ร้านสาขาสามในเวลานี้ลูกค้ายังไม่มากเท่าไหร่นัก แทนคุณนั่งเหม่อลอยในสมองคิดเกี่ยวกับม่านฟ้า เพื่อนสาวที่เขาแกล้งเป็แฟนเพื่อหลอกพ่อของเธอ “หรือว่าเราจะชอบม่าน ความห่วงใยแบบนี้เรียกว่าชอบไหมนะ” ชายหนุ่มนั่งวนถามตัวเองอยู่อย่างนั้นมานานหลายนาที ปากกาสีดำในมือยังคงถูกหมุนไปมาไม่หยุด มืออีกข้างกุมศีรษะในขณะที่ใช้ความคิด
“แทน” เสียงเรียกของทีภพดังขึ้น ทำให้หลุดจากห้วงความคิดทันที ก่อนจะขยับมองหาต้นเสียงอย่างไม่พอใจนัก “เหม่ออะไรของนาย” ทีภพถามหลังจากเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาหรูใกล้แทนคุณ พร้อมวางเอกสารที่ถือมาลงไว้
ด้านข้าง แล้วหันมาจ้องมองเ้านายหนุ่มด้วยรอยยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี
“เื่ม่านน่ะ ฉันคิดไม่ตก” แทนคุณตอบไปตามตรง ทีภพยิ้มพร้อมกับยกมือหนาขึ้นมาตบเบาๆ ที่ไหล่เพื่อน
“นายต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน ซึ่งบางครั้งความรู้สึกที่นายสับสนอยู่ตอนนี้อาจจะเป็ความรู้สึกแค่เพื่อนหรือเป็ความรู้สึกของความรัก ไม่มีใครรู้ดีเท่านาย แต่อย่างที่ฉันเตือนหากสายไปม่านไม่ใช่สิ่งของ เธอพร้อมเดินออกจากชีวิตนายตลอด ถึงตอนนั้นใครก็ช่วยนายไม่ได้”
ทีภพกล่าวเตือนด้วยความหวังดี ซึ่งทั้งม่านฟ้าและแทนคุณต่างก็เป็เพื่อนรักของเขา สิ่งที่ทีภพ้าคือความชัดเจนของทั้งสองที่ดูคลุมเครือมาหลายต่อหลายปี เมื่อเตือนสติเพื่อนเสร็จ ทีภพหยิบเอกสารแล้วเดินตรงไปยังทางออก ก่อนหันมายังแทนคุณที่ยังนั่งทำหน้าวิตกอยู่
“ไปกันได้แล้วเหลือร้านสุดท้ายที่ต้องไปดู นายจะนั่งสับสนอีกนานไหมฉันมีเวลาไม่มาก” สิ้นเสียงเรียกจากทีภพ แทนคุณจึงลุกเดินตามเพื่อนออกไปอย่างว่าง่าย
ก่อนเลิกงานวันนี้ พี่รินสาวสูงอายุเ้าของร้านเรียกพนักงานทุกคนให้มารวมตัวกัน สีหน้าเธอบ่งบอกว่ามีเื่สำคัญ แต่ไม่มีใครทราบว่าเกี่ยวกับเื่ใด และเมื่อพนักงานรวมตัวกันครบ เ้าของร้านจึงเริ่มทำการอธิบาย
“ทุกคนฟังพี่นะคะ วันนี้พี่มีเื่สำคัญจะมาแจ้งให้พวกเราทราบ คือ....” เธอเว้น่ไปครู่หนึ่งเพราะกำลังทบทวนสิ่งที่กำลังจะสื่อสาร เธอ้าให้พนักงานในร้านไม่ตระหนกใมากนักเมื่อได้ฟังการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น
“คือร้านนี้กำลังมีเ้าของใหม่เข้ามา” เสียงซุบซิบดังขึ้นในหมู่พนักงานของเธอทันที นันทิชากับพริมหันมองหน้ากัน เธอทั้งคู่ต่างยังไม่เข้าใจความหมายที่พี่รินสื่อ
“เงียบก่อนค่ะ ฟังพี่นะคะ ร้านนี้จะเปลี่ยนเ้าของใหม่แต่พวกเราทุกๆ คนก็ยังคงทำงานที่นี่ได้ตามปกติ”
“พี่จะทิ้งพวกเราไปอย่างนั้นหรือคะ” เสียงพนักงานหนึ่งในนั้นชูมือขึ้นแล้วถาม หญิงสูงอายุเ้าของร้านหยุดอธิบายแล้วหันไปตอบ
“พี่มีร้านอยู่ในต่างประเทศที่ครอบครัวพี่ดูแล ครอบครัวพี่ทั้งหมดก็อยู่ที่นั่น ร้านนี้ทำกำไรให้พี่ได้มากก็จริง แต่มันก็แรกกับการที่พี่ต้องห่างลูกห่างสามี พูดง่ายๆ ร้านนี้ก็เหมือนภาระที่พี่ต้องดูแลไม่มีวันสิ้นสุด ตอนนี้อายุพี่ก็มากแล้ว พี่ไม่ได้คิดทิ้งพวกเราแต่พี่หวังว่าพวกเราจะเข้าใจพี่ วันพรุ่งนี้เ้าของร้านคนใหม่จะเข้ามาชี้แจงให้พวกเราทราบอีกครั้ง วันนี้ก็แยกย้ายกันกลับบ้านอย่างปลอดภัยนะคะ”
เมื่อพูดจบหญิงสูงอายุจึงหันกลับเข้าไปยังห้องครัวปล่อยให้พนักงานซุบซิบกันไม่ขาดปาก น้ำตาที่เธอกลั้นอยู่เมื่อครู่ใหญ่ไหลออกมา หลังจากเธอต้องหักห้ามใจไม่ให้มันไหลออกมาต่อหน้าพนักงาน เธอเองสร้างร้านนี้มากับมือ รักร้านนี้เป็อย่างมาก เธอจำเป็จะต้องตัดใจเนื่องด้วยครอบครัวเธอนั้นสำคัญกว่า
“พี่รินคะ” เสียงเรียกใสๆ ดังขึ้นหญิงเ้าของร้านจึงรีบเช็ดน้ำตา แต่ไม่ทันที่เธอจะเช็ดเสร็จมือเล็กๆ ก็พุ่งมาโอบกอดเธอจากด้านหลัง
“พี่รินจะไปจริงๆ หรือคะ” คำถามดังขึ้น มือเล็กรัดรอบเอวเธอเอาไว้ พี่รินเ้าของร้านเช็ดน้ำตาที่เหลือออกแล้วแกะมือเรียวเล็กที่รัดเอวเธอออกอย่างช้าๆ ก่อนหันมาเช็ดน้ำตาให้เด็กสาวแทน
“เข้าใจพี่นะ ทิชา” สาวน้อยยิ่งน้ำตาไหล คำตอบที่เ้าของร้านพูดกับเธอนั้น สื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก สิ่งเดียวที่เธอทำได้นั่นคือการยอมรับความจริง พี่รินเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่คอยดูแลเธอ การจากไปของพี่รินยิ่งตอกย้ำว่านอกจากบิดาของเธอแล้ว เธอเองก็แทบจะไม่เหลือที่พึ่งในชีวิตเลย น้ำตายังคงไหลอย่างต่อเนื่องภายใต้อ้อมกอดอบอุ่นนั้น
