“มันเป็แผลที่ข้าต่อสู้กับพวกอนารยชน มีปัญหาอะไรหรือไม่?” จูชิงขมวดคิ้วมุ่น ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
“มะ...ไม่มีขอรับ!” ผู้คุ้มกันทั้งสองคำนับแสดงความเคารพศรัทธา จอมยุทธ์ที่ต่อสู้กับอนารยชนนั้นควรค่าแก่การยกย่อง
การรุกรานของวาฬป่าเถื่อนในครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คิด ไม่รู้ว่ามีตระกูลกับเมืองกี่แห่งที่ถูกพวกอนารยชนทำลาย ทั้งยังมีจอมยุทธ์จำนวนมากดับสิ้นวายชีวา ศพกองพะเนินสูงเท่าขุนเขา
ห่างจากเมืองสมุทรสุราลัยหนึ่งร้อยลี้ มีเรือเหล็กทมิฬที่ตกอยู่ภายใต้การของอนารยชนหลายลำจอดเทียบท่าอยู่ ถึงเป็พวกมันก็ยังมิอาจหาญกล้าเข้าใกล้ ไม่เช่นนั้น ผู้เยี่ยมยุทธ์เมืองสมุทรสุราลัยอาจเคลื่อนไหวก็เป็ได้
เมืองสมุทรสุราลัยแตกต่างจากเมืองสมุทร์ เมืองแห่งนี้เป็เมืองที่อยู่ใต้การปกครองของวิหารสมุทร์โดยตรง อีกทั้งวิหารสมุทร์ก็ยังเป็ขุมพลังอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตมหาสมุทร กระทั่งวาฬป่าเถื่อนยังมิกล้าดูแคลน
วาฬป่าเถื่อนสามารถบดขยี้วังิญญาสมุทรได้อย่างง่ายดายเฉกเช่นมดปลวก เพราะวาฬป่าเถื่อนนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าจอมยุทธ์วังิญญาสมุทร แต่เมื่อเผชิญหน้ากับวิหารสมุทร์ พวกมันยังคงต้องระวังตัว เพราะวิหารสมุทร์นั้นมีจอมยุทธ์ขั้น์ปฐีหนึ่งชั้นฟ้าอยู่
แม้ไม่รู้ว่าจอมยุทธ์ขั้น์ปฐีหนึ่งชั้นฟ้ายังอยู่หรือไม่ แต่วาฬป่าเถื่อนก็ไม่กล้าเสี่ยง
ปกติแล้วจอมยุทธ์ขั้น์ปฐีจักไม่ค่อยปรากฏกายเท่าไหร่นัก แต่ตราบใดที่ยังมีชีวิตก็อยู่เปรียบเสมือนกับผู้พิทักษ์ ทำให้วิหารสมุทร์ยืนหยัดเป็อันดับหนึ่งในเขตมหาสมุทรแห่งนี้ได้ ถึงเป็วาฬป่าเถื่อนยังก็ต้องอกสั่นขวัญแขวน
“มันหนีเข้าไปในเมืองสมุทรสุราลัยแล้ว ที่นั่นมีวิหารสมุทร์อยู่ พวกเราทำอะไรมันไม่ได้แล้ว” วาฬป่าเถื่อนเหวี่ยงหมัดใส่เรือเหล็กทมิฬด้วยความโกรธ บริเวณตัวเรือถูกต่อยจนแตกเป็รู
มันไล่ล่าจูชิงมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว เป็แค่สวะขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า แต่กลับรอดพ้นจากเงื้อมมือของมันไปได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งยังสังหารวาฬป่าเถื่อนไปอีกสองตัว สำหรับมันแล้วนี่คือความอัปยศแสนพรรณนา
หลายครั้งที่มันคิดว่าชะตาจูชิงขาดแล้ว ทว่าสุดท้ายจูชิงกลับรอดไปได้ แม้าเ็สาหัสเจียนตายแต่ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ การดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดของอีกฝ่ายทำให้มันอดประหลาดใจไม่ได้
จูชิงคือคนที่ใกล้ชิดกับความตายมากที่สุดบนโลกใบนี้ ไม่มีใครรู้จักความกลัวต่อความตายดีกว่าเขา ในฐานะคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาไม่อยากตายอีกแล้ว ถึงจะมีความหวังเพียงริบหรี่ เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือเด็ดขาด
“มนุษย์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณรอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกเราไปได้อย่างนั้นรึ” วาฬป่าเถื่อนอีกตัวหน้ามืดทะมื่นแล้วนำเรือเหล็กทมิฬกลับ
เพลานี้บนร่างกายของจูชิงเต็มไปด้วยาแเล็กใหญ่นับไม่ถ้วน ไม่อยากคิดเลยว่าที่ผ่านมาเขาต้องเผชิญกับการต่อสู้อันแสนโหดร้ายเพียงใด
“เ้าบอกว่าเ้าเป็จอมยุทธ์เมืองสมุทร์อย่างนั้นรึ?” จอมยุทธ์วิหารสมุทร์ที่เป็คนจดบันทึกมองจูชิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ทุกคนต่างก็รู้ว่าเมืองสมุทร์ถูกอนารยชนตีแตกพ่าย ทั้งยังเกิดมหันต์สังหารอยู่ในเมืองหลายต่อหลายวัน ว่ากันว่าเืของคนในเมืองไหลเจิ่งนองย้อมทะเลในระยะหนึ่งร้อยลี้ให้กลายเป็สีแดงฉาน ก่อนหน้าจูชิงไม่มีใครหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้เลยแม้แต่คนเดียว พวกเขาจึงคิดว่าคนที่อาศัยอยู่ในเมืองสมุทร์ตายหมดแล้ว
“เ้ารอดชีวิตจากเมืองสมุทร์มาได้งั้นรึ?” จอมยุทธ์คนที่อยู่ข้างๆ อุทาน
เมืองสมุทร์อยู่ห่างจากเมืองสมุทรสุราลัยหลายพันหมื่นลี้ แม้ว่าจะมีเรือล่าสัตว์อยู่ ทว่าในสถานการณ์ปกติยังต้องใช้เวลาครึ่งปีกว่าจะมาถึง หากถูกสัตว์อสูรทะเลจู่โจมถ้าไม่โชคร้ายกลายเป็เรืออับปาง เวลาที่ใช้เดินทางมาที่นี่ก็จะยืดออกไปไม่รู้จบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลานี้มีเรือของอนารยชนโลดแล่นอยู่ในมหาสมุทร การที่จะข้ามผ่านแนวป้องกันของพวกมันได้นั้นยากยิ่งกว่ากระไรดี
จูชิงประสบมันมาแล้วกับตัว ถ้ามิใช่เพราะมีสุนัขโลกันตร์สามหัวอยู่ด้วย จูชิงคงไม่มีทางมีชีวิตรอดจากการล่าสังหารของพวกอนารยชนแล้วเดินทางมาถึงเมืองสมุทรสุราลัยได้ในระยะเวลาสั้นๆ
“หืม?” ทันใดนั้นม่านตาของจูชิงพลันหดเล็กเหลือเท่ารูเข็ม จอมยุทธ์กลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า
“สำนักผีราชัน!” ประหนึ่งคลื่นลูกใหญ่ถั่งโถมโหมสูงอยู่ในใจของจูชิง
ลัทธิจากแผ่นดินใหญ่อยู่ที่เขตมหาสมุทร นั่นหมายความว่าเขาเองก็สามารถกลับแผ่นดินใหญ่ได้แล้วอย่างนั้นรึ?
จูชิงเช่าห้องราคาไม่กี่ร้อยหินปราณแล้วพักรักษาตัวอยู่ที่นั่น
หลังจากหลบหนีจากการไล่ล่าเป็เวลานานหลายเดือน ในที่สุดก็ได้นอนหลับอย่างสงบเสียที
เมื่อหลับตาลง ทุกสรรพสิ่งพลันมืดสนิท สองวันผ่านไปในที่สุดจูชิงก็ลืมตาตื่นพลางยิ้มเจื่อน
หลับลึกขนาดนี้ถ้ามีคนประสงค์ร้ายลอบสังหารเขา เห็นทีคงได้ตายไม่รู้ตัว
ทว่าจูชิงเหนื่อยเหลือเกิน มันไม่ใช่เหนื่อยกายแต่เป็เหนื่อยจากจิติญญา โชคดีที่มาถึงเมืองสมุทรสุราลัย ไม่เช่นนั้นชีวิตคงดับสิ้นไปแล้ว
“ดีที่จิติญญาไม่เป็อะไร” จูชิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก
“เอาละ ยังพอมีเวลาอยู่ ไปหลอมธนูยิงตะวันกับคันธนูหลัวโหวที่ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ซะสิ” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงพยักหน้า เพลานี้สถานการณ์ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก อย่างน้อยแข็งแกร่งขึ้นสักหน่อยก็น่าจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น
จูชิงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะครั้งนี้เขาต้องหลอมศัสตราวุธิญญาชีวิต
“เฒ่าปีศาจ ข้ามีคำถาม แต่ไม่รู้ว่าควรถามเ้าดีหรือเปล่า” จูชิงมองเฒ่าปีศาจด้วยความลังเล
“ว่ามาสิ!” เฒ่าปีศาจขมวดคิ้ว
“ถ้าข้าหลอมศัสตราวุธิญญาตอนนี้ หลังจากที่ขั้นบำเพ็ญเพียรสูงขึ้น ศัสตราวุธิญญาชีวิตจะยังใช้ได้อยู่หรือไม่?” จูชิงเอ่ยถาม
เฒ่าปีศาจผงะไปครู่หนึ่งแล้วใช้สายตาแปลกประหลาดมองจูชิง!
“ช่างเถอะ ข้ารู้ว่าข้าคิดมากเกินไป คิดว่าข้าไม่เคยถามก็แล้วกัน!” จูชิงเห็นท่าทางของเฒ่าปีศาจแล้วก็คิดว่าน่าจะโดนด่ากลับมาเช่นเคย
แต่ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ เฒ่าปีศาจจะยิ้มแล้วพูดว่า “ศัสตราวุธิญญาชีวิตที่หลอมจากทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยาไม่เหมาะกับเ้าจริงๆ ทว่าใช้ชั่วคราวย่อมไม่มีปัญหา”
“ฮะ? เ้าไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่?” จูชิงตกตะลึง ตอนแรกเขาคิดว่าเฒ่าปีศาจจะตำหนิเขาเสียอีก คิดไม่ถึงเลยว่าเฒ่าปีศาจจะเห็นด้วยกับเขา
“ไม่ต้องกังวล ทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยาเป็ทรัพยากรดึกดำบรรพ์ ถ้านำมาหลอมคันธนูกับลูกธนูพลานุภาพย่อมไม่แย่ กอปรกับขระาหลัวโหวของเ้า พลานุภาพของศัสตราวุธทั้งสองสิ่งจักต้องเพิ่มสูงขึ้นเป็เท่าทวี” เฒ่าปีศาจกล่าว
“ใช้ได้ถึงขั้นพลังไหน?” จูชิงถามต่อ
เฒ่าปีศาจกลอกตา “ถามมากอยู่ได้ รีบไปหลอมศัสตราวุธได้แล้ว”
ทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยากองใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าศิลาผนึกิญญาพิชิต์ จูชิงขับเคลื่อนลมปราณเชื่อมต่อกับอักขระาหลัวโหวทั้งแปดอักขระภายใต้คำชี้แนะของเฒ่าปีศาจ!
“ตู้มมม!” ทันใดนั้นลมปราณพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า อักขระหลัวโหวทั้งแปดผสานรวมเป็หนึ่งเดียว ัโลหิตแผดเสียงคำรณอึกทึกกึกก้อง
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเฒ่าปีศาจถึงบอกให้จูชิงเข้าไปหลอมอาวุธในศิลาผนึกิญญาพิชิต์ ลำพังเพียงปรากฏการณ์นภานี้ก็เพียงพอที่จักสั่นะเืทั้งเมืองสมุทรสุราลัยแล้ว
ระหว่างที่เฒ่าปีศาจถ่ายทอดความรู้ พลังของอักขระาหลัวโหวทั้งแปดค่อยๆ หลั่งไหลเข้าไปในทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยาไม่ขาดสาย เมื่อถูกอักขระาหลัวโหวกลั่นหลอม ทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยาก็เปลี่ยนเป็สีแดง ทว่าหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยากลับไม่มีท่าทีว่าจะละลายเลยแม้แต่น้อย
“รอก่อน นี่คือขั้นตอนที่ยากที่สุดในการหลอมศัสตราวุธิญญาชีวิต!” เฒ่าปีศาจพูด
จูชิงพยักหน้า ลมปราณในตันเถียนมหาสมุทรโลหิตไม่รู้ว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณทั่วไปกี่สิบเท่า อสรพิษโลหิตหลายสิบตัวนอนขนดเหนือมหาสมุทรโลหิต กลืนกินและปลดปล่อยลมปราณไม่ขาดสาย
สิบชั่วยามต่อมา ในที่สุดทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยาก็เริ่มละลาย!
อักขระาหลัวโหวทั้งแปดประทับลงบนทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยา ลูกธนูยิงตะวันสามดอกก่อตัวเป็รูปเป็ร่างขึ้นก่อน อักขระาหลัวโหวประจักษ์บนลูกธนู ภายในอักขระาหลัวโหวมีัโลหิตปรากฏสลัวเลือนลาง
แต่ธนูยิงตะวันยังหลอมไม่เสร็จสมบูรณ์เพราะจูชิงต้องส่งผลของอักขระาหลัวโหวเข้าไปด้วย
ในการหลอมศัสตราวุธิญญาชีวิตนั้นต้องผ่านกระบวนการอย่างยาวนาน แม้มีเฒ่าปีศาจคอยชี้แนะ ทว่าก็ใช่ว่าจะทำสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน
สุนัขโลกันตร์สามหัวกับัคะนองน้ำน้อยยามนี้กำลังนอนอาบแดดอยู่ที่สนาม แสงแดงอุ่นๆ ทำให้พวกมันง่วงเหงาหาวนอน
ทันใดนั้นสุนัขโลกันตร์สามหัวก็เงยหน้าราวกับได้ยินเสียงอันใดบางอย่าง!
ประตูถูกพัดปลิวด้วยแรงมหาศาล ก่อนที่ร่างหนึ่งจะลอยตามออกมา
จูชิงหัวทิ่มคะมำกับพื้น โคลนเปรอะเปื้อนทั่วทั้งใบหน้า
เขาปัดดินโคลนบนตัวแล้วพ่นโคลนที่อยู่ในปากออกมา
ัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัวมองจูชิงด้วยความฉงน บำเพ็ญเพียรในห้องอยู่ดีๆ เหตุใดถึงกระเด็นออกมาได้ล่ะ?
“หนึ่งเดือนถือว่าไม่นาน!” จูชิงยิ้ม
จูชิงใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มในการหลอมธนูหลัวโหวกับลูกธนูยิงตะวัน ประตูั์ทองสัมฤทธิ์เพลานี้ได้กลายเป็คันธนูหนึ่งคันกับลูกธนูสามดอก สองศัสตราวุธลอยล่องอยู่กลางตันเถียนมหาสมุทรโลหิต มีอสรพิษโลหิตนับสิบตัวล้อมรอบ ลมปราณบางเบาค่อยๆ ลอยเข้าไปในคันธนูหลัวโหวกับลูกธนูยิงตะวัน อักขระาหลัวบนสองศัสตราวุธเปล่งประกายแสงเล็กน้อย
ลูกธนูทั้งสามดอกมีเก้าอักขระาหลัวโหวแล้ว!
ระหว่างที่จูชิงหลอมคันธนูกับลูกธนู เขาผสานอักขระาได้อีกเส้นหนึ่ง ทำให้ตอนนี้เขามีอักขระาหลัวโหวทั้งหมดเก้าอักขระแล้ว
คันธนูหลัวโหวกับลูกศรยิงตะวันเป็ศัสตราวุธชีวิตของจูชิง เมื่อใดที่เขาผสานอักขระาหลัวโหว ศัสตราวุธทั้งสองก็จะมีอักขระาหลัวโหวเพิ่มขึ้น ทั้งพลานุภาพก็จักแกร่งกล้าขึ้นเช่นกัน
ทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ฉสุริยาเป็ทรัพยากรดึกดำบรรพ์ การที่นำมันมาหลอมเป็ศัสตราวุธนั้นน่าพรั่นพรึงหาใดเปรียบ ลำพังแค่นี้ก็มิใช่สิ่งที่จอมยุทธ์ทั่วไปสามารถััถึงแล้ว
คันธนูหลัวโหวกับลูกธนูยิงตะวันนอกจากจูชิงแล้ว ถึงจอมยุทธ์คิดจัก่ชิงมันไปนั้นเป็ไปไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับการใช้มัน
แม้ว่าไม่เคยลองมาก่อน ทว่าคันธนูหลัวโหวกับลูกธนูยิงตะวันที่ผสานรวมกับหลัวโหวยิงตะวัน แม้จะอยู่ในมือจูชิงที่เป็แค่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าแล้วนั้นการจะสังหารจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณลงได้ไม่ใช่เื่ยาก
อย่างไรก็ตามคันธนูหลัวโหวยังขาดสายธนู สายธนูปกตินั้นไม่เหมาะกับคันธนูหลัวโหว อย่างน้อยก็ต้องใช้เอ็นั ซึ่งทางที่ดีต้องเป็เอ็นของัแท้จริง
เอ็นัเป็ของหายาก ถึงจะมีัแท้จริงอยู่แต่จูชิงก็ไม่มีความสามารถพอที่จักสังหารมัน ดังนั้นจึงต้องใช้เอ็นัคะนองน้ำแทน
เอ็นัคะนองน้ำที่จูชิงใช้นั้นไม่ใช่คะนองน้ำสามัญ แต่เป็เอ็นปลาัที่กำลังวิวัฒน์เป็ั เมื่อนำเอ็นนี้รวมกับคันธนู ขณะนั้นมีเสียงัดังสะท้อนบางเบาออกมาจากคันธนู
