“เอ้อ...เขาจำมุกไม่ได้ หรือบางที มุกอาจจะทักคนผิดเองก็ได้”
ร่างเล็กบอบบางกล่าวคล้ายรำพึงกับตัวเองขณะมองไปยังห้องอาหารที่มีแขกนั่งเต็มทุกโต๊ะกับความรู้สึกที่ยังมึนงงไม่หายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เธอไม่ได้ทักคนผิด เธอรู้จักผู้หญิงคนนั้น แต่...ผู้ชายที่พบเมื่อครู่เป็ใครกัน ช่างดุดันดิบห่ามจนเธอนึกเกลียดขึ้นมาจับหัวใจ
บทที่ 2 เหตุไม่คาดฝัน
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นตอนกลางดึกทำให้นาวาอากาศเอกคิลเลียน แม็คไพรด์ต้องใตื่นขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดภายในบ้านพักสุดหรูในย่านเบเวอรี่ ฮิลล์ ชายหนุ่มสลัดผ้านวมออกจากตัวก่อนป่ายแปะมือไปบนโต๊ะข้างเตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
“ครับ ผมคิลเลียน แม็คไพรด์...อะไรนะครับ!”
ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นนั่งในทันทีทันใดเมื่อไดยินเสียงปลายสาย ดวงตาสีน้ำเงินเลื่อมพรายเบิกโพลงขณะจับมือถือด้วยอาการสั่นเล็กน้อย
“ครับ...ผมจะรีบไป จะเดินทางไปคืนนี้เลย”
คิลเลียนวางโทรศัพท์ก่อนะโลงจากเตียงอย่างว่องไวและหยิบเสื้อผ้าในตู้ออกมาสวมใส่อย่างไม่ต้องคิดพิจารณา ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความมึนงงชั่วครู่แล้วออกจากห้องตรงไปยังห้องโถงใหญ่ เขากำลังจะก้าวพ้นประตูหากไม่ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน
“คิลเลียน นั่นลูกกำลังจะไปไหน?”
อัลเลนในชุดเสื้อคลุมลายดอกไม้ตัวยาวก้าวลงบันไดมาและมองบุตรชายของเธอด้วยความประหลาดใจ คิลเลียนอยู่ในชุดลำลองที่พร้อมจะออกไปกลางดึกซึ่งผู้เป็มารดาเห็นว่าเป็สิ่งผิดปกติ
“ผมจะออกข้างนอกครับแม่”
“ตอนนี้น่ะหรือ?”
อัลเลนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าบุตรชายแล้วจึงก้มลงดูนาฬิกาข้อมือที่เข็มบอกเวลาจวนตีหนึ่ง
“มีธุระอะไรด่วนที่กองทัพกันล่ะ ไหนลูกบอกว่าขอลามาหนึ่งเดือนเต็มไม่ใช่หรือ”
“ไมใช่ธุระในกองทัพหรอกครับแม่” คิลเลียนปฏิเสธด้วยสีหน้าเครียดขรึม ชายหนุ่มชั่งใจอยู่ชั่วขณะก่อนบอกกับมารดาตามความเป็จริง
“มีโทรศัพท์เข้ามาเมื่อครู่จากโรงพยาบาลในนิวยอร์ค แม่ของเลทิเธียโทรมาบอกว่าเกิดอุบัติเหตุกับเธอในโรงแรมที่ถนนฟิฟท์ อะเวนิว”
“พระเ้า!...แล้วตอนนี้หนูเลทิเธียเป็ยังไงบ้าง?”
“เธออยู่ในห้องไอซียูครับ ผมต้องรีบเดินทางไปนิวยอร์คคืนนี้เลย”
“โอ...คิลเลียน...ภาวนาขออย่าให้เธอเป็อะไรเลย ไม่อย่างนั้นงานแต่งของลูกที่จะจัดขึ้นอาทิตย์หน้า...”
“แม่ครับ” คิลเลียนแทรกขึ้นและจับไหล่บางของมารดา เขามองเห็นความกังวลระคนหวั่นกลัวฉายชัดในดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นซึ่งก็หาได้แตกต่างจากความรู้สึกของเขาตอนนี้
“ฟังผมนะครับแม่...ผมอยากให้พ่อกับแม่ระงับการจัดงานแต่งระหว่างผมกับเลทิเธียไว้ก่อน เธออาจหายเป็ปกติหลังจากนี้ แต่ผมไม่แน่ใจเลยว่าเธอจะพร้อมเข้าพิธีได้เมื่อไหร่ สิ่งที่ทำได้คือ คืนนี้ผมต้องรีบเดินทางไปนิวยอร์คโดยเร่งด่วน และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะรีบกลับมาหาแม่นะครับ”
“ขอพระเ้าคุ้มครองลูกและคนที่ลูกรัก แม่จะคอยฟังข่าวทางนี้นะจ๊ะ”
อัลเลนหลับตาเมื่อคิลเลียนแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา ชายหนุ่มผละจากมารดาก่อนเดินลิ่วตรงไปยังรถเก๋งหน้าบ้านพักซึ่งคนขับนำออกมาจอดรอตามคำสั่งอยู่ก่อนแล้ว
นาวาอากาศเอกหนุ่มกระสับกระส่ายตลอดเวลาแม้จะนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเพื่อมุ่งสูนิวยอร์คซิตี้ คิลเลียนมีอาการกระวนกระวายและกุมโทรศัพท์ไม่วาง ทำไมเหตุร้ายมันต้องมาเกิดขึ้นตอนนี้ในเมื่อเขาและเลทิเธียกำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์ในอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า
เขาลางานจากกองทัพมาเป็เวลาหนึ่งเดือนเต็มเพื่อจัดเตรียมพิธีวิวาห์อย่างหรูหราในโรงแรมกลางกรุงนิวยอร์คซึ่งแม็คไพรด์กรุ๊ปเป็หุ้นส่วนใหญ่ ใช่...มันคือฟิฟท์ อะเวนิว แกรนด์ โฮเต็ล โรงแรมที่เลทิเธียไปประสบอุบัติเหตุโดยที่ทุกคนไม่คาดฝัน
คิลเลียนคบหาดูใจกับเลทิเธีย อาเวอร์ตัน ลูกสาวนักุรกิจใหญ่ด้านเรือเดินสมุทรนับถึงบัดนี้ก็เป็เวลาเกือบสองปีเต็ม ซึ่งก่อนหน้านี้เลทิเธียไม่พร้อมที่จะเป็เ้าสาวด้วยข้ออ้างในการศึกษาต่อทางด้านธุรกิจการเงิน
แตเมื่อไม่นานมานี้คู่หมั้นของเขาเกิดเปลี่ยนใจ เธอและครอบครัวอยากให้เขาจัดงานวิวาห์ซึ่งเป็สิ่งที่คิลเลียนไม่มีวันปฏิเสธคนรักของเขาอยู่แล้ว
แม้บางครั้งนายทหารเรือหนุ่มต้องเป็ฝ่ายรอและไม่ค่อยได้ติดต่อกับคู่หมั้นของเขาอย่างหนุ่มสาวที่รักกันโดยทั่วไป เขามีเวลาดี ๆ ที่น่าจดจำและประทับใจกับคู่หมั้นซึ่งพบกันจากการติดต่อของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
ทว่าไม่เคยมี่เวลาแห่งความโรแมนติกระหว่างเขาและเธอตราบจนใกล้พิธีวิวาห์ คงไม่มีใครเชื่อเป็แน่ว่าเขาไม่เคยใกล้ชิดเลทิเธียมากกว่าการกอดและจูบดูดดื่มเหมือนคู่รักที่เพิ่งคบกันใหม่ ๆ อย่างไรอย่างนั้น
นาวาอากาศเอกหนุ่มครุ่นคิดเื่อาการคู่หมั้นของเขากระทั่งไปถึงโรงพยาบาลนิวยอร์คตามคำบอกกล่าวของซินดี้ มารดาของเลทิเธีย คิลเลียนตรงดิ่งไปถึงหน้าห้องฉุกเฉินที่เขาเห็นร่างของหญิงและชายวัยกลางคนยืนรออย่างกระวนกระวายใจ
“คิลเลียน!...โอ...คิลเลียน”
