ยามค่ำคืนนั้น มักทำให้ผู้คนวู่วามเสมอ
ภายใต้ความเงียบนั้นมีคลื่นปั่นป่วน หานอวิ๋นซีได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรง นางกำลังรอคำตอบ
ทำไม?
คำพูดและการกระทำของเขา มักจะมีเหตุผลมาอธิบายให้กับตัวเองเสมอและไม่จำเป็ต้องพูดให้คนอื่นฟัง
หลงเฟยเยี่ยมองไปที่สตรีตรงหน้าเขา ดวงตาสีดำลึกราวกับทะเล ทว่าใบหน้ายังคงไร้ความรู้สึก อารมณ์ที่ซับซ้อนแวบผ่านดวงตาของเขาอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครสังเกตเห็น
“ไม่มีเหตุผล มันเป็คำสั่ง” ในที่สุดเขาก็เปิดปากพูด
“ข้าขอปฏิเสธคำสั่ง” หานอวิ๋นซีตอบกลับอย่างไม่ลังเล
“เ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ออกไป” เสียงของเขาเ็า
หานอวิ๋นซีโกรธ “หลงเฟยเยี่ย ข้าอยู่ที่นี่...”
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะได้พูดจบ นางก็หยุดทันทีพร้อมกับขมวดคิ้ว เป็แบบนี้ไปได้อย่างไร ความรู้สึกของอาการวิงเวียนศีรษะที่ไม่สามารถอธิบายได้พุ่งเข้ามา จนนางไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป
“เ้าเป็อะไรหรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยเห็นความผิดปกติในตัวนางทันที
หานอวิ๋นซีเอามือค้ำศีรษะและมองไปที่หลงเฟยเยี่ย นางเป็คนนิสัยดื้อรั้น หากไม่ถามก็จะไม่ถาม แต่ถ้าถามก็ต้องถามให้ชัดเจน นางไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง คืนนี้ต้องรู้เื่นี้ให้ได้ ต้องยืนยันเหตุผลจากเขาให้ได้ นางพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ทำไม? ท่านตอบข้ามาสิ!”
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่พูดจบ ภาพตรงหน้าของนางก็มืดลง พร้อมกับล้มลงไปข้างหน้า
หลงเฟยเยี่ยรีบประคองนางไว้ เมื่อเห็นว่านางหมดสติไปแล้ว ก็รีบอุ้มนางขึ้นมา และเดินไปที่เตียง พลางเรียกหมอ
ทันทีที่หมอหลวงหลี่เข้ามา เขาก็ใกับสีหน้าวิตกกังวลของฉินอ๋อง เขาทำงานในจวนฉินอ๋องมานานหลายปี แม้แต่อี้ไท่เฟยกำลังจะป่วยตาย เขาก็ไม่เคยเห็นฉินอ๋องขมวดคิ้วแบบนี้มาก่อน!
เขาไม่กล้าชักช้า รีบจับชีพจร แต่หลังจากตรวจดูสองครั้งก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทุกอย่างปกติดี
“เกิดอะไรขึ้น?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างเ็า
“ท่านอ๋อง สภาพชีพจรของหวังเฟยปกติดี เืเองก็ไหลเวียนดี ไม่ได้เป็อะไรมากมายพ่ะย่ะค่ะ...” หมอหลวงหลี่อดไม่ได้ที่จะคิดอยู่นาน
หลงเฟยเยี่ยไม่แม้แต่จะมองไปที่หมอหลวงหลี่ เขาพูดอย่างใจร้อนว่า “แม่นมจ้าวรีบไปเรียกกู้เป่ยเยวี่ยมาเดี๋ยวนี้!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หมอหลวงหลี่ทำได้เพียงถอยหลังออกมา หากเขาเชิญคนอื่นมา เขาก็คงไม่มั่นใจ แต่ถ้าเชิญหมอหลวงกู้มา เขาก็ไม่มีอะไรจะพูด
กู้เป่ยเยวี่ยที่รีบมาในกลางดึก เดิมทีเขาคิดว่าจะต้องไปที่ตำหนักหยุนเซี่ยน แต่ใครจะรู้ว่าแม่นมจ้าวกลับพาเขาเข้าไปในห้องนอนแทน
ผ่านทางเดินที่ลึกและมืดไกลไปยังสถานที่ที่สว่างไสวอยู่ข้างหน้า หานอวิ๋นซีนอนอย่างเงียบๆ บนเตียงภายใต้ม่านหนาทึบ และหลงเฟยเยี่ยนั่งเฝ้านางอยู่ข้างๆ
เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งเป็ภาพที่มีความหมายและเงียบสงบ ในขณะนี้ กู้เป่ยเยวี่ยเฝ้าดูอย่างเงียบๆ และเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว
“หมอหลวงกู้ เร็วเข้า ท่านอ๋องกำลังรีบ!” แม่นมจ้าวเร่งด้วยเสียงเบา
กู้เป่ยเยวี่ยรีบเดินไปทันทีและนั่งลงหลังม่านชั้นหนึ่ง หลงเฟยเยี่ยไม่ส่งเสียง ค่อยๆ วางมือของหานอวิ๋นซีไว้บนหมอนเล็กๆ ที่รองอยู่ขณะเจาะเือย่างระมัดระวัง การกระทำนี้อ่อนโยนกว่าของกู้เป่ยเยวี่ยเล็กน้อย
กู้เป่ยเยวี่ยจับชีพจรอย่างระมัดระวัง เช่นนี้หลงเฟยเยี่ยจึงจะเอ่ยปากพูดว่า “ก่อนหน้านี้ที่ข้าเคยให้เ้าดูไปแล้ว คงจะเป็อาการเก่า”
ครั้งสุดท้ายที่หานอวิ๋นซีหมดสติไปหลายวันในเมืองยา หลังจากกลับมาหลงเฟยเยี่ยได้สั่งให้กู้เป่ยเยวี่ยมาหา ผลลัพธ์การวินิจฉัยเดิมคือนางเหนื่อยเกินไปและใหวาดกลัว
แต่คราวนี้ไม่ต้องพูดถึงความหวาดกลัวหรือใอะไรเลย ความกล้าหาญของสตรีผู้นี้ ไม่มีทางได้ที่จะหวาดกลัวอย่างแน่นอน ส่วนเื่ความเหนื่อยล้า ภาระในจวนตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็คงไม่ถึงขั้นทำให้นางล้มป่วย
กู้เป่ยเยวี่ยปล่อยมือของหานอวิ๋นซี “ท่านอ๋อง ให้กระหม่อมได้ดูใบหน้าของหวังเฟยได้หรือไม่?”
เช่นนี้หลงเฟยเยี่ยจึงจะยกมุมม่านขึ้นมุมหนึ่ง กู้เป่ยเยวี่ยยืนขึ้นและมองไปครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไร นั่งลงและจับชีพจรต่อ
“เป็อย่างไรบ้าง?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างกังวลใจ
“ท่านอ๋องโปรดใจเย็น ให้กระหม่อมได้ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน” กู้เป่ยเยวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
หลังจากได้รับการเตือนจากกู้เป่ยเยวี่ย หลงเฟยเยี่ยก็ตระหนักถึงความหงุดหงิดของตนเอง เขามองไปทางอื่นและไม่พูดอีก
แม้ว่าชีพจรจะถือว่าปกติ แต่กู้เป่ยเยวี่ยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าแม้ว่าหานอวิ๋นซีจะหมดสติ แต่ร่างกายของนางยังคงอยู่ในสภาวะตึงเครียดราวกับว่ามีบางอย่างที่ใช้พลังงานของนาง
หมอคนอื่นอาจจะมองไม่ออก แต่กู้เป่ยเยวี่ยมองออก ทว่ากลับไม่สามารถอธิบายออกมาได้เช่นกัน
ในที่สุด เขาก็ปล่อยมือของหานอวิ๋นซีและพูดอย่างใจเย็นว่า “ท่านอ๋อง ชีพจรของหวังเฟยเป็ปกติดี ไม่มีโรคร้ายแรงใดๆ เพียงแต่ ข้าเกรงว่าหวังเฟยมีเื่บางอย่างอยู่ในใจให้ครุ่นคิดวิตกกังวลตลอดทั้งคืน สมองและเรี่ยวแรงของนางจึงใช้พลังมากเกินไป จนทำให้เหนื่อยล้าและหมดสติไปพ่ะย่ะค่ะ”
หลงเฟยเยี่ยที่ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ก็หันกลับไปมองที่หานอวิ๋นซีและไม่พูดอะไรเลย
“ท่านอ๋อง อาการของหวังเฟยนั้นยากที่จะพบ นี่เป็เพียงการคาดเดาของกระหม่อมเท่านั้น ยังต้องรอให้หวังเฟยตื่นขึ้นมาและถามรายละเอียดให้แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ” กู้เป่ยเยวี่ยระมัดระวังตัวมาก
“แม่นมจ้าว พาหมอกู้ไปพักผ่อนที่ห้องซีเซียง” เขาออกคำสั่งด้วยเสียงต่ำ
นี่้าให้กู้เป่ยเยวี่ยอยู่จนกว่านางจะตื่นสินะ นอกจากในวังแล้ว นี่อาจเป็ที่เดียวที่กู้เป่ยเยวี่ยสามารถอยู่ได้ แน่นอนว่ากู้เป่ยเยวี่ยก็เต็มใจที่จะอยู่เช่นกัน
ในขณะที่กำลังจะเดินออกไป จู่ๆ หลงเฟยเยี่ยก็ถามขึ้นมาว่า “หมอหลวงกู้ ได้ยินมาว่าเ้าได้รับาเ็จากนักฆ่าที่จวนตระกูลหานในวันนั้น?”
“ขอบพระทัยท่านอ๋องสำหรับความเป็ห่วงพ่ะย่ะค่ะ นักฆ่าที่ข้าพบในวันนั้น คือกู้ชีฉ่าวที่ข้าเคยเจอในหุบเขายาผี” กู้เป่ยเยวี่ยตอบอย่างตรงไปตรงมาและไม่ปิดบังอะไร
โดยไม่คาดคิดว่าหลงเฟยเยี่ยจะถามอย่างเ็าว่า “ก่อนหน้านี้ก็พบที่โรงน้ำชาิเซียงด้วยไม่ใช่หรือ?”
กู้เป่ยเยวี่ยอธิบายโดยไม่แม้แต่จะคิด “พ่ะย่ะค่ะ เคยเจอกันที่นั่นเช่นกัน กระหม่อมลืมมันไปแล้ว”
“พวกเ้ารู้จักกันมาก่อนหรือ?”
เมื่อเผชิญกับคำถามเร่งด่วนของหลงเฟยเยี่ยทีละคำถามแบบนี้ กู้เป่ยเยวี่ยก็ไม่รู้สึกตื่นตระหนกแต่อย่างใด ยังคงสงบนิ่งและตอบว่า “ไม่เลยพ่ะย่ะค่ะ แค่บังเอิญเจอเท่านั้น หวังเฟยรู้จักเขา ทว่ากระหม่อมไม่รู้จักพ่ะย่ะค่ะ”
ใครบังเอิญเจอใคร เขาไม่ได้พูดออกมาอย่างครบถ้วน เขาไม่โกหกแต่ก็ไม่ได้พูดความจริงเหมือนกัน
คนที่ดูเหมือนจะไม่สามารถโกหกได้ มักจะพูดได้อย่างสวยงามเสมอ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กู้เป่ยเยวี่ยเผชิญไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็หลงเฟยเยี่ย
“พบกันโดยบังเอิญได้อย่างไร?” หลงเฟยเยี่ยถามอีกครั้ง
แม่นมจ้าวที่อยู่ด้านข้าง จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับบรรยากาศ เกิดอะไรขึ้นกับท่านอ๋อง ทำไมท่านถึงได้ถามเื่เล็กๆ น้อยๆ มากมายแบบนี้กัน?
รอยยิ้มที่ทำอะไรไม่ถูกฉายผ่านดวงตาของกู้เป่ยเยวี่ยและตอบตามจริงว่า “กระหม่อมขอให้หวังเฟยสอนวิชาพิษ เลยบังเอิญได้พบกับกู้ชีฉ่าวพ่ะย่ะค่ะ”
ในที่สุดเื่เมื่อหลายเดือนก่อนก็ได้รับการชี้แจง หลงเฟยเยี่ยค่อนข้างพอใจและโบกมือให้กู้เป่ยเยวี่ยออกไปได้
หากหานอวิ๋นซีได้ยินคำถามที่อยากรู้อยากเห็นของหลงเฟยเยี่ยแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไร บางทีนางอาจจะลืมเื่นี้ไปแล้วก็ได้
ตอนนี้เวลานี้ นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัวนาง นางแค่ท่องอยู่ในระบบการล้างพิษ
ใช่ มันคือการท่องระบบล้างพิษ!
ก่อนหน้านี้ หานอวิ๋นซีสามารถควบคุมระบบการล้างพิษได้ด้วยสติ ใช้ฟังก์ชันทั้งหมดและเรียกยาอะไรก็ได้ตามที่้า แต่สิ่งนี้จำกัดอยู่เพียงการควบคุมสติเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางอยู่ในระบบล้างพิษ และนางสามารถเห็นทุกอย่างในระบบล้างพิษได้อย่างชัดเจน!
ฝันร้ายที่นางมีก่อนหน้านั้นก็อยู่ในระบบการล้างพิษเช่นกัน อย่างไรก็ตามเป็เพราะอัปเกรดระบบไม่เสร็จ นางจึงมีภาพลวงตาว่ายากำลังพุ่งไปมาอย่างไม่เป็ระเบียบ
วิศวกรที่พัฒนาระบบล้างพิษคอยบอกนางเสมอว่านี่คือระบบอย่างหนึ่ง และยังเป็พื้นที่ว่างด้วย อันที่จริงหานอวิ๋นซีไม่ค่อยเข้าใจความหมายของ “พื้นที่ว่าง” ในตอนแรก แต่ตอนนี้นางอยู่ในระบบล้างพิษ ในที่สุดนางก็ได้ัักับความหมายของ “พื้นที่ว่าง”
มันเป็โลกส่วนตัวที่เป็ของนางเท่านั้น
บริเวณโดยรอบมืด ทางด้านขวาของนางเป็ห้องเก็บของขนาดใหญ่ นางเดินเข้าไปและเห็นว่ามียาต่างๆ และเข็มทองซึ่งนางนำมาจากยุคสมัยใหม่ทั้งหมด อาจกล่าวได้ว่าเป็ห้องเก็บของของระบบล้างพิษ
ในระบบล้างพิษ นางสามารถหยิบหรือซ่อนอะไรไว้ก็ได้โดยไม่จำเป็ต้องใช้พลังงานใดๆ ซึ่งง่ายกว่าข้างนอกอย่างมาก เมื่อคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะลอยออกมาและตกลงบนมือของนาง
และทางด้านซ้ายของนางคือสระน้ำพิษที่นางขโมยมาจากเมืองยา และสระน้ำก็เต็มไปด้วยสมุนไพรพิษชนิดใหม่มากมาย
ความจริงแล้ว ในตอนที่หานอวิ๋นซีซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้ นางนึกไม่ออกว่าพวกมันจะถูกเก็บไว้ในระบบการล้างพิษได้อย่างไร
และเมื่อมองไปที่ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้านาง นางเกือบจะคิดว่าสมุนไพรพิษในสระพิษนั้นมาจากระบบการล้างพิษ ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม
นางไม่ได้ขโมยสระของคนอื่น แต่น้ำพิษกลับกลายเป็สระของมันเอง สมุนไพรพิษในสระเติบโตอย่างแข็งแรงและความเป็พิษของสมุนไพรพิษหลายชนิดเริ่มเผยให้เห็น
ทันทีที่หานอวิ๋นซีเข้าใกล้ ก็มีดอกไม้ที่ไม่รู้จักดอกหนึ่ง จากนั้นระบบล้างพิษก็เตือนขึ้นมาว่า “เกสรดอกไม้มีพิษ สามารถทำให้เกิดอาการคันได้ อาการคันสามารถบรรเทาได้ด้วยการเกาจนกว่าจะเห็นเื ยาแก้พิษยังคงอยู่ในขั้นตอนการปรุง ต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณครึ่งปี ดังนั้นโปรดอย่าแตะต้องมันหากไม่จำเป็”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หานอวิ๋นซีก็ใจนปล่อยมือทันที ต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีในการกำจัดพิษนี้!
หานอวิ๋นซีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เลือกสมุนไพรอื่นอย่างระมัดระวัง แต่ในเวลานี้ ระบบล้างพิษเตือนว่า “ความเป็พิษของสมุนไพรนี้ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ และจะใช้เวลาสามเดือน”
ช่างเป็ความเร็วที่น่าเบื่อเสียเหลือเกิน!
อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซียังคงใอยู่ ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้ระบบล้างพิษไม่สามารถวิเคราะห์ความเป็พิษของสระพิษได้ แต่ตอนนี้มันสามารถวิเคราะห์พิษที่เกิดขึ้นในสระพิษได้ ทั้งยังสามารถทำยาแก้พิษเองได้อีกด้วย?
นี่คือฟังก์ชันใหม่หลังจากการอัปเกรดสินะ นางสามารถหาวัตถุดิบของยาพิษ ปลูกในระบบล้างพิษและปรุงยาแก้พิษออกมาได้อย่างนั้นหรือ?
เรียกได้ว่านี่เป็ข่าวดีจริงๆ สิ่งที่จุนอี้เสีย้าทำในป่าสมุนไพร ถูกนางฉกฉวยมาที่นี่แล้ว
กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า นางกลายเป็บุคคลที่อันตรายที่สุดในโลกศิลปะพิษ
เมื่อคิดเช่นนี้ มุมปากของหานอวิ๋นซีก็ยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
พิษบางชนิดที่ระบบล้างพิษนำมานั้นไม่มีอยู่ในสมัยโบราณ แต่เป็เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นและบางชนิดก็มีชนิดเดียว และมีปริมาณจำกัด เช่น ยาชาแบบแรง ตอนนี้ระบบล้างพิษมีหน้าที่บ่มเพาะมัน นางยังจะต้องกลัวว่าจะไม่มียาวิเศษอีกหรือ?
สระพิษที่ปกคลุมไปด้วยสมุนไพรอย่างหนาแน่น หานอวิ๋นซีตั้งตารอวันเก็บเกี่ยวแล้วล่ะ
นอกจากห้องเก็บของและสระพิษนี้ พื้นที่รอบๆ ก็เต็มไปด้วยความว่างเปล่า และระยะทางก็มืดสนิท พื้นที่นี้ใหญ่มาก มีความลับอะไรที่นางไม่รู้หรือไม่?
หานอวิ๋นซีพยายามเดินไปข้างหน้า แต่ใครจะรู้ นางที่เพิ่งเดินผ่านสระพิษ ก็รู้สึกวิงเวียนขึ้นมาทันที ไม่สามารถแม้แต่จะก้าวเดินได้ ภาพตรงหน้าก็มืดสนิทก่อนที่จะเป็ลมไป
นางที่เป็ลมไปในระบบล้างพิษ ทว่าในความเป็จริงแล้วกลับลืมตาขึ้นโดยไม่รู้ล่วงหน้า เห็นเพียงผ้าม่านทรงกลมหรูหราแขวนอยู่เหนือศีรษะ
เอ๋ ที่นี่คือที่ไหนกันนะ?
หานอวิ๋นซีที่อยู่ในความงุนงง มองไปด้านข้าง เห็นแค่เพียง...
