“ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์หรือ ไม่เลวเลยจริงๆ”
โซ่วหู่กระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่พร้อมกับจ้องเหยื่อด้วยแววตาที่เกรี้ยวกราดดั่งเสือ ในดวงตาของตู้เซ่าฝู่มีแสงประหลาดกะพริบวิบวับ เขาเลือกที่จะไม่หลบการโจมตี ทำการรวบรวมพลัง เกิดแสงสีทองอ่อนแผ่ออกมารอบกาย มีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมาโดยรอบ พลังอันดุดันร้ายกาจพรั่งพรูออกมาราวกับลาวาที่ปะทุออกมาจากูเาไฟ เขาหวดแขนขวาใส่โซ่วหู่ที่กระโจนเข้ามาตรงๆ
“โครม!”
เมื่อตู้เซ่าฝู่เหวี่ยงแขน อักษรยันต์สีทองก็ไหลท่วมท้นออกมาและไหลเรียงตัวกลายเป็ร่างเงาของปีกั์สีทอง เขาต่อยไปที่ร่างของโซ่วหู่อย่างโเี้ ไม่ได้มีการหลบการโจมตีใดๆ นี่คือการปะทะที่ดุเดือดที่สุด คือการรับการโจมตีที่แข็งกร้าวที่สุด ไม่มีคำสวยหรูใดๆ มาบรรยายได้เลย
“ปึงๆ!”
พวกเขาปะทะกันตรงๆ ไปเลยเช่นนี้ ร่างเงาของปีกั์สีทอง ปล่อยพลังอานุภาพอันมหาศาลรุนแรงราวกับูเาไฟะเิ
หลังจากการปะทะ ตู้เซ่าฝู่ถอยหลังโซซัดโซเซสองก้าวถึงจะยืนทรงตัวได้ ใบหน้าอันคมคายแสดงสีหน้าที่ยินดีออกมา เป็ดั่งที่ตนคิดไว้ไม่มีผิด หลังจากกินเห็ดหลินจือโลหิตทารกเข้าไป ร่างของเขาก็ผ่านขั้นตอนการบ่มเพาะร่าง ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้น ทำให้เขามีพลังทางกายภาพที่แข็งแรงไม่ล้มโดยง่าย วิชาการฝึกฌานของเหยี่ยวั์ปีกทองน่ากลัวและรุนแรงจริงๆ
“ตึงๆ!”
โซ่วหู่กระเด็นถอยหลังไปสักพัก เมื่อถึงก้าวสุดท้าย พื้นพสุธาก็เกิดรอยแยก เขาจึงรีบถอยหลังไปอีกสิบก้าวจากนั้นจึงยืนทรงตัวได้ และเขาก็เงยหน้าไปมองตู้เซ่าฝู่ พูดด้วยความรู้สึกๆ ประหลาดใจ “ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นััพลังลี้ลับ ทำไมจึงแข็งแกร่งได้เพียงนี้!”
“ฮึๆ!”
เมื่อพูดจบ ยังไม่ทันหายใจ โลหิตสีแดงสดก็พ่นออกมาจากทางปากของโซ่วหู่ เขายิ่งเห็นเหตุการณ์ก็ยิ่งตะลึง
“ข้าไม่เคยทำอะไรเ้า เ้ากลับไล่สังหารข้าไม่รู้จักจบจักสิ้น วันนี้ก็คิดบัญชีให้จบไปเลยแล้วกัน!”
ตู้เซ่าฝู่กระทืบเท้า คราวนี้เขาเป็ฝ่ายลงมือก่อน ร่างของเขาพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า การเคลื่อนไหวดั่งเหยี่ยวั์สยายปีก กิริยาเหมือนเหยี่ยวนกเขาที่กระโจนล่าเหยื่อ ชั่วพริบตาเดียวเขาก็ไปปรากฏต่อหน้าโซ่วหู่แล้ว พลังปราณหลั่งทะลักออกมาจากฝ่ามือ เขากำหมัด จากนั่นก็ซัดโพล่งออกไปใส่โซ่วหู่อย่างแรง
โซ่วหู่สีหน้าเปลี่ยน เมื่อครู่ที่ประมือกับตู้เซ่าฝู่ เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีความเกรี้ยวกราดน่ากลัวราวกับอสูรร้ายตัวหนึ่ง รัศมีพลังของเด็กคนนี้สร้างความรู้สึกกดดันดั่งว่ากำลังเผชิญหน้ากับอสูรร้ายตัวหนึ่ง เขาแอบรู้สึกใจสั่น ความเร็วของชายหนุ่มคนนี้ก็เร็วกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากเหลือเกิน
โซ่วหู่ไม่สามารถหลบหนีได้เลย เขาจึงรวบรวมพลังปราณ มีอักษรยันต์ออกมาหุ้มพลังหมัด จากนั้นเขาก็ส่งพลังนี้ออกปะทะ
“ปึงๆๆ!!!”
เสียงปะทะของพลังหมัดสองขั้วชนเข้าหากันอย่างแรง เกิดเป็เสียงปึงติดกันทั้งหมดสิบสามครั้ง คลื่นพลังอานุภาพสุดรุนแรงถูกส่งออกไปสิบสามครั้ง พลังแต่ละครั้งจะเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว ซัดใส่ราวกับสามารถกวาดทุกสิ่งทุกอย่างราบเป็หน้ากลอง สุดท้ายพลังหมัดก็โถมใส่โซ่วหู่อย่างรุนแรง
“เปราะ...”
เกิดเสียงกระดูกหักออกมา โซ่วหู่หน้าแดงราวกับตับหมูจากความเ็ป เขาทรมานจนชักดิ้นชักงอ กำหมัดของเขาที่ถูกพลังของอีกฝ่ายกระแทกจนกระดูกที่มือร้าวแตกเป็เสี่ยงๆ แรงสั่นะเืนี้กระทบไปถึงอวัยวะภายในจนระบมไปทั้งร่าง
“ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป ชื่อของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวถูกลบไปจากเทือกเขาอสุรกายแห่งนี้!”
เงาของตู้เซ่าฝู่ปรากฏต่อหน้าของโซ่วหู่อีกครั้ง เขาเคลื่อนไหวไวปานสายฟ้า รอบกายมีประกายแสงอักษรยันต์ เขาใช้หมัดคลื่นซัดไปที่กลางอกของโซ่วหู่อย่างรุนแรง เป็พลังที่อานุภาพร้ายกาจราวกับคลื่นสึนามิซัดใส่
รูม่านตาของโซ่วหู่หดลง ขณะนี้เขาเห็นพลังความสามารถของเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าเขาได้อย่างชัดเจนแล้ว น่าเกรงกลัวยิ่งกว่าพวกศิษย์วัยรุ่นจากสำนักกระเงี้ยวนิล และสำนักยันต์ปราณ หากรู้แต่แรก เขาคงไม่กล้าลองดีกับเด็กหนุ่มน่ากลัวคนนี้หรอก
“ฟู่!”
โซ่วหู่พ่นเืออกมาทางปาก มีเสียงร้าวหักมาจากกระดูกและเส้นเอ็น อวัยวะภายในทั้งหมดถูกกระเทือนจนสาหัส ร่างของเขากระเด็นลอยในอากาศ เมื่อตกสู่พื้นดิน ชีวิตก็ดับสูญเสียแล้ว
ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ถูกฆ่าตายไปเช่นนี้ แพ้อย่างราบคาบหมดสภาพมากๆ ช่างเป็พลังที่ดุดันร้ายกาจไร้เทียมทานเหลือเกิน!
กัวิ หลินป๋อกวังและคนอื่นที่อยู่รอบๆ ตะลึงใอ้าปากค้างอยู่นาน พวกเขาคือพยานที่เห็นเหตุการณ์นี้เองกับตา ต่างขนลุกจนไม่รู้จะพรรณนาความรู้สึกในใจอย่างไร
ลวี่คุนและคนในกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวที่เหลืออยู่เมื่อพบเห็นเหตุการณ์นี้ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าแย่แทบดูไม่ได้กันทั้งนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าโซ่วหู่ที่มีฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ จะมาถูกเด็กหนุ่มที่ไหนไม่รู้ฆ่าตาย ตู้เซ่าฝู่แสยะยิ้ม กำหมัดสองข้าง เขานึกไม่ถึงว่าขั้นััพลังลี้ลับจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้นสร้างรากฐานถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่กินเห็ดหลินจือโลหิตทารกไปแล้ว ร่างกายของเขาก็แข็งแรงอึดถึกมากยิ่งขึ้น ที่เขามีรัศมีของความร้ายกาจดุดันมีผลเนื่องมาจากร่างที่แข็งแกร่ง และความแข็งแกร่งนี้ก็ยิ่งใหญ่ราวกับาาอสูรก็ไม่ปาน นี่ทำให้เขายิ่งรู้สึกยโสและลำพองใจ
“หัวหน้ากลุ่มใหญ่ตายแล้ว รีบหนีเร็ว”
นักล่าอสูรของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวต่างก็ใกลัว ไม่มีใครกล้าไปแหย็มหาเื่ด้วย วิ่งหนีตายกันอย่างฉุกละหุก
“โฮก!”
มีเสียงคำรามสนั่นฟ้าดังขึ้น จากนั้นก็มีอสูราาพยัคฆ์ตัวใหญ่ปรากฏตัวขึ้น คนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวสองคนที่มีฌานในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานที่วิ่งหนีไปได้ไวที่สุด ถูกอสูรพยัคฆ์ตัวนี้ตะครุบฉีกร่างเป็ชิ้นๆ ศพมีโลหิตพุ่งกระฉูดเป็สาย เห็นแล้วน่าขวัญผวาอย่างมาก
“นั่นมันอสูราาพยัคฆ์กิเลนนี่”
ผู้คนที่เห็นต่างกลัวจนตัวสั่นระริก มีอสูรเสือั์ขนาดราวๆ ยี่สิบจั้งสยายปีกบินว่อนอยู่กลางอากาศ มองลงมาด้วยสายตาดุดันอาฆาต ความร้ายกาจของมันทำให้หลินป๋อกวัง กัวิ จูเสวี่ยและคนอื่นๆ เองก็ตะลึงใ
เพียงแต่อสูราาพยัคฆ์กิเลนฉีกร่างฆ่านักล่าอสูรขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานสองคนนั้นไปแล้ว ก็พลิกตัวบินหนีไป ไม่ได้จู่โจมคนอื่นๆ เหตุการณ์นี้ทำให้คนยิ่งตะลึงงันกันขึ้นไปใหญ่
“หนีเร็ว”
นักล่าอสูรของกลุ่มเสือดาวขาวคนอื่นๆ หลังจากตะลึงจากภาพเมื่อสักครู่ ก็จ้องดูอสูราาพยัคฆ์กิเลนกางปีกบินห่างไปไกล จากนั้นก็รีบถอยทัพหนีออกไปจากตรงนั้นกัน
ตู้เซ่าฝู่นั่งยองๆ ข้างศพของโซ่วหู่ จากนั้นทำการค้นร่าง สุดท้ายเขาก็พบถุงๆ หนึ่งขนาดราวๆ ฝ่ามือออกมาจากเสื้อบริเวณอก บนถุงนั้นมีอักษรยันต์ผนึกอยู่
“นี่คือถุงหยินหยางของเขาสินะ ของทุกอย่างน่าจะเก็บไว้ในถุงหยินหยาง” จูเสวี่ยเดินมาด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่ แววตาของนางดูสงสัยแปลกใจ
“ถุงหยินหยาง”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้ม ได้ยินว่ามีเพียงนักเวทยันต์ที่สามารถสร้างถุงหยินหยางออกมาได้ ถุงหยินหยางใบเล็กๆ นี้ จะมีอักษรยันต์ที่สลักไว้โดยนักเวทยันต์ ทำให้ภายในถุงเกิดพลังหยินหยาง สามารถหดกระชับบีบอัดพื้นที่ได้ ได้ยินว่านักเวทยันต์ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งสร้างถุงหยินหยางที่มีพื้นที่ข้างในได้กว้างขึ้น ดังนั้นจะเก็บของได้มากกว่า
ตู้เซ่าฝู่หยิบถุงหยินหยางเก็บไว้ในเสื้อกลางอก ถุงหยินหยางเองก็เป็สมบัติอย่างหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ใช่ของที่คนธรรมดาจะมีกัน ตู้เซ่าฝู่จึงไม่มีทางพลาดมันไปหรอก หลังจากหยิบเสร็จเขาก็ลุกขึ้นยืน
“ขอบคุณที่เ้าช่วยชีวิตข้า” ริมฝีปากแดงระเรื่อของจูเสวี่ยขยับ นางยิ้มให้กับตู้เซ่าฝู่ เวลานางยิ้มช่างงดงามเป็ที่สุด ในแววตาของนางซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้
“แค่บังเอิญน่ะ”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า เขามีอสูราาพยัคฆ์กิเลนติดตามอยู่ ดังนั้นจึงสามารถออกมาจากช่องหน้าผาลึกได้อย่างง่ายดาย เขานึกไม่ถึงว่าจะได้พบกับจูเสวี่ยและคนอื่นๆ อีก แต่อย่างไรก็ตามเขามีเื่ต้องชำระกับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวให้จบ ดังนั้นภัยที่เกิดเมื่อสักครู่ เขาเลยยื่นมือเข้าไปช่วยตามสถานการณ์
“สหายเซ่าฝู่” กัวิวิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจ เอ่ยกับตู้เซ่าฝู่ว่า “นึกไม่ถึงว่าเ้าจะช่วยพวกเราอีกแล้ว”
“แค่นิดหน่อยเอง เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มให้ าแบนแขนของกัวิดูสาหัสอยู่ไม่เบา
กัวิส่ายศีรษะ สายตาของเขาเหลือบไปมองาแบนแขนของเขา ทำหน้าแสดงสื่อออกไปว่าสบายๆ ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร และเอ่ยว่า “เื่เล็กนิดเดียว ไม่เป็อะไรหรอก เดี๋ยวกินยาลูกกลอนรักษาและทำสมาธิฟื้นฟูไม่กี่วันก็หายดีแล้ว”
“ที่แท้คือเ้านี่เอง เ้าชื่อตู้เซ่าฝู่ใช่หรือไม่ ขอบคุณที่เมื่อสักครู่ช่วยเหลือไว้ ข้าชื่อหลินป๋อกวัง เป็ศิษย์ของสำนักกระเงี้ยวนิล”
หลินป๋อกวังเดินเข้าไปข้างๆ ตู้เซ่าฝู่ เขาเคยเห็นตู้เซ่าฝู่แสดงฝีมือเมื่อพบกันครั้งแรก และเหตุการณ์ที่ช่องเขาจิตพิภพก็ทำให้เขาตะลึงไปแล้วครั้งหนึ่ง การแสดงฝีมือของตู้เซ่าฝู่เมื่อสักครู่นี้ ทำให้เขาประหลาดใจอีกครั้ง เสิ่นเหยียนแห่งสำนักยันต์ปราณที่เคยทำเป็เมินเฉย ทว่าครั้งนี้กลับเข้ามาทักทายก่อน นี่ยิ่งทำให้พิสูจน์ได้ว่าสถานะของตู้เซ่าในตอนนี้ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม
“ข้าตั้งใจช่วยเหลือแค่คนที่สนิท รวมถึงข้าเองก็มีแค้นที่ต้องชำระกับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว ไม่ได้จงใจออกตัวช่วยเหลือเ้า ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก” ตู้เซ่าฝู่พูดกับหลินป๋อกวัง
“ไม่เป็ไร ข้าเองก็ขอบคุณที่เ้าออกมือเ้าช่วยศิษย์น้องจูเสวี่ย ส่วนข้า อย่างไรโซ่วหู่ก็ฆ่าข้าไม่ได้หรอก ไม่จำเป็ต้องขอบคุณเ้าหรอก”
หลินป๋อกวังได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่เมื่อเขาเห็นสายตาที่จูเสวี่ยมองตู้เซ่าฝู่ ก็บอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “อย่าคิดว่าเ้าแข็งแกร่งกว่าข้า แล้วจะแย่งศิษย์น้องจูเสวี่ยกับข้าได้ ข้าบอกเ้าไว้เลย ใครคิดจะแย่งศิษย์น้องจูเสวี่ยกับข้าละก็ ข้าจะขอสู้ตายกับคนคนนั้น”
ตู้เซ่าฝู่มองหลินป๋อกวัง เขาใไม่รู้จะตอบอย่างไร เลยยิ้มไปอย่างงงๆ
“หลินป๋อกวัง ข้าไม่ใช่ศิษย์น้องของเ้า แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเ้า หากเ้ายังพูดอะไรซี้ซั้วอีก ข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ”
ดวงตาสุกใสดั่งสายน้ำของจูเสวี่ย แผ่รังสีความเ็าออกมา นางโมโหจนกระทืบเท้าไม่พอใจที่หลินป๋อกวังพูดถึงนางเช่นนั้น นางกับเขาก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ด้วยเลย ขณะนี้ไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงสนใจว่าเด็กหนุ่มที่มาช่วยเหลือนางคนนี้จะมองนางอย่างไรมาก นางแอบเหล่ตามองดูปฏิกิริยาของตู้เซ่าฝู่
หลินป๋อกวังได้ยินก็ไม่ได้โกรธอะไร ยิ้มและบอกกับจูเสวี่ยว่า “ศิษย์น้องจูเสวี่ยไม่ต้องโมโห ข้าไม่พูดแล้ว ข้าจะฟังเ้า”
“เ้า!!!”
จูเสวี่ยหรี่ตาและมองบน เบ้ปาก จากนั้นก็เดินหลบไปข้างๆ ไม่พูดอะไรอีก ท่าทางนี้แสดงออกว่านางไม่อยากยุ่งวุ่นวายอะไรกับหลินป๋อกวัง หลายวันที่ได้มาอยู่กับเขา นางก็รู้วิธีที่จะหลบหลีกหลินป๋อกวัง หากยิ่งไปสนใจเขา เขาก็จะยิ่งรังควาน
“สหายตู้เซ่าฝู่ ขอบคุณที่ช่วยเหลือ ลวี่คุนก็เป็พวกเดียวกับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว คนของสำนักอสรพิษ์ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน”
เสิ่นเหยียนเองก็เดินเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่ เขาเปิดศึกต่อสู้กับลวี่คุนอย่างดุเดือด ยังตัดสินผลแพ้ชนะไม่ได้ เขามองลวี่คุนที่อยู่ไกลๆ พร้อมส่องสายตาอาฆาตให้ ทว่าตัวเขาเองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะไปจัดการลวี่คุน
“แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ” ตู้เซ่าฝู่ไม่แม้แต่ที่จะมองหน้าเสิ่นเหยียนตรงๆ
