ขณะที่หอหลิงเป่าสู้รบนองเือย่างดุเดือด พวกเนี่ยเทียนกลับนั่งอยู่บนยอดเขาอย่างสงบ รอคอยอยู่เงียบๆ
พวกเขาใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังิญญาที่หายไปให้กลับคืนมานานแล้ว ตอนนี้ต่างก็มองออกไปไกลยังทิศทางของหอหลิงเป่า ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรจึงจะดี
พื้นดินด้านล่างูเาล้วนเต็มไปด้วยลาวา ยอดเขามากมายพังถล่มทลาย
นอกจากติดปีกบินแล้ว ก็คงไม่มีหนทางอื่นอีกแล้วหากพวกเขาคิดจะหนีไปจากเทือกเขาชื่อเหยียนที่ราวกับแดนชำระแห่งลาวาแห่งนี้
ยังดีที่เนื่องจากเคยทำพลาดเื่อาหารมาก่อนตอนอยู่ในโลกมายามรกต ไม่ว่าจะเป็เจียงหลิงจูหรือพันเทา ต่างก็สะสมเนื้อแห้งปริมาณมากไว้ในกำไลเก็บของของตัวเอง ดังนั้นทุกคนจึงไม่เป็กังวลเื่อาหารการกิน
เวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว แสงตะวันลาลับ ม่านรัตติกาลมาเยือน
พระจันทร์เสี้ยวลอยกระจ่างอยู่กลางท้องฟ้ายามราตรี ตลอดทั้งเทือกเขาชื่อเหยียนเปลี่ยนมาเป็สว่างโร่เพราะลาวาที่เจิ่งนองอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
“หลังจากผ่านศึกครั้งนี้ไป ไม่เพียงแต่หอหลิงเป่าของพวกเราเท่านั้น สำนักภูตผีและสำนักโลหิตเองก็ต้องสูญเสียอย่างหนักเช่นกัน” พันเทาทอดสายตามองออกไปไกล กล่าวด้วยสีหน้านิ่งสนิท “สำนักภูตผีและสำนักโลหิตก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจุดลึกใต้ดินเทือกเขาชื่อเหยียนของพวกเราจะซุกซ่อนสัตว์เพลิงพิภพที่แข็งแกร่งเอาไว้ตัวหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าสัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นอยู่มานานเพียงใด รวบรวมพลังเปลวเพลิงมาไว้กี่ปีแล้วถึงได้ทำให้จุดลึกใต้ดินของเทือกเขาชื่อเหยียนพ่นปะทุลาวาได้มากมายถึงเพียงนี้”
“หึ! คราวนี้แน่นอนว่าหอหลิงเป่าของพวกเราย่อมเสียหายอย่างหนัก แต่ข้าเชื่อว่าสำนักภูตผีและสำนักโลหิตก็ต้องเสียใจมากเหมือนกัน เสียใจที่บุกเข้ามาในเทือกเขาชื่อเหยียนของพวกเรา”
อันซืออี๋ถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าวแ่เบา “หากสำนักภูตผี สำนักโลหิต และหอหลิงเป่าของพวกเราต่างก็เสียหายอย่างใหญ่หลวงด้วยเหตุนี้ ถ้าเช่นนั้น... ผู้แข็งแกร่งทั้งสามท่านที่อยู่ขอบเขตลี้ลับ หากต่างก็าเ็สาหัสในระดับที่ต่างกันออกไป สำหรับอาณาจักรหลีเทียนแล้ว บางทีนี่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่านั้น”
พอนางพูดอย่างนี้ พันเทาก็คล้ายคิดถึงอะไรขึ้นมาได้จึงหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เนี่ยเทียนอึ้งงัน เอ่ยถาม “พวกเ้ากังวลเื่อะไรกัน?”
“ระหว่างอาณาจักรทั้งเก้าของดินแดนดาวตกนั้นไม่ได้สามัคคีกันเท่าใดนัก” พันเทาหัวคิ้วขมวดแน่น “พวกล่ายอี้สามารถเข้ามาในอาณาจักรหลีเทียนด้วยค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่เก่าแก่ คนอื่น... ก็ย่อมทำได้เหมือนกัน ผู้แข็งแกร่งของอีกแปดอาณาจักรที่เหลือ หากรู้ว่าอาณาจักรหลีเทียนเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ละสำนักใหญ่ล้วนเสียหายอย่างหนัก บางทีอาจเกิดความคิดอยากบุกข้ามอาณาจักร”
“การต่อสู้ระหว่างอาณาจักร แม้จะเกิดขึ้นน้อยครั้ง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
“การต่อสู้กันเองภายในอาณาจักรหลีเทียนต่อให้ดุเดือดมากเพียงใดก็ยังเทียบกับาระหว่างอาณาจักรไม่ได้ หากเกิดศึกระหว่างอาณาจักรจริงๆ นั่นถึงจะเรียกได้ว่าเป็่เวลาวิกฤตที่สุดของอาณาจักรหลีเทียน ถึงเวลานั้นทุกสิ่งมีชีวิตจะพินาศวอดวาย ผู้ฝึกลมปราณ คนธรรมดา เทือกเขาและทะเลสาบ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการฝึกบำเพ็ญตบะ สัตว์วิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะมลายหายไปเพราะาระหว่างอาณาจักร”
อันซืออี๋กล่าวอย่างเป็กังวล
“าระหว่างอาณาจักร!” เนี่ยเทียนพลันหน้าเปลี่ยนสี
อูจี้อาจารย์ของเขาก็เคยเล่าให้ฟังว่าดินแดนดาวตกนั้นไม่ได้สงบสุขเท่าใดนัก ระหว่างอาณาจักรทั้งเก้าจึงมีาเกิดขึ้นบ้างเป็บางครั้ง
ตามที่อูจี้กล่าวก็คือตอนนี้ มีอาณาจักรสองแห่งของดินแดนดาวตกที่ยังคงสู้รบนองเืไม่ตายไม่ยอมเลิกราต่อกัน และดูเหมือนว่าการต่อสู้ของสองอาณาจักรนั้น... จะดำเนินมานานเป็ร้อยปีแล้ว
การต่อสู้ระหว่างอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็ขนาดของกองทัพหรือการเคลื่อนพลของผู้แข็งแกร่งก็ล้วนนำมาสู่ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงของแต่ละอาณาจักรได้ทั้งสิ้น ซึ่งหนักหนาเกินกว่าที่การต่อสู้ในอาณาจักรหลีเทียนจะเปรียบเทียบได้
อีกอย่างอูจี้ก็เคยเล่าว่า ก่อนหน้านี้นานมากแล้วดินแดนดาวตกไม่ได้มีเพียงแค่เก้าอาณาจักรใหญ่เท่านั้น
ก่อนหน้านี้ก็มีบางอาณาจักรที่ถูกทำลายลงไปเพราะานองเืที่ยาวนานไม่มีวันสิ้นสุด ไม่เหมาะสำหรับให้สิ่งมีชีวิตใดๆ อาศัยอยู่อีกต่อไป จึงถูกตัดชื่อออกจากดินแดนดาวตกนับแต่นั้น
ผลลัพธ์ที่น่ากลัวที่สุดของาระหว่างอาณาจักรก็คือบางอาณาจักรถูกทำลายย่อยยับจนกลายเป็เพียงพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง
“ท่านพี่! พวกเ้าดูตรงนั้นสิ!”
และเวลานี้เอง อันอิ่งชี้ไปยังแม่น้ำด้านล่างที่มีลาวาไหลปนอยู่ด้านใน พูดด้วยความตะลึงระคนดีใจ “ดูในน้ำนั่นสิ!”
ทุกคนเพ่งมองอย่างละเอียดจึงพบว่าในธารน้ำที่ทอดยาวสายนั้นมีก้อนหินที่เป็ผลึกใสวาววับมากมาย ต่อให้อยู่ในแม่น้ำเปลวเพลิงก็ยังปลดปล่อยประกายแสงไฟพริบพราวงดงามออกมา
ก้อนหินเ่าั้เป็ดั่งดวงดาวที่อยู่ในธารน้ำไหล เปล่งแสงวิบวับ ส่องแสงสีแดงจัดจ้าโปร่งใส
“หินผลึกอัคคี! นี่คือวัสดุวิเศษธาตุไฟระดับสูงขั้นสอง!” อันซืออี๋ดวงตาเป็ประกาย
พันเทาเองก็แสดงความสนใจออกมาทางสีหน้า กล่าว “ดูท่าเมื่อลาวาใต้ดินปะทุออก หินผลึกอัคคีที่เกิดจากการรวมตัวกันของพลังเปลวเพลิงบริสุทธิ์ซึ่งซุกซ่อนอยู่ลึกยังใต้ดินจึงถูกขับดันออกมา เฮ้อ หินผลึกอัคคีเป็ของดีนักล่ะ มูลค่าเทียบเท่าเมืองหนึ่งเมืองทีเดียว สำหรับช่างหลอมอาวุธทุกคนและผู้ที่ฝึกพลังเปลวเพลิงแล้ว ถือเป็วัตถุที่หาได้ยากยิ่ง”
“น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ หากสามารถเก็บรวบรวมหินผลึกอัคคีเ่าั้ได้ก็รวยจนนึกไม่ถึงเลยล่ะ”
“หินผลึกอัคคี ไม่เพียงแต่เป็วัตถุที่ล้ำค่าอย่างถึงที่สุดในอาณาจักรหลีเทียนเท่านั้น ต่อให้เอาไปยังแปดอาณาจักรที่เหลือก็ล้วนแลกเอาของดีๆ กลับมาได้มากมาย”
ทุกคนที่รู้ถึงมูลค่าของหินผลึกอัคคี ั์ตาล้วนเผยความโลภออกมา ทว่าใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความจนใจและผิดหวัง
“ทางนั้น!” เจียงหลิงจูยื่นมือชี้ไปที่เศษก้อนหินขนาดั์ก้อนหนึ่ง
เศษหินก้อนนั้นมาจากูเาหินลูกหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงที่พังถล่มลงมา เมื่อูเาพังทลายจึงไม่รู้ว่ามันกลิ้งหล่นมาจากที่ใด
ในหินที่ปริแตกก้อนนั้นมีแสงไฟเปล่งวาบวับ แสงไฟเ่าั้คล้ายแถบผลึกใสหลากสีที่เนี่ยเทียนเห็นในจุดลึกใต้ดิน ด้านในมีอักษรเปลวเพลิงลึกลับตัวเล็กๆ อักษรลึกลับเ่าั้... คล้ายเลื้อยขยุกขยิกอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าแฝงไว้ด้วยสัจธรรมที่แท้จริงอย่างหนึ่งของพลังเปลวเพลิง
“ด้านในมีแถบผลึกใสเปลวเพลิง นั่นคือ... เส้นผลึกเพลิงพิภพ!” อันซืออี๋ตัวสั่นเยือก ดวงตาคู่งามเปล่งประกายแสงวิบวับ นางจ้องเขม็งไปที่เส้นแสงไฟที่ส่องประกายระยิบระยับเ่าั้ พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น “วัสดุระดับสูงขั้นเจ็ด! แถบผลึกเปลวเพลิงที่อยู่ในเส้นผลึกเพลิงพิภพล้วนซุกซ่อนความลับของพลังเปลวเพลิงเอาไว้ มันคือวัสดุที่ขาดไม่ได้สำหรับการหลอมอาวุธวิเศษธาตุไฟในระดับเชื่อมโยงกับิญญา!”
“ต่อให้ไม่เอามาหลอมอาวุธวิเศษ ผู้ฝึกลมปราณที่ฝึกคาถาวิเศษเปลวเพลิงก็สามารถใช้ผลึกใสที่อยู่ในเส้นผลึกเพลิงพิภพมาบรรลุถึงความลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่ในเปลวเพลิงได้!”
“จุดลึกใต้ดินของเทือกเขาชื่อเหยียนให้กำเนิดเส้นผลึกเพลิงพิภพออกมา นี่ย่อมเป็คุณงามความดีของสัตว์เพลิงพิภพตัวนั้น!”
อันซืออี๋ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด เต้นแร้งเต้นกาโวยวายเสียงดัง ดูจากท่าทางของนางแล้วคงอยากจะพุ่งลงจากเขาไปเก็บเส้นผลึกเพลิงพิภพพวกนั้นมาไว้เต็มที
“มารดาข้าเถอะ! เฟิงหลัวกับนางมารอวี๋ถงนั่นลงมือแล้ว!” พันเทาสบถเสียงดัง
เนี่ยเทียนมองไปไกลๆ จึงพบว่าเฟิงหลัวและอวี๋ถงที่อยู่อีกยอดเขาหนึ่งกำลังไถลตัวลงมาจากูเาจริงดังว่า
ตรงตีนเขาที่พวกเขาอยู่ก็มีธารน้ำเส้นยาวหลายเส้นเช่นกัน และกลางธารน้ำเ่าั้ก็มีหินผลึกอัคคีที่ส่องแสงไฟประกายวิบวับ
“พวกเขาไม่กลัวตายหรืออย่างไร?” เจียงหลิงจูตะลึงไปครู่หนึ่ง พลันพูดขึ้นมาว่า “ไม่ถูกสิ! มีวิธีเก็บเอาหินผลึกอัคคีมาจริงๆ ด้วย ขอแค่พวกเราใช้ก้อนหินเป็ที่พักเท้า ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ริมธารน้ำเ่าั้ พวกเราก็สามารถใช้ภาชนะที่พวกเรามีอยู่ในมือช้อนเอาหินผลึกอัคคีออกมาจากธารน้ำได้!”
เมื่อนางพูดเช่นนี้ทุกคนจึงฮึกเหิมกันขึ้นมาทันที ต่างก็ะโเอะอะว่าจะลงไปเก็บหินผลึกอัคคี
หินผลึกอัคคีมูลค่าไม่ธรรมดา โดยเฉพาะสำหรับทุกคนของหอหลิงเป่าแล้ว หากสามารถเก็บเอาหินผลึกอัคคีมาได้บางส่วน ต่อให้วันหน้าไม่มีหอหลิงเป่าแล้ว พวกเขาก็สามารถนำหินผลึกอัคคีเ่าั้มาแลกเป็หินวิเศษและวัสดุวิเศษที่เหมาะสมกับการฝึกบำเพ็ญตบะของพวกเขาเอง
หากมีโอกาส พวกเขาสามารถเดินออกไปจากอาณาจักรหลีเทียน เมื่อไปถึงอาณาจักรอื่นก็ยังสามารถแลกเอาอาวุธวิเศษที่ระดับสูงมาได้!
คนตายเพราะทรัพย์สินเงินทอง นกตายเพราะอาหาร ยังไม่ทันหลุดพ้นจากวิกฤตอันตราย ทุกคนที่ยังไม่รู้อนาคตวันหน้าของตัวเอง ต่างก็อารมณ์เดือดพล่านเพราะการปรากฏตัวของหินผลึกอัคคี
เนี่ยเทียนยังไม่ทันได้แสดงท่าทีใดก็พบว่าคนทั้งกลุ่มเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขาเลียนแบบเฟิงหลัวและอวี๋ถง ต่างก็ทยอยกันลงไปจากเขา
“เ้าพวกนี้นี่นะ...”
พึมพำเบาๆ หนึ่งประโยค เนี่ยเทียนรู้สึกว่าตัวเองจะอยู่บนยอดเขาคนเดียวคงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นัก จึงตามพวกเขาลงเขาไปด้วย
ูเาหินนี้ไม่สูง อีกทั้งลงเขาก็ใช้เวลาเร็วกว่าขึ้นเขาเยอะมาก ครึ่งชั่วยามให้หลัง ทุกคนก็ไถลตัวลงมาถึงตีนเขา พวกอันซืออี๋เคลื่อนย้ายหินก้อนใหญ่จำนวนมากที่อยู่ข้างๆ อย่างต่อเนื่องแล้วโยนลงไปกลางลาวาร้อนระอุเ่าั้ ก้อนหินเ่าั้กองถมกันไปเรื่อยๆ ไม่นานก็เริ่มสูงขึ้น
รอจนก้อนหินั์เ่าั้ถูกถมสูงจนโผล่ขึ้นมาจากลาวาแล้ว พวกเขาแต่ละคนถึงได้มีสีหน้าฮึกเหิม ยิ่งขยันขันแข็งช่วยกันออกแรงมากขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีก้อนหินโผล่ขึ้นมาจากลาวาอีกหลายก้อนซึ่งทอดยาวไปหาธารน้ำที่มีหินผลึกอัคคีส่องประกายแวววาว
“ไป!”
อันซืออี๋ะโผลุงกลายร่างเป็เงาเปลวเพลิงหนึ่งเส้น เหยียบลงไปบนหินก้อนแรกอย่างอ่อนช้อย
หยุดชะงักแค่ครู่เดียวนางก็ะโต่อไป ใช้หินเ่าั้เป็กระดานะโ มุ่งหน้าไปยังลำธารนั้นก่อนใคร
ด้านหลังของนาง อันอิ่ง พันเทาเดินตามมา ต่างก็ตื่นเต้นคึกคัก หมายจะเก็บรวบรวมเอาหินผลึกอัคคีเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังจะขยับร่างกลับรู้สึกได้ถึงปราณของเกราะัเพลิง เขาจึงหรี่ตาลงรับััอย่างละเอียด
เขาพลันพบว่า เกราะัเพลิงที่อยู่ห่างไกลจากเขามากกำลังคำรามอู้ออกมาจากจุดลึกใต้ดิน ล่องลอยไปตามจุดต่างๆ ในเทือกเขาชื่อเหยียน
ดูเหมือนว่าเกราะัเพลิงก็กำลังรวบรวมอะไรบางอย่างเหมือนกัน
