เมื่อทั้งหกเดินทางมาถึงหมู่บ้านิหยวน หลิ่งกวาง และชิงหลงเหาะลงบริเวณกลางป่ายูหลกโฮ่ว สิ่งแรกที่ตั้งตระหง่านคือ วิหารสีเขียวหยกศักดิ์สิทธิ์ยืนตระหง่านเปร่งประกายวิบวับกลางดงยูหลกโฮ่ว
“โห! นี่มันเป็ได้ยังไง ทำไมเวลาแค่เดือนเดียวพวกท่านถึงเนรมิตวิหารที่วิเศษขนาดนี้ได้” เ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมยืนตะลึงกับสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ตรงหน้า
“จริงด้วยทำไม ถึงได้เหมือนเมืองฟ้าเมือง์” เด็กน้อยซีเซียงที่ยืนอยู่ด้านข้างก็พาตะลึงไปด้วย
“นี่คือ “วิหารหยก” หนึ่งในวิหารที่งดงามที่สุดบนสรวง์ แสดงว่าสิ่งนี้ได้รับการเสกจาก เทพหยกพิรุณ” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“กราบเรียนคุณชาย และ องค์ชาย ถูกต้องขอรับ ด้วยพระเมตตาจากองค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีแห่ง์ พวกท่านทรงทราบว่า กิจในการนำส่ง และ คืนดวงิญญา และร่าง ให้กับเหล่าิญญาที่ดับสูญไปนั้นเป็การเร่งด่วนที่ต้องรีบทำ จึงทรงให้ เทพหยกพิรุณประทานเสกวิหารหยกแห่งนี้ที่มีความคล้าย และเทียบเคียงกับวิหารหยกจริงบน์ แต่วิหารแห่งนี้ และสีเขียวที่ฉาบบนตัววิหารหาได้ทำจากหยกที่ประเมินค่ามิได้เ่าั้ แต่หากเป็ แกนใจกลางของยูหลกโฮ่วที่มีความเงาวิบวับ ที่มาเรียงร้อยกลายเป็ความงามที่คล้ายดั่งหยกที่เงางามนี้” เทพหม่าเติงกล่าว
“แกนกลางปล้องของต้นยูหลกโฮ่ว โห! ทำไมต้นไม้นี่ถึงมีค่า และ คุณประโยชน์ขนาดนี้” เ้าวั่งซูเอ่ย
“แกนกลางลำต้นมีความเขียวใสดั่งกระจก จะถูกนำไปทำคันฉ่องติดในผนังโลงเพื่อให้ิญญานั้นสามารถมองเห็นตัวเองในวังวนไม่เดียวดาย และเดินทางไปในทางที่ถูกต้อง ยูหลกโฮ่วช่างเป็พันธุ์ไม้ที่เลอค่าและควรปกป้อง แม้แต่องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินียังทรงเล็งเห็น” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“เชิญด้านในเถอะ องค์ชายัและคุณชายเ้า ชาวบ้านกำลังทำโคมด้านในและเสร็จแล้วมากมายก่ายกอง” หม่าเติงผายมือ พร้อมเดินนำหน้าเข้าสู่ประตูวิหาร ภายในวิหาร มีชาวบ้านมากมายต่างขะมักเขม้นทำโคมอย่างตั้งใจ
“คุณชาย และ องค์ชาย นั่นไงโคมที่เสดแล้ว” ทุกคนมองขึ้น้าวิหารที่ถูกเสกให้เป็เหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนอันกว้างใหญ่ ดวงประทีปนำวิญญญาณมากมายลอยเด่นบนท้องฟ้า และ เปล่งประกายสีเขียวสะท้อนวิบวับ บนตัวโคมมีลายพาดวิ่งไปมา คล้ายบางสิ่ง แฝงในโคม
“ข้าได้ให้พลังิญญาแก่โคมทุกอันที่ถูกทำเสร็จ และลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเหล่านี้ ส่วนเงาดำๆ นั่นคือ ิญญาที่ถูกเรียกมา มีชาวหมู่บ้านนี้หลายคนที่สูญเสียญาติที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงหมู่บ้านป่าท้อของเ้าหนูน้อย ิญญาเ่าั้ถูกเรียกมาใส่ในโคม โคมจะเก็บกักิญญาไว้ไม่ให้เร่ร่อนและหลงทาง อีกทั้งยูหลกโฮ่วยังส่งกลิ่นเรียกิญญาเร่ร่อนมากมายมาที่นี่ แต่ถ้าิญญาเ่าั้ไมได้ถูกเรียก หรือ ปรารถนาจากคนที่รัก จะไม่มีวันได้เข้าไปในประทีปนำิญญา” หม่าเติงกล่าว
“แล้วิญญาเร่ร่อนที่ถูกพรากชีวิตไปหล่ะ ถ้าบังเอิญเค้าไร้ญาติขาดมิตรอยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้” หลันอี้ถาม
“ต้องใช้พลังจักราจาก เทพ ผู้ฝึกตน เซียน อื่นๆ เพื่อเรียกรวมและชำระล้าง โคมถึงเปิดทางให้ดวงิญญาเ่าั้ ข้าเชื่อว่าดวงิญญาจะตามโคมที่เรานำกลับไปที่สำนักจักเก้าจักยุตกรา และพร้อมรับฟังเสียงสวดชำระและเมื่อนั้นโคมจะเปิดทางให้พวกเค้าทั้งหมด” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“แล้วนี่ โคมทั้งหมดจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ท่านหม่าเติง”
“เรียนคุณชายเ้า โคมที่ทำนี่เสร็จไปแล้วมากมาย ข้าว่าพรุ่งนี้พวกท่านสามารถ เริ่มออกเดินทาง และแจกจ่ายให้ตามหมู่บ้านได้ ส่วนข้าจักเร่งทำเพิ่มอยู่ที่นี่ และให้คนส่งไปให้ท่านเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวล” หม่าเติงกล่าว
“ดี ถ้างั้นั้แ่พรุ่งนี้พวกข้าจะเริ่มกระจายข่าว และนำโคมส่วนหนึ่งเดินทางกลับสู่สำนักเก้าจักยุตกรา เพื่อเรียกรวมเหล่าดวงิญญา และ ผู้คนให้ไปรวมตัวกันที่หุบเขาเก้ากระจก เพื่อเริ่มทำพิธี” เ้าวั่งซูเอ่ย
“รับทราบขอรับ คุณชาย องค์ชาย คืนนี้เชิญท่านพักผ่อนที่นี่อีกคืนหนึ่ง ข้าจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้” หม่าเติงกล่าวพร้อมโค้งคำนับ และขอตัวเดินจากไปดูแลการทำโคม
ในตอนเช้าเมือโคมถูกรวบรวมเรียบร้อย ทั้งซีเซียง และ หลันอี้ ต่างขอตามเดินทางไปด้วย และชาวบ้านทุกคนรวมถึงหม่าเติงก็เดินออกมาหน้าวิหารเพื่อทำความเคารพและร่ำลา
“อดีตที่พวกท่านล้วนหลงผิดต่างได้รับการชำระล้างจากการกระทำที่เสียสละอันยิ่งใหญ่นี้ ข้าอยากให้พวกท่านลืมอดีต และใช้ชีวิตต่อไปเพื่ออุทิศให้คนที่พวกท่านรัก และ ผู้คน ข้าหวังว่าสิ่งที่ผ่านมาจะเป็บทเรียนให้พวกท่านได้ใช้ชีวิตให้ดีขึ้น และ ช่วยกันส่งต่อและสืบสานการทำยูหลกโฮ่วนี้เพื่อมวลมนุษยชาติสืบไป” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ขอรับองค์ชาย พวกข้าน้อยจะอุทิศทั้งชีวิตเพื่อทำโคมในวิหารนี้ และส่งออกสู่โลกภายนอกเพื่อช่วยิญญาผู้คน” ชาวบ้านต่างโห่ รับคำ และ คำนับทั้งสอง
“ท่านหม่าเติง ถึงแม้สิ่งที่ท่านทำจะเป็การทำคุณไถ่โทษที่ยิ่งใหญ่ แต่ ในฐานะที่ท่านเป็เทพมีจักราเหนืุ์ท่านจักต้องกลับไปรับโทษทัณฑ์บน์ แต่ขอให้เป็หลังเสร็จภารกิจนี้ก่อน” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“น้อมรับขอรับองค์ชาย ข้ามันกิเลสบังตา ได้รับพร์ และหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่แต่กลับเห็นแก่ตัว หลังจากที่ข้าดูแลและมอบพลังิญญาให้โคมทั้งหมดครบถ้วนแล้ว ข้าจักกลับไปพบท่านพุทธะซิงซิงเจี่ย และองค์จักรดิพรรดิเพื่อให้ท่านได้ตัดสินโทษตามสมควร” หม่าเติงคุกเข่าคำนับน้ำตาไหลพรั่งพรูรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนกระทำ
“แต่ข้าคิดว่าบางที มันอาจจะไม่ได้เป็ความผิดของท่านซะหมดหรอก ท่านอาจจะไม่รู้ตัวว่าท่านทำอะไรอยู่เวลานั้น บางทีอาจจะมีพลังชั่วร้ายที่ชักใยอยู่เื้ัการคืนชีพที่ผิดหลักนี้ ท่านได้รู้สึกถึงมันบ้างไหม” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ใช่องค์ชาย ข้ารู้สึก ตอนแรกข้าสามารถทำใจการจากไปของภรรยาข้าได้ แต่คืนนั้นข้าฝันเห็นนิมิตบางอย่าง” เสียงของหม่าเติงชะงักไป
“เอ๊ะหรือว่าสิ่งที่ปลุกจิตใจด้านมืด และทำให้ข้าขาดสติไปมันคือ.........!” หม่าเติงอ้าปากค้าง เหงื่อแตก พลั่กๆ
“ข้าคิดว่าอาจจะใช่ แต่เื่นี้ไว้ค่อยสนทนาต่อวันหน้า ตอนนี้ไม่มีเวลา พวกเราต้องรีบนำยูหลกโฮ่วกลับไปก่อน ขอให้ท่านจงช่วยดูแลทางนี้ และ การส่งให้ราบรื่น พวกข้าจะกลับไปทางนู้นเพื่อจัดเตรียมนำเข้าพิธี” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ขอรับองค์ชาย” หม่าเติงโค้งรับทั้งๆ ที่ยังหน้าซีดเผือดเมื่อคิดถึงภัยคุกคามในวันนั้น ที่เค้าพึ่งรู้สึกถึงมันได้ ในวันนี้
“ฝากท่านด้วย ไปพวกเรากลับ” เ้าวั่งซู เดินนำทุกคนกลับสู่หมู่บ้านชุนเทียน ระหว่างทางกลับทุกคนแยกย้ายนำโคมส่งถึงมือทุกคนตามหมู่บ้านรายทาง และส่งสัญญาณขึ้นฟ้าถึงการมาของโคมให้ทั่วทุกสารทิศรับทราบพร้องต้องกัน และเมื่อเดินทางผ่านป่าเขา ด้วยพลังที่ดึงดูดเหล่าดวงิญญาของยูหลกโฮ่ว มีิญญาเร่ร่อนมากมายปรากฏตัวขึ้นและขอติดตามไปด้วย ก่อนจะเดินทางเข้าถึงปากทางหมู่บ้านชุนเทียน ก็มีกลุ่มิญญามากมาย ดำทมึฬสูงเทียมฟ้าติดตามมาเพื่อขอการหลุดพ้น ทั้งสี่หยุดแวะที่ทะเลสาบกระจก ร้านโคมไฟของเถ้าแก่หลัว และเสกยูหลกโฮ่วที่นำมากขึ้นเพื่อทิ้งไว้ให้เถ้าแก่หลัวได้ช่วยเนรมิตโคมขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง หลังจากร่ำลากันทุกคนก็มุ่งหน้าไปต่อที่สำนักเก้าจักยุตกรา ตามเส้นทางที่เดินกลับนั้น บนท้องฟ้าปรากฏแสงสว่างจากดวงิญญามากมายลอยตามเสียงเพรียกหาิญญาที่ดังกังวานมาจากสำนักเก้าจักยุตกรา เหล่าดวงิญญามากมายยังทยอยลอยพาดผ่านเหนือท้องฟ้าไปไม่หยุดหย่อน
“นี่มีดวงิญญามากมายขนาดไหน ที่ตายไปจากหายนะครั้งนี้กันนะ” เ้าวั่งซูเอ่ย
“เ้าอย่าได้กังวล ข้าคิดว่าสำหรับิญญาที่ออกจากร่าง เดินทางผ่านภพ และกลับเข้าร่าง ล้วนเป็ประสบการณ์ที่ดี เป็เหมือนการเตรียมตัวก่อนการเดินทางที่แท้จริงในบั้นปลายที่ทุกดวงิญญาล้วนต้องพบเจอ นั่นคือความตาย จงอย่าได้โศกเศร้าให้กับดวงิญญาที่จากไป แต่จงห่วงหากังวลกับดวงิญญาที่ยังอยู่อย่างมืดบอดในความดี ยึดมั่นถือมั่นกับภาพลวงตาของชีวิต และไร้รักแท้ในจิติญญา” ฮวาเฟยฟาตอบคนรัก ทั้งสองหันมองหน้ากัน อมยิ้ม และพากันเดินต่อถึงปากทางขึ้นหุบเขาเก้ากระจก
