นางสั่งสอนบทเรียนให้ฉู่หลิวซวงกับฉู่รั่วหลาน เดิมทีเขามิเชื่อ คิดเพียงว่าผู้คนในใต้หล้ากำลังคุยโวเกินจริง ทว่าวันนี้เขาได้เห็นกับตาของตนเอง ให้ตายเถิด...
“มู่อันเหยียน ต้องทำถึงขั้นนี้เชียวหรือ? นี่เป็เื่ยิ่งใหญ่เพียงใดกัน มีค่าพอให้เ้าชักกระบี่ออกมาหรือ เ้า้าทำสิ่งใดกันแน่? ข้าผู้นี้เป็ถึงคุณชายตระกูลเจียงเชียวนะ อ๊าก...”
เจียงจื่อเฮ่าะโหนีพลางกรีดร้องดังลั่น ฮวาเหยียนลงดาบครั้งหนึ่ง ัคำรามคราหนึ่ง ตัดเสื้อของเจียงจื่อเฮ่าครึ่งหนึ่ง
“มิใช่เื่ใหญ่อันใดเช่นนั้นหรือ? แม้แต่ข้าเองยังหักใจทานไม่ลง แต่พวกเ้ากลับกินกันจนเกลี้ยง ผู้ใดยังจะไว้หน้าเ้ากัน? หืม?”
ใบหน้าของฮวาเหยียนเย็นะเืราวหิมะในเหมันตฤดู นางเปล่งเสียงเ็า
มู่ชิงอวิ้นที่วิ่งออกจากห้องอาหารอย่างลนลานบังเอิญได้ยินประโยคนี้เข้า ดวงหน้าของนางพลันเปลี่ยนสี มีประกายวาบผ่านในแววตา
“ก็แค่ขนมสองสามชิ้นมิใช่หรือ? คุณชายเช่นข้าชดใช้ให้เ้า มิใช่สิ้นเื่แล้วหรือ”
เจียงจื่อเฮ่าซ่อนตัวอยู่หลังต้นหลิว ะโตอบเสียงดัง
“แค่ขนมสองสามชิ้น? กล่าวได้ดีนัก ข้า้าขนมรูปร่างหน้าตารสชาติเช่นเดิม เ้านำมันมาให้ข้าได้หรือไม่?”
ฮวาเหยียนถามกลับอย่างดุดัน
ยิ่งคิดนางก็ยิ่งอึดอัด ราวกับมีเพลิงสุมอยู่ในอก หากมิได้ระบายออก นางคงขาดใจตาย นางถูกกักบริเวณก็แล้วไปเถิด แต่ตี้หลิงหานยังมาสุมไฟเพิ่ม ความโกรธนี้ยังไม่ทันหาย ขนมที่พี่หญิงมู่มอบให้ก็มาถูกสองคนนี้เอารัดเอาเปรียบอีก!
แม้แต่ตัวนางเองยังหักใจทานไม่ลง พี่ใหญ่เองก็ยังไม่ได้ชิมสักคำ แต่สองคนนี้กลับกินอย่างอิ่มหนำสำราญ!
“มู่อันเหยียน ข้ารู้ว่าข้าเกะกะสายตาของเ้า เ้าจึงจงใจหาเื่ข้า ใช่หรือไม่?”
เจียงจื่อเฮ่าเองก็มีน้ำโหแล้วเช่นกัน เขาะโโวยวายลั่น
การที่ฮวาเหยียนมองเขาด้วยสายตาเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่านางไม่คิดว่าตนเองผิด นางยกกระบี่ขึ้นเหวี่ยง ทว่ากระบี่มิได้จะฟันถูกเขาจริงๆ มีเพียงลมปราณจากกระบี่เท่านั้น แต่แค่นั้นก็เฉียบคมพอแล้ว
“พี่หญิง อย่าหุนหันพลันแล่นไปเลยเ้าค่ะ อย่าทำร้ายคุณชายเจียงเลย เป็ชิงอวิ้นเองที่ไม่ดี หากพี่หญิงมีโทสะก็เอามาลงที่น้องเถิด อวิ้นเอ๋อร์จะไม่โต้กลับอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
ดวงตาของมู่ชิงอวิ้นปกคลุมด้วยม่านน้ำตา นางร้องะโเสียงดัง
ท่าทางดั่งดอกสาลี่ต้องฝนพาให้จิตใจของผู้คนอ่อนยวบ
นางพุ่งตัวเข้ามายืนขวางตรงหน้าเจียงจื่อเฮ่า
ศีรษะของเจียงจื่อเฮ่าร้อนเป็ไฟ รู้สึกเพียงว่าเืของเขาพุ่งขึ้นมากองอยู่บนหัว ะเืใจจนมิรู้จะกล่าวเช่นไร เวลานี้เขาจึงจดจ้องมู่อันเหยียนด้วยแววตาเปี่ยมโทสะทันที “แม่นางชิงอวิ้น เ้าหลบออกไปเถิด อย่าเข้ามา ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามู่อันเหยียนจะกล้าฆ่าข้าจริงๆ?”
เขาะโก้อง
“คุณชายเจียง ท่านอย่ายั่วโทสะพี่หญิงเลยเ้าค่ะ พวกเราต้องขออภัยพี่หญิง เป็พวกเราทำมิถูกจริงๆ ที่ทานขนมของพี่หญิงเข้าไป”
นางกล่าวเสียงสะอื้น
“มิใช่แค่ขนมสองสามชิ้นเองหรือ มู่อันเหยียนคงไม่ฆ่าข้าเพื่อขนมไม่กี่ชิ้นกระมัง?”
ตอนที่มู่ชิงอวิ้นยังไม่ได้เอ่ยเตือนก็ยังดีอยู่ ทว่าทันทีที่คำกล่าวนี้หลุดออกจากปาก เจียงจื่อเฮ่าก็ยิ่งโกรธมากขึ้น และรีบดึงมู่ชิงอวิ้นไปข้างหลังทันที ทำทีราวกับตนเป็ผู้พิทักษ์
ฮวาเหยียนมองท่าทางของทั้งสองคน นางเผยยิ้มเ็า เป็เจียงจื่อเฮ่าเองที่รนหาที่ นางอยากจะยั้งเตือนตนเองแต่ก็ทำไม่ไหว
ทันใดนั้นกระบี่ในมือของนางที่กำลังเก็บเข้าฝัก พลันพุ่งตรงไปทางเจียงจื่อเฮ่าทันที...
