ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับอักขระิญญาทำให้จูชิงตื่นเต้นเป็อย่างมาก พอรุ่งสางเขาก็พุ่งตัวไปยังหอคัมภีร์เพื่อที่จะอ่านหนังสืออักขระิญญาเพิ่มเติมหวังว่าจะได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆ
เฒ่าปีศาจไม่สบอารมณ์กับพฤติกรรมไม่เอาถ่านของจูชิง สำหรับเฒ่าปีศาจแล้วเส้นทางแห่งยุทธ์เท่านั้นที่เป็เส้นทางที่ถูกต้อง อักขระิญญาอะไรนั่นเป็แค่ส่วนประกอบเล็กๆ แค่มีพลังยุทธ์แกร่งกล้าก็เพียงพอแล้ว จะเรียนอักขระิญญาไปเพื่ออะไร?
เฒ่าปีศาจคิดว่าในเมื่อเขาเป็ผู้พิทักษ์ของจูชิง ดังนั้นเขาก็ควรทำหน้าที่นำพาจูชิงไปในเส้นทางที่ถูกต้อง จะปล่อยให้เสียเวลากับเื่ไร้สาระเฉกเช่นนี้มิได้เด็ดขาด
ทว่าจูชิงฟังที่เฒ่าปีศาจพูดเสียเมื่อไหร่ โลกของอักขระิญญาเป็สิ่งที่แปลกใหม่สำหรับจูชิง อีกอย่างเขารู้สึกว่าการเรียนรู้อักขระิญญานั้นไม่ได้ส่งผลเสียใดๆ ต่อเส้นทางบำเพ็ญเพียร ในทางกลับกันมันยังสามารถช่วยส่งเสริมเส้นทางบำเพ็ญเพียรให้ไปได้ไกลขึ้นอีกด้วย
ครั้นเฒ่าปีศาจเห็นว่าจูชิงเมินเฉยต่อคำพูดของตนจึงขี้คร้านที่จะพูดต่อแล้วจมดิ่งลงไปในศิลาผนึกิญญาพิชิต์ ฟื้นคืนเศษเสี้ยวจิติญญาที่ยังคงเหลืออยู่
“เ้าอีกแล้วรึ!” เด็กสาวมัดผมหางม้าขมวดคิ้วมุ่น พอเห็นหน้าจูชิงนางรู้สึกขยะแขยงเหมือนเห็นกองขี้หมา
จูชิงเงยหน้ามองเด็กสาวมัดผมหางม้าพลางยิ้ม “เจอเ้าอีกแล้ว บังเอิญเสียจริง!”
“น่ารำคาญ!” เด็กสาวมัดผมหางม้าแค่นเสียงเบือนหน้าหนีจูชิง
จูชิงลูบใบหน้าของตัวเอง “หน้าตาข้าดูกวนประสาทขนาดนั้นเชียวรึ ไม่ว่าจะเป็ซั่งกวานจือหนิงหรือนางเองต่างก็พูดแบบนั้นเหมือนกันหมด!”
แม้ว่าจูชิงไม่อยากที่จะยอมรับสักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีวาสนากับผู้หญิงเลยจริงๆ
ถึงจะรังเกียจอย่างไรจูชิงก็ยืนอยู่ตรงชั้นหนังสือพอดี แม้เด็กสาวมัดผมหางม้าจะไม่เต็มใจนักแต่ก็ต้องฝืนเดินไปยังชั้นหนังสือ นางหยิบหนังสือเล่มหนึ่งแล้วเดินหนีไปไกล บ่งบอกให้เห็นชัดแจ้งว่านางไม่อยากเข้าใกล้จูชิง
“พรึ่บ!”
“พรึ่บ!”
“พรึ่บ!”
เด็กสาวมัดผมหางม้าขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม นางเริ่มทนเสียงพลิกหน้าหนังสือของจูชิงไม่ไหวแล้ว อีกฝ่ายจงใจแกล้งนางชัดๆ!
“เ้ากำลังอ่านหนังสืออยู่จริงๆ อย่างนั้นรึ?” เด็กสาวมัดผมหางม้าลุกขึ้นยืน!
“พูดอะไรของเ้า ข้าอยู่ในหอคัมภีร์ ถ้าไม่อ่านหนังสือจะให้ทำอะไร?” จูชิงกลอกตา
“แบบนี้นะหรอเรียกว่าอ่านหนังสือ เห็นๆ อยู่ว่าเ้าจงใจก่อกวนข้า!” เด็กสาวมัดผมหางม้าพูดด้วยความโกรธ
“ข้ากำลังอ่านหนังสืออยู่จริงๆ ถ้าเ้าคิดว่าข้าก่อกวนมันก็ต้องก่อกวนน่ะสิ!” จูชิงพูดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ถึงวิธีการอ่านของเขาจะดูแปลกไปสักหน่อย ทว่าเขาก็กำลังอ่านหนังสืออยู่จริงๆ เป็คนความจำดีกว่าชาวบ้านผิดด้วยหรือไร?
“หน้าไม่อาย ถ้าเ้าบอกว่าเ้าอ่านอยู่ก็ลองพูดเนื้อหาของหนังสือเล่มนั้นที่เ้าอ่านอยู่มาสิ!” เด็กสาวมัดผมหางม้าจ้องเขม็งมองจูชิง
นางเจอคนประเภทเดียวกับจูชิงมานักต่อนักแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่นางปรากฏตัวในหอคัมภีร์จะชอบมีพวกแมลงหวี่น่ารำคาญบินตอมอยู่ข้างๆ เสมอ
พอจูชิงเห็นสีหน้าเหยียดหยามของเด็กสาวมัดผมหางม้าเขาก็เริ่มฉุน!
“เ้าคิดว่าข้าจำไม่ได้อย่างนั้นรึ!” จูชิงสะบัดมือ หนังสือเล่มนั้นก็ตกไปอยู่ในมือของเด็กสาวมัดผมหางม้า
จูชิงพูดเนื้อหาในหนังสือออกมาน้ำไหลไฟดับ ความเร็วในการท่องเร็วขึ้นเรื่อยๆ เด็กสาวมัดผมหางม้าพลันเบิกตาทั้งสองกว้างอย่างเหลือเชื่อ
หนังสือที่อยู่ในมือของนางก็คือ《ค่ายกลอักขระิญญา》ภายในเล่มมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างค่ายกล ซึ่งอักขระิญญาชนิดเดียวกันนั้นเมื่อนำมารวมกันในรูปแบบต่างๆ จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป หากผสานรวมกันด้วยอักขระิญญาสิบประเภท มันสามารถแปรผันออกมาได้เป็พันๆ แบบ ลึกลับแสนพรรณนา
แต่จูชิงกลับท่องได้โดยไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างชัดเจน!
“เป็ไปได้ยังไง เขาเปิดหน้าหนังสือพลิกอ่านมั่วๆ ไม่ใช่รึ!” เด็กสาวมัดผมหางม้าครุ่นคิดในใจ
“่หลังข้ายังไม่ได้อ่านก็เลยยังจำไม่ได้!” หนึ่งถ้วยชาผ่านไป ในที่สุดจูชิงก็หยุดสาธยาย กระนั้นข้อมูลที่พูดไปก็เป็ข้อมูลเกินกว่าสองในสามแล้ว!
“เ้าอ่านอยู่จริงๆ ด้วย” เด็กสาวมัดผมหางม้ายังคงไม่อยากเชื่อ
“ก็ใช่น่ะสิ แล้วเ้าคิดว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่?” จูชิงกลอกตา เขาหยิบ《ค่ายกลอักขระิญญา》กลับคืนมาจากมือของนาง หลังจากพลิกอยู่สองสามครั้งก็นำมันเก็บลงชั้นหนังสือตามเดิม
“เ้าอ่านเสร็จแล้ว?” เด็กสาวมัดผมหางม้ามองจูชิงด้วยความตกตะลึง
จูชิงหยิบหนังสือเล่มใหม่ “ใช่!”
“เ้าทำได้ยังไง?” เด็กสาวมัดผมหางม้ามองจูชิงอย่างประหลาดใจ พอได้เห็นเขาอธิบายถึงเนื้อหาที่อ่านก่อนหน้านี้ นางถึงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้จงใจก่อกวน
จูชิงชี้ไปที่หัวของตัวเอง “เพราะข้าเป็อัจฉริยะ!”
เด็กสาวมัดผมหางม้าอึ้งไปเล็กน้อย แต่พอคิดใคร่ครวญดูแล้วเหมือนว่าจะเป็อย่างนั้นจริงๆ คนทั่วไปที่ไหนจะอ่านหนังสือได้เร็วขนาดนั้น
นางเคยคิดว่าตัวเองอ่านหนังสือมามากแล้ว จะอย่างไรก็ต้องอ่านได้รวดเร็วอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับความเร็วในการอ่านของจูชิงกลับเทียบไม่ติดฝุ่นเลยสักนิด
“เ้าสนใจอักขระิญญารึ?” เด็กสาวมัดผมหางม้าเอ่ยถาม
“อื้ม!” ระหว่างการสนทนา จูชิงก็เปลี่ยนหนังสือเล่มใหม่แล้ว
ความเร็วในการอ่านที่น่ากลัวทำให้เด็กสาวมัดผมหางม้ายังต้องตะลึง เป็ครั้งแรกเลยที่นางเจอคนที่อ่านหนังสือแบบนี้
“ข้าเพิ่งเรียนรู้อักขระิญญาได้ไม่นาน ส่วนใหญ่ที่อ่านก็แค่พวกพื้นฐานทั่วไป” จูชิงพยักหน้า
เด็กสาวมัดผมหางม้าจ้องมองจูชิงด้วยความประหลาดใจ “เ้ามีพร์ของนักหลอมอักขระิญญาอย่างนั้นรึ?”
“ไม่เชิง ข้าเขียนอักขระิญญาได้ไม่กี่เส้น ทั้งระยะเวลาก็อยู่ได้เพียงไม่กี่ลมหายใจ” จูชิงพูดอย่างกระอักกระอ่วน
พอได้ยินจูชิงพูดดังนั้นเด็กสาวมัดผมหางม้าก็ถอนหายใจเล็กน้อย หากศิษย์นอกสำนักสามารถเป็นักหลอมอักขระิญญาได้ เช่นนั้นแล้วนางคงฉงนสงสัยว่านางเป็ปีศาจอย่างที่ท่านอาจารย์เคยพูดไว้หรือไม่
“อย่าเพิ่งท้อสิ เ้าเขียนอักขระิญญาได้ นั่นแสดงว่าจิติญญาของเ้าแข็งแกร่ง พยายามอีกสักหน่อยเ้าจะต้องเป็นักหลอมอักขระิญญาได้แน่” เด็กสาวมัดผมหางม้าพูด
จูชิงเงยหน้าทันใด “นักหลอมอักขระิญญามีความข้องเกี่ยวกับจิติญญาอย่างนั้นรึ?”
“ใช่แล้ว ความแข็งแกร่งของจิติญญาเป็ตัวกำหนดความสำเร็จของนักหลอมอักขระิญญา!” เด็กสาวมัดผมหางม้าเชิดหน้าอย่างภาคภูมิ พอได้เห็นความเร็วในการอ่านของจูชิงก็รู้สึกใจฟ่อไปสักหน่อย ทว่าในที่สุดนางก็พบสิ่งที่ตัวเองเอ่ยปากอย่างมั่นใจได้แล้ว
พูดถึงเื่อักขระิญญา เด็กสาวมัดผมหางม้าค่อนข้างมั่นใจเป็อย่างยิ่ง แม้แต่อาจารย์กับศิษย์พี่ยังบอกว่านางเป็อัจฉริยะภาพด้านอักขระิญญาที่พบเจอได้ยากยิ่งในหนึ่งร้อยปี มีเพียงไม่กี่คนที่เทียบชั้นกับนางได้
“เ้าเป็นักหลอมอักขระิญญารึ?” จูชิงมองเด็กสาวมัดผมหางม้าอย่างประหลาดใจ เด็กสาวที่อายุไล่เลี่ยกันกับเขาเป็นักหลอมอักขระิญญาที่เล่าขานกันในตำนานอย่างนั้นรึ!
ก่อนหน้านี้ที่พูดคุยกับหงเชียนว่าน จูชิงจึงรู้ว่านักหลอมอักขระิญญาในขุนเขากระบี่เทียนหยวนนั้นมีอยู่ไม่มาก ล้วนแล้วเป็เทพัเห็นหัวไม่เห็นหาง[1] อีกทั้งการขอความช่วยเหลือจากนักหลอมอักขระิญญายังต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล กระทั่งศิษย์ในสำนักยังจ่ายไม่ไหว
เด็กสาวมัดผมหางม้าหัวเราะ “เ้าสายตาเฉียบแหลมไม่เบา ข้าเป็นักหลอมอักขระิญญา ทั้งยังเป็นักหลอมอักขระิญญาระดับบุษราด้วย!”
พอเห็นรอยยิ้มแสนภาคภูมิใจของเด็กสาว จูชิงอดไม่ได้ที่จะหายใจเข้าลึก พวกเขาต่างก็เป็คนเหมือนกัน เหตุใดถึงได้ห่างชั้นกันขนาดนี้?
“ทำไมเ้าถึงมาอยู่ในหอคัมภีร์ล่ะ? ด้วยฐานะของเ้าที่เป็นักหลอมอักขระิญญาน่าจะมีตำแหน่งในสำนักไม่น้อยไม่ใช่รึ” จูชิงเอ่ยถาม
เด็กสาวมัดผมหางม้าถอนหายใจ “ย่อมเป็อย่างที่เ้าว่า แต่มันเป็คำสั่งของท่านอาจารย์ ข้าจะทำอะไรได้?”
เด็กสาวมัดผมหางม้าเป็นักหลอมอักขระิญญาระดับบุษราั้แ่อายุยังน้อย อาจารย์ของนางย่อมไม่ใช่คนธรรมดาจะต้องเป็นักหลอมอักขระิญญาที่เก่งกาจยิ่งยวดอย่างแน่นอน
“เ้าอ่านหนังสือได้เร็วเยี่ยงนี้เดาว่าน่าจะทำข้อสอบได้ไม่ยากใช่หรือไม่?” เด็กสาวมัดผมหางม้ายิ้มเ้าเล่ห์
“เ้าคิดจะทำอะไร?” จูชิงมองเด็กสาวมัดผมหางม้าอย่างระแวดระวัง ถึงนางจะดูอ่อนแอหากแต่ในกายานั้นกลับมีลมปราณที่น่าทึ่งแฝงอยู่ อย่างน้อยจูชิงก็มองขั้นพลังของเด็กสาวไม่ออก กอปรกับที่นางเป็นักหลอมอักขระิญญา จูชิงจะระวังตัวก็ไม่แปลก
“ถ้าเ้าช่วยให้ข้าสอบผ่าน ข้าจะสอนอักขระิญญาให้กับเ้า ข้อเสนอนี้เป็อย่างไร?” เด็กสาวมัดผมหางม้ายิ้มหวานเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์
“สอบ? สอบอะไร?” จูชิงตะลึง
“ศิษย์พี่บอกว่าข้าไม่ได้เข้าใจเื่อักขระิญญามากขนาดนั้นก็เลยให้ข้าศึกษาพื้นฐานอักขระิญญาเพิ่มเติม ทว่าสาวน้อยอัจฉริยะที่ยากจะพบเจอได้ในร้อยปีอย่างข้าจำเป็ต้องอ่านหนังสือของคนธรรมดาพวกนี้ด้วยอย่างนั้นรึ” เด็กสาวมัดผมหางม้าเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้าดำเมี่ยมเป็ก้นหม้อของจูชิง
ครั้นเห็นจูชิงยืนเก้ๆ กังๆ เด็กสาวมัดผมหางม้ายิ้มแล้วพูดว่า “เ้าเก่งกว่าคนทั่วไป มีพร์ของนักหลอมอักขระิญญา ตราบใดที่พยายามมากพอจะต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน”
จูชิงยิ้มเจื่อน “เ้าปลอบใจข้าอยู่รึ?”
“อื้อ ไม่อย่างนั้นถ้าเ้าเสียความมั่นใจเพราะข้าก็เท่ากับว่าข้าทำผิดร้ายแรงน่ะสิ” เด็กสาวมัดผมหางม้าพยักหน้าจริงจัง
จูชิงเหงื่อแตกพลั่ก ภายในใจพลันครุ่นคิด เด็กสาวมัดผมหางม้าหลงตัวเองเสียจริง แต่พอคิดว่าอีกฝ่ายเป็นักหลอมอักขระิญญาระดับบุษรา แสดงว่านางเป็คนที่เก่งกาจจริงๆ
“อะ นี่ ข้อสอบที่ศิษย์พี่ให้ข้ามา ถ้าเ้าตอบได้ทุกข้อข้าจะสอนอักขระิญญามนุษย์ระดับต่ำที่สามารถเอาไปใช้ได้จริงในการต่อสู้ให้กับเ้า” เด็กสาวมัดผมหางม้ากล่าว
“อักขระิญญาขั้นมนุษย์ระดับต่ำ?” จูชิงหน้าเปลี่ยนสี แม้ว่าอักขระิญญามนุษย์ระดับต่ำจะเป็อักขระิญญาที่ต่ำที่สุด ทว่าสำหรับเขาที่เป็ศิษย์นอกสำนักนับว่าล้ำค่ายิ่งยวด นอกเสียจากเขาจะเป็ศิษย์ในสำนัก ไม่เช่นนั้นไม่มีทางเรียนรู้อักขระิญญาระดับนี้ได้จากนอกสำนัก!
“ตกลง!” จูชิงหยิบรับกระดาษข้อสอบมา ไม่แม้แต่จะเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ
หลังจากดูกระดาษข้อสอบแล้ว เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวมัดผมหางม้าไม่ได้โกหก คำถามข้างต้นเป็พื้นฐานของอักขระิญญาจริงๆ ทว่าสำหรับจูชิงที่อ่านหนังสือมาแล้วเป็ร้อยเล่มมันไม่ใช่คำถามที่ยากเลย
จูชิงแทบไม่ต้องคิด เขาเขียนคำตอบรวดเดียวหนึ่งร้อยข้อในเวลาเพียงหนึ่งถ้วยชา
“เสร็จแล้วรึ เ้าไม่ได้ตอบมั่วๆ ใช่หรือไม่?” เด็กสาวมัดผมหางม้าตะลึงลาน
“คำถามง่ายมาก ส่วนใหญ่เป็พื้นฐานของอักขระิญญาที่มีอยู่แล้วในหนังสือ แล้วข้าก็ความจำดีด้วย!” จูชิงชี้ไปที่หัวของตัวเอง
“ตามนั้น!” เด็กสาวมัดผมหางม้าหยิบนกไม้ตัวหนึ่งออกมาจากถุงเอกภพ จากนั้นม้วนกระดาษข้อสอบยัดลงไปในท้องของมัน ก่อนที่นกไม้จะกระพือปีกบินออกไปจากหอคำภีร์ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของจูชิง!
[1] เปรียบเปรยหมายถึง ผู้ที่ทำตัวลึกลับ ไม่ชอบเปิดเผย
