วันรุ่งขึ้นหยางเฉินก็กลับบ้านใน่เวลาอาหารเข้า
เขาเห็นหลินรั่วซีในชุดกระโปรงลายสก็อตกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่เงียบๆ เมื่อเธอเห็นหยางเฉินเปิดเข้าประตูมา เธอก็หันหน้ามาทักทาย แล้วกลับไปทานอาหารเช้าตรงหน้าต่อ
ป้าหวังในชุดผ้ากันเปื้อนเดินถือแพนเค้กไข่สีทองอร่ามออกมาจากห้องครัวและเมื่อเห็นหยางเฉินเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้ เธอก็ไม่ได้ถามว่าเขาไปไหนมาแต่กลับเรียกให้หยางเฉินนั่งลงรับประทานอาหารเช้าร่วมกับหลินรั่วซี
"คุณชายคะ ฉันรู้ว่าคุณชายต้องกลับมาเวลานี้ นี่ค่ะ ตะเกียบ"
หยางเฉินมองคู่ตะเกียบที่วางอยู่บนโต๊ะก็ไม่อาจทำอย่างไรได้เขารู้สึกผิดที่ป้าหวังไว้ใจ แต่ตัวเขาเองดันกลับมาในเวลานี้
"ป้าหวังครับคราวหลังถ้าผมไม่ได้กลับมานอนที่นี่ ไม่ต้องเตรียมอาหารเช้าให้ผมนะครับ" หยางเฉินกล่าว
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ นี่เป็หน้าที่ของป้าอยู่แล้ว”กล่าวจบป้าหวังก็เดินยิ้มหวานกลับเข้าไปในครัวอย่างอารมณ์ดี
หยางเฉินนั่งลงตรงข้ามกับหลินรั่วซี ในขณะที่ยื่นมือออกไปเพื่อจะตักข้าวต้ม สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ข้างหม้อหุงข้าว
''ตะลึง!! พบคู่รักหนุ่มสาวผู้ร้อนแรงจูบกันโจ๋งครึ่มกลางตลาดนัดกลางคืนย่านชานเมือง!'' นี่คือพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ พร้อมภาพประกอบขนาดใหญ่ เป็รูปรถสปอร์ตหรูเปิดประทุน ภายในรถมีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดจูบกันอย่างแแ่
แม้ภาพในหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวจะถูกเบลอไว้แต่ถ้าเป็คนที่ใกล้ชิดหรือคุ้นเคยย่อมต้องจำได้อย่างแน่นอน!
พวกนักข่าวเฮงซวย!?
เห็นได้ชัดว่าหลินรั่วซีได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนี้แล้วแต่ท่าทางของเธอยังคงเป็ปกติ ถ้าเป็ก่อนหน้านี้เธอคงพูดจาไม่กี่คำและส่งสายตารังเกียจมาให้เขา
แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ ร่วมกันมานับไม่ถ้วน พวกเขาทั้งคู่ดูจะเหมือนมีพื้นฐานทางอารมณ์บางอย่าง
หยางเฉินไม่คิดว่าหลินรั่วซีจะไม่แคร์อะไรในตัวเขาเลย หมายความว่าสิ่งที่หญิงสาว้าจะบอกคือเธอสามารถแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเพื่อให้หยางเฉินไม่รู้สึกเสียใจกับเธอ
เมื่อคิดได้อย่างนั้นหยางเฉินก็รู้ว่าเวลานี้เป็เวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะอธิบายบางอย่างให้หลินรั่วซีเข้าใจ แต่ทันใดนั้นหลินรั่วซีลุกขึ้นพูดด้วยเสียงเบาว่า
"ฉันอิ่มแล้ว" หลินรั่วซีกล่าวออกมาเพียงสั้นๆ จากนั้นก็หันหลังเดินขึ้นบันไดไปในทันที
หยางเฉินคิดถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับโม่เชี่ยนนีจึงรีบเอ่ยขึ้นว่า
"รั่วซีที่รัก สัปดาห์หน้าผมกับเชี่ยนนีจะไปเยี่ยมแม่ของเธอที่บ้าน”
หลินรั่วซีหยุดชะงักตรงบันไดแม้ว่าเธอจะรู้อยู่ก่อนแล้วก็ตาม
เป็อย่างที่หยางเฉินคิด แม้หลินรั่วซีจะไม่ได้ถาม แต่เขาก็ไม่ทราบว่าขณะนี้ในหัวของหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่เช่นกัน
ในขณะที่หยางเฉินกำลังจะตักข้าวเข้าปากหลินรั่วซีก็เดินลงมาชั้นล่างในชุดเดรสชีฟองสีขาว กระเป๋าหนังสีดำดูคล้ายหญิงสาวที่เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
หยางเฉินรู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าบ้างานจนเกินไป แม้กระทั่งวันหยุดก็ยังแต่งตัวออกไปทำงาน เขาจึงอดถามขึ้นไม่ได้ว่า
"คุณอยากไปด้วยหรือเปล่า?"
หลินรั่วซีที่กำลังใส่รองเท้ากีฬาสีชมพูตอบกลับมาว่า
"ไปตลาดนัดกลางคืนน่ะเหรอ?”
"แค่ก... แค่ก..."
หยางเฉินเกือบได้สิ้นชีพเพราะการสำลักน้ำ เขาเผยรอยยิ้มเขินอายออกมา ถึงแม้หญิงสาวจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่แน่นอนว่าในหัวใจเธอยังคงรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่คนที่ทำให้หยางเฉินกลายเป็หมาหงอยอย่างเป็ป้าหวังแน่นอนว่าป้าหวังรับรู้เื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็อย่างดีและเธอยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าหยางเฉินคนหน้าหนาผู้นี้ต้องปรับปรุงตัวเสียบ้างแล้ว
จากนั้นหยางเฉินก็โทรหาโม่เชี่ยนนีเพื่อคอนเฟิร์มเื่ที่จะไปเสฉวนกับเธอ
หยางเฉินนั่งดูโทรทัศน์อย่างสบายอารมณ์และทานอาหารกลางวันที่ป้าหวังทำให้อย่างอิ่มเอมในขณะที่กำลังจะหลับกลางวันนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดจังหวะความสุขของเขาเสียก่อน
เป็สายของหลี่จิงจิง!!
ครั้งสุดท้ายที่เจอกันหยางเฉินก็ไม่ได้ติดต่อเธอไปอีกเลย นี่เป็ครั้งแรกที่เธอติดต่อเขามา
หยางเฉินลังเลเล็กน้อยว่าควรรับสายดีหรือไม่ แต่เขากลัวว่าหลี่จิงจิงจะมีปัญหาจริงๆ สุดท้ายหยางเฉินจึงยอมกดรับสายของเธอจนได้
"จิงจิง มีอะไรหรือเปล่า?"
หลี่จิงจิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"ถ้าไม่มีเื่อะไร ฉันจะคุยกับพี่หยางไม่ได้งั้นเหรอคะ?"
หยางเฉินถอนหายใจพลางกล่าวว่า
"จิงจิง เธอต้องเชื่อฟังพ่อของเธอสิถ้าไม่มีเื่สำคัญอะไร เราไม่ควรติดต่อกันบ่อย”
"ฉัน... ฉันอยากไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับพี่หยาง พวกเราไปเยี่ยมเด็กๆ ด้วยกันดีมั้ยคะ"หลี่จิงจิงเอ่ยขึ้นอย่างคาดหวัง
หยางเฉินรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อเขาคิดถึงความรู้สึกของลุงหลี่ เขาก็จำต้องแข็งใจตอบไปว่า
"จิงจิง เธอไปเถอะพี่อยากจะพักผ่อนน่ะ”
หลี่จิงจิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยคำว่า"อืม" แล้ววางสายไปในที่สุด
เมื่อหญิงสาววางสายไปแล้วหยางเฉินก็รู้สึกโล่งใจ การปฏิเสธสาวงามนี่เป็เื่ที่ยากจริงๆ ยิ่งผู้หญิงคนนั้นเป็หลี่จิงจิงด้วยแล้ว เขาคิดว่าทั้งหมดที่ผ่านมานั้นเขาเป็ฝ่ายให้ความหวังกับเธอเสียเอง
แต่หาก้าอาศัยอยู่ในสังคมเฉกเช่นคนธรรมดาแล้วล่ะก็ หยางเฉินจำต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับหลี่จิงจิง เพราะลุงหลี่จะรู้สึกเสียใจได้หากเห็นเขาที่มีภรรยาแล้วและยังมาข้องแวะกับลูกสาวของเขาอีก
จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็นหลินรั่วซีก็เดินเข้ามาในบ้านพร้อมถุงกระดาษสีดำขนาดใหญ่ หยางเฉินเห็นว่าในถุงคงเป็เอกสารหรือหนังสืออะไรบางอย่างเขาไม่ได้สนใจและสายตายังคงจดจ่ออยู่ที่รายการโทรทัศน์ต่อ แต่หลินรั่วซีกลับเดินถือถุงสีดำมาวางไว้ตรงหน้าเขา
"หืม...นี่คือ?" หยางเฉินเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย ถุงดำปริศนาใบนี้เป็ของเขาอย่างนั้นหรือ?
หลินรั่วซีเม้มริมฝีปากอย่างเขินอายพร้อมกล่าวว่า
"ถดูใบไม้ร่วงในเสฉวนหนาวมากอย่าลืมพกชุดนี้ติดตัวไปด้วย”
หยางเฉินสังเกตเห็นมุมหนึ่งของถุงมีโลโก้คำว่า ''Burberry'' ติดอยู่ซึ่งเป็แบรนด์เสื้อผ้าอันโด่งดัง เขาไม่คิดว่าหลินรั่วซีจะนำของขวัญชิ้นนี้มาให้เขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์หน้าเขาก็จะต้องออกไปกับผู้หญิงคนอื่นๆ
หลินรั่วซีมองไปที่หยางเฉินด้วยสายตาคาดหวังหยางเฉินให้ความสนใจกับของที่หลินรั่วซีกำลังนำออกมาจากถุงสีดำอย่างมาก ด้วยเนื้อผ้าหนาสีดำเป็ชุดสไตล์อังกฤษคลาสสิก ให้ความรู้สึกสงบและมีอำนาจ
หยางเฉินรู้ว่าเสื้อผ้าแบรนด์อังกฤษหรูหราแบบดั้งเดิมนี้ราคาของมันอย่างน้อยๆ ก็เท่ากับเงินเดือนสามเดือนของเขา!
"ชุดนี้ราคามันไม่ใช่ถูกๆ เลย ถึงแม้คุณจะเป็เ้าของบริษัทใหญ่แต่ก็ไม่จำเป็ต้องเอาชุดราคาแพงขนาดนี้มาให้ผมก็ได้ ผมคงไม่ได้ใส่มันบ่อยนัก" สายตาของหยางเฉินที่มองมายังหลินรั่วซีในขณะนี้อ่อนโยนเป็อย่างมาก
หลินรั่วซีได้ยินคำพูดของหยางเฉินก็ขมวดคิ้วก้มหน้าเล็กน้อย เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงแ่เบาว่า
"นายไม่ชอบงั้นหรือ?"
หยางเฉินเห็นท่าทางใเล็กน้อยของเธอก็อดยิ้มขึ้นไม่ได้
"ผมแค่บอกว่ามันแพงเกินไปแต่ผมก็ชอบมันด้วยเช่นกัน”
หลินรั่วซีดูเหมือนจะโล่งใจ มุมปากน้อยๆ ของเธอขยับขึ้นเล็กน้อย
"ไม่แพงหรอก ไม่ถึงสามหมื่น" กล่าวจบหลินรั่วซีก็หันหลังกลับเดินขึ้นบันไดไปอย่างเร่งรีบ
หยางเฉินไม่รู้ว่าควรแสดงท่าทางเช่นไร เขาเพียงยิ้มน้อยๆ ออกมา เสื้อราคาเกือบสามหมื่นสำหรับหญิงสาวคนนี้กลับราคาไม่แพงเมื่อมองไปที่หลินรั่วซีที่กำลังก้าวเท้าน้อยๆ ขึ้นไปข้างบนแน่นอนว่าเธอต้องรู้สึกเขินอายแน่ๆ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอซื้อเสื้อผ้าให้ผู้ชายดังนั้นเธอจึงจำต้อง ''หนีเข้าป่าไป''
ในขณะที่ป้าหวังกำลังเรียกทุกคนให้มากินข้าวแต่เธอกลับเห็นหลินรั่วซีวิ่งขึ้นไปชั้นบน เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจึงได้แต่เอ่ยถามหยางเฉินขึ้นว่า
"คุณชายคะคุณหนูเป็อะไรไปเหรอคะ?"
หยางเฉินแย้มยิ้มโดยที่ในมือของเขาถือเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม เขาตอบป้าหวังออกไปว่า
“มีสามีที่แสนดีอย่างผม รับรองว่าเธอจะไม่เสียใจแน่นอนครับ”
ป้าหวังไม่ใช่คนโง่ เธอสามารถเข้าใจความหมายในคำพูดของหยางเฉินได้ทันที ป้าหวังหัวเราะเสียงใสดวงตาเอ่อล้นไปด้วยความยินดี
หัวใจของหยางเฉินรู้สึกเงียบงัน เพราะหลินรั่วซีในขณะนี้ทำตัวผิดแผกไปจากเดิม ดูเหมือนจิตใจของผู้หญิงจะลึกล้ำสุดหยั่งคาด
