เ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟา เดินทางมาถึงสำนักเก้าจักยุตกรา ก็พบกับปินลู่ซีเฉินนั่งเข้าฌานอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ และหันไปอีกด้านก็พบกงซุนต้าเฉียนเดินมา
“ข้าคิดว่าท่านเสียทีให้กับตุ๊กตาหุ่นกระบอกไป” เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาเอ่ย
“พวกข้า เหล่าปรมาจารย์ และเหล่าศิษย์ ใช้วิชาจำศีลจากต้นไม้ดึกดำบรรพ์ ทำให้สามารถเก็บกักพลังจักราไว้ไม่โดนดูดไป”
“ช่างดียิ่งนัก! ตอนที่ทุกอย่างสงบลงเหลือแค่พวกข้า และท่านปินลู่ซีเฉิน รอบๆ ล้วนมีแต่ศพและกลิ่นคาวเื” ฮวาเฟยฟากล่าว
“ใช่เป็โศกนาฏกรรม และการศูนย์เสียที่ยิ่งใหญ่ ขนาดท่านปินลู่ซีเฉินร่วมส่งิญญา ก็ยังรวบรวมเหล่าิญญาของมนุษย์ได้ช้า ข้าเลยคิดจะจัดพิธี โคมนำิญญา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเร่งรัดพิธีการ และเกิดความชุลมุนวุ่นวายของดวงิญญามากเกินไปไหม” กงซุนต้าเฉียนกล่าววิตกกังวล
“สำหรับเื่นั้น เนื่องจากพวกข้ามีความคิดที่จะช่วยในการนึ้ จึง เดินทางมาแจ้งท่านก่อนที่จะเดินทางไป หมู่บ้านิหยวนเพื่อนำโคมในตำนานนั้นกลับมา ถ้าเรามีโคมจากหมู่บ้านิหยวน พวกเราจะสามารถรวบรวมิญญาผู้ที่ดับสูญไปได้ครบในเวลาอย่างแน่นอน” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ฮะ! โคมยูหลกโฮ่ว มันยังมีอยู่อีกหรอ องค์ชายั ข้าเคยได้ยินแต่ว่าหมู่บ้านนั้นสาบสูญไปนาน เพราะถ้าได้โคมนำิญญาจากหมู่บ้านิหยวนการรวบรวมิญญาจะต้องครบไม่ตกหล่น และทันในเวลา” กงซุนต้าเฉียนพูดตื่นเต้น
“ข้าคิดว่าพวกเค้ายังอยู่ แต่อาจจะเป็มิติที่ทับซ้อน บริเวณนั้น หมู่บ้านนั้นข้องเกี่ยวกับิญญา และความตายมานานทำให้มิติบิดเบี้ยว พวกข้าจะพยายามมุ่งไปทิศที่ถูกต้อง และค่อยตรวจสอบการข้ามไปมาอีกที” เ้าวั่งซูเอ่ย
“งั้นก็ถือเป็เื่ดี ระหว่างที่พวกข้ารอโคมยูหลกโฮ่วจากพวกท่าน พวกข้าก็จะเตรียมทำโคมก่อนเท่าที่จะทำได้ และส่งกำลังใจให้พวกท่านจากที่นี่” กงซุนต้าเฉียนกล่าว
“ท่านอย่าได้กังวล พวกข้าจะทำให้เต็มที่ งั้นพวกข้าขอตัวไปลาท่านปินลู่ซีเฉิน รักษาตัวด้วย” ฮวาเฟยฟาและเ้าวั่งซูโค้งคำนับลากงซุนต้าเฉียน และเดินไปทางร่มไม้ใหญ่ที่ท่านปินลู่ซีเฉินนั่งสงบทำสมาธิอยู่
“พวกท่านจงเดินทางไปทิศที่ข้าชี้ไป หมู่บ้านิหยวนยังมีอยู่ เพียงแต่ซ่อนอยู่ในไอหมอก หมุ่บ้านนั้นมีความลับ และผู้คนเปลี่ยนไป เมื่อพวกท่านไปถึงคงได้คำตอบเอง” ปินลู่ซีเฉินหลับตากล่าวขณะที่ทั้งสองยังเดินมาไม่ทันเริ่มทัก
“ทำไมผู้คนถึงห่างหายไป แล้วคนในหมู่บ้านิหยวนยังทำโคมยูหลกโฮ่วอยู่หรือไม่” เ้าวั่งซูกล่าว
“ยังทำอยู่ ต้นไม้วิเศษนั่น และ การสืบทอดโคมนำิญญายังถูกสืบทอดมา ข้าเห็นิญญามากมายที่นั่น แต่ มันไม่ได้ไปไหนน่ะสิ” ปินลู่ซีเฉินกล่าว
“ยังงัยกันที่ท่านหมายถึง โปรดชี้แนะ” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ผู้คนเก็บกักิญญา ไม่อยากให้คนที่รักจากไป ไม่ส่งเข้าวัฏฏะ แต่กลับถือวิสาสะฟื้นคืนเอง ผิดธรรมชาติ บริเวณหมู่บ้านนั้นเลยเป็มิติที่แปรปรวนและบูดเบี้ยว บางทีไม่ใช่แค่พวกเ้า้าความช่วยเหลือจากเค้า แต่พวกเค้าก็้าความช่วยเหลือจากพวกเ้าเช่นกัน จงไปเถอะ ทางนี้อย่าได้กังวล แม้นิญญาจะเดินทางช้า แต่ทุกอย่างข้าคอยดูอยู่ไม่ห่างไป ที่เหลือก็ฝากพวกท่านด้วยละกัน” ปินลู่ซีเฉินกล่าวทั้งที่ยังหลับตาอยู่ในฌาน
“เข้าใจแล้ว งั้นทางนี้ข้าฝากท่าน ส่วนเื่หมู่บ้านิหยวน และโคมยูหลกโฮ่วท่านอย่าได้กังวล ปล่อยเป็หน้าที่พวกข้าเอง” เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาคำนับลา และเดินลงจากหุบเขาเก้ากระจกมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกไปทางหมู่บ้านิหยวน
“นี่เฟยเฟย พวกเราแวะศาลท่านเทพไป่ฮัวกันก่อนไหม” เ้าวั่งซูกล่าว
“ได้สิ แต่เ้าอยากจะไปทำอะไร หรือว่าอยากพิสูจน์เื่ด้ายแดง ข้าตอบแทนไม๊” ฮวาเฟยฟาพูดนิ่งๆ อมยิ้ม
“ไม่ใช่นะ! ข้า! ข้าแค่อยากไหว้พระขอพรสักที่กับเ้าก่อน ที่เราทั้งสี่จะออกเดินทาง ข้าอยากให้พวกเราทำสำเร็จ และ กลับมาด้วยกันอย่างปลอดภัย” เ้าวั่งซูเอ่ย ฮวาเฟยฟามองคนรักอมยิ้ม
“ได้ ไปสิ ข้าก็ไม่ได้พบท่านเทพนานแล้ว แวะไปเจอทักทายท่านหน่อยก็คงดี” ฮวาเฟยฟาเอ่ยอ่อนโยน
“พวกเราต้องเร่งหน่อยแล้วหล่ะจะได้รีบออกเดินทาง” เมื่อเ้าวั่งซูพูดจบ หลิ่งกวางและชิงหลง ก็ขยายขึ้นและรับร่างเฟยฟาและวั่งซูขึ้นนั่งเหาะตรงไปหุบเขาชุนเทียน ไปบริเวณศาลเทพไป่ฮัว
ศาลนั้นดูกว้างโบราณแต่สะอาดสะอ้าน ตอนนี้ไม่ค่อยมีผู้คนมา บรรยากาศค่อนข้างเงียบ บริเวณศาลมีด้ายแดง และกระดิ่งพันเต็มศาลเ้า เหมือนป่าดอกไม้ ลมเย็นพัดกระทบกระดิ่ง ดัง กริ๊งๆ ทำให้บรรยากาศ ภายในสงบร่มเย็นเหมือนสรวง์ แสงสว่างปรากฏ ขึ้นจากรูปปั้นเทพไป่ฮัว ท่านเทพไป่ฮัว สูงอายุหนวดเครายาวสีขาวหน้าตาใจดี มือด้านหนึ่งถือแซ่ อีกด้านถือหนังสือเขียนชะตา กระดิ่ง และด้ายแดง ท่านเทพลอยตรงเข้ามาหน้าฮวาเฟยฟา
“ข้าน้อยไป่ฮัวเทพเ้าแห่งโชคชะตา ขอคารวะองค์ชายั ไม่ได้พบกันนาน เป็เกียรติมากที่ท่านเสด็จมาเยือน และท่านคุณชายเ้า วันี้มีสิ่งใดที่ข้าน้อยสามารถทำได้โปรดบอก” ท่านเทพไป่ฮัวคำนับ พร้อมยิ้มมีเมตตา
“ท่านเทพไป่ฮัว ไม่ได้พบกันพันกว่าปีท่านยังดูไม่เปลี่ยนไป หน้าที่การงานเป็อย่างไรบ้าง” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“ฮ่าๆ! องค์ชายชั่งเข้าใจล้อข้าเล่น อย่างที่ท่านทราบเื่ความรักมนุษย์เป็เื่ที่ปวดหัวที่สุดแล้ว ฮ่าๆ!” เทพไป่ฮัวกล่าวพร้อมหัวเราะลั่น
“ข้าจะทราบได้อย่างไร ข้าหาใช่มนุษย์ไม่” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“แม้นจะไม่ใช่มนุษย์เต็มตัวแต่ก็มีกายหยาบ และภพกำเนิดดั่งมนุษย์ และ อีกอย่างคุณชายเ้าก็คืุ์เช่นกัน ย่อมมีความรัก และรู้จักความรักได้” เทพไป่ฮัวกล่าวเป็นัย
“แม้นข้าจักเป็กึ่งมนุษย์ และอาศัยอยู่ภพนี้แต่ก็ไม่มีเวลาไปเกี่ยวดองหรือเสวนากะพวกมนุษย์มากนัก ยกเว้นบ่าวไพร่ และคนจากสำนักเก้าจักยุตกรา” เ้าวั่งซูเอ่ยลอยหน้าลอยตา
“แล้วแค่มนุษย์คนเดียวที่คุยกันยาวนานมากว่าพันปียังไม่พออีกหรือ ฮ่าๆๆ!” เทพไป่ฮัวกล่าว เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาทั้งสองมองหน้ากันหน้าแดง
“จิติญญาที่เชื่อมโยงกันกว่าแสนชาติ ก็เหมือนดั่งเช่นด้ายแดงที่พันผูก ก็คือตลอดกาลนิจนิรันดร์ ข้าหวังว่าพวกท่านจะบรรลุถึงเป้าหมายที่แวะมาหาตาแก่อย่างข้าในวันนี้นะ ฮ่าๆๆๆ!” ท่านเทพไปฮัวกล่าวพร้อมหัวเราะลั่นเสียงดัง และเหาะลอยหายเข้ารูปปั้นไป ทิ้งให้สองคนมองหน้ากันเขิลอาย
“เอ่อ! ท่านเทพพูดไรก็ไม่รู้เนอะ ข้าไม่ค่อยเข้าใจ เอ๊ะดูนั่นสิมีองค์พุทธะ เราไปกราบขอพรท่านก่อนเดินทางกันเถอะ” เ้าวั่งซูเลี่ยงแก้เขิล และ ทั้งสี่ก็พากันเดินไปกราบพระองค์ยูไล ทั้งสองจุดธูป เปลวเทียนก่อให้เกิดควันที่ลอยคละคลุ้งกับหมอกจากอากาศภายนอกยามเช้า เมื่อแสงอาทิตย์สาส่องเข้ามาก็ผ่านทะลุกลุ่มควันและหมอก เมื่อจุดธูปคำนับเสร็จ ทั้งสี่ก็ลุกขึ้นเดินออกไปยืนท้าแสงแดดหน้าประตู มองท้าเงาสีทองจากแสงแดดที่สาดส่องเข้ามา ทั้งสี่มองไปข้างหน้าสีหน้ามุ่งมั่นพร้อมเผชิญความท้าทายที่จะเกิดในการเดินทางครั้งนี้
“ไปพวกเราไปเอากระดาษยูหลกโฮ่วนั่นกัน ิญญาทั้งหมดจะได้สู่สุขคติและคืนกลับ” เ้าวั่งซูเอ่ยอมยิ้ม พร้อมการออกก้าวเดินไปข้างหน้าของทั้งสี่สูู่เาด้านตะวันออก
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าทิศไม่หลอกลวงพวกเรา” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“มนต์นำทางจงปรากฏเส้นทางสู่หมู่บ้านิหยวน” เ้าวั่งซูประกบมือเข้าตรงอกเกิดพลังสีแดงจากหน้าผากพลังนั้นเหมือนจะพุ่งตรงไปทิศข้างหน้าแต่กลับคดเคี้ยวไปมา และเฉียงไปทางขวามือในที่สุด นั่นพวกเราต้องไปทางขวา ฮวาเฟยฟาหันหน้ามามองวั่งซูและพยักหนัาไปกัน ทั้งสองเดินเท้าไปยังทิศที่พลังชี้นำ หลิ่งกวางและชิงหลงย่อตัวอยู่บนบ่า ทั้งสี่มุ่งลงจากเขา และเดินเข้าป่ารกชัฏไปอย่างรวดเร็ว อันนี้เหมือนเป็เวลาที่ผ่านมายาวนานมากแล้ว ที่ทั้งสี่ออกจากหมู่บ้านต้องสาป และไปยังสถานที่อื่นในโลกมนุษย์
