บทที่ 193 สถานการณ์สู้รบชวนอึดอัด
“เอ๊ะ ผู้รอบรู้หยวนตู้ ไม่ใช่ว่าท่านกำลังจัดกำลังพลนักพรตเทียนตูของพวกเรา เพื่อไปสู้รบกับนักพรตดินแดนมารที่เมืองเสวียนจ้งอยู่หรือ เหตุใดถึงมีเวลาว่างมาที่นี่ได้เล่า?”
วันนี้ลู่อวี่กำลังปรุงโอสถอยู่ในห้องปรุงโอสถของตนเอง คิดไม่ถึงว่าผู้รอบรู้หยวนตู้ หนึ่งในแปดผู้เฒ่าแห่งตำหนักมหาเทพจะเดินทางมาหาถึงที่นี่
แม้ว่านักพรตทั้งหมดของตำหนักตันหลิงจะปรุงโอสถอยู่ที่ลานกว้าง แต่ลู่อวี่ที่เป็ถึงผู้ดูแลตำหนักตันหลิงย่อมมีสิทธิพิเศษอยู่บ้าง สถานที่ที่เขาใช้ปรุงโอสถก็คือห้องปรุงโอสถที่อยู่ติดกับที่พักของเขา เครื่องมือทั้งหลายภายในห้องปรุงโอสถแห่งนี้ไม่ด้อยไปกว่าห้องปรุงโอสถของตระกูลลู่แม้แต่น้อย มิหนำซ้ำตำหนักมหาเทพยังส่งนักพรตที่ฉลาดหลักแหลมมาเป็ผู้ช่วยในการปรุงโอสถให้เขาอีกหลายคน
“ฮ่าๆ ข้าเพียงมีโอกาสกลับมารายงานสถานการณ์การต่อสู้ให้ท่านผู้เฒ่าสูงสุดฟังพอดี จึงถือโอกาสนี้แวะเวียนมาเยี่ยมเ้าสักหน่อย หากไม่ใช่เพราะมีนายน้อยลู่คอยดูแลตำหนักตันหลิงแห่งนี้ ช่วยขจัดความกังวลของนักพรตแนวหน้า พวกเขาจะคว้าชัยชนะติดๆ กันหลายครั้งเช่นนี้ได้อย่างไร ความดีความชอบของนายน้อยลู่ในครั้งนี้ไม่อาจลบเลือนได้จริงๆ!”
ลู่อวี่ยังคงควบคุมอุณหภูมิภายในเตาหลอมโอสถจำนวนหลายใบ พลางตอบกลับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “ผู้รอบรู้หยวนตู้ ท่านเกรงใจกันเกินไปแล้ว การเตรียมโอสถให้เพียงพอกับความ้าของนักพรตแนวหน้าเป็หน้าที่ของข้าที่เป็ผู้ดูแลตำหนักตันหลิง ไม่อาจนับว่าเป็ความดีความชอบได้ ท่านมีเื่ใดก็จงพูดออกมาเถิด หากช่วยเหลือได้ ข้ายินดีช่วย แต่หากเป็เื่ที่ไม่อาจช่วยได้ ต่อให้ท่านยกยอปอปั้นข้ามากเพียงใด ก็ไร้ประโยชน์”
ผู้รอบรู้หยวนตู้คิดไม่ถึงว่าลู่อวี่ที่ดูเหมือนเด็กเมื่อวานซืนผู้นี้จะมีไหวพริบดีเกินคาด เขายังไม่ได้แสดงเจตนาอันใดออกมา อีกฝ่ายกลับเดาได้แล้วว่าเขามีเื่จะร้องขอ
เขาไอแห้งๆ สองครั้งอย่างรู้สึกเก้อกระดาก เดิมทีเขาคิดจะอ้อมค้อมอีกสักหน่อย แต่เมื่อเห็นว่าลู่อวี่ทำเป็เมินเฉยใส่เขา หากยังอ้อมค้อมต่อไปอีก เกรงว่าอีกฝ่ายคงจะรำคาญเขาก่อนเป็แน่ จึงต้องหัวเราะแห้งๆ “นายน้อยลู่ฉลาดหลักแหลมสมคำร่ำลือจริงๆ อย่างที่เ้าทราบดีว่าโอสถส่วนใหญ่ของนักพรตแนวหน้าไม่ได้มีปัญหาใด แต่ว่านักพรตขั้นเกิดเทพเ้าจำนวนไม่น้อยจำเป็ต้องใช้เคล็ดวิชาลับและพลังยุทธ์ในการต่อสู้อันดุเดือด ทว่ามันนำมาซึ่งอาการาเ็ขั้นสาหัสต่อตัวผู้ใช้ ไม่ทราบว่านายน้อยลู่พอจะมีโอสถวิเศษที่สามารถรักษาอาการาเ็เหล่านี้บ้างหรือไม่ อีกประการ โอสถขั้นห้า ‘ยายืดอายุไป่เฉ่า’ ที่แจกจ่ายให้เดือนละเม็ด นับว่าน้อยยิ่งนัก เ้าพอจะเพิ่มจำนวนให้ได้อีกสักเม็ดหรือไม่?”
“เื่นี้อยู่นอกเหนืออำนาจของข้า ถึงตระกูลลู่ของข้าจะทำข้อตกลงเื่ผลประโยชน์กับท่านผู้เฒ่าสูงสุดเอาไว้ แต่การจัดสรรโอสถวิเศษ ตระกูลลู่มีสิทธิ์จัดการเพียงโอสถขั้นต่ำกว่าห้าเท่านั้น ส่วนโอสถขั้นห้าขึ้นไป ท่านผู้เฒ่าสูงสุดจะเป็ผู้ดูแลจัดการทั้งหมด อีกประการหนึ่ง ข้าไม่อาจปรุงโอสถทุกวันได้ เพราะข้าเองก็ต้องฝึกบำเพ็ญเพียรเช่นกัน ดังนั้นการที่โอสถขั้นห้าจะมีจำนวนน้อย ย่อมเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้”
ผู้รอบรู้หยวนตู้ไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทีอะไรออกมา แต่ในใจเขากลับบ่นพึมพำว่า ครั้งเมื่ออยู่ในงานชุมนุมโอสถที่ทะเลสาบเทียนอวิ๋นของตระกูลลู่ ลู่อวี่สามารถปรุงโอสถขั้นห้าได้เกือบแสนเม็ดในครั้งเดียว แม้โอสถชนิดนั้นจะมีความพิเศษอยู่บ้าง และสมุนไพรวิเศษของตำหนักมหาเทพมีจำนวนไม่เพียงพอ แต่หากนายน้อยตระกูลลู่ที่แสนจะเยาว์วัยผู้นี้ยินยอมพร้อมใจละก็ คงไม่มีปัญหาเื่โอสถวิเศษขาดแคลนเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แม้ว่าเื่เหล่านี้จะรับรู้กันอย่างกว้างขวาง แต่กลับไม่อาจพูดออกไปตรงๆ ได้ เพราะถึงแม้จะพูดออกไป ลู่อวี่ก็ต้องมีข้ออ้างมากมายรอปฏิเสธเขาอยู่อย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ผู้รอบรู้หยวนตู้จึงต้องเปลี่ยนวิธีการเจรจาใหม่ “ข้าเข้าใจความลำบากใจของนายน้อยลู่เป็อย่างดี ข้าก็ไม่ได้มาขอโอสถวิเศษจากเ้าโดยไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน ขอเพียงนายน้อยลู่มอบโอสถวิเศษให้อย่างเพียงพอ นักพรตขั้นเกิดเทพเ้าทั้งหมดที่ร่วมรบแนวหน้าจะต้องซาบซึ้งในบุญคุณของนายน้อยลู่แน่ อีกประการ พวกเราย่อมไม่มีทางปล่อยให้นายน้อยลู่เสียสละเวลาบำเพ็ญเพียร เพื่อมาทำเื่เหล่านี้ ถึงแม้ตำหนักมหาเทพจะมีอำนาจมากและสามารถสรรหาทุกสรรพสิ่งมาได้ แต่ขุมกำลังน้อยใหญ่ก็ล้วนมีทรัพย์สินล้ำค่าเก็บสะสมเอาไว้เป็การส่วนตัว ขอเพียงนายน้อยลู่พยักหน้าตกลง ภายใต้เงื่อนไขที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์หลัก เชื่อว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธอย่างแน่นอน!”
ผู้รอบรู้หยวนตู้พูดจาอ้อมค้อม แต่ความจริงแล้ว ไม่ได้ต่างอะไรกับการเจรจาต่อรองกับลู่อวี่ ยามนี้ทุกคนที่อยู่ในเทียนตูต่างก็รู้ว่านายน้อยตระกูลลู่ผู้นี้เป็พวกเห็นแก่เงิน หากไม่มีผลประโยชน์มาแลกเปลี่ยน การจะรีดไถสิ่งใดจากเขา ล้วนเป็เื่ที่ทำได้ยากลำบากยิ่ง! แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นักพรตขั้นเกิดเทพเ้าเ่าั้ อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้ถือว่าขาดแคลนโอสถขั้นห้า แม้ตำหนักมหาเทพจะแจกจ่ายโอสถขั้นห้าให้เพียงเดือนละเม็ดเท่านั้น แต่ยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าคนใดเล่าจะไม่มีแต้มคุณูปการเพียงพอให้แลกโอสถวิเศษได้ เพียงแต่พวกเขาเป็กำลังหลักของขุมอำนาจน้อยใหญ่ทั้งหลาย การเตรียมโอสถวิเศษเอาไว้สำหรับปกป้องและบ่มเพาะอัจฉริยะของตระกูลย่อมเป็เื่ที่เข้าใจได้
โดยเฉพาะโอสถวิเศษที่ปรุงโดยลู่อวี่ ไม่ต้องพูดถึงยามนี้ที่ตระกูลลู่แทบไม่ยอมปล่อยโอสถวิเศษออกมา หรือต่อให้ปล่อยออกมาจริงก็ต่างถูกคนแย่งชิงกันอย่างหนักถึงขั้นตบตีกันหัวร้างข้างแตก การจะหาซื้อมาเก็บไว้สักเม็ดได้นับว่ายากเย็นอย่างยิ่ง
ลู่อวี่เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา ถึงจะยังยืนหันหลังให้ผู้รอบรู้หยวนตู้ แต่ด้วยพลังจิตของอีกฝ่ายแล้ว ย่อมมองเห็นชัดเจนยิ่งกว่าการมองด้วยตาเปล่าเสียอีก
“ในเมื่อผู้รอบรู้หยวนตู้พูดถึงเช่นนี้แล้ว ข้าก็จะไม่ปฏิเสธอีก เพียงแต่กำลังของข้าเพียงผู้เดียวย่อมมีขีดจำกัด นักพรตในเทียนตูก็มีมากเหลือเกิน ข้าสามารถมอบโอสถวิเศษเพิ่มได้อีกเพียงเดือนละสองเม็ดเท่านั้น หนึ่งเม็ดเป็ ‘ยาอายุวัฒนะน้ำค้างขาวขั้นห้า’ อีกหนึ่งเม็ดเป็ ‘ยาเม็ดมรณะ’ ส่วนเื่น้ำใจของทุกท่านนั้น ข้าไม่้าของล้ำค่าใดตอบแทน ในฐานะนักปรุงโอสถ ย่อมมีความสนใจในสมุนไพรวิเศษหายากเป็ธรรมดา หากมีวัตถุดิบหายากอื่นๆ ที่มีมูลค่าทัดเทียมกันก็ยินดีรับไว้เช่นกัน”
“กล่าวได้เยี่ยม กล่าวได้เยี่ยม!” ผู้รอบรู้หยวนตู้รู้สึกโล่งอกเมื่อเห็นลู่อวี่ยอมตอบตกลง เขามีฐานะเป็ถึงหนึ่งในแปดผู้เฒ่าแห่งตำหนักมหาเทพ ย่อมรู้ดีว่าโอสถวิเศษที่ลู่อวี่มอบให้ตำหนักมหาเทพน่าจะมีจำนวนไม่น้อย แต่ท่านผู้เฒ่าสูงสุดคงไม่แจกจ่ายโอสถวิเศษทั้งหมดที่ตนเองได้รับมาออกไปให้ผู้อื่น การเก็บเอาไว้ส่วนหนึ่งหรือแจกจ่ายให้กับนักพรตคนอื่นๆ ก็เป็เื่ที่เกิดขึ้นได้ เทียนตูที่ตำหนักมหาเทพดูแลปกครองอยู่นั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่มหาศาล ต่อให้มีโอสถวิเศษจำนวนมากเพียงใดก็ยังไม่เพียงพอ พวกเขาจึงทำได้เพียงจัดสรรให้กับแนวหน้าเป็หลักเท่านั้น
ทางทิศตะวันตกของเทียนตู เป็พื้นที่ที่ถูกนักพรตดินแดนมารยึดครองพื้นที่ของขุมกำลังน้อยใหญ่ไปแล้วหลายสิบแห่ง พวกเขาได้ปรับปรุงพื้นที่ตรงนั้นให้เป็ฐานที่มั่นของตนเอง โดยฐานทัพขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางสุด เป็กองบัญชาการของนักพรตดินแดนมารทั้งหมดในเวลานี้ นอกจากจะสร้างการป้องกันที่แข็งแกร่งแล้ว ยังมีนักพรตประจำการอยู่ที่นั่นกว่าหลายร้อยคน ในบรรดานั้นมียอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าอยู่ถึงสองคน นับเป็ฐานที่มั่นอันสำคัญยิ่งของนักพรตดินแดนมารในเทียนตู!
นับั้แ่รุกรานเทียนตูมาจนถึงตอนนี้ก็เป็เวลาเกือบสองเดือนแล้ว ถึงพวกเขาจะยึดครองพื้นที่ได้บางส่วน แต่หากเทียบกับแผนการดั้งเดิมของดินแดนมารแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้คล้ายจะต่างกันราวฟ้ากับเหว เพียงแต่เื่บางอย่างก็เป็เหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ฝั่งดินแดนมารเองก็จนปัญญาไม่น้อย พวกเขาจึงต้องใช้วิธีที่แสนเชื่องช้าและโง่เขลามากที่สุด แต่ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากแผนการที่วางเอาไว้อย่างสิ้นเชิง ทำให้นักพรตดินแดนมารรวมไปถึงยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าพากันรู้สึกอัดอั้นตันใจ พวกเขาจึงคิดจะสั่งสอนเทียนตูให้รู้จักหลาบจำ ด้วยเหตุนี้เองยามถึงคราวสู้รบ พวกเขาจึงสู้กันยิบตาอย่างไม่ยอมถอย และทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้
หากเทียบกับโลกอื่นๆ ที่ฝั่งดินแดนมารเคยรุกราน เทียนตูถือเป็ดินแดนที่ตีแตกพ่ายได้ง่ายมากที่สุด เพียงแต่สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างไกลจากดินแดนมารมากเกินไป นักพรตดินแดนมารจำเป็ต้องใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามมิติในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็พลังงานหรือทรัพยากรที่ใช้ในการเดินทางล้วนเป็ภาระที่หนักอึ้งสำหรับฝั่งดินแดนมาร หากไม่ใช่เพราะนักพรตมารต่างยึดครองพื้นที่ในเทียนตูได้สำเร็จ ทำให้พวกเขามีทรัพยากรสำรองที่แม้จะมีปริมาณไม่มาก แต่การต้องดึงทรัพยากรมาใช้อย่างต่อเนื่องก็ทำให้การโจมตีรุกรานเทียนตูเป็เื่ที่ยากลำบากมาก
บัดนี้เวลาล่วงเลยมาถึงสองเดือนแล้ว จึงมีนักพรตมารเดินทางมาสมทบกันอย่างต่อเนื่อง เพียงยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าก็มีมากถึงสิบสี่คนแล้ว ส่วนนักพรตขั้นพลังยุทธ์อื่นๆ ก็มีจำนวนรวมกันมากกว่าสองพันคน แล้วยังมีสำนักปีศาจศักดิ์สิทธิ์ของเทียนตูที่แปรพักตร์มาเข้าร่วมกับพวกเขาอีก ทำให้มียอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าเพิ่มมาอีกสองคน นักพรตขั้นตงซวนหลายสิบคน และนักพรตขั้นฟันฝ่าอีกหลายร้อยคน ประกอบกับนักพรตที่ถูกจับตัวมาจากขุมกำลังที่พวกเขายึดครองได้ ยามนี้นักพรตดินแดนมารมีจำนวนคนมากกว่าสองหมื่นคนแล้ว แม้ส่วนมากจะเป็นักพรตขั้นพลังยุทธ์ต่ำซึ่งเป็เชลยศึกที่ถูกจับตัวมา แต่หากโยนภาระไปให้คนเหล่านี้ทำแทนได้ พวกเขาก็จะลดภาระหน้าที่ไปได้มากทีเดียว อย่างเช่นการขุดแร่ การปลูกพืชผล และการเก็บเกี่ยวผลผลิต พวกเขาไม่สามารถส่งยอดฝีมือระดับสูงไปทำเื่เหล่านี้ได้
ในสถานที่ลับแห่งหนึ่งใจกลางฐานที่มั่น มีเงาร่างหลายสายกำลังนั่งสมาธิหันหน้าชนกัน พวกเขาตั้งใจฟังรายงานจากนักพรตดินแดนมารผู้หนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม!
“ตลอดสองเดือนที่ผ่านมานี้ นักพรตดินแดนมารของพวกเราต่อสู้กับนักพรตของเทียนตูมาหลายครั้ง และเป็ฝ่ายได้เปรียบมาโดยตลอด ใน่เดือนแรกสังหารนักพรตเทียนตูไปได้เกือบพันคน แล้วยังยึดครองทรัพยากรมาได้อีกจำนวนไม่น้อย ฝ่ายดินแดนมารของพวกเราแทบไม่เกิดความสูญเสีย แต่เดือนที่ผ่านมานี้ สถานการณ์กลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างหนัก นักพรตเทียนตูล้วนต่อสู้กันอย่างไม่กลัวตาย แม้จะาเ็สาหัสก็ยังมีโอสถวิเศษช่วยรักษาจนกลับมารบต่อได้อย่างรวดเร็ว ถึงขั้นที่มีนักพรตของเทียนตูบางคน ถูกนักพรตมารของเราเล่นงานจนอาการย่ำแย่เจียนตาย แต่เพียงพวกเขาได้กลืนกินโอสถวิเศษ ก็ดันลุกขึ้นมาสู้ต่อได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือไม่ก็กินโอสถฟื้นฟูพลังแล้วหนีเอาตัวรอด หลังจากนั้นไม่กี่วันพวกเขาก็จะหายดีเป็ปกติและกลับมาร่วมรบในแนวหน้าอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้แม้ว่านักพรตมารของเราจะกดข่มนักพรตเทียนตูได้ แต่ไม่ว่าจะเป็ผลลัพธ์การต่อสู้หรือความสูญเสีย ต่างก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพียงเดือนเดียวเท่านั้น นักพรตมารของเรากลับล้มตายไปมากกว่าสามร้อยคนแล้ว อีกทั้งยังมีคนาเ็สาหัสอีกหลายร้อยคน!” หลังจากรายงานสถานการณ์เสร็จแล้ว นักพรตคนนั้นก็หันหลังเดินจากไป
“เชื่อว่า่ที่ผ่านมา ทุกท่านคงได้เข้าร่วมการรบอย่างเต็มกำลังแล้ว โดยเฉพาะสหายนักพรตราชันหน้าผี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการต่อสู้เมื่อไม่กี่วันก่อนช่างน่าคับแค้นใจจริงๆ เดิมทีคิดว่าจะสังหารนักพรตขั้นเกิดเทพเ้าผู้นั้นได้แล้วแท้ๆ แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากเขากินโอสถวิเศษเม็ดหนึ่งเข้าไป จะทำให้สถานการณ์กลับพลิกผัน จนท่านต้องกลายเป็ฝ่ายหนีเอาตัวรอดอย่างน่าสังเวช เท่านี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเทียนตูต้องมีความลับอะไรบางอย่างที่พวกเราไม่อาจล่วงรู้ มิเช่นนั้นแล้ว โอสถวิเศษมากมายเพียงนี้จะผุดขึ้นมาจากที่ใดกัน?”
“จากข้อมูลที่ส่งกลับมาก่อนหน้านี้ เขาหนิงชุยเฟิงที่ขึ้นชื่อเื่ทักษะการปรุงโอสถ ในแต่ละปีสามารถปรุงโอสถออกมาได้จำนวนไม่มากนัก หากลองพิจารณาร่วมกับเื่ราวที่ได้รับมาจากมู่หลงจื่อ นักปรุงโอสถของเทียนตูที่พวกเราจับตัวกลับมาได้ คาดว่าตำหนักมหาเทพน่าจะรวบรวมนักปรุงโอสถจำนวนมาก เพื่อมาปรุงโอสถพร้อมกัน ถึงได้ผลลัพธ์เกินคาดเช่นนี้”
“ไม่น่าใช่ ถึงเสิ่นตานเจวี๋ยจะเก่งกาจสักเพียงใด ก็ไม่น่าจะปรุงโอสถวิเศษขั้นห้าออกมาได้จำนวนมหาศาลถึงเพียงนี้ อีกอย่างสถานการณ์ยามนี้ ไม่ใช่เพียงนักพรตขั้นเกิดเทพเ้าเท่านั้นที่ได้ถือครองโอสถขั้นห้า แม้แต่เหล่านักพรตขั้นตงซวนหรือกระทั่งขั้นฟันฝ่าบางส่วนก็ยังได้รับโอสถวิเศษขั้นห้าด้วย ดูจากกำลังพลของเทียนตูแล้ว การจะสรรหาโอสถวิเศษขั้นห้ามาให้เพียงพอต่อความ้าของคนทั้งหมด แทบจะไม่ใช่เื่ที่เป็ไปได้!”
ราชันคนหนึ่งของดินแดนมารที่เอ่ยปากก่อนหน้านี้แค่นเสียงเ็า พลางเอ่ยด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “เกรงว่าเ้านักปรุงโอสถที่พวกเราจับตัวกลับมาได้จะมีเื่ปิดบังเอาไว้น่ะสิ แต่จากข่าวล่าสุดที่สำนักปีศาจศักดิ์สิทธิ์ส่งมา ดูเหมือนตอนนี้ผู้นำด้านโอสถในเทียนตูจะไม่ใช่เขาหนิงชุยเฟิงกับเสิ่นตานเจวี๋ยแล้ว อีกฝ่ายเป็ขุมอำนาจที่เพิ่งจะผงาดมามีอำนาจใหม่ ซึ่งก็คือตระกูลลู่ หนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งเทียนตู!”
ราชันหน้าผีหัวเราะอย่างเ็า “หากเป็เช่นนั้น ข้าก็ควรจะไปสอบสวนเ้ามู่หลงจื่อผู้นั้นสักหน่อย นักปรุงโอสถขั้นห้าประสาอะไรกัน ใช้เวลานานถึงเพียงนี้แล้วยังหลอมโอสถขั้นห้าออกมาไม่ได้แม้แต่เตาเดียว แล้วยังใช้ทรัพยากรล้ำค่าไปอย่างสิ้นเปลืองอีก! ข้าอยากจะรู้นักว่าตาแก่นั่นมันซ่อนความลับอะไรเอาไว้กันแน่!”
