เ้าเป๋สามขาผิดหวัง คิดในใจว่ากำลังจะได้มีภรรยาอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับทำหายไป
เขายืนนิ่งค้างสักพักก่อนจะแค่นเสียงเย็น คิดในใจว่าในเมื่ออยากกินข้าวคุกขนาดนั้นเขาก็จะจัดให้
เดินเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทางเ้าเป๋สามขารู้สึกหิวนานแล้ว เขาตัดสินใจกลับไปที่บ้านก่อน กินข้าวให้ท้องอิ่มแล้วค่อยไปแจ้งความทีหลังก็ไม่สาย
ส่วนฮั่วเสี่ยวเหวินที่แอบวิ่งหนีมา ในใจเกิดนึกกลัวในภายหลัง แต่ก็รู้สึกรังเกียจเ้าเป๋สามขาจนไม่รู้จะรังเกียจอย่างไร
“น้ำหน้าอย่างนั้นยังคิดจะแต่งงานกับฉันอีกเหรอ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกขบขันเมื่อนึกถึงสีหน้าดีใจเมื่อครู่ของเ้าเป๋สามขา โลกนี้มีคนทุกประเภทจริงๆ
แม้บ้านฮั่วจะไฟไหม้ไปแล้ว แต่ใช่ว่าสองแม่ลูกบ้านฮั่วจะไม่มาตามจับตัวเธออีก ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงเดินด้วยความรู้สึกหวาดกลัวไปตลอดทาง
ฮั่วเสี่ยวเหวินเพิ่งเดินมาถึงถนนของหมู่บ้านได้เพียงไม่กี่ก้าวก็เห็นหลิวเยวี่ยวิ่งเข้ามาหา ขณะที่เธอกำลังสงสัยว่าอีกฝ่ายมีธุระอะไรกับตัวเอง หล่อนก็พูดขึ้นว่า “ฮั่วเสี่ยวเหวิน คุณอาต้ากั๋วตามหาเธอเสียให้ทั่ว เธอไปไหนมา”
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” ลางสังหรณ์ไม่ดีปกคลุมเข้ามา
“เ้าเป๋สามขากำลังกินข้าวที่บ้านพวกเรา เธอรีบมา ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครช่วยเธอได้แล้ว” หลิวเยวี่ยร้อนรนมาก ไม่รอให้ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบหล่อนก็ดึงแขนของฮั่วเสี่ยวเหวินเดินไปทางบ้านของตัวเองทันที
เมื่อใกล้ถึงบ้านของจางต้ากั๋ว หลิวเยวี่ยจึงผ่อนฝีเท้าลง ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกเจ็บแขนแต่ไม่กล้าร้องออกมา หลังจากอีกฝ่ายปล่อยแขน เธอจึงใช้มือนวดแขนข้างที่ปวดของตัวเอง
หลิวเยวี่ยโน้มตัวลงมาจ้องตาฮั่วเสี่ยวเหวิน ถามอย่างจริงจังว่า “ฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอบอกอามาตามตรง เธอเป็คนจุดไฟเผาบ้านฮั่วใช่หรือไม่?”
“ไฟไหม้หรือคะ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินแสร้งทำเป็ใ เธอทำหน้าสับสนเหมือนคนไม่รู้เื่จริงๆ
“คุณอา สองวันนี้ฮั่วต้าซานตามจับฉันอยู่ตลอด ฉันเลยเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในูเาตลอดสองวันแล้วจะวางเพลิงได้อย่างไร?” ฮั่วเสี่ยวเหวินเตรียมข้ออ้างไว้ก่อนแล้ว ไม่ว่าผู้ใดถามก็จะตอบว่าตัวเองไม่อยู่ที่หมู่บ้าน
เ้าเป๋สามขาเห็นเหตุการณ์แค่คนเดียว เขามีแค่คำกล่าวอ้าง ไม่มีหลักฐานใดๆ เลยสักชิ้น
ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ดีว่าเ้าเป๋สามขาชอบพูดจาไร้สาระ เธอแค่ต้องยืนยันว่าเขาโกหก เพียงแค่นั้นก็จะไม่มีผู้ใดทำอะไรได้ทั้งนั้น
“ไม่ใช่ก็ดี” หลิวเยวี่ยหยิบใบไม้ออกจากตัวของฮั่วเสี่ยวเหวิน จากนั้นจึงช่วยจัดเสื้อผ้าของเธอให้เข้าที่ ความรู้สึกไม่ชอบหน้าในใจจางลงมาก
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน อาต้ากั๋วของเธอคอยพูดเื่ของพวกเธอสองคนให้ฉันฟังอยู่บ่อยๆ แม่ลูกบ้านฮั่วเลวร้ายเกินคน จางเจียิกลายเป็เช่นนั้นไปแล้ว เธอก็อย่าทำผิดไปอีกคน”
หลิวเยวี่ยมีสีหน้าเป็ห่วงอย่างแท้จริง ฮั่วเสี่ยวเหวินพลันรู้สึกอบอุ่นในใจ หลิวเยวี่ยทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นห่วงใยประหนึ่งเป็ครอบครัวอย่างไรอย่างนั้น
“อื้ม ไม่ต้องห่วงค่ะคุณอา ฉันจะไม่ทำเื่เหลวไหล”
ไม่นานทั้งสองก็กลับถึงบ้าน เ้าเป๋สามขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านด้วยท่าทางมีความสุขอยู่พอดี
หมั่นโถวแป้งขาวกำลังจะเข้าปากของเขา แต่หลิวเยวี่ยเดินไปแย่งมา มุมปากของเธอยกยิ้ม ก่อนจะพูดเสียงเย็นว่า “ยังมีหน้ามากินข้าวที่นี่อีก? คนเขาเป็แค่เด็กผู้หญิงน่าสงสาร แกมีแต่สร้างข่าวลือไปวันๆ”
เ้าเป๋สามขางุนงง “ฉันเห็นมากับตา” เขาเริ่มหงุดหงิด ทำท่าจะเดินมาจับฮั่วเสี่ยวเหวิน
“กินข้าว กินก่อนแล้วค่อยว่ากัน” จางต้ากั๋วลุกไปลากเ้าเป๋สามขากลับมานั่ง จากนั้นเอ่ยชวนให้ภรรยาตัวเองกับฮั่วเสี่ยวเหวินมากินข้าว
“กินบ้ากินบออะไร พูดมาให้ชัดดีกว่าว่าฉันสร้างข่าวลืออะไร” เ้าเป๋สามขามองว่าตัวเองเป็ฝ่ายถูก ไม่มีอะไรจะต้องกลัว
“เหอะ เมื่อครู่ฮั่วเสี่ยวเหวินบอกฉันมาหมดทุกอย่างแล้ว สองวันนี้เธอไม่อยู่หมู่บ้าน เช่นนี้จะวางเพลิงได้อย่างไร? ทุกคนต่างพูดว่าเ้าเป๋สามขาชอบสร้างข่าวลือ ตอนแรกฉันยังไม่เชื่อ แต่วันนี้ได้ประจักษ์กับตาตัวเองแล้ว” หลิวเยวี่ยไม่ใช่คนใจเย็นแบบเช่นจางต้ากั๋ว เมื่อมีโอกาสเธอก็เปิดปากด่าทันที
“ได้ ได้ ได้ ฉันจะไม่เถียงด้วยแล้ว จะไปสถานีตำรวจเดี๋ยวนี้แหละ” เ้าเป๋สามขาเถียงสู้หลิวเยวี่ยไม่ไหว เตรียมก้าวเท้าเดินออกไป
หลิวเยวี่ยดึงให้ฮั่วเสี่ยวเหวินนั่งลง “มา กินข้าว ไม่ต้องสนใจเขา ไม่รู้เป็บ้าอะไร ปล่อยข่าวลือเื่เธอเสียได้”
ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบเสียงเบา “วันนั้นคุณย่าฉันบอกว่าจะให้แต่งงานกับเขา แต่ฉันไม่ยอม”
เ้าเป๋สามขาที่กำลังเดินออกไปหันกลับมาทันที เขากระโจนเข้าใส่ฮั่วเสี่ยวเหวินเหมือนเป็บ้า “นังสำส่อน วันนี้ฉันจะตีแกให้ตาย กล้าดีอย่างไรมาหาว่าฉันใส่ร้าย”
ในที่สุดจางต้ากั๋วก็ทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นเอาตัวบังพร้อมกับด่าอีกฝ่ายว่า “ไอ้คนไม่เอาไหน จะเป็บ้าถึงเมื่อไร?”
“พวกแกร่วมมือกันรังแกฉัน ทำทีว่าเชิญมากินข้าว ที่แท้ก็โกหกกัน” เ้าเป๋สามขาทิ้งตัวนั่งร้องไห้บนพื้น
ตอนที่ใกล้กลับถึงบ้านเ้าเป๋สามขามีความตั้งใจเต็มเปี่ยม คิดกับตัวเองว่าหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วจะเดินทางไปสถานีตำรวจทันที
เขาบังเอิญเห็นหลิวเยวี่ยเดินมาจากไกลๆ ก็อยากโอ้อวด เขาพูดเื่ที่ฮั่วเสี่ยวเหวินวางเพลิงให้กับหลิวเยวี่ยฟัง
หลิวเยวี่ยสนใจมาก ถามคำถามอีกหลายข้อ แต่เ้าเป๋สามขากลับไม่ยอมตอบ เขาจะกล้าบอกว่าตัวเองข่มขู่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้อย่างไร
หลิวเยวี่ยจึงเกิดความสงสัยั้แ่ตอนนั้น เธอรีบชวนเขามาที่บ้าน คิดว่าต้องถามเื่ราวให้กระจ่างเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน หากปล่อยให้เ้าเป๋สามขาวิ่งไปทั่ว เื่ราวที่ไม่ได้เป็จริงคงต้องได้กลายเป็จริงขึ้นมาแน่ๆ
เมื่อก่อนหลิวเยวี่ยไม่ชอบฮั่วเสี่ยวเหวินกับจางเจียิเท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากตอนนี้จางเจียิถูกตำรวจจับ เพราะตอบโต้ฮั่วต้าซานเพื่อปกป้องฮั่วเสี่ยวเหวิน เธอจึงเริ่มรู้สึกเห็นใจฮั่วเสี่ยวเหวินขึ้นมา
เ้าเป๋ได้ยินว่าเธอชวนมาทานข้าวที่บ้านก็รีบถามว่ามีเนื้อสัตว์ป่าให้กินหรือไม่?
หลิวเยวี่ยตอบว่ามีผัดกระต่ายป่าให้เขาครึ่งตัว ก่อนจะรีบออกมาตามหาฮั่วเสี่ยวเหวินในทันที
หลิวเยวี่ยไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด ตรงกันข้ามเธอพูดอย่างได้ใจว่า “อุตส่าห์ให้กินอาหารยังมาว่ากันอีก?”
เห็นว่าเ้าเป๋สามขายังคงนั่งร้องไห้ เธอก็กินข้าวไม่ลง หยิบไม้กวาดจากมุมห้องมาไล่ “ร้องไห้หาพระแสงอะไร? ยังไม่รีบไสหัวไปอีก”
เ้าเป๋สามขาแทบจะคลานออกมาจากบ้านหลังนั้น ปากพึมพำด่าอะไรบางอย่างเสียงเบา
“ด่าอีกสิ ฉันจะฉีกปากแกให้ขาด” หลิวเยวี่ยตามออกไปด่า เ้าเป๋สามขาจึงรีบเดินกะเผลกออกไป
“ขอบคุณคุณอามากค่ะ และก็ขอบคุณคุณอาต้ากั๋วด้วยนะคะ” เมื่อหลิวเยวี่ยกลับมา ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบลุกขึ้นขอบคุณเธอ
“ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร หากวันหน้ามีปัญหาก็มาหาอาได้เลย”
หลังจากทานข้าวเสร็จหลิวเยวี่ยชวนให้ฮั่วเสี่ยวเหวินอยู่ต่อสักสองวัน แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินบอกว่าต้องไปหาคุณลุง หล่อนจึงไม่รั้ง
ฮั่วเสี่ยวเหวินออกจากบ้านของจางต้ากั๋วด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ คิดในใจว่าหากได้เกิดในครอบครัวเช่นนี้คงดีไม่น้อย
แต่เธอไม่กล้าชักช้า รีบก้มหน้าเดินไปทางบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน แต่กลับบังเอิญชนเข้ากับคนผู้หนึ่งพอดี
“เด็กบ้านไหนกัน เลินเล่ออะไรปานนี้” เสียงนี้แหลมมาก เป็เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่แค่ะโก็ได้ยินกันทั้งหมู่บ้าน
ฮั่วเสี่ยวเหวินเงยหน้าขึ้นด้วยความใ อีกฝ่ายหน้าตาธรรมดา ไม่สูงไม่ผอม ในมือถือธูปเทียนสำหรับไว้พระ ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้จักอีกฝ่าย หล่อนเคยมาบ้านฮั่วหลายครั้ง แต่จำชื่อไม่ได้ รู้เพียงแค่ว่ายายแก่ฮั่วมักเรียกหล่อนว่า ‘ป้าจาง’
