แน่นอนว่าการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิอะไรนั่น พวกเขาไม่ได้ไป เื่การลอบสังหารครั้งนี้ก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเหล่าองครักษ์ ทางฝั่งของจุนอี้เสีย หากหลงเฟยเยี่ยไม่ได้ไล่ตามด้วยตนเอง ก็คงยากที่จะตามเขาไปได้ทัน อย่างไรก็ตาม คราวนี้บางทีเขาอาจจะไม่มาปรากฏตัวอีกสักพัก แม้ว่าจะรอดพ้นจากพิษยาสลบที่รุนแรง แต่พิษบนเข็มทองหลายสิบเล่มของหานอวิ๋นซีนั้นไม่ง่ายนักที่จะล้างพิษ
หานอวิ๋นซีสงสัยว่าถ้าจุนอี้เสียปรากฏตัวอีกครั้งในคราวต่อไป อาจจะไม่ลักพาตัวนาง แต่จะฆ่านางโดยตรงเลยใช่หรือไม่? ดูเหมือนนางจะทำลายเื่ดีๆ ของเขาทุกครั้งไป
รถม้ากำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง หานอวิ๋นซีไม่รู้ว่าจะจัดการกับกระบี่ยาวของหลงเฟยเยี่ยอย่างไรดี ดังนั้นจึงได้แต่ถือมันไว้ในอ้อมแขน
กระบี่เล่มนี้เป็สิ่งที่หลงเฟยเยี่ยพกติดตัว หานอวิ๋นซีไม่เข้าใจกระบี่ แต่นางรู้ว่ากระบี่มีความสำคัญพอๆ กับชีวิต นางแอบลูบฝักกระบี่และรู้สึกว่ามีลมหายใจของเขาบนกระบี่เล่มนี้ เย่อหยิ่ง เ็า สูงส่ง และลึกลับ!
นางกอดมันไว้อย่างระมัดระวังและนั่งมองเขาจากข้างๆ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ก็รู้สึกใกล้ชิด นี่เป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าชายผู้นี้อยู่ข้างกายจริงๆ
หลงเฟยเยี่ยรู้เื่นี้มานานแล้ว แต่กลับไม่เคยฆ่าปิดปากอี้ไท่เฟย และไม่รู้ว่าหลังจากกลับไปจะมีการทะเลาะกับอี้ไท่เฟยหรือไม่ มู่หรงหว่านหรูเป็เช่นนี้ อี้ไท่เฟยจะตอบสนองอย่างไร?
แน่นอนว่ามีสิ่งหนึ่งที่หานอวิ๋นซีต้องชี้แจงกับหลงเฟยเยี่ย “ท่านอ๋อง หากไม่มีอะไรผิดพลาด คืนนี้มู่หรงหว่านหรูจะฟื้นขึ้นมาในเวลาสั้นๆ เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น”
นี่เป็่เวลาที่มู่หรงหว่านหรูจะเข้าสู่นิทราอย่างสมบูรณ์ คล้ายกับแสงสายัณห์ของตะวันรอน[1]
หลงเฟยเยี่ยไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อมาถึงจวนฉินอ๋อง เขาก็ออกคำสั่งอย่างเ็าว่า “ทหาร ไท่เฟยและฉ่าวฮูหยินถูกลอบสังหารระหว่างทาง โชคร้ายที่เสียชีวิต แจ้งความมรณกรรมและเตรียมงานศพ”
ในขณะที่เขาพูดนั้นก็มอบอี้ไท่เฟยให้กับหานอวิ๋นซี และนำมู่หรงหว่านหรูไปส่งที่จวนผิงเป่ยโฮ่วด้วยตัวเอง มู่หรงหว่านหรูที่ยังมีลมหายใจอยู่ หานอวิ๋นซีไม่รู้ว่าหลงเฟยเยี่ย้าจะทำอะไร แต่นางรู้ดีว่าเมื่อส่งไปถึงจวนผิงเป่ยโฮ่วจะต้องกลายเป็ศพอย่างแน่นอน
สำหรับการตายของอี้ไท่เฟย เขาทิ้งไว้ให้นางจัดการจริงๆ หรือ?
หานอวิ๋นซียืนอยู่ที่เดิม รู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นขึ้นบนสันหลัง นางรู้อยู่เสมอว่าชายผู้นี้โเี้มาก แต่ไม่รู้ว่าเขาจะโเี้ได้ขนาดนี้ เขา้าที่จะฆ่าปิดปากอย่างสมบูรณ์!
นางอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว การที่ตัวเองรอดมาได้ ถือว่าเป็ปาฏิหาริย์หรือข้อยกเว้นกันนะ?
ทันใดนั้น หานอวิ๋นซีก็นึกเื่บางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบไปข้างหน้าเพื่อลงจากรถม้า “หลงเฟยเยี่ย รอก่อน!”
“ทำไม่ได้หรือ?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างไม่พอใจ
“ยังมีคนที่รู้ความลับนี้อีก เข้ามาคุยกันในจวนก่อน!” หานอวิ๋นซีจริงจังอย่างมาก นางจำได้ว่าตอนที่นางแอบฟังนางได้ยินอี้ไท่เฟยพูดถึงมามาคนหนึ่ง
เหตุผลนี้เพียงพอที่จะทำให้หลงเฟยเยี่ยหยุด แต่เขาก็ไม่ได้ถามในทันที ในแววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน รีบพามู่หรงหว่านหรูเข้าไปในจวนทันที
คนรับใช้ทั้งหมดของลานดอกโบตั๋นถูกไล่ออกไป อี้ไท่เฟยและมู่หรงหว่านหรูนอนหมดสติอยู่บนเตียง
“ตอนที่ไท่เฟยพูดเื่นี้ขึ้นมา มู่หรงหว่านหรูก็ไม่เชื่อ ไท่เฟยพูดว่าในตอนนั้นยังมีมามาอีกหนึ่งคนที่รู้เื่นี้ แต่เป็ใคร สถานการณ์เป็มาอย่างไร ไท่เฟยไม่ทันได้พูดออกมา” หานอวิ๋นซีพูดอย่างจริงจัง
เื่ในตอนนั้นอี้ไท่เฟยได้ฆ่าปิดปากทุกคนที่รู้เกี่ยวกับเื่นี้ทันที และหลงเฟยเยี่ยก็สอบสวนเื่นี้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ใครคือมามาที่อี้ไท่เฟยพูดถึงในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าถูกฆ่าปิดปากไปแล้วหรือ? หากถูกฆ่าปิดปากไปแล้ว อี้ไท่เฟยก็คงไม่จำเป็ต้องบอกเื่นี้กับมู่หรงหว่านหรู
พื้นเพชีวิตของเขามีความสำคัญอย่างยิ่ง เขายอมฆ่าไม่เลือกมากกว่าทำพลาด นับประสาอะไรกับชีวิตที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา! ถ้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมามาคนนี้ ก็ต้องไปถามอี้ไท่เฟยเอง
“เมื่อไรนางจะฟื้น?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างเ็า
ในเวลานี้ หานอวิ๋นซีรู้สึกถึงชีพจรของอี้ไท่เฟยแล้ว “ไม่ได้รับาเ็สาหัส แค่ใไปเท่านั้น อีกไม่นานคงจะฟื้น”
หลงเฟยเยี่ยพูดเพียงคำเดียวว่า “รอ”
รอ?
ทั้งลานดอกโบตั๋นเต็มไปด้วยความว่างเปล่า หากหลงเฟยเยี่ยตัดสินใจที่จะฆ่าหลังจากถามอย่างชัดเจนแล้ว หานอวิ๋นซีไม่รู้ว่า หลงเฟยเยี่ยรู้สึกอย่างไรกับอี้ไท่เฟยแม่บุญธรรมของเขา นางรู้เพียงว่าตัวเองไม่อยากจะฆ่าคน
ต่อหน้ามู่หรงหว่านหรูดอกบัวสีขาวผู้นั้น นางอาจจะไม่ช่วย แต่ต่อหน้าอี้ไท่เฟย นางไม่สามารถฆ่าได้
นางไม่ใช่สาวน้อยใจดีอะไรมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว และอี้ไท่เฟยก็ไม่เคยปฏิบัติต่อนางด้วยความจริงใจ
นางไม่สามารถฆ่าได้ ไม่ใช่เพราะเหตุผลอันสูงส่ง เฉกเช่น ความดีความชอบ ความชอบธรรมหรือความกตัญญูใดๆ แต่เพราะ “ไม่ช่วย” กับ “การฆ่า” มันต่างกัน นางเป็หมอคนหนึ่ง และนางมีหลักการของการเป็หมออยู่
หลังจากรออย่างเงียบไปครู่หนึ่ง หานอวิ๋นซียังคงเปิดปากพูดว่า “ท่านอ๋อง อำนาจของอี้ไท่เฟยในวันนี้ล้วนขึ้นอยู่กับท่าน นางจะไม่มีวันทรยศต่อท่านอย่างแน่นอน ใน่หลายปีที่ผ่านมา ท่านรู้ดีว่านางไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดของท่าน ทว่าท่านก็ยังปล่อยนางไว้ ตอนนี้ทำไมต้องฆ่าด้วยล่ะ?”
“เ้าคิดว่าหากมู่หรงหว่านหรูตายไปแล้ว นางยังสามารถใจเย็นได้อีกหรือ?” หลงเฟยเยี่ยถามกลับอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“มู่หรงหว่านหรูแค่หมดสติไปเท่านั้น นางยังไม่ตาย ไม่ว่าอย่างไร ต่อให้มู่หรงหว่านหรูตายไป นางก็ต้องใจเย็น เพราะนางใจเย็นมากว่าสิบปีแล้ว”
หานอวิ๋นซีเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าตำแหน่งของหลงเฟยเยี่ยในหัวใจของอี้ไท่เฟยนั้นสูงกว่าตำแหน่งของมู่หรงหว่านหรู กล่าวอีกนัยหนึ่ง อำนาจ สถานะ ศักดิ์ศรี ความรุ่งโรจน์ และความมั่งคั่งมีความสำคัญมากกว่ามู่หรงหว่านหรูเสมอ!
“ในตอนนั้น อี้ไท่เฟยเต็มใจให้กำเนิดบุตรสาวเพราะความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ของฮ่องเต้องค์ก่อน หลังจากที่ฮ่องเต้องค์ก่อนสิ้นพระชนม์ไปแล้ว วังหลังก็เป็ของผู้อื่น” หานอวิ๋นซีพูดเสริม
หลงเฟยเยี่ยมองไปที่หานอวิ๋นซีด้วยความสนใจอย่างมาก สุดท้ายหานอวิ๋นซีก็ปิดปากลงอย่างช้าๆ
“เ้ารู้จักอี้ไท่เฟยเป็อย่างดี และเ้าก็ฉลาดมากด้วย” หลงเฟยเยี่ยแสดงความคิดเห็นอย่างเป็กลาง
“ท่านอ๋อง ท่านก็น่าจะรู้จักอี้ไท่เฟยเป็อย่างดี รู้ว่านางฉลาดกว่าข้า” หานอวิ๋นซีจำเป็ต้องเตือนว่าอี้ไท่เฟยเป็ผู้ใหญ่ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากหลงเฟยเยี่ย้าบังคับให้นางพูดออกมาว่าใครคือมามาคนนั้น มันก็คงไม่ใช่เื่ง่าย
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา หลงเฟยเยี่ยก็ลังเล
“ท่านอ๋อง อี้ไท่เฟยพึ่งพาท่านอ๋องเช่นเดียวกับข้า เพียงแต่อี้ไท่เฟย้าปลอบใจมู่หรงหว่านหรูเท่านั้น หากท่านอ๋องเชื่อในตัวข้า ก็แสร้งทำเป็ว่าไม่รู้อะไรและฝากทุกอย่างไว้กับข้า ข้าสัญญาว่าข้าจะทำให้ท่านพอใจได้อย่างแน่อนอน”
หลงเฟยเยี่ยยังคงมองไปที่หานอวิ๋นซี และไม่ได้ตอบกลับเป็เวลานาน
หานอวิ๋นซีที่รู้สึกกระวนกระวาย จึงรีบพูดว่า “ท่านอ๋อง ท่านเรียกนางว่าเสด็จแม่มามากว่ายี่สิบปีแล้ว ท่านคงรู้อยู่แก่ใจว่านางปฏิบัติต่อท่านอย่างไร”
ตอนนี้ หลงเฟยเยี่ยจึงยิ้มออกมาอย่างเ็า “หานอวิ๋นซี เ้าช่างเป็คนน่าคบหาจริงๆ”
น่าคบหา?
เอาเถอะ หานอวิ๋นซีไม่อยากจะมีปัญหา แล้วก็ไม่้าที่จะมีปัญหาใหญ่แบบนี้ด้วย นางรู้แค่ว่านางไม่้าฆ่าคนเท่านั้น
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและจ้องไปที่หลงเฟยเยี่ยด้วยความจริงใจ
ไม่รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อเห็นดวงตาที่เป็ประกายของหานอวิ๋นซีแล้ว มุมปากของเขาก็ค่อยๆ กว้างขึ้น และในที่สุดเขาก็ตกลง “ตกลง ข้าจะรอก็แล้วกัน”
หานอวิ๋นซีมีความสุขมาก ลุกขึ้นและไปส่งหลงเฟยเยี่ยออกจากประตูด้วยตัวเอง ขณะที่กำลังจะปิดประตู หลงเฟยเยี่ยก็หันกลับมาและพูดว่า “หานอวิ๋นซี เ้าไม่สงสัยเกี่ยวกับภูมิหลังของข้าหรือ?”
เดิมทีหานอวิ๋นซีคิดว่าแม้ชายผู้นี้จะไม่ใช่สายเืราชวงศ์ของเทียนหนิง เขาก็คงต้องมีภูมิหลังที่แข็งแกร่ง พระเ้ารู้ดีว่ามามาอุ้มชายผู้นี้มาหาอี้ไท่เฟยจากที่ไหน
คำถามของหลงเฟยเยี่ยยืนยันการเดาของหานอวิ๋นซี แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เปิดเผยกับนางว่าเขายังมีความลับอยู่
หานอวิ๋นซีตัวสั่นและแสดงท่าทีออกมาทันที “ข้าไม่อยากรู้ ข้าไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น!”
ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งหนียาก ยิ่งรู้มาก ยิ่งอันตราย ยิ่งรู้มากเท่าไร ก็ยิ่งตายเร็วมากเท่านั้น!
นางไม่ได้อยากรู้อยากเห็นมากขนานั้น ปล่อยนางไปได้หรือไม่?
หลงเฟยเยี่ยยิ้มและเดินเข้าไปใกล้หานอวิ๋นซีในทันที บังคับให้นางติดกับกำแพง ทันใดนั้น ความเป็ชายอันเป็เอกลักษณ์ของชายผู้นี้ก็ห่อหุ้มนางไว้ กลิ่นอำพันจางๆ ที่ครอบงำและเ็า กลิ่นนี้เป็พิษที่ไม่มียาแก้พิษ มันสามารถทำให้หานอวิ๋นซีตัวแข็งกระด้างและประหม่าได้เสมอ
หลงเฟยเยี่ยที่รุกเข้ามาใกล้และยังคงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเกือบจะพูดแนบหูของนาง ลมหายใจร้อนแผ่ซ่านเบาๆ รบกวนจิตใจของนาง และสิ่งที่เขาพูดยิ่งทำให้นางกระวนกระวายใจ
เขาพูดว่า “หานอวิ๋นซี กู้ชีฉ่าวเข้าใจผิดแล้ว เสด็จแม่ของข้ามาจากสำนักถัง อย่างไรก็ตาม ข้ากับเขาอยากรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของ…ฮูหยินเทียนซินเหมือนกัน”
หลังจากที่เขาพูดจบ ก็ถอยออกไปทันทีโดยไม่ให้หานอวิ๋นซีมีโอกาสพูด ผลักนางเข้าไปในห้องด้วยการผลักเบาๆ และปิดประตู
หานอวิ๋นซีไม่รู้ว่าตัวเองชะงักไปนานแค่ไหนแล้วกว่าที่นางจะตระหนักได้ว่า คำพูดของหลงเฟยเยี่ยนั้นมีข้อมูลมากมายเกินไป!
เขาบอกว่ากู้ชีฉ่าวเข้าใจผิด? ดังนั้นตอนที่กู้ชีฉ่าวปรากฏตัวที่จวนตระกูลหานในวันนั้นและสงสัยที่มาของนาง เขารู้เื่ทั้งหมดเลยสินะ
เขาพูดว่าเสด็จแม่ของข้า? ชายผู้นี้พูดไปเรื่อยหรือไร หรือว่าเขามีสายเืราชวงศ์อยู่ในตัวจริงๆ? หรือจะเป็คนจากตระกูลใดตระกูลหนึ่ง? เสด็จแม่ของเขาเป็สตรีของตระกูลถัง สตรีของตระกูลถังไม่แต่งงานกับคนนอกไม่ใช่หรือ?
เขาพูดถึงภูมิหลังของฮูหยินเทียนซิน? ดังนั้น ชายผู้นี้สืบสวนเื่ของฮูหยินเทียนซินมาโดยตลอด เขารู้เกี่ยวกับภูมิหลังของนางมากแค่ไหนกันนะ
จำนวนข้อมูลที่มากมายทำให้หานอวิ๋นซีสับสนเล็กน้อย นางคิดเสมอว่าชายผู้คนนี้มักไม่อยู่จวน นอกจากมองหานางเพื่อกำจัดพิษแล้ว ก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกับนางมากนัก แต่ใครจะรู้ว่าเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนางเหมือนตาเห็น
ดวงตาของหานอวิ๋นซีเบิกกว้างและกลอกตาไปมา ในขณะที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ก็มีการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เป็อี้ไท่เฟยที่ฟื้นขึ้นมา
หานอวิ๋นซีรีบยับยั้งความคิดของนาง หันกลับมาและเห็นอี้ไท่เฟยนอนอยู่เตียงอย่างสะลึมสะลือ และขมวดคิ้วมองนาง
หานอวิ๋นซีเทน้ำอุ่นหนึ่งแก้วแล้วเดินไปช่วยพยุงนางให้ลุกขึ้นนั่ง ป้อนน้ำอย่างระมัดระวัง
อี้ไท่เฟยก็ค่อยๆ ได้สติกลับมา ดื่มได้ไม่เท่าไร นางก็ปัดมือของหานอวิ๋นซีออกไปและถามว่า “หานอวิ๋นซี เกิดอะไรขึ้นกับหว่านหรู?”
ฮึฮึ ช่างหาเื่วุ่นวายได้ตลอดจริงๆ!
หานอวิ๋นซีหยิบเข็มทองสามเล่มออกจากแขนเสื้อและวางลงในมือของอี้ไท่เฟย เข็มทองทั้งสามนี้เป็อาวุธสังหารที่มู่หรงหว่านหรูใช้ในการสังหารอี้ไท่เฟย นี่คือเข็มทางการแพทย์ของหานอวิ๋นซีและนางไม่เคยวางมันไว้มั่วซั่ว มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในตอนที่เข้าไปในวังและใช้มันกับองค์หญิงฉางผิง
“ไท่เฟย ต้องขอบคุณท่าน ที่ทำให้ข้าไม่ถูกนางทำร้าย” หานอวิ๋นซีพูดอย่างเ็า
คนขับรถม้าไปผิดทาง นักฆ่ามาโจมตี ทั้งหมดนี้ถูกวางแผนโดยการสมรู้ร่วมคิดของมู่หรงหว่านหรู อี้ไท่เฟยเองก็รู้อย่างชัดเจน เพียงแต่ทั้งหมดนี้ไม่สำคัญแล้ว
สิ่งสำคัญคือหานอวิ๋นซีได้ยินในสิ่งที่นางไม่ควรได้ยิน และบังเอิญเห็นสิ่งที่นางไม่ควรเห็น
อี้ไท่เฟยโยนเข็มทองทั้งสามเล่มทิ้งและพูดอย่างจริงจังว่า “บุตรสาวของข้าอยู่ที่ไหน?”
------------------------------
[1] แสงสายัณห์ของตะวันรอน อุปมาว่า สีหน้ากลับดูสดใสขึ้นก่อนที่จะตาย
