ซั่งกวานซงเช็ดเืที่มุมปาก การโจมตีของระฆังธารบุษรายากป้องกัน แม้ว่าวิชายุทธ์ของเขาจะลึกล้ำ ทว่าเมื่อเผชิญกับระฆังธารบุษราเขาก็แทบทำอะไรไม่ได้
ระฆังธารบุษราไม่เพียงเป็ศัสตราวุธิญญาที่สามารถโจมตีจิติญญาของจอมยุทธ์ หากแต่ยังสามารถใช้ป้องกันได้อีกด้วย ไม่ว่าพลานุภาพจะแกร่งกล้าเพียงใด ระฆังธารบุษราก็สามารถสยบยั้งได้ในพริบตา
ซั่งกวานซงเหลือบมองจูชิง แล้วกลืนเืที่ไหลจากปาก กายาแปรเปลี่ยนเป็แสงไปปรากฏกายข้างๆ จูชิง จากนั้นก็พาจูชิงหนีไปจากที่นี่
“เหง่งหง่าง!” ระฆังธารบุษราสั่นะเื ซั่งกวานซงคล้ายกับถูกฟ้าผ่า กระอักเืออกมาอีกครั้ง
“คิดจะเล่นตุกติกงั้นรึ อย่างเ้ายังไม่คู่ควร” ฮว๋างเฉวียนแสยะยิ้ม
“ขยับเร็วเข้าสิ เร็วเข้า!” จูชิงคำรามอยู่ในใจ ทว่าศิลาผนึกิญญาพิชิต์กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
“ฮว๋างเฉวียน รีบฆ่าเด็กนั่นซะ” นักพรตซานซาเป็ปีติ ขอแค่ฆ่าจูชิงสำเร็จ เขาก็จะได้สิทธิรายชื่อหนึ่งร้อยคนที่จะได้เข้าไปในโลกขั้วทมิฬ
ทันใดนั้นรอยประทับดอกบัวปรากฏกลางระหว่างคิ้วของจูชิง ดอกบัวโลหิตประจักษ์ขึ้นที่หลังของเขาเช่นเดียวกัน ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ััได้ถึงคลื่นพลังของดอกบัวโลหิต มันลอยออกมาจากจิติญญาหยุดอยู่เหนือศีรษะของจูชิง
ฮว๋างเฉวียนมองหลุมศพที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาแล้วขมวดคิ้วแน่น ระฆังธารบุษราที่อยู่ในมือสั่นไหวเล็กน้อย
ระฆังธารบุษราคล้ายกับกลัวศิลาที่อยู่ตรงหน้า ครั้นความคิดนั้นผุดในหัวฮว๋างเฉวียน เขาก็ส่ายหัว เื่ไร้สาระเช่นนั้นจะเป็ไปได้อย่างไร
“ดีเลย ข้าจะฝังเ้าไว้ในนั้น!” ฮว๋างเฉวียนแค่นเสียง
“หง่างเหง่ง!” ระฆังธารบุษราสั่น
ทว่าคราวนี้ระฆังธารบุษราประจันหน้ากับศิลาผนึกิญญาพิชิต์ ขณะที่เสียงระฆังดังขึ้น ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่จะดิ่งลงมาสยบระฆังธารบุษราเอาไว้
ฮว๋างเฉวียนขับเคลื่อนลมปราณควบคุมระฆังธารบุษราอย่างต่อเนื่อง ระฆังธารบุษราที่ถูกศิลาผนึกิญญาพิชิต์สยบคร่ำครวญโหยหวนไม่หยุด ระฆังแห่งยุคสมัยโบราณกาลถูกสยบโดยสมบูรณ์แล้ว
“เกิดอะไรขึ้น?” ฮว๋างเฉวียนมองระฆังธารบุษราที่ถูกสยบอยู่ใต้ศิลาด้วยความหวาดผวา!
สำหรับฮว๋างเฉวียน ระฆังธารบุษราเป็หนึ่งในศัสตราวุธิญญาที่แข็งแกร่งสูงสุดในทวีปเฉียนหยวนโดยไม่ต้องสงสัย ถึงเผชิญหน้ากับสังหารเทวาลัยของลัทธิเต๋า เขาก็มั่นใจยิ่งยวด ทว่าเพลานี้กลับถูกศิลาสยบขยับไม่ได้
“อย่างที่คาด สิ่งเดียวที่ทำให้ศิลาผนึกิญญาพิชิต์ยอมรับได้ก็คือพลังของกายศักดิ์สิทธิ์” เฒ่าปีศาจยิ้มเล็กน้อย
ถึงแม้กายศักดิ์สิทธิ์ของจูชิงจะถูกผนึกเอาไว้อยู่ ทว่าเพราะการปรากฏตัวของกายศักดิ์สิทธิ์ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ผนึกเกิดช่องว่างเล็กน้อย พลังกายศักดิ์สิทธิ์จึงค่อยๆ เปลี่ยนร่างกายของจูชิงทีละนิดๆ จูชิงก็เลยสามารถใช้พลังของกายศักดิ์สิทธิ์ได้ในบางครั้ง
ภายใต้การปราบปรามของศิลาผนึกิญญาพิชิต์ ระฆังธารบุษราเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็พ่ายแพ้ให้กับศิลาผนึกิญญาพิชิต์แล้วถูกศิลาผนึกิญญาพิชิต์กลืนกิน
“ไม่!” ฮว๋างเฉวียนคำรามพุ่งตรงเข้าใส่ศิลาผนึกิญญาพิชิต์
“วิ้ง!” ศิลาผนึกิญญาพิชิต์สั่นสะท้าน แสงพร่างพราวสกาวฟ้าพุ่งเข้าไปในจิติญญาของฮว๋างเฉวียน จิติญญาของฮว๋างเฉวียนคล้ายถูกดาบนับพันหมื่นเล่มทิ่มแทง
“อ้ากก!” ฮว๋างเฉวียนร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช เกลือกกลิ้งไปกับพื้น มือกุมศีรษะแน่น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจิติญญาจะได้รับาเ็ แต่ขั้นนิพพานก็คือขั้นนิพพาน ยังไม่ตายโดยทันที
จูชิงเดินโงนเงิน พลังิญญาใกล้จะหมดเต็มทน จากนั้นศิลาผนึกิญญาพิชิต์ก็นำระฆังธารบุษรากลับเข้าไปในจิติญญาของจูชิง
“อัสนีเก้า์!” ซั่งกวานซงะโ เสียงกัมปนาทเอ็ดอึง สายฟ้าฟาดลงมาจากเมฆา สายฟ้าพันหมื่นก่อตัวกลายเป็พายุคลั่งมาดหมายกลืนกินฟ้าดิน
นักพรตซานซาไม่กล้าแทรกมือ ลมปราณเดือดพล่านพริบตาเดียวก็ปรากฏไกลออกไปหลายสิบลี้เพื่อหลบหลีกการโจมตีนั้น ฮว๋างเฉวียนนอนอยู่กับพื้น ไม่มีโอกาสหนี ดับสิ้นวายชีวาภายใต้พายุฝนฟ้าคะนองเหนือ์
“ไปเถอะ!” ซั่งกวานซงดึงจูชิงขึ้นมา กายากลายเป็แสงพันหมื่นหายลับไปกับขอบฟ้า
เมื่อจูชิงปรากฏตัวขึ้นในขุนเขากระบี่เทียนหยวน เขาก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เมื่อครู่อันตรายเกินไปแล้ว ถ้าเขาขับเคลื่อนศิลาผนึกิญญาพิชิต์ปราบปรามระฆังธารบุษราไม่ได้ เขากับซั่งกวานซงก็คงถูกพวกฮว๋างเฉวียนฆ่าตายไปแล้ว
ถึงจะอยู่มหาทวีปิเจี้ยนเทียนหรือมีจอมยุทธ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนคุ้มกัน ทว่าในทวีปเฉียนหยวนก็ยังมีคนมากมายที่หาวิธีร้อยแปดพันเก้าเพื่อฆ่าเขา
“ใแทบแย่!” พวกหนิวกังเลี่ยใจสั่นสะท้าน ถ้าไม่ใช่เพราะซั่งกวานซงปรากฏตัวทันเวลาจัดการขั้น์ปฐีกับขั้นเหินนภา หนิวเวยกับหนิวเซี่ยนก็คงไม่รอดชีวิต
“พวกเ้าปักหลักอยู่ที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนก่อนเถอะ ถึงลัทธิเต๋าจะใจกล้าห่อฟ้าเพียงใดก็คงไม่กล้าทลายประตูเขาขุนเขากระบี่เทียนหยวน” ซั่งกวานซงกล่าว
จูชิงพยักหน้า ไม่ออกไปข้างนอกใน่นี้น่าจะดีกว่า มิฉะนั้นหากถูกลัทธิเต๋าหรือสำนักปีศาจสะกดรอยตาม เขาอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ก็ได้
เมื่อมองบรรยากาศรอบๆ อันแสนคุ้นเคย จูชิงก็ยิ้มขื่นอย่างอดไม่ได้ สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องอยู่ที่นี่ ยอมรับความช่วยเหลือจากขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ซั่งกวานเหยียนหลาน จินขวาง จินหลิงเอ๋อร์ก็มาที่นี่เช่นกัน การปรากฏตัวของจูชิงทำให้พวกเขาเป็ปีติอย่างมาก โดยเฉพาะจินหลิงเอ๋อร์ นางอยากบีบคอจูชิงแทบทนไม่ไหว
“ข้ากลัวแทบตาย ข้านึกว่าเ้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว?” จินหลิงเอ๋อร์น้ำตาคลอเบ้า
“พูดบ้าอะไรของเ้า!” จูชิงยิ้มพลางส่ายหัว
แต่พอนึกถึงการเดินทางของตัวเอง อดที่จะพูดไม่ได้ว่าเขาเจอเื่อันตรายมาแสนพรรณนา หนึ่งในผู้พิทักษ์สำนักปีศาจยังลงมือสังหารเขาด้วยตัวเอง ทั้งยังมีจอมยุทธ์ขั้นนิพพาน โชคดีที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
“ปีศาจร้าย เห็นทีคงต้องพึ่งพลังของพวกปีศาจร้ายแล้ว” จูชิงขมวดคิ้ว ไม่ว่าจะเป็ลัทธิเต๋าหรือสำนักปีศาจ ฐานพลังล้วนแล้วยากหยั่งถึง แม้ว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนก็ไม่อาจต่อต้านสองขุมพลังอำนาจนี้ สิ่งเดียวที่จูชิงพึ่งพาได้ก็คือปีศาจร้ายในเอกภพของหลัวโหว
ปีศาจร้ายไม่ได้อ่อนแอ ตราบใดที่พวกมันได้ยาอายุวัฒนะกับวิชายุทธ์เพียงพอ พวกมันสามารถเสริมแกร่งให้กับพลังการต่อสู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ อีกทั้งสิ่งที่สำคัญก็คือปีศาจร้ายจงรักภักดีกับเขา สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็กังวล
“คงต้องหาเวลาไปเกาะหลัวโหวอีกครั้งแล้ว ไม่รู้ว่าจะพาพวกปีศาจร้ายออกมาได้มากน้อยแค่ไหน” จูชิงคิดในใจ
เพลานี้จูชิงเตรียมที่จะยกระดับขั้นพลังของตัวเอง ขั้นหลอมลมปราณสองชั้นฟ้า หากเทียบกับอายุของเขานี่นับว่าไม่เลวแล้ว แต่การที่จะประมือกับขั้นเหินนภาหรือขั้น์ปฐีนั้นยังไม่พอ เพราะอีกฝ่ายสามารถฆ่าเขาให้ตายได้ในดัชนีเดียว
ขณะเดียวกันเขาก็ไม่สามารถละทิ้งทักษะการยิงธนูได้ มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังการต่อสู้!
คัมภีร์ฉบับหลอมลมปราณของ《เคล็ดวิชา์าหลัวโหว》มีเพียงแผนภาพเดียว ทว่ามันถูกปกคลุมด้วยหมอก เขาต้องผสานอักขระาหลัวโหวให้มากขึ้นเพื่อกำจัดหมอกเหล่านี้
นอกจากการฝึกฝนแล้วจูชิงยังศึกษาอักขระิญญาในหอคัมภีร์ ไหนๆ เขาก็มีพร์ในการหลอมอักขระิญญา หากจะทิ้งมันไปก็น่าเสียดาย
ด้วยสถานะในปัจจุบันของจูชิง เขาสามารถอ่านหนังสือทั่วไปจนไปถึงคัมภีร์ลับระดับสูงในขุนเขากระบี่เทียนหยวนได้ตาม้า หรือกระทั่งอักขระิญญาขั้นลึกลับ
แต่จูชิงไม่ได้ทำเช่นนั้น เขารู้ว่าถ้ากินข้าวก็ต้องกินทีละคำ จะเดินก็ต้องเดินทีละก้าว ถ้าข้ามขั้นศึกษาอักขระิญญาที่ลึกล้ำเกินความจำเป็ มันไม่ได้เป็ประโยชน์อะไรใดๆ กับจูชิง
พื้นฐานอาจดูไร้ประโยชน์ ทว่ากลับเป็สิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุด ถ้าพื้นฐานไม่มั่นคงแล้วไปเรียนอักขระิญญาขั้นสูง ปราสาทที่ลอยอยู่กลางฟ้าก็ต้องพังทลายลงในสักวันหนึ่ง
ความเป็มาของเขาลึกลับสุดแสน และตัวตนก็สูงศักดิ์เช่นเดียวกัน กระทั่งเ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังให้ความเคารพ
แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วเขาก็เป็แค่ขั้นหลอมลมปราณ จูชิงยังไม่สามารถเดินทางไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ มีหลายคนที่อยากบั่นหัวเขา ทั้งยังมีหลายคนที่อยากฆ่าเขาให้ตาย
ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ามหาทวีปิเจี้ยนเทียนที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะไม่มีใครอาจหาญกล้าล่วงล้ำ ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปทั่วทั้งมหาทวีปิเจี้ยนเทียนตามใจชอบ แต่สุดท้ายกลายเป็ว่าเก้าอาสัญต้องตายในหอเทวาลัย ส่วนซั่งกวานซงก็าเ็สาหัส
ทั้งหมดนี้คือผลของการกระทำโดยไม่ยั้งคิดของจูชิง และนี่คือราคาที่เขาต้องจ่าย!
ถ้าซั่งกวานซงลงโทษเขาในฐานะเ้าสำนัก จูชิงอาจรู้สึกดีขึ้นบ้าง ทว่าซั่งกวานซงกลับไม่พูดอะไรสักคำ ถึงการกระทำของจูชิงจะทำให้ขุนเขากระบี่เทียนหยวนสูญเสียจอมยุทธ์ขั้นนิพพานไปหนึ่งคนก็ตาม
ชีวิตของจูชิงเป็ไปอย่างปกติสุข หลังจากตื่นนอนเขาก็จะอาบน้ำแล้วมุ่งหน้าไปที่หอคัมภีร์ ศึกษาอักขระิญญา ความจำของเขานั้นน่าทึ่งมาก ดังนั้นความเร็วในการอ่านจึงสูงกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า
พอเที่ยง จูชิงก็จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการฝึกฝนกับศิษย์คนอื่นๆ ในขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ตกกลางคืน เมื่อไม่มีใครอยู่ จูชิงก็จะเข้าไปในโลกหินโลหิต์ฝึกฝนทักษะการยิงธนูกับผู้พิทักษ์หินโลหิต์
สิ่งเดียวที่ทำให้จูชิงรู้สึกลำบากก็คือการสู้กับผู้พิทักษ์หินโลหิต์ เขาคิดว่าตัวเองนั้นตระหนักแก่นแท้ของหลัวโหวยิงตะวันระดับหนึ่งแล้ว แต่พอยิงออกไปกลับทำอะไรผู้พิทักษ์หินโลหิต์ไม่ได้เลย ทว่าลูกธนูของผู้พิทักษ์โลหิต์นั้นกลับสามารถทะลวงอกของเขาได้แม่นยำทุกครั้ง!
การบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เื่ง่าย จูชิงเตรียมใจกับเื่นี้มาั้แ่เริ่มแล้ว
“เ้าอ่านหนังสืออีกแล้วเหรอ?” ป๋ายจิงจิงมองจูชิงด้วยความสงสัย นางมักจะเจอจูชิงในหอคัมภีร์ทุกครั้งราวกับยังอ่านหนังสือไม่จบเล่มสักที
“อักขระิญญาลึกล้ำมาก พร์ข้าไม่ได้สูง จึงเข้าใจอักขระิญญาพวกนี้ได้ช้า ทำได้แค่ขยันหมั่นเพียรให้เป็วินัยเท่านั้น” จูชิงปิดหนังสืออักขระิญญาที่อยู่ในมือแล้วเก็บมันในชั้นวางหนังสือ
รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าของป๋ายจิงจิง ครึ่งถ้วยชาก่อน จูชิงเพิ่งจะหยิบเล่มนั้นออกมาหยกๆ ภายในเวลาครึ่งถ้วยชา เขากลับจำเนื้อหาทั้งหมดที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้นได้ ถึงนางจะรู้ว่าความเร็วในการอ่านของจูชิงน่าตกตะลึง แต่นางคิดว่าคงเป็แค่หนังสือทั่วไปของศิษย์ชั้นนอก คิดไม่ถึงเลยว่ากระทั่งหนังสือขั้นสูงของสำนัก จูชิงก็ยังอ่านได้เร็วขนาดนี้
