หลังจากทานขนมและชาเสร็จ ทุกคนก็ต่างพากันกล่าวคำลา
ขณะที่กู้เจิงกำลังเดินกลับไปที่รถม้า นางก็เห็นเสิ่นเยี่ยน เขานั่งอยู่บนรถม้าไม่รู้ว่าเขามาั้แ่เมื่อไร และมานานเท่าไหร่แล้ว
กู้เจิงวิ่งเหยาะๆ ไปหาเขา “ท่านพี่ มาได้ยังไงเ้าคะ?”
“มารับเ้ากลับบ้าน” เขาบอกก่อนจะเดินไปหาองค์รัชทายาทและเหล่าองค์ชายก่อนจะโค้งคำนับทักทาย
“ใต้เท้าเสิ่นมาั้แ่เมื่อไหร่? ทำไมไม่ตามเข้าไปเดินเล่นในป่าด้วยกัน” เดิมทีพระชายารัชทายาทก็มีความรู้สึกอันดีต่อเสิ่นเยี่ยนอยู่แล้ว และกู้เจิงก็ยังช่วยแก้สถานการณ์เื่เฟินเอ๋อร์ไปอีก ความรู้สึกดีๆ ต่อคู่สามีภรรยาคู่นี้จึงยิ่งมากขึ้น
“กระหม่อมคิดว่าทุกคนใกล้จะออกมาแล้ว จึงรออยู่ข้างนอกพ่ะย่ะค่ะ”
พระชายารัชทายาทพยักหน้ารับคำพอเป็พิธี ก่อนจะขึ้นรถม้าจากไป
ตอนนี้ทุกคนก็ขึ้นรถม้าของตัวเองกันหมดแล้ว เสิ่นเยี่ยนกวาดตามองตวนอ๋องจ้าวหยวนเช่อ เห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าให้เขา ทั้งยังเห็นสีหน้าขององค์รัชทายาทเครียดเขม็ง เขาก็รู้ทันทีว่าแผนการไม่สำเร็จ เขาหลุบตาลง แต่แววตากลับแฝงไว้ด้วยความพึงพอใจอยู่เล็กน้อย
หลังจากองค์รัชทายาทขึ้นรถม้าจากไปแล้ว ตวนอ๋องจ้าวหยวนเช่อจึงได้ถลึงตาใส่กู้เจิง แม้ในใจเขาจะมีความรู้สึกมากมายต่อสตรีนางนี้ ทว่าเื่นี้มีความสำคัญมาก บัดนี้เส้นทางที่จะพาไปสู่ความสำเร็จได้พังลงแล้ว บุตรชายของเขาก็ไม่ได้เกิดในชาตินี้ เื่ขององค์รัชทายาทก็พังยับเละเทะ ทุกเื่ราวล้วนมีนางเข้ามายุ่งเกี่ยว
แววตาของตวนอ๋องทำให้กู้เจิงรู้สึกหวาดกลัว แต่เมื่อคิดได้ว่ามีเสิ่นเยี่ยนอยู่ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว นางจึงยืดอกถลึงตากลับไป
“ท่านอ๋อง เหตุใดท่านถึงมองภรรยาหม่อมฉันเช่นนี้?” เสิ่นเยี่ยนเดินมาขวางสายตาของตวนอ๋องไว้
“เื่นี้นางเป็คนทำพัง” การที่เสิ่นเยี่ยนออกมาปกป้องสตรีที่เคยเป็ของเขาเช่นนี้ ในใจของจ้าวหยวนเช่อรู้สึกซับซ้อนนัก สตรีที่ยืนอยู่ข้างกายอีกฝ่ายควรจะเป็หวังหว่านหรงถึงจะถูก เขาจะทำให้วงโคจรกลับไปเป็ปกติอย่างแน่นอน
เสิ่นเยี่ยนมองตวนอ๋องที่เดินจากไปอย่างขุ่นเคือง เขาหันไปยิ้มบางๆ ให้ภรรยา “ทำได้ดีมาก”
เดิมทีกู้เจิงรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย แต่เมื่อสามีก็พูดประโยคนี้ออกมานางก็คลายใจลง “ท่านรู้หรือเ้าคะ?”
เฟิงไหลที่เดินตามกู้เจิงมาตลอดกล่าวเสียงเย็นว่า “ดูเหมือนฮูหยินจะลืมเื่องครักษ์เงาไป องครักษ์เงาเหล่านี้ได้บอกข่าวกับใต้เท้าแล้ว ใช่ไหมเ้าคะ?”
“ไม่มีอะไรปิดบังแม่นางเฟิงได้” เสิ่นเยี่ยนยอมรับตรงๆ “แต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าเ้าจะกล้าถึงเพียงนี้”
นางกล้าที่ไหนกัน? นางแค่ทนไม่ไหวจึงหลุดปากออกไปเท่านั้น
“ท่านไม่โทษว่าข้ายุ่งมากไปหรอกหรือเ้าคะ?”
“ทำไมต้องโทษเ้าด้วย?”
“ตวนอ๋องบอกว่า ข้าทำแผนการของพวกท่านพังหมดแล้ว”
เสิ่นเยี่ยนจูงมือภรรยาก้าวเดินไปช้าๆ ทว่ากลับไม่พูดอะไร
“ท่านพี่ ที่จริงข้าก็พอเดาเื่ราวได้ เพียงแต่ข้าคิดว่าถ้าคุณหนูเซี่ยผู้นั้นมีวาสนากับองค์รัชทายาทจริงๆ ต่อให้ไม่มีเื่ในวันนี้ก็ต้องได้คู่กันในสักวันหนึ่ง แต่หากไร้ซึ่งวาสนา ก็เท่ากับว่าเื่นี้จะเป็ความอัปยศอดสูไปตลอดชีวิตของนาง ข้าทนไม่ได้เ้าค่ะ”
“ถ้าองค์รัชทายาททำลงไปจริงๆ ไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากแม่ทัพเซี่ย แต่ตำแหน่งรัชทายาทของเขาก็เกรงว่าจะรักษาไว้ไม่ได้” เสิ่นเยี่ยนเอ่ย
“เขาคิดว่าตระกูลเซี่ยจะสนับสนุนเขาเพียงเพราะเขาได้แต่งงานกับนางน่ะหรือ แต่ด้วยวิธีการอันเลวร้ายเช่นนี้ ด้วยนิสัยของแม่ทัพใหญ่เซี่ย เกรงว่าจะยิ่งตัดขาดกับองค์รัชทายาทน่ะสิ”
กู้เจิงตบหน้าผาก พวกเขาคิดว่าโดยจิตสำนึกแล้วบิดาจะรักบุตรสาว ย่อมต้องช่วยเหลือบุตรสาวแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่บุตรสาวแต่งงานด้วยเป็ถึงองค์รัชทายาท นี่เป็ตรรกะที่ปกติที่สุดกระมัง แต่ท่านแม่ทัพเซี่ยเป็ใคร จะยอมให้คนอื่นมีอำนาจควบคุมตัวเองได้ง่ายๆ ขนาดนี้ได้อย่างไร?
แล้วเหตุใดตวนอ๋องกับเสิ่นเยี่ยนถึงไม่ห้ามองค์รัชทายาท?
เมื่อขึ้นรถม้าเสิ่นเยี่ยนก็นั่งเงียบ กู้เจิงทนไม่ไหวจึงต้องถามขึ้นเอง “เรากับองค์รัชทายาทไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกันหรอกหรือเ้าคะ?”
เสิ่นเยี่ยนมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของภรรยา เขายิ้มในใจ ทว่าสีหน้าเรียบเฉย “ใช่แล้ว”
ใช่แล้วนี่หมายความว่าอย่างไร กู้เจิงสับสน “ในเมื่อลงเรือลำเดียวกัน แล้วเหตุใดท่านกับตวนอ๋องจึงไม่ห้ามเขาเล่าเ้าคะ?”
“ในฐานะขุนนาง ย่อมต้องคิดในสิ่งที่นายคิด ทำในสิ่งที่นายทำ จะห้ามไปทำไมกัน?”
“แล้วถ้าเื่นี้ข้าไม่ออกหน้า ท่านจะมาขัดขวางไหมเ้าคะ?”
“ไม่” เสิ่นเยี่ยนตอบอย่างฉะฉาน
“แล้วทำไมท่านถึงบอกว่าข้าทำได้ดีล่ะเ้าคะ?”
“ที่ข้าบอกว่าเ้าทำได้ดี เพราะเ้ามีจิตใจดีงามทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ ส่วนที่ข้าบอกว่าจะไม่ขัดขวาง นั่นเพราะชีวิตคนอื่นล้วนไม่เกี่ยวข้องอันใดกับข้า”
กู้เจิงเบ้ปาก เขาช่างพูดได้ใจจืดใจดำเสียจริง เื่คุณหนูเซี่ย หากนางไม่ขัดขวางไปคาดว่าวันข้างหน้านางคงต้องรู้สึกเสียใจแน่ๆ “ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าระหว่างเรากับองค์รัชทายาทลงเรือลำเดียวกันแน่แล้วใช่หรือไม่เ้าคะ?”
เสิ่นเยี่ยนมองภรรยาอย่างขบขัน “นี่สำคัญมากหรือ?”
“แน่นอนเ้าค่ะ” เื่นี้ถือเป็เื่ใหญ่ที่สุดแล้ว
“ไม่ใช่”
กู้เจิงกะพริบตาปริบๆ “จริงสิ เื่องครักษ์เงาที่เฟิงไหลพูดถึงนี่มันยังไงกันแน่เ้าคะ? ฐานะของท่านในตอนนี้ จะมีองครักษ์เงาได้ยังไง?”
“คนพวกนั้นข้าเป็คนฝึกมา ไม่ใช่ของทางวัง พวกเขาจะทำตามคำสั่งของข้าเท่านั้น”
กู้เจิงอ้าปากค้าง
เสิ่นเยี่ยนมองภรรยาที่ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อด้วยความสนุก “เกิดความสงสัยมากมายในใจใช่ไหม?”
กู้เจิงพยักหน้ารับ
“งั้นเ้าถามมา”
“ตวนอ๋องกับเราเป็พวกเดียวกันไหมเ้าคะ?”
เสิ่นเยี่ยนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อันนี้พูดยากหน่อย”
“หมายความว่ายังไงเ้าคะ?”
“พฤติกรรมของตวนอ๋องนั้นแปลกมาก เขาราวกับรู้เื่ราวบางอย่างของข้า สิ่งที่แปลกก็คือ ข้าไม่เคยเปิดเผยเื่เ่าั้กับใคร หากพูดถึง ณ ตอนนี้พวกเราเป็พวกเดียวกัน”
กู้เจิงพยักหน้า ความแปลกประหลาดของตวนอ๋องก็เป็เพราะเขากลับมามีชีวิตอีกครั้งไง เื่แบบนี้เกรงว่าหากพูดไปเสิ่นเยี่ยนก็คงจะไม่เชื่อ “เราต้องติดตามองค์ชายองค์ไหนหรือเ้าคะ?”
“องค์ชายรอง”
กู้เจิงตาโต “...”มีเพียงองค์ชายรองเท่านั้นที่นางไม่เคยนึกถึงมาก่อน “ที่องค์ชายรองถูกลดตำแหน่งเป็เพราะองค์รัชทายาทวางแผนไว้หรือเ้าคะ?”
“เ้าเดาถูก”
“เมื่อครู่ท่านบอกว่าพวกองครักษ์เงาเ่าั้ท่านเป็คนฝึกมา ที่จริงแล้วฝึกมาให้องค์ชายรองงั้นหรือ?”
เสิ่นเยี่ยนผงกศีรษะ
กู้เจิงรู้สึกหวั่นใจอย่างน่าประหลาด เหมือนนางรู้แผนการใหญ่ที่ไม่ควรรู้เข้า “ข้ารู้มากเกินไปหรือเปล่าเ้าคะ”
เสิ่นเยี่ยนครุ่นคิด “เ้ารู้ไม่น้อยเลย”
กู้เจิงเขยิบไปนั่งใกล้เขาอีกเล็กน้อย นางคล้องแขนเสิ่นเยี่ยนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ท่านพี่ ข้าชอบท่าน ชีวิตนี้จะไม่เปลี่ยนเป็อื่น”
เห็นภรรยาทำเป็มาเอาอกเอาใจในพริบตา เสิ่นเยี่ยนก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ต่อให้นางไม่ชอบเขา เขาก็จะปกป้องนางอยู่ดี
ยามทั้งสองกลับมาถึงจวน กู้เหยาที่นั่งรถม้าขององค์หญิงมาได้มาถึงก่อนพักหนึ่งแล้ว
“พี่ใหญ่ พี่เขยใหญ่” กู้เหยาร้องทัก รอจนกู้เจิงลงจากรถม้ากู้เหยาก็รีบดึงตัวไปคุย “บนูเาเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ทำไมิ่หรูถึงได้ร้องไห้เ้าคะ?”
“คุณหนูเซี่ยร้องไห้หรือ?” กู้เจิงถาม
“ใช่เ้าค่ะ พอนางขึ้นรถม้าก็โผเข้ากอดองค์หญิงแล้วร้องไห้เสียงดัง ข้าถามนางว่าเกิดอะไรขึ้น นางก็ไม่ยอมบอก”
“คุณหนูหวังกับคุณหนูหนิงอยู่ในรถม้าขององค์หญิงด้วยหรือไม่?”
กู้เหยาส่ายหัว “มีแค่ข้า องค์หญิงและิ่หรูเท่านั้นเ้าค่ะ”
“ข้าจะเข้าวังก่อน” เสิ่นเยี่ยนเดินมาบอกทั้งสองคน
กู้เจิงพยักหน้ารับรู้
“แล้วพบกันนะเ้าคะพี่เขยใหญ่”
“พวกเราเข้าจวนก่อนแล้วค่อยว่ากัน” กู้เจิงลากกู้เหยาเข้าไปในจวน
เมื่อเห็นกู้เหยามีสีหน้าเป็กังวลกู้เจิงก็หลุดยิ้มออกมา ใครจะคิดว่ากู้เหยากับคุณหนูเซี่ยจะสนิทสนมกันได้เร็วปานนี้ กู้เหยามีนิสัยตรงไปตรงมา เมื่อคบหาใครเป็เพื่อนแล้ว นางก็จะมีแต่ความจริงใจมอบให้
