สวีเ้าพูดถูก ความดังคือทุกสิ่งจริงๆ
บนริมฝีปากของลู่เซี่ยนชิงยังมีรอยเืติดอยู่ ทำให้เขาเผลอนึกถึงพี่สี่ในภาพยนตร์เื่ทัณฑ์สังหารขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกหวาดกลัวก่อตัวขึ้นจนเผลอเม้มริมฝีปากแน่น
[เชี่ยเอ๊ย แค่ฉากห้ามเืก็ทำเอาฉันใจสั่นไปหมด พี่สี่โคตรเซ็กซี่เลย ฉินซือเจิงก็ดูนุ่มนิ่มมาก ตาแก่ลามกกับน้องน้อยจอมพลัง ฉันขอจิ้นก่อนล่ะพวกเธอตามสบาย]
[จิ้นบ้าอะไร ระวังฟันร่วง พี่สี่เป็คนดีช่วยห้ามเืให้ต่างหาก เปลี่ยนเป็คนอื่นเขาก็ทำแบบนี้ สายพิณตัวน้อยหน้าไม่อาย]
[ฉินซือเจิงว่านอนสอนง่ายจัง น่ารังแกสุดๆ อ๊ากกก]
[เขาเหมือนจะกลัวพี่สี่นิดหน่อยนะ ถ้าไม่ได้กำลังไลฟ์สดอยู่ฉันว่าเขาคงวิ่งหนีไปแล้ว ฮ่าๆๆ เขายังบอกว่าสกปรกอีก คนไม่รู้อาจจะคิดว่าพี่สี่กำลังเลียอะไรเขาอยู่ ไม่สกปรกหรอกลูก หนูสะอาดที่สุดแล้ว]
ลู่เซี่ยนชิงก้มหน้าลงโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง เขาช่วยฆ่าเชื้อที่แผลซึ่งเืเริ่มหยุดไหลแล้วให้ฉินซือเจิง ด้วยความเ็ปฉินซือเจิงจึงหดมือกลับตามสัญชาตญาณ ทว่าครั้งนี้ลู่เซี่ยนชิงไม่ได้ดึงเขากลับมา แต่กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
"ยื่นมือกลับมา"
ฉินซือเจิงรู้สึกกลัวเล็กน้อย
"คุณโกรธเหรอครับ"
เขาค่อยๆ ยื่นมือส่งให้อีกฝ่ายอย่างสั่นเทาพลางลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย ใบหน้านั้นมืดครึ้มราวกับจะฆ่าคนให้ตาย ทำไมกันล่ะ คนที่เจ็บตัวคือเขาสักหน่อย ไม่ใช่อีกฝ่ายเสียหน่อย
ดวงตาของลู่เซี่ยนชิงเย็นเยียบ แต่การกระทำกลับแ่เบา
"ถ้าไม่รู้จักดูแลมือคู่นี้ ฉันช่วยสับมันทิ้งได้นะ"
ฉินซือเจิงชักมือกลับตามสัญชาตญาณพลางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
คราวนี้ลู่เซี่ยนชิงเอาแต่จ้องมองเขาโดยไม่เอ่ยปากใดๆ ฉินซือเจิงกัดฟันแน่น เขยิบตัวกลับมาแล้วยื่นมือส่งให้
"ขอโทษครับ ผมรู้ว่าผิดแล้ว"
ราวกับคำขอโทษนี้ช่วยปลอบประโลมลู่เซี่ยนชิงได้ เขารวบข้อมือของเด็กหนุ่มไว้แล้วลูบไล้เบาๆ บนผ้าพันแผล น้ำเสียงฟังดูอ่อนโยนทว่าแฝงความอันตราย
"ปกป้องมือของนายให้ดี อย่าให้ฉันเห็นแผลเพิ่มขึ้นมาอีก จำไว้หรือเปล่า"
ฉินซือเจิงแอบเถียงในใจว่านี่มันมือของผมนะ ผมยังไม่ทันบ่นว่าเจ็บเลย คุณจะมาด่าผมทำไมเนี่ย
แต่เมื่อเห็นสายตาของลู่เซี่ยนชิง เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธ
"ทราบแล้วครับรุ่นพี่ลู่"
นี่เป็เพียงเหตุการณ์แทรกเล็กๆ น้อยๆ รายการยังคงต้องถ่ายทำต่อไป ลู่เซี่ยนชิงเตรียมตัวเดินกลับไปก่อน ฉินซือเจิงตัดสินใจกัดฟันเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของเขาไว้
"รุ่นพี่ลู่ เืครับ"
ลู่เซี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อย
"หืม"
ฉินซือเจิงชี้ไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย แต่เพราะขยับตัวแรงไปหน่อยจึงเผลอไปแตะโดนมุมปากของชายหนุ่มเข้า เขาจึงรีบหดมือกลับทันที
"เืของผมติดอยู่บนปากคุณครับ"
ลู่เซี่ยนชิงยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นมาเช็ดออก
ท่าทางที่ดูไม่ใส่ใจนั้นกระแทกเข้ากลางใจของฉินซือเจิงอย่างจัง หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปโดยไม่รู้ตัว เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบๆ พลางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ ผ่านไปเนิ่นนานจึงค่อยก้าวตามหลังอีกฝ่ายกลับไปถ่ายทำรายการต่อ
น้องมะเขือเทศตาแดงก่ำ หยาดน้ำตายังคงเกาะอยู่บนขนตา เด็กน้อยอยากให้เขาอุ้มแต่ก็กลัวว่าจะทำให้เขาเจ็บ จึงเอ่ยถามเสียงเบา
"คุณพ่อเจ็บไหมครับ"
ฉินซือเจิงยกมือขึ้นให้เด็กน้อยดู
"ไม่เป็ไรครับ ไม่เจ็บเลยสักนิด คุณอาลู่ช่วยพ่อทำแผลแล้ว ดูสิ"
น้องมะเขือเทศเป่าลมใส่ปลายนิ้วของเขา ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั้นชวนให้ใจละลาย
"เพี้ยงๆ ความเจ็บจงบินหนีไป"
หลังจากดุลูกชายเสร็จ เหอตู้ก็เดินมาด้วยใบหน้ารู้สึกผิด
"เสี่ยวฉิน ขอโทษจริงๆ นะที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว มือเป็ยังไงบ้าง"
"ไม่เป็ไรครับ ไม่เป็ไรจริงๆ " ฉินซือเจิงรีบตอบรับ "คุณอย่าดุโต้วโต้วเลยครับ เขายังเด็ก มีความอยากรู้อยากเห็นเป็เื่ปกติ มือผมไม่เป็ไรแล้วครับ"
เหอตู้รู้สึกผิดในใจอย่างมาก
"ดูสิวุ่นวายไปหมดเลย ขอโทษจริงๆ นะ"
ฉินซือเจิงพร่ำบอกว่าไม่เป็ไร หลิ่วเหมียนเหมียนจึงช่วยพูดแก้สถานการณ์
"งั้นเดี๋ยวเธอคอยแนะนำอยู่ข้างนอกก็แล้วกัน พวกเราจะลงมือทำเอง ระวังอย่าให้มือโดนน้ำล่ะเดี๋ยวแผลจะติดเชื้อเอาได้"
ฉินซือเจิงซาบซึ้งในความหวังดี เขาอยากจะบอกว่าตัวเองไม่เป็ไร แต่ก็กลัวคนอื่นจะหาว่าแย่งผลงาน จึงได้แต่พยักหน้ารับ
มื้ออาหารผ่านไปอย่างทุลักทุเล หน้าตาอาจจะไม่ค่อยสวยงามนักแต่กลิ่นหอมใช้ได้เลยทีเดียว
หลิ่วเหมียนเหมียนถอนหายใจยาวพลางยิ้มออกมา
"เสี่ยวฉิน โชคดีจริงๆ ที่มีเธอ ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเราคงต้องอดข้าวกันแน่ๆ "
ฉินซือเจิงยิ้มอย่างขวยเขิน
"เป็ผลงานจากความพยายามของทุกคนต่างหากครับ ผมไม่ได้ออกแรงอะไรเลย พี่เหมียนเหมียนทำอาหารเหนื่อยแย่เลยนะครับ"
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคทำเอาหลิ่วเหมียนเหมียนยิ้มแก้มปริ เชิดหน้าขึ้นด้วยความภูมิใจ
"แน่นอนสิ ฮ่าๆๆ ตอนนี้ฉันกลายเป็เชฟใหญ่แล้ว ต่อไปเรียกฉันว่าเชฟหลิ่วนะ"
เด็กๆ หิวกันมานานแล้วจึงลงมือสวาปามกันอย่างเอร็ดอร่อย น้องมะเขือเทศเอ่ยขึ้น
"คุณพ่อครับ ผมอยากกินกุ้ง"
ตอนที่เขาออกไปหาวัตถุดิบใน่บ่าย เขาได้กุ้งแม่น้ำตัวเล็กๆ กลับมาตะกร้าหนึ่ง ตอนนี้มันถูกต้มจนกลายเป็สีส้มแดงอวบอ้วนดูน่ากินสุดๆ
"ได้สิ เดี๋ยวพ่อปอกให้นะ"
ฉินซือเจิงเพิ่งจะเอื้อมมือออกไปก็ถูกมืออีกข้างขวางไว้ ชิงคีบกุ้งตัวโตจากตะเกียบของเขาไปหน้าตาเฉย
เอ๊ะ
ลู่เซี่ยนชิงคีบกุ้งเกือบครึ่งหนึ่งไปไว้ในชามของตัวเองแล้วค่อยๆ ปอกเปลือกอย่างเชื่องช้า ฉินซือเจิงเข้าใจในทันที อีกฝ่ายน่าจะชอบกินกุ้ง แถมกุ้งก็มีไม่เยอะ แบ่งกันคงไม่พอ
เขาไม่อยากห้ามไม่ให้น้องมะเขือเทศกิน จึงมัวแต่คิดหาวิธีเอ่ยปากขอกุ้งจากลู่เซี่ยนชิงมาแบ่งให้ลูกสักนิด
เขายังคิดหาวิธีไม่ออก แต่จู่ๆ เนื้อกุ้งที่ปอกเปลือกแล้วก็ถูกคีบมาวางในชามของเขา เด็กหนุ่มชะงักไป
หา
กุ้งตัวแล้วตัวเล่าถูกคีบมาวางจนกองเป็ูเากุ้งลูกย่อมๆ ในชามของเขา
ฉินซือเจิงตกตะลึง นี่มันหมายความว่ายังไงกัน
"มือนายปอกกุ้งได้เหรอ" ลู่เซี่ยนชิงมองใบหน้าเหวอๆ ของเขาแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
ฉินซือเจิงมองนิ้วชี้ที่ถูกพันแผลไว้อย่างเรียบร้อยของตัวเอง ใบหูเริ่มแดงระเรื่อ เขาคิดว่าลู่เซี่ยนชิงแย่งกุ้งเขาไปเสียอีก ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายกำลังปอกให้เขาต่างหาก
"ขอบคุณครับรุ่นพี่ลู่"
ลู่เซี่ยนชิงแค่นหัวเราะในลำคอ
"แอบนินทาอะไรฉันอยู่ในใจล่ะ"
เมื่อถูกจับได้ ฉินซือเจิงก็หน้าแดงซ่าน ปฏิเสธเสียงอ้อมแอ้ม
"มะ ไม่ได้นินทาครับ"
"กล้านินทาฉัน ฉันจะบิดหัวนายให้หลุดเลย" ลู่เซี่ยนชิงคีบเนื้อกุ้งจิ้มน้ำจิ้มมาพาดไว้ที่ขอบชามให้เขาอีกตัว จากนั้นจึงหยิบกระดาษเปียกมาเช็ดมือ
น้องสตรอว์เบอร์รีได้ยินน้องมะเขือเทศพูดว่าอยากกินกุ้ง พอเห็นลู่เซี่ยนชิงกำลังปอกอยู่จึงเอ่ยเสียงเบา
"คุณพ่อคะ หนูอยากกินกุ้งเหมือนกัน"
ซือเชียนชิวหิวมาตั้งนานแล้วกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย พอหันไปเห็นลู่เซี่ยนชิงปอกกุ้งให้ฉินซือเจิง เขาก็ถึงกับอึ้งไปเลย
ฉินซือเจิงช่างออดอ้อนเก่งอะไรขนาดนี้ ทำไมเขาถึงคิดวิธีแบบนี้ไม่ออกนะ
ดังนั้นเขาจึงฉีกยิ้มแล้วขยับเข้าไปใกล้ อ้างชื่อน้องสตรอว์เบอร์รีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"แหม มีกุ้งด้วยเหรอเนี่ย พวกเราขอชิมกุ้งจากคุณอาลู่สักตัวได้ไหมคะ"
[จบแล้ว]
