สะเก็ดดาวสี่ดวงท่ามกลางมหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนส่องประกายระยิบระยับ
เพดานของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวไม่มีแสงดาวสาดส่องลงมาอีกแล้ว เนี่ยเทียนเองก็ไม่สามารถไขว่คว้าพลังจากแสงดาวเ่าั้มาได้อีก
เขาจึงค่อยๆ ฟื้นตื่นขึ้นมาจากการฝึกวิชาคาถาสะเก็ดดาว
มีแม่น้ำแสงเจ็ดสีขวางกั้น เขามองไปยังหนิงยางแห่งวิมาน์ พบว่าหนิงยางผู้นั้นก็กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน
วินาทีที่คนทั้งสองประสานสายตากัน เนื่องจากมีแม่น้ำแสงเจ็ดสีกางกั้น ทั้งสองฝ่ายจึงไม่สามารถพูดคุยกันได้
เนี่ยเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่สนใจหนิงยางอีก แต่ยืมใช้ปราณิญญาฟ้าดินที่เข้มข้นอย่างหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาฝึกบำเพ็ญตบะต่อ
ลูกปราณิญญาลูกแล้วลูกเล่าถูกสร้างขึ้นมา เขาดึงเอาพลังิญญาและพลังประหลาดที่มีอยู่น้อยนิดจากข้างในนั้นมาฟื้นฟูพลังิญญาพลางบำรุงพลังจิตไปด้วย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ พลังิญญาในมหาสมุทริญญาจุดตันเถียนของเขาจึงค่อยๆ ถูกเติมเต็มจนเปี่ยมล้น
พลังจิตของเขาเองก็ได้รับการบำรุงจากพลังประหลาดในลูกปราณิญญา และไต่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดอีกครั้ง
เนื่องจากการดำรงอยู่ของสะเก็ดดาวทั้งสี่ดวง เขาจึงรู้สึกได้ว่ามหาสมุทรจิติญญาของเขาคล้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ลึกลับ
เพียงแต่ว่าเนื่องจากเขาไม่มีเวลาทำความเข้าใจกับความมหัศจรรย์ของคาถาสะเก็ดดาวบทต้นและบทกลางเท่าใดนัก นี่จึงทำให้เขายังไม่ได้ตระหนักรู้ถึงความลึกลับของสะเก็ดดาวทั้งสี่ดวงอย่างแท้จริง
รอยแผลที่เป็รูโหว่บนร่างเขาซึ่งเกิดจากฝีมือของต่งป่ายเจี๋ย เมื่อผ่านการรักษาตัวใน่เวลาที่ผ่านมาก็เริ่ม...ตกสะเก็ดแล้ว
เขาไม่รู้สึกเ็ปจากาแเ่าั้อีกแล้ว อีกทั้งยังรู้สึกว่าอีกไม่นานเท่าไหร่ าแทั้งหมดก็จะหายดีเป็ปลิดทิ้ง
เวลานี้ เขาจึงยุติการฝึกบำเพ็ญตบะ
เขาเดินเตร่อยู่ในพื้นที่ของผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์ อยากรู้ว่าจะได้รับผลประโยชน์อื่นๆ มาโดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่
หากพวกคนที่ถูกต่งป่ายเจี๋ยฆ่าตายมีทรัพย์สินติดตัว สิ่งเ่าั้อาจจะมีราคาไม่ธรรมดา
ทว่าเขาหาอยู่รอบหนึ่งก็หาไม่เจอว่าบนร่างของศพที่แยกออกเป็ส่วนๆ เ่าั้จะมีอาวุธวิเศษที่มีค่าอะไรอยู่
เขาจึงเข้าใจทันทีว่า หลังจากที่ต่งป่ายเจี๋ยสังหารคู่ต่อสู้แล้วก็ได้่ชิงเอากำไลเก็บของของพวกเขาไปอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจด้วย
การกระทำของเนี่ยเทียนที่เดินเตร่อยู่ในพื้นที่ขอบเขตกลาง์เพื่อหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมอยู่ในสายตาของหนิงยาง
หนิงยางขมวดคิ้วน้อยๆ คล้ายเดาออกว่าฐานะของเนี่ยเทียนไม่ได้สูงส่งเท่าไหร่นัก มิฉะนั้นคงไม่โลภมากอยากได้วัตถุบนร่างของพวกผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์เ่าั้
เขาเชื่อว่าหากซูหลินอยู่ในขอบเขตกลาง์จะต้องไม่มีวันเสียเวลาใดๆ ไปแม้แต่นิดแน่นอน
ซูหลินจะต้องนำพลังกายใจทั้งหมดไปใช้กับการบำเพ็ญตบะ
เพราะว่าตลอดทั้งดินแดนดาวตก เกรงว่าคงไม่มีที่ใดที่มหัศจรรย์และมีประโยชน์ในการบำเพ็ญตบะมากเท่าที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวนี่อีกแล้ว
เมื่อตระหนักได้ว่าเนี่ยเทียนฐานะไม่สูง หนิงยางจึงรู้สึกว่าเมื่อได้ออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้วก็น่าจะตรวจสอบหาตัวตนของเนี่ยเทียนได้อย่างง่ายดาย
พอถึงเวลานั้น ด้วยความสามารถของวิมาน์ของพวกเขา คิดจะเอาบทต้นและบทกลางของคาถาสะเก็ดดาวมาจากมือเนี่ยเทียนก็ไม่น่าจะเป็เื่ยากเกินไปนัก
หลังจากคิดได้ในจุดนี้แล้ว หนิงยางจึงไม่สนใจเนี่ยเทียนอีก แต่ใช้ปราณิญญาฟ้าดินที่เข้มข้นของพื้นที่ต้น์มาฟื้นคืนพละกำลังของตัวเองที่สูญเสียไป
ไม่นานหลังจากนั้น เนี่ยเทียนที่ไม่ได้อะไรกลับมาจึงล้มเลิกการเดินเตร็ดเตร่ แต่ดูดซับเอาปราณิญญาฟ้าดินที่บริสุทธิ์มาขัดเกลามหาสมุทริญญา
มหาสมุทริญญาในจุดตันเถียนของเขาตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังิญญา น้ำวนของพลังงานที่มีธาตุต่างกันก็เคลื่อนโคจรอยู่ตลอดเวลา
น้ำวนพลังิญญาสองลูก ลูกหนึ่งคือน้ำวนเปลวเพลิง อีกลูกหนึ่งคือน้ำวนพืชหญ้าต่างก็หมุนโคจรอย่างรวดเร็วอยู่ท่ามกลางมหาสมุทริญญาขาวโพลน
มหาสมุทริญญาที่กว้างกว่าตอนท้าย์หนึ่งเท่าตัว ปราณิญญาที่อยู่ด้านในถูกกลั่นหลอมให้บริสุทธิ์ครั้งแล้วครั้งเล่า
ผ่านไปอีก่หนึ่ง ไม่ว่าน้ำวนพลังงานทั้งสี่ลูกในมหาสมุทริญญาของเนี่ยเทียนจะหมุนต่ออย่างไรก็ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถดึงดูดปราณิญญามาได้อีกแล้ว
เวลานี้ เขาจึงเกิดความรู้สึกเหมือนจะฝ่าทะลุ่คอขวดอีกครั้ง
เขาเข้าใจทันทีว่า อีกแค่ก้าวเดียวเขาก็จะข้ามจากท้าย์่กลางไปถึงท้าย์่ท้าย!
ไม่รีบร้อนที่จะกลั่นหลอมมหาสมุทริญญา เขาทำใจให้สงบแล้วจึงย้อนนึกความทรงจำถึงการต่อสู้ที่เสี่ยงอันตรายแต่ละครั้งหลังจากเข้ามาในประตู์
ภาพเหตุการณ์เสี่ยงตายในการต่อสู้แต่ละภาพปรากฏซ้ำขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในความทรงจำของเขา การโจมตีที่มหัศจรรย์หลากหลายกระบวนท่าของผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ ความรู้สึกบีบคั้นหวาดกลัวที่ถังหยางสร้างให้กับเขา มนต์ดำทางพลังจิตของอู๋หลิ่ง แผนการของซูหลิน การช่วยเหลืออย่างลับๆ จากเสวียนเข่อ และการต่อสู้ด้วยความกล้าและสติปัญญากับต่งป่ายเจี๋ย...
เขาเอาภาพเหตุการณ์เ่าั้มาย้อนทวนในหัวใจตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ตอนต่อสู้ และทบทวนประสบการณ์ที่ตัวเองมีไม่มากพอไปทีละข้อ
ประสบการณ์การฝึกฝนขัดเกลาตนเองในประตู์ เมื่อเทียบกับการประลองในโลกมายามรกตแล้วเรียกได้ว่าความเสี่ยงและความซับซ้อนนั้นมีเยอะกว่ามากมายนัก
ท่ามกลางประสบการณ์ครั้งนี้ เขาได้รับผลเก็บเกี่ยวมากมาย รู้ถึงความร้ายกาจของศิษย์ผู้ทรงเกียรติจากต่างอาณาจักร รู้ถึงความสลับซับซ้อนของแต่ละขั้วอำนาจในดินแดนดาวตก
หลังจากนั้นเขาจึงรวบรวมสมาธิให้แน่วแน่ ไม่คิดถึงประสบการณ์เ่าั้อีก
เขาเริ่มทำความเข้าใจกับความมหัศจรรย์ของพลังิญญา พลังจิต พลังกล้ามเนื้ออย่างละเอียดตามที่อูจี้อาจารย์ของเขาเคยสอน
อาจเป็เพราะการดำรงอยู่ของแม่น้ำแสงเจ็ดสี หรือบางทีอาจเป็เพราะความอัศจรรย์ของตัวพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเอง ตอนที่เขาทำความเข้าใจกับความลึกลับของพลังต่างๆ เ่าั้ สมองของเขาถึงได้ปลอดโปร่งแจ่มชัดผิดปกติ
หลายจุดที่ก่อนหน้านี้คลุมเครือยากทำความเข้าใจ มาบัดนี้พอเขาใคร่ครวญก็พลันเข้าใจกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที
ขณะที่เขากำลังรู้สึกได้รำไรว่าจะฝ่าคอขวดข้ามผ่านสู่ท้าย์่ท้าย เพดานของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็มีแสงดาวสาดประกายลงมาอีกครั้ง
เขายกเลิกการทำความเข้าใจต่อพลังต่างๆ ทันที แต่รวบรวมสมาธิ ดูดซับเอาแสงดาวมาอีกครั้ง
แสงดาวระลอกใหม่ที่สาดส่องลงมาได้ถูกเขากับหนิงยางแห่งวิมาน์แบ่งกันดึงไปกลั่นหลอมอีกครั้ง ในมหาสมุทรจิติญญาของเขาจึงมีสะเก็ดดาวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งดวง
ไม่นานหลังจากนั้นแสงดาวก็หายไป เขาจึงจมจ่อมอยู่กับการบำเพ็ญตบะและการทำความเข้าใจอีกครั้ง
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง เพดานของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็มีแสงดาวสาดส่องลงมาอีกรอบ
ขั้นตอนนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าติดต่อกันอยู่หลายครั้ง
ตอนที่ในมหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนมีสะเก็ดดาวเพิ่มขึ้นเป็เจ็ดดวง พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวซึ่งตั้งอยู่ในจุดลึกของทางช้างเผือกก็พลันสั่นะเื
ในพระราชวัง แม่น้ำแสงเจ็ดสีสองเส้นลอยพรวดเข้ามาหาเนี่ยเทียนและหนิงยางที่ได้รับคาถาสะเก็ดดาวเช่นเดียวกัน
แม่น้ำแสงสองเส้นเมื่อร่วงเข้ามาในร่างของเนี่ยเทียนและหนิงยางก็พลันหดตัว คล้ายกลายมาเป็งูเจ็ดสีสองตัวที่เลื้อยลอดเข้ามาในมหาสมุทริญญาจุดตันเทียนของเนี่ยเทียนและหนิงยาง
แม่น้ำแสงเจ็ดสีหดเล็กลงหลายร้อยหลายพันเท่า เปล่งวาบอยู่ในมหาสมุทริญญาของเนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง ร่างของเนี่ยเทียนก็ถูกเหวี่ยงออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทันใด
ตอนที่ร่างของเขาร่วงลง เขามองเห็นว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่ใหญ่โตมโหฬารนั้นค่อยๆ ลอยสูงขึ้นไปหาทางช้างเผือกกว้างใหญ่ไพศาลที่ห่างไกลแสนไกล
ตอนที่ร่างของเขาร่วงลงด้านล่างอย่างมิอาจควบคุมได้ เขาก็มองเห็นว่าหนิงยางแห่งวิมาน์พยายามจะเขยิบเข้ามาใกล้เขา
น่าเสียดาย ไม่ว่าหนิงยางจะพยายามมากแค่ไหนก็มิอาจใช้พลังของตัวเองเข้ามาใกล้เขาได้
ต่อให้คนทั้งสองออกมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้วก็คล้ายว่ายังคงมีพลังระลอกหนึ่งแบ่งแยกคนทั้งสองเอาไว้ ทำให้พวกเขาสองคนมิอาจมาเจอกันได้อีก
บางทีนี่อาจจะเป็กติกาและความสมดุลอย่างหนึ่งที่มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
เพราะขอบเขตของเนี่ยเทียนและหนิงยางต่างกันเกินไป กติกาบางอย่างของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวคิดว่าหากปล่อยให้หนิงยางและเนี่ยเทียนอยู่ด้วยกันจะเสียสมดุล
ดังนั้นต่อให้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะบินไปยังทางช้างเผือก ทว่ายังคงมีพลังงานบางอย่างสกัดขวางพวกเขาเอาไว้
และก็ด้วยเหตุนี้ ระยะห่างระหว่างเนี่ยเทียนและหนิงยางจึงยิ่งห่างไกลออกไปทุกที ร่างของเขาคล้ายดาวตกที่บินดิ่งลงสู่หุบเหวลึกอย่างรวดเร็ว
เขาแอบััได้ว่า พื้นที่ที่เขาร่วงลงไปก็คือเมืองคูน้ำผุพังล่องลอยที่เขาจากมาก่อนหน้านี้
-----
