ประโยคสุดท้ายของโจวิ่ ทำให้อวิ๋นซีเคียดแค้นจนแทบอยากจะพุ่งกายเข้าไปสังหารคนเสีย เดิมทีนางยังคิดว่า เื่ในตอนนั้นคงเป็เจิ้งอ๋องที่คิดจะทำอะไรไม่ดีต่อหลิงเยว่เซวียน มิคาดแท้จริงแล้วจะเป็คนชั้นต่ำเช่นโจวิ่ที่เป็คนทำ
หลังจากที่เจิ้งอวี้เชียนได้ยินทุกๆ ถ้อยคำของโจวิ่ ขอบตาเขาก็แดงก่ำ ก่อนจะอดไม่ได้ให้ตบหน้าโจวิ่โดยแรง “เ้า อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ตอนนั้น ต่อให้เสี่ยวหูจะไม่ชอบข้า แต่นางก็ไม่เคยคิดหนีงานแต่ง เป็เ้า! เป็คนชั้นต่ำเยี่ยงเ้าที่วางกับดักไว้ระหว่างทางที่นางกำลังจะกลับจวน หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ พวกเขาสองคนย่อมไม่มีทางได้รู้จักกัน เสี่ยวหูก็จะไม่ตกหลุมรักเขา เื่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็เพราะเ้า”
เขามองสตรีที่นอนอยู่ด้านล่างด้วยสายตาโเี้ จากนั้นจึงกระชากเสื้อผ้าของนางออกอย่างรุนแรงจนเผยให้เห็นเนื้อขาวๆ จวินเหยียนรีบปิดตาของอวิ๋นซีพร้อมทั้งสกัดจุดการได้ยินของนาง ก่อนจะพานางออกไปจากจวนเจิ้งอ๋องอย่างเงียบเชียบ
สำหรับบรรยากาศที่น่าลุ่มหลงและเสียงร้องะโของหญิงในห้องนั้น เขาก็ได้แค่หัวเราะใส่อย่างเ็าและดูถูก เจิ้งอ๋องผู้นี้นับว่าเป็คนที่โเี้อย่างที่สุด โชคดีที่พวกเขาได้เตรียมการกันไว้นานแล้ว เพราะคนผู้นี้ หากเก็บไว้นานไป ในอนาคตจักต้องทำให้เสียเื่แน่
ท้ายที่สุดแล้ว เื่ที่เจิ้งอ๋องมีบุตรสาวนอกสมรสก็ถูกคนลือกันให้ทั่วจนแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้ง ในคืนเดียวกันนั้น เจิ้งอ๋องก็ได้พาอนุและบุตรชายนอกสมรสที่เลี้ยงไว้ด้านนอกมาอยู่ในจวน พร้อมมอบตำแหน่งสนมซู่เฟยให้อนุผู้นั้น
เมื่อเป็เช่นนี้ ชุ่ยเอ๋อร์ที่ติดตามคุณชายหลงฉินและสุดท้ายถูกรัชทายาทไปก็ได้กลายมาเป็คุณหนูจวนเจิ้งอ๋องอย่างแท้จริง หากให้เทียบกับสถานะของเจิ้งเฟยเอ๋อร์ที่เป็จวิ้นจู่สายตรงแล้วจะยังนับว่าด้อยกว่า แต่ด้วยสถานะนี้ก็ถือว่าสูงศักดิ์กว่าในอดีตที่ไม่ใช่อะไรทั้งนั้นอยู่มากนัก
ด้วยเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าส่งผลให้รัชทายาทต้องตบแต่งบุตรสาวทั้งสองของเจิ้งอ๋องเข้ามา เื่นี้กลายเป็เื่หนึ่งที่คนทั้งเมืองหลวงพูดคุยกันสนุกปากหลังมื้ออาหาร นอกจากนี้ เดิมทีโอวหยางเทียนหัวคิดจะรับคุณหนูชุ่ยเอ๋อร์ผู้นี้เข้ามาอยู่ในจวนรัชทายาทเลย แต่คาดไม่ถึงว่า สนมซู่เฟยของเจิ้งอ๋องหรือก็คือมารดาของชุ่ยเอ๋อจะร้องขอให้บุตรสาวตนตามเจิ้งเฟยเอ๋อร์แต่งเข้าจวนรัชทายาทไปพร้อมกัน
สำหรับเื่นี้ ในคราวแรกโอวหยางเทียนหัวไม่ยินยอม แต่ใครจะไปคาดคิด หลังจากที่เขาได้พบสนมเซียวซู่เฟยครั้งหนึ่งจะถึงกับยอมเปลี่ยนใจตอบตกลงในทันที ทำให้แม้แต่เจิ้งอ๋องเองก็อดมิได้ให้ประหลาดใจยิ่ง คนเช่นนางทำได้อย่างไร
ชายาเจิ้งอ๋องโจวิ่มองบุตรสาวเจิ้งเฟยเอ๋อร์ที่ดวงตาแดงก่ำ ในดวงตาและจิตใจเต็มไปด้วยความแค้น โจวิ่พูด “สมควรตายนัก นังชั้นต่ำนั่นมีชีวิตอยู่ใต้จมูกมาได้จนถึงตอนนี้ ซ้ำร้ายยังให้กำเนิดลูกชายลูกสาวอีก น่าตายนัก”
จวนอ๋องนี้ เดิมทีมีนางเป็สตรีผู้เดียว แต่ตอนนี้กลับมีสนมซู่เฟยเพิ่มมาคนหนึ่ง นี่เป็เื่ที่นางไม่อาจทนยอมได้ ทว่า สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าก็คือ สตรีนางนั้นเป็คนมีเล่ห์กลและมากฝีมือ คนสามารถทำให้รัชทายาทยอมตกลงตบแต่งบุตรีทั้งสองของจวนเจิ้งอ๋องเข้าไปพร้อมกันได้
เจิ้งเฟยเอ๋อร์เม้มริมฝีปาก พูดเรียบๆ “เสด็จแม่ ในเมื่อเื่เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าพวกเราจะพูดเช่นไรก็ล้วนไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น ในเมื่อน้องหญิงอยากจะแต่งเข้าจวนรัชทายาทไปพร้อมกับข้า ตัวข้า ในฐานะที่เป็พี่สาวย่อมต้องดูแลนางเป็อย่างดี ส่วนเสด็จแม่ คอยจับตาดูสนมเซียวซู่เฟยเอาไว้หน่อย เสด็จพ่อแอบเลี้ยงนางไว้ด้านนอกตั้งสิบกว่าปีโดยไม่ถูกคนพบเจอได้ ด้วยเื่นี้ คงพอจะพิสูจน์ได้แล้วว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา”
ถึงแม้ในใจของเจิ้งเฟยเอ๋อร์จะรู้สึกไม่ยินยอม แต่แล้วจะอย่างไร เพราะเื่ราวก็เกิดขึ้นไปแล้ว ตอนนี้สิ่งเดียวที่นางพอจะทำได้คือสร้างถนนอีกเส้นเพื่อปูทางให้ตนไปสู่ความเจิดจรัสให้ได้ยิ่งกว่า ส่วนสตรีที่จู่ๆ ก็โผล่มาผู้นั้นจักต้องเป็หินให้ตนเหยียบขึ้นไปยังที่ที่สูงขึ้น
สิ่งที่นางเจิ้งเฟยเอ๋อร์อยากได้ จะไม่มีทางวางมือง่ายๆ เด็ดขาด
……...........................................................................................
จวินเหยียนเฝ้ามองอวิ๋นซีที่กำลังหลับใหล ในสายตาเต็มไปด้วยความสงสาร ชาติที่แล้วนางต้องพบเจอกับความยากลำบากอย่างที่สุด ตัวเขาไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ ในชาตินี้ เดิมทีเขาคิดว่าเมื่อนางได้กลายมาเป็อวิ๋นซี เป็สตรีคนหนึ่งที่ชาติกำเนิดใสสะอาด จะไม่ต้องพบเจอกับความซับซ้อนใด แต่ใครจะไปรู้ เื่ทั้งหมดจะยากเย็นเพียงนั้น
นางให้ความสำคัญต่ออวิ๋นซานเป็อย่างมาก ตั้งใจจะปกป้องบุรุษที่จู่ๆ ก็มาเป็บิดาของนางเอาระหว่างทางผู้นี้เป็อย่างยิ่ง ส่วนหลิงเยว่เซวียนนั้นถือเป็คนที่อวิ๋นซานใส่ใจ เป็คนที่มีสายเืเดียวกันกับอวิ๋นซี ต่อให้นางคิดอยากจะไม่สนใจ แต่ก็คงทำไม่ได้กระมัง
จวินเหยียนวางมือลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาน้อยๆ ของนาง พูดเสียงเบา “อาซี ขอแค่เป็คนที่เ้าอยากปกป้อง เปิ่นหวางจักปกป้องอย่างเต็มที่”
ชั่วขณะนั้นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในท้องของนางที่เหมือนว่าจะได้ยินเสียงของบิดามีการขยับไหวน้อยๆ ท่าทางเช่นนี้ราวกับไม่อาจรั้งรอที่จะได้ใกล้ชิดกับบิดา
ชายหนุ่มถูกเ้าสิ่งมีชีวิตน้อยนี้ขยับใส่จนใไป ทั่วร่างชะงักค้าง “เมื่อครู่นี้ คือ...” เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่าลูกขยับ?
ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินอวิ๋นซีบอกว่า หลังจากสี่เดือนไปแล้วเด็กในท้องจะมีการเคลื่อนไหว หรือว่า เมื่อครู่นี้จะเป็การเคลื่อนไหวของเด็ก? หากเป็เช่นนั้นจริง ความรู้สึกนี้ก็น่าอัศจรรย์ใจเกินไปแล้ว เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้ ความอิ่มเอมที่ได้รับนี้ราวกับช่วยทะลายความอึดอัดรำคาญใจในวันนี้ไปจนหมด เขาแนบหูของตนไปบนหน้าท้องของนางอย่างระมัดระวัง พูดเสียงเบา “เด็กน้อย พ่ออยู่นี่ หากเ้าได้ยินจริงๆ ขยับกายให้พ่ออีกสักที ดีหรือไม่”
ตอนที่เขาเพิ่งพูดจบ มือน้อยๆ ที่แสนอบอุ่นคู่หนึ่งก็ลูบบนศีรษะเขา “ตัวท่านนี้ช่างโง่นัก ต่อให้ตอนนี้ครรภ์จะมีความเคลื่อนไหวใด ก็เป็ไปโดยไม่รู้ตัว ต้องรอจนกว่าจะผ่านไปอีกสองเดือน ครรภ์ก็จะยิ่งมีความเคลื่อนไหวบ่อยขึ้น ไม่แน่ยามนั้นลูกอาจได้ยินสิ่งที่พวกเราคุยกับเขา”
จวินเหยียนยิ้มอย่างโง่งมขณะมองภรรยา “ข้าเชื่อว่าลูกชายของเราไม่ธรรมดา แม้จะเป็ตอนนี้ เขาก็จักต้องได้ยินคำพูดของพ่อเขาอย่างแน่นอน” เมื่อพูดจบ เขาก็วางศีรษะตนบนท้องของนางอีกครั้งหนึ่งแล้วพูดว่า “เด็กน้อย ตัวเ้ามีพี่หญิงคนหนึ่งแล้ว ดังนั้น เ้าจักต้องเป็ผู้ชาย มิเช่นนั้น พ่อเ้าจะโยนเ้าไว้ที่หานโจว ให้อยู่กับท่านตา”
เด็กน้อยในท้องมีท่าทีคล้ายจะต่อต้านถึงกับขยับตัวเล็กน้อย ครั้งนี้อวิ๋นซีเองก็รับรู้เช่นกัน นางตกตะลึงยิ่ง ตามที่จับชีพจรพบว่ายังอีกตั้งหลายวันกว่าจะครบกำหนดครรภ์สี่เดือน มิคาดในครรภ์จะมีความเคลื่อนไหวแล้ว
นางมองบุรุษที่กำลังยิ้มแย้มอย่างมีความสุข มุมปากโค้งขึ้นน้อยๆ เมื่อก่อนตอนที่ท้องหวานหว่าน ตัวนางก็หวังเป็อย่างยิ่งอยากจะให้บิดาของลูกมาพูดคุยเป็เพื่อน ความคิดนี้ ทั้งชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยได้สมปรารถนา
ทว่า ตอนนี้เมื่อได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ในที่สุดนางก็ได้พบบุรุษที่รักนางเข้ากระดูก บุรุษที่ถึงกับยิ้มโอ้อวดสดใสเพียงเพราะการขยับนิดหน่อยของลูก อีกทั้ง เมื่อครู่นี้แท้จริงแล้วนางไม่ได้หลับลึกมาก คำพูดทุกคำของเขา นางล้วนได้ยิน
การที่เขาบอกว่า ปกป้องคนที่นางใส่ใจ นี่จะหมายถึง การรักบ้านแล้วก็รักอีกาบนหลังคาบ้านด้วย อย่างนั้นหรือ?
“ลูกยังเล็กเพียงนี้ก็โดนท่านรังแกเสียแล้ว หากวันหน้าเมื่อเขาคลอดออกมา ไม่รู้ว่าจะเอาคืนอย่างไรบ้าง” ยามที่เด็กซนขึ้นมา จักต้องทำให้คนปวดหัวแน่นอน
ยิ่งกว่านั้น ชายตรงหน้านี้ยังอยากให้คนเกิดออกมาเป็ลูกชาย ทั้งยังเคยพูดว่า หากเป็ลูกชายจะได้ให้เกิดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว วันหน้านางไม่ต้องตั้งครรภ์อีก ด้วยคำพูดนี้ นางรู้ดีว่าเขากำลังเป็ห่วงอยู่ แต่เขาก็คงไม่เข้าใจ ตอนนี้นางรักเขา ไม่ว่าเด็กที่เกิดมาจะเป็ชายหรือหญิง นางก็ล้วนยินดีและเต็มใจที่จะมีให้เขา เพราะนั่นคือผลึกแห่งความรัก เป็การต่อชีวิตของพวกเขาให้ยืดยาว และเป็หลักฐานความรักระหว่างพวกเขาทั้งสอง
จวินเหยียนนั่งยิ้มอยู่ข้างเตียง จากนั้นจึงจุมพิตริมฝีปากนาง ดูดดึงโดยแรงรอบหนึ่ง ก่อนจะให้นางที่ไร้เรี่ยวแรงได้นอนหนุนตักเขา ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุข พูดว่า “ลูกชายสู้พ่อไม่ได้หรอก”
