เมื่อเหล่าขุนนางเห็นชอบ และเป็พระประสงค์ของฮ่องเต้ รัชทายาทจึงจำใจต้องเข้าพิธีมงคลในการแต่งตั้งถังเยี่ยนขึ้นเป็พระสนมคนต่อไป
ท่ามกลางแสงพระจันทร์เต็มดวง หลังจากดูแลฮองเฮาจนบรรทมแล้ว เฟยหยางถือโอกาสออกมาเดินเล่นเงียบ ๆ คนเดียวตามลำพัง ขบคิดถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต การที่รัชทายาทจะเข้าพิธีแต่งงานกับถังเยี่ยนนั้น ไม่ได้ทำให้เฟยหยางรู้สึกเสียใจมากมายเท่าใดนัก การกลับมาครั้งนี้เพียงแค่้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพระสนมเสี่ยวเอินเท่านั้น
“รัชทายาท!” หญิงสาวอุทานขึ้น หลังจากสายตาทาบไปเห็นวรกายของชายหนุ่มเดินเข้ามา นางถอยหลังหนีเขาก้าวหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“ตอนนี้ฮองเฮาบรรทมแล้วเพคะ” นางกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ข้าไม่ได้มาหาเสด็จแม่ แต่ข้ามาหาเ้า” เฟยหยางนิ่งเงียบ ก่อนเขาจะเลื่อนสายตามองขึ้นไปยังดวงจันทร์ ที่ฉายแสงนวลกระจ่างลงมา
“เหตุใดเ้ายังไม่นอน คิดเื่ที่ข้าจะเข้าพิธีแต่งงานกับถังเยี่ยนอยู่เหรอ”
“เปล่าเพคะ เื่นั้นหม่อมฉันไม่ได้คิด” นางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนรอยยิ้มของรัชทายาทสะกดให้เฟยหยางหวั่นไหวอีกครั้ง
“ยิ้มอันใดเพคะ”
“ยิ้มที่เ้าปากแข็ง แค่ข้าเข้าใกล้เ้าเพียงนิดเดียว เสียงหัวใจของเ้าก็ดังจนข้าได้ยิน” เฟยหยางรีบถอยหนีเขาหนึ่งก้าว พร้อมเก็บท่าทีประหม่าไว้ไม่ให้เผยออกมา
“ข้ารู้ว่าเสด็จแม่หวงเ้า ไม่ยอมให้ข้าแต่งงานกับเ้าเพราะกลัวว่าเ้าจะมีจุดจบเช่นเสี่ยวเอิน ข้าแค่จะมาบอก ว่าต่อให้แต่งงานกับถังเยี่ยน ข้าก็จะไม่มีวันแตะต้องตัวนาง” คำพูดเขาบาดลึกลงในใจของอีกฝ่าย ก่อนนางจะกลั้นน้ำตาแล้วหันมายังชายหนุ่ม
“เช่นเดียวกับที่พระองค์ทำกับพระสนมเสี่ยวเอินงั้นเหรอเพคะ พระองค์ไม่เคยแตะต้องตัวนาง ไม่เคยสนใจว่านางจะโดดเดี่ยวเพียงใด จนกระทั่งนางถูกใส่ร้ายจนตาย”
“คนที่ข้ารักคือเ้า เหตุใดจึงต้องพูดถึงผู้อื่น ทั้งเสี่ยวเอินและถังเยี่ยน ไม่เคยอยู่ในสายตาข้า ที่ข้ารักมาโดยตลอดมีเพียงเ้า” เขาตอบ ก่อนเฟยหยางจะหลุดยิ้มทั้งน้ำตา
“ไม่ใช่เพคะ พระองค์ไม่ได้รักหม่อมฉัน” เฟยหยางรู้ตัวดี ว่านางเป็เพียงิญญาที่เข้ามาสิงสู่ร่างของหญิงสาวผู้นี้ จึงจำใจเบี่ยงตัวเดินหนี หากแต่รัชทายาทรีบคว้ากายนางไว้ แล้วโอบกอดอีกฝ่ายอย่างแแ่
“เมื่อครู่ ที่ท้องพระโรงเ้าเดินหนีข้าได้ เพราะข้าปล่อยให้เ้าเดินหนี แต่หากวันใดข้าอยากทำตามใจตัวเอง แม้แต่เสด็จพ่อก็ไม่อาจขวางข้าได้”
“ปล่อยเพคะ” เฟยหยางพูดพลางขยับกายออกจากเขา หากแต่อีกฝ่ายกอดรัดนางไว้อย่างแแ่ พร้อมสายลมอ่อนพัดมาปะทะกาย อ้อมกอดของเขาอบอุ่นจนเฟยหยางใจอ่อน ปล่อยให้รัชทายาทกอดจนพอใจ
“เฟยหยาง ผู้หญิงคนเดียวในใจข้า ก็คือเด็กหญิงที่สะพายตะกร้าสมุนไพรคนนั้น เหตุใดเ้าจึงลืมทุกอย่างง่ายดายทำเหมือนไม่เคยรู้จักข้ามาก่อน ทั้งที่แผลนั้นก็ติดกายเ้ามาตลอด” เฟยหยางยกมือขึ้นมองดูแผลเป็ของตัวเอง ก่อนนางจะตัดใจดันกายเขาออก
“หม่อมฉันไม่ใช่หญิงที่ท่านรัก กลับกันหม่อมฉันอาจเป็หญิงที่พระองค์ไม่ประสงค์ครองคู่ด้วย” พูดจบเฟยหยางก็เดินกลับเข้าเรือนไป ท่ามกลางสายตาสั่นไหวของรัชทายาทที่มองนางไม่ละสายตา
ระหว่างนั้นหลี่ถังเยี่ยนให้คนตัดชุดสีแดง เพื่อใส่เข้าพิธีสมรสที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นาน นางตระเตรียมประทินผิวด้วยสมุนไพรต่าง ๆ เหล่าหญิงรับใช้ในจวนวิ่งเข้าออกจ้าละหวั่น เพื่อหาสมุนไพรที่นางอยากได้ รวมถึงเครื่องประดับต่าง ๆ ที่ทางท่านเสนาบดีจัดเตรียมไว้ให้ก็เป็ที่พอใจไม่น้อย หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย ค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบเครื่องประดับที่วางกองตรงหน้า
“งดงามมากเ้าค่ะ”
“นี่เป็เพียงของใช้ติดตัวก่อนเข้าพิธี หลังจากที่เ้าได้ขึ้นเป็พระสนมแล้ว รัชทายาทและฮองเฮาจะประทานให้เ้ามากกว่านี้อีกหลายเท่าตัวนัก” เสนาบดีพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงยินดี
“ที่สำคัญ เ้าต้องรีบตั้งครรภ์ มีโอรสให้องค์รัชทายาทโดยเร็วที่สุด ถึงตอนนั้นอำนาจมากมายก็จะอยู่ในมือเ้า” พูดถึงตรงนี้ถังเยี่ยนก็หน้าแดงฉานขึ้นมาด้วยความเขินอาย
“สุดแล้วแต่รัชทายาทเ้าค่ะ”
“อย่าพูดเช่นนั้น เ้าเองก็ต้องใช้ความสามารถดึงใจรัชทายาทให้อยากอยู่กับเ้าตลอดเวลา เ้าเห็นแล้วไม่ใช่รึ ว่าตอนอยู่ที่ท้องพระโรง รัชทายาทจงใจดึงเฟยหยางขึ้นเป็พระสนมแทนเ้า หากปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไป เฟยหยางก็มีโอกาสมากกว่า”
“ข้าไม่ปล่อยนางให้ลอยนวลนานนักหรอก ถึงแม้นางจะมีฮองเฮาเคียงข้าง แต่เมื่อข้าได้ขึ้นเป็พระสนม อำนาจของข้าก็มีมากขึ้น ข้าจะกำจัดนางให้พ้นทางเอง” สายตาแวววับของถังเยี่ยนฉายแววอย่างมีความหมาย
“ท่านพ่อ ท่านให้คนหาสมุนไพรที่ข้าจดในกระดาษนี้มาหน่อย แล้วอย่าให้ผู้ใดล่วงรู้เป็อันขาด” เสนาบดีขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เ้าจะทำอันใด”
“ข้าจะกำจัดเสี้ยนหนามเ้าค่ะ” นางพูดด้วยถ้อยคำเ็า จนเสนาบดีเองถึงกับเสียวสันหลังวาบ ทว่าด้วยความรักลูก จึงส่งกระดาษใบนี้ให้สาวใช้ในเรือนไปจัดการอย่างเงียบ ๆ
ด้านเฟยหยางขออนุญาตฮองเฮาออกไปตามหาชายหนุ่มนามว่า “ลี่ไท่กวง” ชายที่เคยร่วมกับสกุลหลี่ใส่ร้ายนางจนต้องโทษปะา
“ถึงขนาดออกไปตามหาด้วยตัวเอง ข้าว่าจะไม่ปลอดภัยเท่าใดนัก ป่านนี้เขาอาจจะออกนอกเมืองไปแล้วก็ได้” ฮองเฮารู้สึกเป็ห่วงเฟยหยาง จึงไม่ยอมอนุญาต หากแต่หญิงสาวเดินเข้าไปแล้วน้อมกายลงเคารพหญิงกลางคน
