ถึงแม้ว่าเื่ในวันนี้จะถูกคลี่คลายเพราะฮูหยินเฒ่าไปแล้ว แต่เหอชุนฮวากับหวางเถาฮวาไม่มีทางยอมแพ้เพียงเท่านี้อย่างแน่นอน ในเมื่อพวกนางมีเจตนาที่จะขโมยสูตร เช่นนั้นนางยอมเขียนสูตรลับออกมาให้ก็ได้
คนพวกนั้นจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงเปล่า นางใจดีมากเลยใช่หรือไม่?
หลี่อันหรานแสยะยิ้มชั่วร้าย นางอยากเห็นเหลือเกินว่าคนพวกนี้จะหาเื่ใส่ตัวอย่างไรบ้าง
……
อีกไม่นาน งานไหว้พระที่วัดเทียนหยวนก็จะมาถึง หลี่อันหรานต้องเตรียมตัวให้พร้อม ต้องทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดเตรียมไว้ล่วงหน้าเยอะๆ เพื่อเตรียมไว้เผื่อสำหรับยามที่้า
บางครั้งโอกาสก็มีไว้สำหรับคนที่เตรียมตัวพร้อมเท่านั้น
เมื่อถึงวันไหว้พระ ท่านป้าหวางเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ส่วนเสิ่นอิ๋นหวนสวมชุดซึ่งตัดจากผ้าแพรที่หลี่อันหรานซื้อให้ก่อนหน้านี้ พร้อมกันนั้นหลี่อันหลินก็ได้กลับมาบ้านเช่นกัน
ทุกคนมารวมตัวกันบริเวณลานบ้านั้แ่เช้าตรู่ กระทั่งเจียงเฉิงเองก็ดูกระปรี้กระเปร่ากว่าปกติ แต่เขาดูเหมือนจะมีเื่บางอย่างในใจ เอาแต่แยกตัวออกไปยืนมองทุกคนจากวงนอก
โชคดีที่ตอนนี้ที่บ้านมีรถม้าแล้ว ท่านป้าหวางพา ‘เถี่ยตั้น’ ผู้เป็ลูกชายกับท่านลุงจางที่ช่วยหลี่อันหรานขุดบ่อปลามานั่งรถม้าด้วยกัน ทุกคนต่างเตรียมพร้อมในการเดินทางไปไหว้พระ
เดิมทีนางฉางอยากไปไหว้พระด้วยเช่นกัน แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย ด้วยเหตุนี้จึงต้องล้มเลิก
ทางฝั่งบ้านใหญ่กับบ้านรองอยากนั่งรถม้าด้วย แต่เหตุการณ์เื่สูตรลับก่อนหน้านี้ทำให้ทุกคนเกิดความบาดหมางกัน ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีหน้ามาหาหลี่อันหราน
เด็กๆ เล่นกันอย่างสนุกสนานบนรถม้า มีเพียงหลี่อันหรานที่จับสังเกตว่าสีหน้าเจียงเฉิงดูผิดแผกไปจากปกติ นางจึงใช้แขนกระทุ้งถามเสียงเบาเพราะนั่งอยู่ข้างเขาพอดี “เป็อันใดไป ดูท่านมีเื่หนักใจ ไม่อยากไปไหว้พระหรือ?”
เจียงเฉิงทำเพียงส่งยิ้มบางๆ ให้นาง “ไม่ใช่ ข้ามีความสุขมากที่ได้ออกมาเที่ยวเล่นกับทุกคน”
เขาตอบเพียงเท่านี้แล้วไม่ได้พูดอะไรอีก
หลี่อันหรานคิดว่าเขาคงไม่ค่อยอยากขึ้นเขาไปไหว้พระนัก เพราะเดิมทีแล้วนี่ก็เป็กิจกรรมของฝ่ายสตรีเป็ส่วนใหญ่ ท่านลุงจางช่วยขับรถม้าอย่างอารมณ์ดี ทว่าเจียงเฉิงดูไม่เหมือนคนที่จะไปไหว้พระเป็เพื่อนสตรีแบบพวกนางเลยแม้แต่น้อย
ขณะที่พวกหลี่อันหรานกำลังนั่งรถม้ามุ่งสู่วัดเทียนหยวนนี้เอง
อีกด้านหนึ่ง เหอชุนฮวาไม่มีหน้าไปขอนั่งรถม้ากับหลี่อันหราน แต่นางอยากขึ้นเขาไปร่วมงานด้วยเช่นกัน จึงไปทำการจ้างรถม้าเพื่อพาครอบครัวของตัวเองไปวัด
หวางเถาฮวาเห็นดังนี้จึงเอ่ยปากขอติดรถม้าไปด้วย “น้องสะใภ้รองจะไปไหว้พระหรือ บ้านข้ามีแค่ข้ากับลูกสาวที่ไป ในเมื่อรถม้าของพวกเ้ามีที่ว่างเหลือ เช่นนั้นข้าขอไปด้วยเถิด”
เหอชุนฮวาไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้หวางเถาฮวาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมช่วยตัวเองพูดต่อหน้าฮูหยินเฒ่า ตอนนี้ยังจะมีหน้ามาเอาเปรียบกันอีก แต่แล้วพอลองคิดดูอีกครั้ง ทั้งสกุลหลี่ก็มีแค่หวางเถาฮวาที่คอยช่วยนางอยู่ตลอด
แม้นางจะไม่ชอบนิสัยตีสองหน้าของอีกฝ่ายเท่าไรนัก ทว่าสุดท้ายก็ยอมพยักหน้าเออออ “ขึ้นมาเถิด บนรถยังมีที่ว่าง”
หวางเถาฮวาพาลูกสาวขึ้นรถม้าด้วยความดีใจ แต่แล้วในระหว่างที่กำลังเดินทางมุ่งสู่วัดเทียนหยวน นางกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างขึ้นมากะทันหัน “เยวี่ยซือล่ะ? เหตุใดนางไม่ได้มาด้วยกัน?”
“นางติดธุระบางอย่างเ้าค่ะ”
หวางเถาฮวายิ้ม แสดงท่าทีราวสนิทสนม “เด็กวัยนี้ล้วนแต่ชอบเที่ยวเล่นกันทั้งนั้น จะมีธุระอะไรที่สำคัญกว่านี้อีกกัน”
ทว่าเหอชุนฮวากลับไม่ตอบ
หวางเถาฮวาเหมือนจะตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นได้ “หรือว่านางจะมีธุระที่บ้าน?”
เหอชุนฮวาจึงค่อยปรายตามองอย่างเ็า “ข้าให้ท่านนั่งรถม้า ท่านก็นั่งเงียบๆ ไปเถิด จะถามอันใดให้มากมาย?”
หวางเถาฮวาไม่ได้ถามต่อเพราะรู้อยู่แก่ใจดีว่าตัวเองกำลังพึ่งพาอีกฝ่ายจริงๆ
……
วัดเทียนหยวนไม่ได้คึกคักเช่นนี้มานานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ นี่เป็งานวัดแรกที่หลี่อันหรานได้เข้าร่วมั้แ่ทะลุมิติมาเลยก็ว่าได้
หากไม่ใช่เพราะมีเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง [1] จากในวังเสด็จมาที่นี่ เกรงว่าในวัดคงไม่มีชาวบ้านเดินทางมาไหว้พระเยอะขนาดนี้
เดิมทีหลี่อันหรานคิดว่าที่นี่เป็แค่หมู่บ้านเล็กๆ ถึงแม้จะมีคนมาเยอะ แต่ก็คงแค่ไม่กี่สิบครัวเรือนเท่านั้น
นึกไม่ถึงว่าพอมาถึงแล้วจะเห็นรถม้าจอดเรียงรายเต็มไปหมด นอกจากนี้ยังเห็นรถม้าของผู้สูงศักดิ์หลายคันระหว่างที่เดินทางมา
เดิมทีแล้วรถม้าของหลี่อันหรานถือได้ว่าไม่เป็สองรองผู้ใดในหมู่บ้านและมีคนไม่รู้ตั้งเท่าไรอิจฉา แต่แล้วเมื่อมาถึงวัดเทียนหยวนกลับต้องพบว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า รถม้าของผู้สูงศักดิ์เ่าั้ทำให้รถม้าของหลี่อันหรานดูซอมซ่อไปเลย แค่มองก็รู้ว่าเป็รถม้าของคนบ้านนอก
แต่หลี่อันหรานไม่ถือสาเื่นี้ นางมองรถม้ากับบรรดาสตรีซึ่งแต่งกายด้วยชุดผ้าแพรเ่าั้แล้วคิดกับตัวเองว่า สักวันนางจะได้นั่งรถม้าและแต่งกายแบบนั้นเช่นกัน สักวันนางจะมีบ่าวรับใช้คอยปรนนิบัติพัดวี เพียงแค่จินตนาการก็อดยิ้มล่องลอยไม่ได้แล้ว
ขณะที่ทุกคนกำลังรู้สึกสนอกใจต่อสิ่งรอบข้าง เจียงเฉิงกลับเอาแต่นั่งเงียบอยู่บนรถ ไม่สนใจเื่ราวภายนอกแม้แต่น้อย
หลี่อันหรานสังเกตเห็นเป็คนแรกเช่นเคย นางร้องเรียกให้สติเขากลับมาอยู่กับความเป็จริง “ท่านคิดอะไรอยู่? เอาแต่ก้มหน้าครุ่นคิดไม่พูดไม่จาตลอดทาง มีเื่อะไรใช่หรือไม่?”
ครั้นได้ยินดังนั้น เจียงเฉิงจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เขาเห็นพวกอาภรณ์กับรถม้าหรูหราที่อยู่ข้างนอกนั่นจนชินตาแล้ว อันที่จริงเขาเคยเข้าร่วมงานที่ใหญ่กว่านี้ด้วยซ้ำ นี่ก็แค่งานวัดในหมู่บ้านเล็กๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่สำหรับเขาเลย
แต่เพราะอยู่ต่อหน้าหลี่อันหราน เขาจำต้องรักษาท่าทีให้เป็ปกติ “ไม่มีอะไรหรอก”
แต่หลี่อันหรานไม่เชื่อที่เขาพูด นางขมวดคิ้วยับย่นทันที “ท่านเอาแต่บอกว่าไม่มีอะไร แต่ท่าทีของท่านสื่อไปอีกทางโดยสิ้นเชิง ท่านดูเหมือนจะมีเื่หนักใจบางอย่าง บอกให้ข้าฟังมิได้หรือ?”
เจียงเฉิงรู้สึกซาบซึ้งในความเป็ห่วงของนาง แต่เขาทำเพียงยิ้มตอบโดยไม่พูดอะไร
หลี่อันหรานเห็นว่าเขาไม่อยากพูดก็ไม่อยากฝืนใจเขา ทว่านางจะคอยหันไปมองเจียงเฉิงเป็ครั้งคราว คอยสังเกตสีหน้าเขาเผื่อว่าจะอ่านใจเขาออก
เขามีความลับเยอะมาั้แ่ไหนแต่ไร จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เปิดเผยตัวตนของตัวเอง
หลี่อันหรานปรายตามองทิวทัศน์ด้านนอก นี่เป็ทิวทัศน์ธรรมชาติที่ปราศจากมลภาวะอย่างแท้จริง อากาศบริสุทธิ์ แสงแดดสว่างสดใส ทว่าใจนางกลับรู้สึกห่อเหี่ยวไปพร้อมกับเขาเสียอย่างนั้น
ก่อนจะพบว่าวัดเทียนหยวนถูกพวกคนสูงศักดิ์ที่เดินทางมาก่อนยึดครองพื้นที่ไปแล้ว
ชาวบ้านแบบพวกหลี่อันหรานทำได้เพียงยืนอยู่ด้านหลังสุดของฝูงชน เดิมทีเสิ่นอิ๋นหวนกับท่านป้าหวางอยากเห็นว่าพระสนมที่ใช้ชีวิตในวังหน้าตาเป็อย่างไร แต่แล้วคนที่พวกนางได้พบเจอกับมีแต่ชาวบ้านที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน แต่ละคนแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ หน้าตามอมแมม หมดหวังที่จะไปด้านหน้า
หรือต่อให้ฝ่าฝูงชนออกไปที่ด้านหน้าได้ก็มีทหารรักษาพระองค์ขวางไว้อยู่ดี ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะเข้าใกล้พระสนมผู้สูงศักดิ์ได้อยู่แล้ว
เหล่าผู้มีอันจะกินทั้งหลายล้วนเดินทางมาที่นี่เพราะอยากได้โชคดี มองว่าการมาของพระสนมเป็นิมิตรหมายอันมงคล
พวกหลี่อันหรานเดินเที่ยวกันทั้งวัน พวกนางได้กินของอร่อยเต็มไปหมด ทั้งยังได้พบปะผู้คนหลากหลาย แต่พวกนางไม่ได้เห็นแม้แต่ขบวนเสด็จของเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าไปไหว้พระอยู่ที่ใด
กระทั่งเมื่อถึงเวลาพลบค่ำ เสิ่นอิ๋นหวนกับท่านป้าหวางจึงค่อยพาลูกๆ เดินลงจากเขาด้วยความผิดหวังเต็มอก
เชิงอรรถ
[1] เหนียงเหนี่ยง (娘娘) เป็สรรพนามใช้เรียกไทเฮา ฮองเฮา รวมไปถึงพระสนม โดยในเนื้อเื่ เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงมีตำแหน่งเป็พระสนมนั่นเอง
