บทที่ 92 เปิดผนึกอาณาจักรว่านหั่ว
ลั่วถูรู้ว่าตัวเองาเ็สาหัสแต่กลับยินดีเสียอย่างนั้น ความดีใจหลังจากมีชีวิตรอดผ่านภัยพิบัติได้ทำให้เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ความกดดันจากปีศาจโบราณกาลมากมายนัก เดิมทีเขาคิดว่าตนต้องตายแน่แล้ว ถึงขั้นหลับตารอความตายเสียด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าศิลาที่ร่วงจากฟ้าจะช่วยเขาไว้ได้
ที่มาของศิลาเขาเองก็ไม่รู้ แต่ว่าศิลาที่สยบปีศาจโบราณกาลได้ตามใจนึกต้องไม่ใช่ของธรรมดาสามัญแน่นอน ดูไปแล้วศิลาก้อนนี้ใหญ่กว่าศิลาต้นกำเนิดมาก แต่เื่รูปลักษณ์อันแฝงไว้ซึ่งเสน่ห์ลึกลับเช่นที่ศิลากำเนิดเทพมี เ้าศิลาก้อนนี้หามีไม่ ดูไปแล้ว ศิลาหินตรงหน้าช่างเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและรุนแรง แสงเพลิงที่หมุนวนทำให้ทั่วฟ้าดินสว่างไสวทันที เดิมที่เป็เพราะฝุ่นควันและเถ้าูเาไฟที่ทำให้ฟ้าดินผืนนี้ตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดตลอดเวลา ทว่าราวกับศิลาก้อนนี้ขับไล่เมฆดำขมุกขมัวในท้องฟ้าออกไป ทำให้แสงได้ส่องลงมายังแผ่นดิน เรียกความนับถือจากผู้คนได้เหนือคำบรรยาย
“ศิลานี่แข็งแกร่งมาก... ” ลั่วถูสูดลมหายใจเข้าลึก ในใจตื่นเต้นขึ้นทุกที ยิ่งลมปราณของศิลาแข็งแกร่งเท่าไร ย่อมหมายความว่าระดับของภาพหมื่นเพลิงาที่เขาได้เรียนรู้ไปเมื่อครู่ก็ยิ่งสูงขึ้นเป็เงาตามตัว
บนผืนดินกว้าง รอยแตกขนาดั์ลามออกไปทั่วทุกทิศทาง ทางด้านเปลวไฟบนศิลาั์ก็ลามอย่างรวดเร็วเช่นกันและปรากฏรอยแตกร้าวจนเห็นเป็อักขระอาคมแสนลึกลับขึ้นมา ทว่าหลังจากนั้นรอยแตกที่ว่ากลับสมานติดกันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ตูม... ” วังน้ำวนขนาดมหึมาบนท้องฟ้ายังคงหมุนอยู่ ดูราวกับแสงสว่างกำลังถูกดูดเข้าสู่หลุมดำอย่างไรอย่างนั้น ภายใต้แสงสว่างอันเรืองรองบนูเาไกลลิบเหมือนกับมีเงาของประตูบานหนึ่งส่องสว่างอยู่...
ไม่สิ นั่นเป็ประตูจริงๆ ... ลั่วถูกะพริบตาด้วยความใ สายตาของเขาถึงได้มองเห็นภาพบนูเาได้อย่างชัดเจน นั่นไม่ใช่เงา แต่เป็ประตูของจริง
“อึก... ” ในขณะที่ลั่วถูกำลังใ บนศิลากลับส่องแสงสาดกระจายออกไป ท่ามกลางแสงสว่างเ่าั้ราวกับมีเงาขนาดมโหฬารปรากฏขึ้น เงานั้นก่อร่างมาจากกลุ่มเปลวเพลิง แถมยังมีลมปราณที่ยิ่งใหญ่ ราวกับเป็ผู้เป็นายของสรรพสิ่งทั่วฟ้าดิน ตอนที่ยกมือขึ้น ทำเอาทุกพื้นที่ถูกแสงส่องไปทั่วถึงกันทั้งหมด
“ศิลาเทพอัคคีปรากฏขึ้นแล้ว อาณาจักรว่านหั่วเปิดออก ผู้มีรากิญญาเพลิงในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดเข้าไปได้... ศิลาเทพอัคคีปรากฏขึ้นแล้ว อาณาจักรว่านหั่วเปิดออก ผู้มีรากิญญาเพลิงในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดเข้าไปได้... ”
เสียงหนึ่งดังออกไปทั่วทุกสารทิศ ราวกับมีเสียงสะท้อนดังก้องไปมาไม่รู้จบ ดังไปทั่วมิติลับเพลิงต้นกำเนิด เสียงนั้นดังออกมาจากเปลวเพลิงรูปคน ราวกับดังก้องอยู่ในิญญา ยิ่งจ้องมองร่างเพลิงั์เท่าไร จิตใจของลั่วถูยิ่งไม่อาจสงบได้เลย
อาณาจักรว่านหั่วคืออะไรกัน สายตาของลั่วถูมองไปยังประตูมหัศจรรย์ที่ตั้งอยู่ไกลลิบ หรือว่าจะเป็ประตูทางเข้าอาณาจักรว่านหั่วที่ว่า ทว่าอาณาจักรว่านหั่วคืออะไรกันแน่ แต่ในใจของเขากลับตื่นเต้นขึ้นมาเพราะว่าในที่สุดเขาจะได้รู้เสียทีว่าศิลาตรงหน้าเป็ศิลาระดับไหน หากปรากฏว่าเป็ศิลาเทพอัคคีหนึ่งในแปดศิลา์เล่า... เช่นนั้นภาพหมื่นเพลิงาเล่าคือสิ่งใด เป็วิชาจักรพรรดิจริงหรือ นี่มันโชคชะตาอะไรกัน เขาไม่กล้าเชื่อว่าเื่ราวทั้งหมดที่ผ่านมาเป็เื่จริงเสียด้วยซ้ำ
……
ณ สถานที่แห่งหนึ่งในมิติลับเพลิงต้นกำเนิด ลั่วฮุยหวางยังคงจดจ่ออยู่ที่การล่าหนอนลาวา หนอนลาวาทุกตัวล้วนมีมณีเพลิงิญญาอยู่ด้วย สำหรับเขาเรียกได้ว่าเป็ลาภก้อนโตเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้ฟันของหนอนลาวายังเป็วัตถุดิบทำอาวุธอีกต่างหาก แต่น่าเสียดายที่หินมณีสำหรับเก็บของของเขามีจำกัด และเขาก็ไม่ใช่อาจารย์สร้างอาวุธ พวกฟันหนอนเลือกมาแค่ไม่กี่ชิ้นส่วนที่เหลือก็ทิ้งไป ของพรรคนี้จะเทียบกับมณีเพลิงิญญาได้อย่างไร
“ศิลาเทพอัคคีปรากฏขึ้นแล้ว อาณาจักรว่านหั่วเปิดออก ผู้มีรากิญญาเพลิงในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดเข้าไปได้... ศิลาเทพอัคคีปรากฏขึ้นแล้ว อาณาจักรว่านหั่วเปิดออก ผู้มีรากิญญาเพลิงในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดเข้าไปได้... ” ขณะที่ลั่วฮุยหวางกำลังคิดว่าจะเจาะเข้าไปใต้แผ่นดินสีดำเพื่อจะล่าหนอนลาวาให้มากขึ้นได้อย่างไร เสียงดังที่ราวกับมาจาก์พลันสะท้อนอยู่ในสมองของเขา ทำให้เขาชะงักการเคลื่อนไหวไปทันที จากนั้นมองไปรอบด้านอย่างแปลกใจ แต่กลับไม่พบใครอื่นรอบตัวสักคน แต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังูเาที่ไกลออกไปอย่างรวดเร็ว เป็ประตูแสงประหลาดบานหนึ่ง ดูเหมือนเป็เงาแสงที่สั่นไหวผสมผสานกับความลวงตา แต่เมื่อเสียงสะท้อนในหัวของเขาดังขึ้น ประตูแสงนั้นกลับดูราวประตูต้องมนต์ในทันที
“อาณาจักรว่านหั่วเปิดผนึกหรือ ศิลาเทพอัคคี... ” ลั่วฮุยหวางตื่นเต้นอยู่ในใจ เขาไม่รู้ว่าอาณาจักรว่านหั่วคืออะไร แม้สถานะและตำแหน่งของเขาจะยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอให้ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับอาณาจักรว่านหั่ว แต่ไม่ใช่กับเื่ราวที่เขาเคยรู้จักเกี่ยวกับศิลาเทพอัคคี สิ่งนั้นเป็ถึงหนึ่งในแปดศิลา์ ถ้ามีโอกาสได้เห็นศิลาเทพอัคคี ได้เรียนรู้กระบวนท่าบางอย่างจากมันเช่นนั้น ต้องมีคนอิจฉายิ่งกว่าเื่ที่เขาได้รับมณีเพลิงิญญาเสียอีก เพียงแต่ศิลาเทพอัคคีอยู่ที่ไหนกันแน่ ในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดขนาดมหึมานี้ คิดจะค้นหาตำแหน่งของศิลาเทพอัคคีไม่ใช่เื่ง่าย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่รีบเข้าไปในอาณาจักรว่านหั่วที่ว่า แต่ทำการค้นหาศิลาเทพอัคคีก่อน หากอาศัยมณีเพลิงิญญาเปิดรากิญญาเพลิงของตน และได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากศิลาเทพอัคคี แล้วค่อยเข้าไปในอาณาจักรว่านหั่วที่ว่าก็ยังทันถมเถ
“ต้องไปแล้ว... ” ลั่วฮุยหวางมองไปยังผืนดินสีดำอย่างเสียดาย หนอนลาวาใต้พื้นดินดำก็กลัวศัตรูผู้นี้เช่นกัน พากันมุดเข้าไปใต้ดินดำและไม่ยอมโผล่หัวออกมาอีกเลย
……
ทุกคนในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดคล้ายจะได้ยินเสียงสะท้อนในหัวเหมือนกัน ---- “ศิลาเทพอัคคีปรากฏขึ้นแล้ว อาณาจักรว่านหั่วเปิดออก ผู้มีรากิญญาเพลิงในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดเข้าไปได้... ศิลาเทพอัคคีปรากฏขึ้นแล้ว อาณาจักรว่านหั่วเปิดออก ผู้มีรากิญญาเพลิงในมิติลับเพลิงต้นกำเนิดเข้าไปได้... ”
คำพูดที่เอ่ยซ้ำๆ ดังย้ำอยู่ในจิติญญาของทุกคนหลายรอบ จากนั้นบนูเาอันไกลลิบคล้ายว่ามีประตูแสงบานหนึ่งเปิดออก อาณาจักรว่านหั่ว สำหรับคนส่วนมากเป็เพียงชื่อที่ไม่รู้จัก แต่ว่าไม่ใช่อุปสรรคต่อความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ เพราะการปรากฏตัวของศิลาเทพอัคคีถึงจะเปิดสถานที่พิเศษได้ เช่นนั้นที่นั่นต้องมีโชคลาภอันนับไม่ถ้วนอยู่แน่นอน อาณาจักรว่านหั่วที่ว่าจากความหมายของชื่อ[1]ต้องเป็สถานที่ที่อุดมไปด้วยิญญาเพลิงแน่นอน บางทีที่แห่งนั้นอาจมีทั้งเพลิงปฐี หรือกระทั่งเพลิง์ก็เป็ได้ แน่นอนว่านี่เป็เพียงการคาดเดาของผู้คนหมู่มากเท่านั้น หากมีเพลิง์จริง เกรงว่าผู้คนยังไม่ทันได้เข้าใกล้คงถูกเผาจนเหลือแต่เศษซากไปแล้ว
……
ลั่วถูพยายามกัดฟันฝืนความเ็ปและมุ่งหน้าไปยังอีกฝั่งของประตู เขาตอนนี้าเ็หนัก ต่อให้อาณาจักรว่านหั่วเปิดผนึกขึ้นแล้ว แต่เขาไม่มั่นใจหากต้องไปแย่งชิงเท่าไรนัก และตำแหน่งที่เขาอยู่ในตอนนี้คือข้างๆ ศิลาเทพอัคคีพอดิบพอดี เขารู้ได้เลยว่าอีกไม่นานหลังจากนี้จะมีผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลกันมาที่ศิลาเทพอัคคี ด้วยหวังจะเรียนรู้วิชาจักรพรรดิหรือพลังเทพจากมัน ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีใครสนใจปล้นศิษย์าที่าเ็สาหัสอยู่แล้ว ดังนั้นเขาต้องรีบออกจากที่นี่และหาที่ปลอดภัยรักษาอาการาเ็ก่อนค่อยว่ากัน ไม่เช่นนั้นหากเกิดอะไรขึ้นมา เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเอาตัวรอดได้ แถมเขายังสามารถใช้โอกาสนี้จัดการหินมณีทั้งสองก้อนของซูเสี่ยวพั่งเสีย อย่างน้อยก็ลบตราประทับิญญาบนหินมณีของเ้าอ้วนซูไปเสีย ไม่เช่นนั้นหากฝ่ายตรงข้ามใช้ตราประทับิญญาตามหาเขาเจอย่อมไม่ใช่เื่ตลกอีกต่อไป กล่าวอีกอย่างคือต้องย้ายของทั้งหมดในหินมณีมาไว้ในแหวนคงหลิงของเขา ถึงจะนับว่าเป็ของๆ เขาอย่างแท้จริง
ในขณะที่ลั่วถูรีบหนีออกจากที่นี่ เยี่ยลั่วเหิง เยี่ยเชียนชิวและคนอื่นๆ ก็รุดหน้ามาที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
เยี่ยลั่วเหิงและเยี่ยเชียนชิวคาดไม่ถึงว่า เ้าปีศาจโบราณกาลสุดพรั่นพรึงท้ายที่สุดจะถูกศิลาเทพอัคคีร่วงใส่
ปีก์พังกลายเป็เศษซากไปตั้งนานแล้ว ทำเอาลั่วถูได้แต่รู้สึกเสียดาย คิดดูแล้วบนนั้นยังมีมณีิญญาลมอยู่ด้วย แต่มณีิญญาลมก็ถูกเปลวไฟอันร้อนแรงแผดเผาจนเหลือแต่ซากไปแล้ว จึงไม่จำเป็ต้องนึกถึงมันอีก ผลลัพธ์ก็เป็อย่างที่ลั่วถูคาดการณ์ไว้ แทบทันทีที่เขาจากไป ศิษย์าจำนวนมหาศาลหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ แต่ศิษย์าเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็เผ่าปีศาจหรือเผ่ามนุษย์ กลับไม่มีใครคิดอยากสู้รบกันแล้ว ทุกชีวิตล้วนอยากใช้เวลาไปกับการเรียนรู้ความลึกลับของศิลาเทพอัคคีเสียมากกว่า ส่วนอาณาจักรว่านหั่ว ถึงแม้ประตูจะเปิดออกแล้วก็ตาม ทว่ากลับมีคนเข้าไปน้อยมาก เทียบกับแรงดึงดูดจากศิลาเทพอัคคีแล้ว การมีอยู่ของอาณาจักรว่านหั่วไม่อาจเรียกความสนใจจากผู้คนได้เลย
“ตูม... ” ลั่วถูเผ่นหนีอย่างฉับไว กลับต้องรู้สึกชะงักกายไป ราวชนเข้ากับกำแพงลมปราณที่มองไม่เห็น ร่างกายถูกดีดออกมา เขาถึงกับผงะและหยุดเดินทันที จนได้เห็นว่าห่างจากเขาไปไม่ไกลมีร่างที่ใหญ่ราวกับหมี ยืนอยู่บนทางที่เขาเดิน ในแววตามีเพียงร่องรอยแห่งเ็า
“ขอโทษด้วย เมื่อครู่ข้ามัวแต่คิดเื่อื่นจึงไม่ทันสังเกต... ” ลั่วถูยกมือคำนับอย่างอึดอัด เมื่อครู่เขาไม่ได้สนใจเส้นทางตรงหน้า คิดแต่เื่ของอาณาจักรว่านหั่ว ไม่ทันคิดว่าแถวนี้จะมีคนตัวใหญ่ขนาดนี้โผล่ออกมา ยืนตระหง่านอย่างกับกำแพงอย่างไรอย่างนั้น
“เ้าเป็คนของแผ่นดินต้นกำเนิดหรือ” คนตัวใหญ่เอ่ยถามออกมาอย่างเ็าประโยคหนึ่ง
ลั่วถูตะลึงไป การที่ฝ่ายตรงข้ามมองออกว่าเขามาจากแผ่นดินต้นกำเนิดทำให้เขาประหลาดใจ คิดอยู่เล็กน้อยและพยักหน้าตอบกลับ “มิผิด ข้าคือคนจากแผ่นดินต้นกำเนิด!”
“อืม เช่นนั้นก็ไม่ผิดตัวแน่ ข้าชื่อซูเถี่ยเหิง ก็มีคนเรียกว่าซูเถี่ยถ่า ข้ารู้สึกได้ถึงลมปราณตราประทับิญญาของคุณชายห้าบนร่างเ้า คิดดูแล้ว คนที่เขาบอกว่าไปหลอกเขาไว้คงเป็เ้า!” คนตัวใหญ่ยิ้มเย็น
ลั่วถูถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เื่นี้ทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ เวลาผ่านไปไม่ทันไรคนจากตระกูลซูก็หาเขาเจอแล้ว ตอนนี้เขาไม่คิดจะมีเื่ แต่หินมณีของซูเสี่ยวพั่งเขาก็ไม่คิดมอบให้อยู่ดี ส่วนลมปราณตราประทับิญญาที่ซูเถี่ยเหิงกล่าวถึงเกรงว่าคงหมายถึงลมปราณของหินมณีทั้งสองก่อน คิดไม่ถึงว่าใครสักคนในตระกูลซูจะััถึงลมปราณสายนี้ได้
“เกรงว่าเ้าคงจับผิดคนเข้าแล้ว!” ลั่วถูยืนกราน
“จะผิดตัวหรือไม่ รอให้ข้าตรวจสอบก่อนค่อยว่ากัน!” ซูเถี่ยเหิงยิ้มอย่างดูแคลน คนตระกูลซูจะธุระเสียอย่าง ต่อให้จับผิดตัวแล้วอย่างไรเขาไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดแม้แต่น้อย
“ก็ได้ เ้าพูดถูก ข้าเอาหินมณีของหมอนั่นมาสองก้อน แต่ปีก์ถูกทำลายไปแล้ว หินมณีพวกนี้ข้าเปิดไม่ออกคืนให้เ้าก็แล้วกัน!”
ท่าทีการตอบสนองของลั่วถูทำเอาซูเถี่ยเหิงอึ้งไปเล็กน้อย ท่าทางเช่นนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่เมื่อเขาเห็นหินมณีทั้งสองก้อนที่สลักลวดลายงดงามในมือลั่วถู ย่อมเป็ของคุณชายห้าซูเสี่ยวพั่งไม่ผิดแน่ เพียงแต่เ้าเด็กตรงหน้าคิดจะทำอะไรกันแน่
[1] อาณาจักรว่านหั่ว (万火之国) เขียนด้วยอักษรว่าน(万) ที่หมายถึงหมื่นหรือหมายถึงจำนวนมาก และอักษรหั่ว(火)ที่หมายถึงไฟ
