เหลือเวลาอีกชั่วระยะสั้นๆ ก่อนที่ประตู์จะเปิดขึ้น
เนี่ยเทียนยืนอยู่ข้างทะเลสาบใสสะอาด ฟังหลิวเหยี่ยนแนะนำเบาๆพลางแอบมองประเมินรอบด้านไปด้วย
ทั้งเจ็ดสำนักใหญ่ของอาณาจักรหลีเทียน นอกจากหอหลิงเป่าแล้วทุกสำนักที่เหลือล้วนมากันสำนักละสิบกว่าคน
คนเ่าั้ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในขอบเขตกลาง์และต้น์มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อยู่ในขอบเขตท้าย์เช่นเขา
ส่วนพวกคนที่มาจากต่างอาณาจักรมองจากความรู้สึกของเนี่ยเทียนแล้วทุกคนก็น่าจะมีขอบเขตอยู่ในขั้นต้น์
ไม่นานก่อนหน้านี้อิทธิพลใหญ่ทั้งเจ็ดในอาณาจักรหลีเทียนเพิ่งจะเข่นฆ่ารบรากันเอง
ทว่าตอนนี้ผู้ที่ได้รับกุญแจประตู์ของเจ็ดสำนักใหญ่กลับมารวมตัวกันอยู่ที่นี่อย่างพร้อมเพรียงทั้งยังไม่มีข้อพิพาทใดๆ ะเิขึ้นมาด้วย
เขาไม่รู้ว่าที่เป็อย่างนี้ก็ล้วนเป็เพราะการควบคุมอย่างลับๆ ของวังยมบาล
ทางฝ่ายของหอหลิงเป่าอันซืออี๋หันมามองเขาบ่อยๆ ั์ตาเต็มไปด้วยแววห่วงใยและถามไถ่ แต่กลับไม่ได้เดินมาพูดคุยด้วยคล้ายกังวลอะไรบางอย่าง
เผชิญหน้ากับสายตาจับจ้องของอันซืออี๋ เขาเองก็ทำได้เพียงส่งรอยยิ้มน้อยๆ ไปตอบรับ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง
“เปรี๊ยะๆ!”
ท้องฟ้าเหนือทะเลสาบพลันมีเสียงประหลาดดังลอยมา ความว่างเปล่าคล้ายกลายมาเป็กระจกขนาดั์ที่ค่อยๆ ปริแตกออก
“มาแล้ว!”
ทุกคนที่กุญแจ์รวมไปถึงผู้แข็งแกร่งมากมายที่อยู่บนเมืองใหญ่มหึมาของวังยมบาลต่างก็มีสีหน้าตื่นเต้น
บัดนี้เนี่ยเทียนเองก็พลันรู้สึกได้ว่ากุญแจประตู์ที่นาบประทับอยู่บนหลังมือเขา คล้ายกลายมาเป็กองไฟหนึ่งกองที่ร้อนแผดเผาผิวเนื้อของเขา
เนี่ยเทียนหันขวับไปมองเมืองั์ที่อยู่ข้างหลัง
ไม่รู้ว่าเหตุใดปราณน่าหวาดกลัวที่ผสมปนเปกันระหว่างความพลุ่งพล่านบ้าคลั่งกระหายเืดับทำลายถึงได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากเมืองั์ด้านหลังเขา
เพียงแค่หันหน้าไปมองปราดเดียวเขาก็หน้าถอดสีทันใด กล่าว“เมืองแห่งนั้น?!”
บนกำแพงเมืองภูตผีปีศาจมากมายที่ถูกแกะสลักไว้บนผนังเปลี่ยนมาเป็มีชีวิตชีวาประหนึ่งได้รับจิติญญาและพลังชีวิต
อยู่ๆ ลำตัวด้านข้างของปีศาจตัวหนึ่งที่ยาวหลายสิบเมตรตลอดทั้งร่างเต็มไปด้วยเกล็ดสีเขียวแก่ บนศีรษะมีเขาหงิกงอหนึ่งแท่งก็สลัดหลุดออกมาจากในกำแพง
“ครืดๆๆ!”
โซ่ตรวนเส้นหนายาวหลายเส้นซึ่งมีอักขระตัวเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายสอดแทรกไปทั่ว พุ่งพรวดเข้ามารัดพันมันเอาไว้
โซ่ตรวนเ่าั้ลอดทะลุเข้าไปในร่างของปีศาจร้ายดึงกระชากมันกลับไปด้านหลังอย่างต่อเนื่องหมายจะรั้งตัวมันให้กลับเข้าไปอยู่ในผนังอีกครั้ง
ปีศาจตัวนั้นตบมือฟาดเข้าใส่โซ่ตรวจเงยหน้าคำรามไร้เสียงพยายามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ
ภูตผีปีศาจอีกหลายตัวคล้ายััได้ว่าฟ้าดินจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่างก็ร้องโหยหวนไร้เสียง ปรารถนาจะหลบหนีออกไป
ทว่าในผนังหินที่หนาและทนทานแห่งนั้นกลับมีโซ่ตรวนหนายาวหลายพันเส้นที่เต็มไปด้วยอักขระจำนวนนับไม่ถ้วนโผล่ออกมา ระโยงระยางโซ่ตรวนทุกเส้นล้วนแทรกซึมเข้าในร่างของภูตผีปีศาจ กระชากรั้งพวกมันให้กลับไปอยู่ที่เดิมอย่างต่อเนื่อง
เมืองั์ตั้งตระหง่านแน่นิ่งดุจเดิมราวกับว่าไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการดิ้นรนของภูตผีปีศาจเ่าั้แม้แต่นิดเดียว
บนกำแพงผู้แข็งแกร่งของวังยมบาลหลายร้อยคนสีหน้าเ็า สายตาที่มองมายังภูตผีเ่าั้แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน
เหมือนพวกเขารู้สึกว่าการต่อต้านและดิ้นรนของปีศาจพวกนั้นเป็เื่ที่เปล่าประโยชน์
“ค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจ!” ลี่ฝานหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ หันไปมองที่เมืองั์ด้วยความตื่นตะลึงไม่ต่างกันกล่าว “ไม่นึกเลยว่าภูตผีปีศาจเ่าั้ที่ไม่รู้ว่าถูกกักขังมานานกี่ปีจะััได้เหมือนกันว่าฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลงจึงคิดจะออกมาสร้างความวุ่นวาย!”
“ท่านอาลี่ วังยมบาล... ก็คือคุกแห่งหนึ่งที่มีไว้กักขังภูตผีปีศาจอย่างนั้นหรือ?” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างตะลึงพรึงเพริด
เขาเคยได้ยินว่าวังยมบาลก็คือคุกขนาดใหญ่มโหฬารแห่งหนึ่ง ที่จะปิดผนึกภูตผีปีศาจมากมายซึ่งเคยก่อกรรมทำเข็ญล่าพลาญชีวิตไปทั่วเอาไว้
แต่เขาเข้าใจว่าคุกแห่งนั้น... คงจะอยู่ลึกใต้ดิน
“เ้าเดาถูกแล้ว” ลี่ฝานพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมอธิบายให้เขาฟังว่า“เมืองั์แห่งนั้นก็คือคุกที่ใหญ่ที่สุด!และภูตผีปีศาจที่เ้าได้เจอในวันนี้เท่าที่ข้ารู้มา... พวกมันก็คือประชากรดั้งเดิมที่เคยอาศัยอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนก่อนหน้านั้น”
“ประชากรดั้งเดิม?” หน้าของเจียงหลิงจูเองก็เปลี่ยนสีน้อยๆ
ลี่ฝานยิ้มขื่น “ถูกต้อง เดิมทีอาณาจักรหลีเทียนเป็ของพวกมัน ก็ไม่รู้ว่าเมื่อกี่ปีก่อนหน้านี้ที่ผู้ฝึกลมปราณแข็งแกร่งได้ข้ามทางช้างเผือกจนมาเจอที่นี่”
“หลังจากที่พวกเขามาถึงก็เปิดฉากานองเืที่ยาวนานติดต่อกันหลายสิบปีกับภูตผีปีศาจเ่าั้ของอาณาจักรหลีเทียน”
“ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดถูกสังหารไปทีละตนผู้ฝึกลมปราณหลายคนที่สามารถข้ามอาณาจักรมาได้ก็ถูกปีศาจฉีกกระชากเืเนื้อและกลืนกิน”
“ทว่าสุดท้ายผู้ที่ชนะก็คือผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ของพวกเรา!”
“อาณาจักรหลีเทียนได้ผ่านเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงมามากมายหลายปี ถึงได้ถูกเจ็ดสำนักใหญ่ควบคุมดูแลอย่างทุกวันนี้”
“ค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจ!”
พอพวกผู้ฝึกลมปราณขอบเขตต้น์ที่มาจากต่างอาณาจักรมองเห็นปีศาจมากมายที่อยู่บนเมืองั์สูงเสียดฟ้า พยายามจะหลบหนีออกมาต่างก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
“วังยมบาลของอาณาจักรหลีเทียนมีรากฐานที่น่าตะลึงจริงเสียด้วย หากไม่เป็เพราะวังยมบาลสถาปนาขึ้นที่นี่ อาณาจักรหลีเทียน... ก็คงถูกรุกรานไปนานแล้ว”
“สามารถกักขังภูตผีปีศาจมากมายขนาดนี้ได้ ไม่เพียงแต่ทำให้พวกมันไม่สามารถหลบหนีออกไป ยังดึงเอาพละกำลังของมันมาอย่างต่อเนื่อง วังยมบาลช่างร้ายกาจอย่างแท้จริง”
“แต่เหตุใดปีศาจพวกนั้นถึงพลุ่งพล่านเพราะการเปิดของประตู์เล่า?”
“ใครจะไปรู้เล่า”
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันเบาๆ เสียงปริแตกจากที่ว่างบนทะเลสาบก็ยิ่งดังกังวาน
สมาธิทั้งหมดของเนี่ยเทียนถูกท้องฟ้าดึงดูดไปจึงต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างอดไม่ได้
“เปรี๊ยะๆ!”
รอยปริแตกของมิติสองเส้นที่แคบยาวและใหญ่มหึมาคล้ายถูกมีดแหลมคมที่น่าหวาดกลัวกรีดผ่าค่อยๆ เผยขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า
รอยปริแตกของมิติทั้งสองเส้นนั้นตัดสลับกัน ตรงจุดตัดพลันมีแสงเจิดจ้าบาดตาะเิออกมา
แสงนั้นค่อยๆ เกาะตัวเข้าหากันเป็กลุ่มแสงขนาดั์กลุ่มหนึ่งแล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปช้าๆ อีกครั้งดูเหมือนว่าจะกลายมาเป็รูปประตูแบบเดียวกับที่อยู่บนหลังมือของพวกเนี่ยเทียน
“อู้ๆๆ!”
ปราณิญญาในรัศมีพันลี้ของอาณาจักรหลีเทียนได้รับอิทธิพลจากความเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติจึงไหลทะลักเข้ามารวมกันอย่างบ้าคลั่ง
เนี่ยเทียนแอบััได้ว่าปราณิญญาทั้งหมดที่มารวมตัวกันต่างก็มุ่งหน้าไปที่ประตู์ซึ่งกำลังจะก่อตัวสำเร็จบานนั้น
“ผู้ที่ได้กุญแจประตู์จงเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อประตู์ก่อตัวสำเร็จพวกเ้าจะถูกพลังจากประตูดึงให้เข้าไปด้านในโดยตรง!”
เฉียวหยางเ้าวังยมบาลไม่ได้สนใจความพลุ่งพล่านของภูตผีปีศาจด้านล่างเมืองั์เขาเอาแต่มองไปที่ประตู์ซึ่งกำลังก่อตัวแล้วพูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง
“โฮก! โฮก...”
และเวลานี้เองเสียงคำรามสะท้านฟ้าะเืดินฟังไม่ได้ศัพท์ ก็ดังออกมาจากรอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับกันนั้น
หมอกควักสีม่วงเข้มไหลทะลักออกมาจากในรอยแยกห้วงมิติพริบตาเดียวก็ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าของวังยมบาล
“นั่นอะไร?!”
ผู้แข็งแกร่งทุกคนของวังยมบาลรวมไปถึงเฉียวหยางเองล้วนหน้าถอดสีฉับพลัน
พวกผู้ฝึกลมปราณที่มาจากต่างอาณาจักรพอมองเห็นว่าในรอยแยกแคบยาวริมขอบประตู์ที่กำลังก่อตัวขึ้นมีหมอกควันสีม่วงเข้มทะลักทลายออกมาก็หวาดกลัวกระวนกระวาย
“เปรี๊ยะๆ!”
บนเมืองใหญ่โซ่ตรวนหนายาวเส้นหนึ่งพลันแตกกระจายออก
อักขระจำนวนนับไม่ถ้วนที่เปล่งประกายแสงดุจดวงดาวลอยออกมาจากโซ่ตรวนที่แตกออกพยายามจะสกัดกั้นปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดตัวนั้นเอาไว้
ทว่าปีศาจตัวนั้นกลับดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งคล้ายถูกเรียกหาจากต้าจวิน[1]ในเผ่าของตัวเองพุ่งพรวดเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติโดยไม่สนใจสิ่งใด
“แย่แล้ว!” เฉียวหยางหน้าถอดสีในที่สุด “ขัดขวางพวกมัน!”
หลังจากปีศาจตัวแรกพุ่งออกไปก็มีปีศาจตัวใหม่สะบัดร่างดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งคล้ายได้รับพละพลังเพิ่มขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เนี่ยเทียนจ้องมองอย่างนิ่งๆ พบว่าควันสีม่วงเข้มที่ไหลออกมาจากรอยแยกห้วงมิติกลายร่างมาเป็กระแสธารที่ไหลรินเข้าไปในร่างกายของภูตผีปีศาจที่ถูกขังไว้ในเมืองั์
ภูตผีปีศาจที่ได้รับควันสีม่วงเข้มข้นเข้าไป พลันเปลี่ยนมาเป็มีพละกำลังมหาศาลแม้แต่โซ่ตรวนที่แทรกทะลุเข้าไปในร่างของพวกมันก็ยังมิอาจกักกันพวกมันเอาไว้ได้
ภูตผีปีศาจตนแล้วตนเล่าฉีกกระชากโซ่ตรวนออกอย่างฮึกเหิมทยอยกันสลัดพ้นจากการพันธนาการของเมืองใหญ่ต่างก็มุดลอดเข้าไปในรอยปริแตกของห้วงมิติ
ส่วนผู้ฝึกลมปราณของวังยมบาลเ่าั้หลังจากััได้ว่าท่าไม่ดีต่างก็เริ่มเอาอาวุธวิเศษออกมาใช้หมายจะขัดขวาง
พริบตาเดียวบนท้องฟ้าของวังยมบาลก็เต็มไปด้วยแสงเจิดจ้าจากของวิเศษอาวุธวิเศษแปลกประหลาดที่หายากมากมายล้วนบินคำรามออกมา
ขณะเดียวกันตรงจุดตัดของรอยแยกห้วงมิติขนาดั์สองเส้นนั้น ประตู์ก็ก่อตัวสำเร็จในที่สุด
แรงดึงดูดกลุ่มหนึ่งพลันะเิออกมาจากด้านใน
ทุกคนที่กุญแจประตู์ล้วนถูกภาพประตู์บนหลังมือดึงรั้งให้ลอยขึ้นกลางอากาศบินตรงไปยังประตู์
-----
[1]ต้าจวิน(大尊)ชื่อเรียกผู้ที่สูงศักดิ์มากที่สุด
