“ฉันไม่ไป!” หลิวเซี่ยงเฉียนพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
ในใจของเขาตอนนี้มีแต่ภาพของจู หญิงม่ายร่างอวบอิ่ม เขาไม่ชายตามองจางกุ้ยหลานที่ผอมแห้งเหมือนหญิงชราอีกแล้ว
อีกอย่าง การจะได้เงินจากจางกุ้ยหลาน ไม่จำเป็ต้องเก็บตัวเธอไว้ก็ได้
“เธอยังมีลูกชายอีกสองคนอยู่ที่นี่นะ เด็กสองคนนี้กินข้าวไปโรงเรียนก็ต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ? อนาคตแต่งงานก็ต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ? ให้เธอเอาเงินที่หามาได้ส่งให้หมด! ไม่งั้นก็ส่งเด็กสองคนนั้นกลับไป!” หลิวเซี่ยงเฉียนกล่าว
น้ำเสียงของเขาตอนพูดถึงหลิวต้าเหว่ยและหลิวเสี่ยวเหว่ย เหมือนไม่ใช่ลูกชายของตัวเองเลย!
แต่คุณนายหลิวกลับตบเข่าดังฉาด “ความคิดนี้ดี!”
“เฮ้อ” หลิวฉงถอนหายใจ ดูท่าว่าอะไรก็ฉุดพ่อของเขาที่กำลังออกนอกลู่นอกทางไม่ได้แล้ว
วันรุ่งขึ้น นอกจากหลิวเหล่าโถวแล้ว คนอื่นๆ ในบ้านหลิวก็พากันไปที่หมู่บ้านเขาพิง
หลิวเหล่าโถวเป็คนประเภทที่ไม่สนใจอะไร ตราบใดที่เขามีข้าวกิน มีที่นอนสบายๆ อย่างอื่นก็ไม่สน
“คุณย่าครับ ผมไม่อยากไปหาแม่!” ระหว่างทาง หลิวต้าเหว่ยยังคงดิ้นรน เขาไม่อยากกลับไปชนบท เขาเป็คนเมือง!
“หุบปาก! ห้ามร้องไห้!” หลิวเซี่ยงเฉียนดุด่า การจะเก็บเด็กสองคนนี้ไว้หรือไม่ ต้องดูสถานการณ์ก่อน
ถ้าจางกุ้ยหลานหาเงินได้ พวกเขาก็จะเอาเด็กสองคนนี้กลับมา ให้จางกุ้ยหลานส่งเงินให้ทุกเดือน
ถ้าจางกุ้ยหลานหาเงินไม่ได้ ก็จะโยนเด็กสองคนนี้ให้เธอเลี้ยงเอง!
ครอบครัวของพวกเขาจะรับคนใหม่เข้ามาแล้ว แถมยังมีถึง 4 คน จะไม่มีใครมานั่งกินข้าวฟรีๆ แน่นอน
......
เมื่อวานจางกุ้ยหลานใกลัว วันนี้จึงไม่ได้ไปตลาดเช้า
ฮวาเจาเองก็ไม่ได้ขึ้นไปเก็บเห็ดบนูเา เธอเดาว่าหลิวฉงคงไม่ยอมรามือ ต้องมาหาเื่อีกแน่
เมื่อคำนวณเวลาที่รถไฟเที่ยวแรกจะมาถึง หลิวก็มากันจริงๆ
“มาจริงๆ ด้วย!”
“หน้าไม่อายจริงๆ”
“ฉันว่านะ ป้ากุ้ยหลาน ตอนนั้นทำไมไปหาคนแบบนี้มาเป็สามีได้?”
ฮวาเจาคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะมากันหลายคน เธอเลยเตรียมตัวไว้ก่อน เชิญผู้หญิงในหมู่บ้านที่สนิทกันมา
เธอเองก็มีพวกเยอะเหมือนกัน!
ตอนนี้มีผู้หญิงผอมเพรียวคล่องแคล่วว่องไวสิบกว่าคนนั่งกินผลไม้ เคี้ยวเมล็ดแตงโม คุยเื่สัพเพเหระกันอย่างสนุกสนานในลานบ้าน
จางกุ้ยหลานไม่ได้พูดอะไร ป้าหม่าพูดขึ้น “นั่นไม่ใช่ว่าเธอหามาได้เองนะ ก็แม่ของเธอหาให้ทั้งนั้น เื่เมื่อก่อนพวกเธอไม่รู้หรอก ยังไม่ได้แต่งเข้ามา”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเสียใจ “ตอนนั้นกุ้ยหลานไม่ยอม แม่ของเธอก็เอาแต่โวยวาย บังคับให้เธอแต่ง บอกว่าค่าสินสอดที่เธอได้มาเอาไปให้ลูกชายแต่งงานหมดแล้ว ถ้าเธอไม่แต่ง เธอจะไปะโน้ำตาย”
จางกุ้ยหลานจึงถูกพี่น้องลากตัวไป
แต่เดิมพวกเขาอยากจะช่วย “ดูแล” ทรัพย์สมบัติเล็กๆ น้อยๆ ที่จางกุ้ยหลานมีกับฮวาเฟิงไว้ แต่จางกุ้ยหลานไม่ยอม เธอเอาเงินไปให้ตระกูลฮวาซาน ฝากให้พวกเขาดูแลฮวาเจา
เดิมทีเธออยากจะให้ตระกูลจางดูแลฮวาเจา แต่ตระกูลจางไม่ยอม บอกว่าฮวาเจามีทะเบียนบ้านและมีคนดูแลอยู่แล้ว พวกเขาไม่รับ
จางกุ้ยหลานทำอะไรไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าตระกูลฮวาซานมีชื่อเสียงไม่ดี ก็ได้แต่ฝากลูกไว้กับพวกเขา
“เป็อย่างนั้นเองเหรอ”
ทุกคนมองจางกุ้ยหลานด้วยความเห็นใจ การมีพ่อแม่แบบนี้ ช่างเป็เคราะห์กรรมจริงๆ
“แล้วทำไมพักนี้ป้าจางถึงไม่มาล่ะ?” ทุกคนมองหลิวที่กำลังเดินเข้ามาพลางพูดคุยกัน
“คงจะสืบข่าวทางนี้อยู่ เห็นว่า่นี้หมู่บ้านเราไม่ดี ก็เลยไม่กล้ามา” ป้าหม่ากล่าว
บรรยากาศในหมู่บ้านเขาพิง่นี้ค่อนข้างแปลกๆ เหมือนจุดชนวนก็พร้อมจะะเิ ถั่วที่เพาะยังไงก็ไม่ได้เกิน 10 ชั่ง มันจะทำเงินได้เท่าไหร่กัน?
วันละ 2 หยวน? รวมกับที่ทำเสีย ก็เฉลี่ยวันละ 1 หยวน
ถ้าเป็เมื่อก่อนพวกเขาก็ดีใจตาย แต่พอเคยได้วันละ 10 กว่าหยวน 1 หยวนมันก็น้อยเกินไป
ทุกคนในหมู่บ้านอารมณ์ไม่ดี
เมื่อวานหลิวฉงมาถูกเวลา เลยกลายเป็ที่ระบายอารมณ์ของทุกคน
วันนี้เขายังพาที่ระบายอารมณ์มาอีกหลายคน
หญิงสิบกว่าคนกำหมัด เตรียมตัวที่จะลุยเต็มที่ มีแค่หญิงชรา แรงงานชาย และคนป่วย พวกเธอไม่เห็นอยู่ในสายตา
เอ๊ะ? ทำไมถึงพาเด็กมาด้วย?
จางกุ้ยหลานก็เห็นเหมือนกัน ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “ต้าเหว่ย เสี่ยวเหว่ยมาทำไม? พวกเขา พวกเขา...”
“ตระกูลหลิวคงอยากจะส่งพวกเขากลับมา” ฮวาเจารีบพูด “หรือไม่ก็ใช้พวกเขาข่มขู่เอาเงินจากเธอ”
การใช้ลูกข่มขู่แม่ เธอเห็นมาเยอะแล้ว
“ชิ! ไม่ใช่คนเลยจริงๆ!” ทุกคนโกรธ
เป็ผู้หญิง เป็แม่เหมือนกัน เห็นเื่แบบนี้ไม่ได้ที่สุด
“มีแม่ยายแบบนั้น แถมยังมีบ้านสามีแบบนี้ ชีวิตจะอยู่อย่างไรกันเนี่ย” บางคนกระซิบกระซาบกับคนอื่น มองจางกุ้ยหลานด้วยความเห็นใจ
ชีวิตแบบนี้ มันบีบคั้นจนแทบตาย
จางกุ้ยหลานมองต้าเหว่ยและเสี่ยวเหว่ย ด้วยความร้อนใจจนแทบจะร้องไห้
“กลัวอะไร!” ป้าหม่าพูดเสียงดัง “เธอมีฮวาเจานี่นา หลานสาวคนโตของเธอเก่งจะตาย ไม่ปล่อยให้ใครมาข่มเหงเธอได้หรอก!”
แม้แต่ตระกูลฮวาซาน ฮวาเจาก็ยังจัดการมาแล้ว ตระกูลหลิวเป็แค่พวกที่เก่งแต่ในบ้านตัวเอง ในเมืองก็ไม่ได้มีอำนาจอะไร จัดการง่ายจะตาย
“ใช่แล้ว แม่ไม่ต้องกลัว มีหนูอยู่ทั้งคน” ฮวาเจาพูด
“อืมๆ” จางกุ้ยหลานมองสีหน้าท่าทางที่สงบนิ่งของฮวาเจา แล้วในใจก็สงบลง
ต้าฉินและเสี่ยวฉินเหมือนลูกหมาน้อยสองตัว ยืนอยู่ข้างหลังฮวาเจา พอได้ยินก็ขยับเข้ามาใกล้ฮวาเจามากขึ้น
พวกเขารู้แล้วว่าตัวเองมีพี่สาว มีพี่สาวแล้วไม่ต้องกลัวอะไร!
เมื่อวานพี่สาวตบพี่ชายคนโตจนล้มไปแล้ว! เหมือนเธอฟ้าเลย!
ฮวาเจาหันไปยิ้มให้สองสาวน้อย “ต่อไปนี้ห้ามไปรังแกคนอื่นก่อน แต่ถ้าคนอื่นมารังแกพวกหนู ก็รังแกกลับ! สู้ไม่ได้ก็กลับมาบอกพี่สาว พี่สาวจะช่วยรังแกกลับ”
“อืมๆ!” สองสาวน้อยพยักหน้าถี่ๆ ในที่สุดก็เจอความอบอุ่นของการเป็น้องสาว พวกเธอก็มีพี่สาวค้ำจุนแล้ว!
ทุกคนมองสามคนด้วยรอยยิ้มที่แสดงความเอ็นดู
ฮวาเจาเป็เด็กดีจริงๆ จางกุ้ยหลานทำกับเธออย่างนั้น แม้จะเป็ความเข้าใจผิด แต่ก็ไม่ได้เจอกันเป็สิบปี เธอก็ยังกตัญญู ยอมรับเธอเร็วมาก แถมยังยอมรับลูกติดของเธอด้วย เหมือนน้องสาวแท้ๆ คนทั่วไปคงไม่มีจิตใจที่กว้างขวางขนาดนี้
เมื่อก่อนใครกันนะที่บอกว่าฮวาเจาดื้อ?
อ๋อ ตระกูลฮวาซานทั้งนั้น! โดยเฉพาะฮวาเสี่ยวอวี้คนนั้น! เื่ไม่ดีมาจากปากพวกเขาทั้งนั้น!
......
ในที่สุดคนตระกูลหลิวก็เดินเข้ามาใกล้
คุณนายหลิวสำรวจรอบๆ ลานบ้านก่อน อื้ม มันใหญ่กว่าที่คนเมืองอย่างพวกเขาคิดไว้เยอะจริงๆ ลานใหญ่ขนาดนี้ ปลูกผักคงพอกินทั้งปี พวกเขาไม่กิน เอาไปขายก็ได้หลายร้อยหยวน ดีจริงๆ!
คุณนายหลิวมองจางกุ้ยหลานในลานบ้าน เธอไม่กลัวผู้หญิงสิบกว่าคนที่มองมาด้วยสายตาไม่เป็มิตร เธอเปิดรั้วเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผย
เธอเป็แค่หญิงชราคนหนึ่ง มาดูลูกสะใภ้ พวกเขาจะตีเธอได้หรือไง?
“เดินมาเหนื่อยตายแล้ว เอาน้ำมาให้ฉันดื่มหน่อย!” คุณนายหลิวหยุดตรงหน้าจางกุ้ยหลาน สั่ง
สายตาของเธอมองไปที่เปลือกแตงโมที่กินเหลือบนโต๊ะข้างๆ กลิ่นมันหอมจริงๆ ปีนี้เธอยังไม่ได้กินแตงโมเลยสักลูก
“ไป เอาแตงโมมาให้ฉันอีก” พูดจบก็มองไปที่ผู้หญิงหลายคนที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะ พวกเธอกินแตงโมของบ้านเธอฟรีๆ! ตั้งหลายสิบสตางค์แน่ะ!
