วังหลวง ภายในอุโมงค์!
หวังเค่อส่งศิษย์พรรคอีกาทองคำเสร็จก็หันหลังกลับไปด้วยอารมณ์เบิกบานเป็พิเศษ!
“ล้วนเป็เพราะยายจางหลี่เอ๋อร์นั่นแท้ๆ ตามจีบก็ส่วนตามจีบ จะให้รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองเพื่ออะไร? เดือดร้อนให้ข้าต้องมาช่วยชีวิตเ้า! ไม่งั้นแล้วชื่อเสียงข้าได้ป่นปี้กันพอดีใช่ไม่ใช่? เฮ้อ! ช่างเถอะ! ยังไงก็ส่งพวกมันไปแล้ว พวกตัวซวย! พวกนรกส่งมาเกิด!” หวังเค่อส่ายหน้า
ในขณะที่หวังเค่อกำลังเดินกลับไปในอุโมงค์นั้นเอง
“ตูม ตูม ตูม...!”
จู่ๆ ก็มีเสียงดังก้องมาจากเหนือศีรษะ แรงปะทะอันหนักหน่วงคล้ายจะถล่มอุโมงค์ลงมาก็ปาน
หวังเค่อเงยหน้ามองเพดานด้วยสีหน้าไม่น่าดู
“ด้านนอกมีการปะทะ? บนหัวข้าเลยเนี่ยนะ? ไม่ใช่ว่าัทองหนีไปแล้ว? ทำไมมันยังอาละวาดอยู่เหนือหัวข้า? หากไม่ใช่ว่าข้าเสริมปูนคอนกรีตเข้าไปมีหวังโดนอุโมงค์ถล่มทับไปนานแล้ว! พับผ่าสิ!” หวังเค่อหดหู่อึมครึม
หวังเค่อสับเท้าลอดอุโมงค์โดยไม่รอช้า ไม่นานก็มาถึงทางสามแพร่ง
คนอื่นอาจไม่เข้าใจ แต่หวังเค่อเข้าใจป้ายของทางสามแพร่งดี หนึ่งเขียนว่า ‘ทางไปที่หลบภัย’ อีกอันหนึ่งเขียนว่า ‘ทางไปต่อ’!
“ซี๊ดด วันนี้ข้าดื่มน้ำเยอะไป ด้านนอกคงเละเทะไม่เหลือซากแล้วแน่ๆ ออกไปคงจะไม่มีห้องน้ำให้เข้า ยังดีที่ที่นี่มีที่หลบภัย ด้านในมีห้องน้ำ ไว้เสร็จธุระก่อนแล้วค่อยออกไป!” หวังเค่อมุ่งตรงไปทางที่หลบภัยทันที
หวังเค่อเดินเข้าอุโมงค์ที่นำไปสู่ที่หลบภัยได้ไม่นาน เงาร่างสองสายก็มาถึงตรงจุดนั้นอย่างรีบเร่ง นั่นกลับเป็ถงอันอันและจูเยี่ยนที่กำลังตามหาหวังเค่อ
“เร่งมือหน่อย นี่ก็ไม่รู้ว่าอุโมงค์นี้ทนทานแค่ไหน ้าก็เอาแต่โครมครามเปรี้ยงปร้างอยู่นั่น! ด้านหน้ามีทางสามแพร่งอีกแล้ว? เข้าเส้นทางไปต่อเลย!” ถงอันอันเร่ง
“ไม่ เมื่อกี้ข้าเห็นเงาคนมุ่งหน้าไปทางที่หลบภัย!” จูเยี่ยนกลับรั้งถงอันอันไว้
“ทางไปที่หลบภัย? นั่นไม่ใช่ทางตันรึไง? เราเจอที่หลบภัยสามแห่งแล้วนะ!” ถงอันอันเบิ่งตาอย่างไม่ยอมเชื่อ
“ข้าพูดจริง เมื่อกี้พอข้าพ้นหัวมุมมาก็บังเอิญเห็นเงาคนตรงเข้าไปทางอุโมงค์ที่หลบภัยพอดี!” จูเยี่ยนร้อนใจ
“จะเป็ไปได้ยังไง? หวังเค่ออุตส่าห์มุดลงดินมาเพื่อเข้าไปกบดานอยู่ในที่หลบภัย? มันประสาทกลับรึไง! มันไม่รู้รึไงว่าอุโมงค์นี้อาจถล่มลงมาเมื่อไหร่ก็ได้น่ะ?” ถงอันอันถลึงตา
“รู้ทั้งรู้ว่าอุโมงค์นี้อาจถล่มลงมาได้ แต่ทำไมมันถึงยังลงมา? ท่านแน่ใจได้ยังไงว่าหวังเค่อไม่มีทางไปยังที่หลบภัย?” จูเยี่ยนนิ่วหน้า
“อึก!” ถงอันอันจนคำพูด
นั่นสิ! ทำไมข้าถึงแน่ใจนักว่าหวังเค่อจะไม่ซ่อนตัวอยู่ในห้องใดสักแห่งในอุโมงค์เหล่านี้?
“ถงอันอัน เชื่อสายตาข้าเถอะ ข้ามองไม่ผิดแน่ มีคนเข้าไปในนั้นจริงๆ! บางที บางทีอาจเป็หวังเค่อ พวกเราเจอตัวมันแล้ว!” จูเยี่ยนตื่นเต้นยินดี
“แล้วถ้าไม่ใช่ขึ้นมาล่ะ?” ถงอันอันถามเสียงเครียด
“ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เห็นจะเป็อะไร! ท่านลองเข้าไปดู ข้าจะเฝ้าปากทางเอาไว้จะได้ไม่คลาดกับหวังเค่อ!” จูเยี่ยนเอ่ยเสียงขรึม
ถงอันอันจ้องจูเยี่ยนอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้า
“เฝ้าไว้ให้ดีล่ะ ข้าจะไปดูที่หลบภัยนั่นสักหน่อย เดี๋ยวข้ากลับมา!” ถงอันอันว่า
“วางใจได้! ข้าจะรออยู่ตรงนี้!” จูเยี่ยนพยักหน้า
ถงอันอันค่อยๆ ก้าวเข้าไปในอุโมงค์ที่นำไปสู่ที่หลบภัยอย่างระมัดระวัง
แต่จูเยี่ยนกลับซ่อนตัวอยู่ตรงทางสามแพร่ง มองดูถงอันอันที่ค่อยๆ ล่วงล้ำเข้าไปในอุโมงค์สายนั้น
“ถงอันอัน ข้าไม่ได้บอกความจริงกับเ้า ข้าแค่ไม่อยากเข้าไปด้วยกันกับเ้า! ข้าเห็นชัดเต็มตาว่านั่นคือหวังเค่อ หวังเค่อมันเข้าไปในนั้น! เ้าก็เข้าไปเสี่ยงชีวิตกับหวังเค่อมันแล้วกัน! ฮ่า ฮ่าฮ่า! ไม่รู้ว่าทำไม แต่ทุกครั้งที่ข้าเพ่งเล็งหวังเค่อ คนที่จะซวยในท้ายที่สุดก็คือข้า ครั้งนี้ข้าได้บทเรียนแล้ว ข้าจะอยู่ให้ห่างจากพวกเ้า คอยอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็พอแล้ว ข้าไม่ขอเฉียดใกล้พวกเ้าเด็ดขาด ฮ่าฮ่า! หวังเค่อ ข้าจะรอดูว่าครั้งนี้เ้าจะตายยังไง!” จูเยี่ยนเริงร่า
จูเยี่ยนทุ่มสมาธิเพ่งมองถงอันอันล่วงลึกเข้าไปในอุโมงค์ จ้องเขม็งอย่างเอาเป็เอาตายด้วยความคาดหวัง
แต่แล้วหัวใจมันก็บีบแน่น ขนทั่วร่างลุกชัน รับรู้ถึงภยันตรายไปทั่วทั้งร่าง
“แย่ละสิ!”
จูเยี่ยนสังหรณ์ใจไม่ดีรีบหมุนตัวกลับมา
แต่จังหวะที่หมุนตัวมากลับเห็นว่าตรงหน้าคือคนในชุดโม่งคนหนึ่ง คนผู้นั้นถือท่อนไม้ไว้ในมือ และท่อนไม้ที่ว่าก็กำลังพุ่งตรงเข้าหาศีรษะตนอย่างดุร้ายหมายขวัญ
“เราถูกดัก!” จูเยี่ยนร้อง
ตอนนั้นถึงอยากจะตอบโต้แค่ไหนก็สายเกินการณ์ ไม้ท่อนนั้นหวดลงกลางศีรษะอย่างรุนแรง
“ผัวะ!”
“อ้าก~~~~~~~~~~~~!”
จูเยี่ยนสำลักออกมาคำหนึ่งก่อนสิ้นสติสมประดีไป
…
ภายในอุโมงค์ที่นำไปสู่ที่หลบภัย ถงอันอันถือไม้ติดตัวมาท่อนหนึ่งพร้อมกับค่อยๆ เขย่งเท้าย่องเข้าไปในเขตที่หลบภัย ไม่ใช่ว่าถงอันอันไม่ยอมใช้ของวิเศษ อย่างไรเสียถงอันอันก็เคยมีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือ แต่น่าเสียดายนับแต่ที่เจอหวังเค่อมาในปีนี้ ทรัพย์สินเงินทองของตนก็ค่อยๆ ร่อยหรอไป ตอนนี้จึงได้แต่ต้องใช้ท่อนไม้แก้ขัดไปก่อน
ถงอันอันระวังตัวแจ แต่พอมาถึงปากทางเข้าออกของที่หลบภัยก็ต้องเปลี่ยนสีหน้า
“มีคนอยู่จริงๆ?” ถงอันอันคราง
ประตูของที่หลบภัยเปิดอ้าซ่า แถมยังคล้ายมีเสียงน้ำกระเซ็นดังมาจากในห้องน้ำ ตามด้วยเสียงใครก็ไม่รู้กำลังผิวปากอย่างอารมณ์ดี
“ในนั้นมีคนอยู่? เป็หวังเค่อ?” ถงอันอันกระชับไม้ในมือด้วยความคาดหวังตั้งตาคอย
ในขณะที่ถงอันอันกำลังจะบุกเข้าไป จู่ๆ เสียงโหยหวนของจูเยี่ยนก็ดังเข้ามาก่อน
“เราถูกดัก!” “อ้าก~~~~~~~~~~~~!”
เสียงกรีดร้องของจูเยี่ยนทำให้ถงอันอันที่กำลังจะบุกเข้าไปต้องสะท้านเฮือก
มีคนซุ่มโจมตี? เสียงผิวปากจากในที่หลบภัยมีจุดประสงค์ให้ข้าตายใจ?
ที่จูเยี่ยนร้องเป็สุกรถูกเชือดแปลว่ามันเจอดีเข้าให้แล้ว? เป็ฝีมือของหวังเค่อหรือไม่?
แย่ละสิ!
ถงอันอันคิดได้ก็รีบย้อนกลับไปทางเดิม ตรงไปยังที่ที่จูเยี่ยนเฝ้าระวังอยู่
ถงอันอันกระชับท่อนไม้วิ่งตรงกลับมาในเวลาเพียงอึดใจเดียว แล้วมันก็เห็นคนสวมโม่งยืนถือไม้เอาไว้ท่อนหนึ่งเหมือนกับมัน บนพื้นคือจูเยี่ยนที่นอนแบ็บอยู่ ไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง
มีอันตราย!
ระฆังเตือนภัยของถงอันอันลั่นขึ้นมาทันที ใครเปิดก่อนได้เปรียบ ว่าแล้วท่อนไม้ในมือก็ตรงเข้าหาคนสวมโม่งโดยพลัน
“ไปตายซะ!” ถงอันอันคำราม
จางหลี่เอ๋อร์ในโม่งดำไล่ตามหวังเค่อมา แต่ดันเข้าใจผิดคิดว่าจูเยี่ยนคือหวังเค่อ ดังนั้นก็เลยดักตีหัวอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง
จูเยี่ยนเองก็ไหวตัวหันหน้าขวับกลับมาทันร้องออกมาประโยคหนึ่ง
“เราถูกดัก!” “อ้าก~~~~~~~~!”
จูเยี่ยนหลังจากร้องออกมาคำหนึ่งก็สลบล้มตึงไปในทันที
จางหลี่เอ๋อร์ถือไม้เอาไว้ เหม่อมองจูเยี่ยนอย่างตกตะลึง
“นะ นี่มันอะไร? ยังมีคนอื่นอยู่ด้วย? แล้วหวังเค่อเล่า?” จางหลี่เอ๋อร์อุทาน
ดักตีหัวทั้งที แต่ดันตีผิดคน? นี่เป็ครั้งแรกที่จางหลี่เอ๋อร์ต้องเผชิญกับเื่พิศวงแบบนี้
จางหลี่เอ๋อร์กำลังจะลดหน้าลงไปตรวจดูให้แน่ใจ แต่แล้วกลับมีเสียงลมหวีดหวิวดังมาจากในความมืดเรียกให้นางสีหน้าเกร็งขมึงขึ้นทันที
“ไปตายซะ!” คนชุดดำกระโจนออกมาจากในอุโมงค์มืด
คนชุดดำใช้ท่อนไม้ฟาดใส่จางหลี่เอ๋อร์อย่างดุดัน
จางหลี่เอ๋อร์หน้าเปลี่ยนสี นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน? กลับมีคนใช้กลยุทธ์ดักตีหัวกับข้า? หาที่ตายซะแล้ว!
จางหลี่เอ๋อร์ใช้ท่อนไม้ในมือสวนกลับไปทันที
“ตูม!”
ด้วยแรงปะทะของสองยอดฝีมือชั้นดวงธาตุทองคำ ท่อนไม้ทั้งสองพลันแตกออกเป็เสี่ยงๆ ในทันที ทั้งสองรู้ถึงความร้ายกาจของกันและกันได้ในบัดดล ต่างเข้าใจว่าอีกฝ่าย้าจะทำร้ายตนเอง ไหนเลยจะกล้าผ่อนคลาย? พริบตาเดียวฝ่ามือคู่ก็ผลักดันออกไป
“ปง~~~~~~~~~~~~~~~!”
เกิดเสียงดังคราหนึ่ง มือของพวกมันยันกันอยู่อย่างนั้น ส่งกระแสอากาศรุนแรงพัดกวาดไปรอบด้าน
“อะไรกัน?” ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมๆ กัน
…
ตอนนั้นจางหลี่เอ๋อร์สวมโม่ง ถงอันอันสวมชุดคลุมดำ ในสภาพแวดล้อมอันมืดสลัว ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายเป็ใคร แต่ทั้งสองรับรู้ถึงพลังของแต่ละฝ่าย จึงไม่กล้าถอนมือออกจากกัน แต่ยันกันอยู่อย่างนั้น รอบตัวของพวกมันเกิดลมสลาตันม้วนกวาดออกไป
…
ภายในที่หลบภัย
หวังเค่อกระตุกคราหนึ่งก่อนก้าวเท้าออกจากห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี
“พอส่งพวกตัวซวยไปได้ ตัวก็เบาขึ้นมาเลย วู้ว! ฮ่าฮ่า!” หวังเค่อหัวเราะเสียงดังขณะก้าวออกจากที่หลบภัย
แต่พอออกมา หวังเค่อก็ยังได้ยินเสียงตูมตามมาจาก้าไม่หยุด
“ชีพจรัทองนี้ประสาทไม่ดีรึไง ทำไมถึงเอาแต่ใช้หัวโหม่งอยู่ที่เดียวอยู่ได้? เปลี่ยนเป็จุดอื่นบ้างไม่ได้รึไง เกิดเพดานถล่มลงมาจะทำยังไง?” หวังเค่อบ่นเป็หมีกินผึ้ง
ขณะกำลังหัวเสีย หวังเค่อที่ออกพ้นตัวอาคารหลบภัยก็เจอกระแสลมแรงพุ่งเข้ามาปะทะกะทันหัน
หวังเค่อหน้าเปลี่ยนสีทันควัน “ที่นี่คืออุโมงค์ใต้ดิน ทำไมถึงมีลมได้?”
หวังเค่อนำประทับเสินหวังออกมาทันที ถือไว้ในมือเหมือนอิฐก้อนหนึ่งจากนั้นเดินไปตามทางที่มีลมเข้ามา แน่นอนว่าหากไม่ใช่เพราะไม่มีทางอื่นให้เดิน หวังเค่อไม่มีทางมุ่งหน้าเข้าหาภัยโดยเด็ดขาด
เดินมาเรื่อยๆ ก็เจอกับทางสามแพร่งเดิม
ตรงทางสามแพร่ง จูเยี่ยนยังคงนอนสลบอยู่บนพื้น สองยอดฝีมือชั้นดวงธาตุทองคำกำลังยันมือกันอยู่อย่างนั้น พลังมหาศาลก่อให้เกิดกระแสลมแรงพัดจนหวังเค่อผมเผ้ากระเซิงไม่เป็ทรง
หวังเค่อชะงักไป “นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน? คนสวมโม่งประจันหน้ากับคนสวมชุดคลุมดำ?”
นี่ไม่ใช่อุโมงค์ลับตระกูลหวังหรอกหรือ? ทำไมถึงมีสองยอดฝีมือดวงธาตุทองคำมาประมือกันอยู่ตรงนี้ได้? เป็ข้ามาผิดที่เองหรือว่าเกิดข้อผิดพลาดอะไรตรงไหนกันแน่?
“ครืนนนน!”
เสียงอึกทึก้ายังคงไม่หายไป หวังเค่อมองดูรอยปริร้าวเหนือเพดานก็รู้ว่าไม่อาจรั้งอยู่ต่อไปได้อีก อุโมงค์กำลังจะถล่มลงมา
แต่คนปิดหน้าปิดตาทั้งสองยังขวางทางสามแพร่งไว้อยู่ แล้วนี่จะให้ตนทำยังไง?
ต่อให้ไม่มีทางก็ยังต้องหนีออกไปก่อน!
หวังเค่อได้แต่ใช้ประทับเสินหวังต้านลมไปพลางเกาะเลียบกำแพงไปพลาง
ถงอันอันกับจางหลี่เอ๋อร์ขณะกำลังยันกันอยู่ก็เห็นว่าด้านหลังมีเงาร่างส่ายหน้าค่อยๆ คืบใกล้เข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ทั้งสองหันหน้ามาพร้อมกัน
ภาพที่เห็นคือหวังเค่อที่ผมเผ้าปลิวไสวไปตามแรงลมค่อยๆ กระดืบเข้ามาใกล้พวกมันทีละน้อยๆ
“หวังเค่อ?” ทั้งสองบังเกิดไฟโทสะแทบจะพร้อมๆ กัน
หวังเค่อหน้าแข็งทื่อ กลืนน้ำลายเอื๊อก “ท่านทั้งสอง ข้าแค่ผ่านทางมา พวกท่านทำเป็ว่าไม่เคยเห็นข้ามาก่อน พวกท่านต่อกันเลยๆ ข้าแค่ผ่านทางมาเท่านั้น! ไม่ต้องสนใจข้า!”
ถงอันอัน “…!”
จางหลี่เอ๋อร์ “…!”
ตอนนี้ทั้งสองกำลังยันฝ่ามือกันอยู่ ไม่อาจถอนฝ่ามือออกมาได้ตามใจชอบ ทันทีที่ถอนฝ่ามือออกต้องมีคนใดคนหนึ่งที่จะรับแรงปะทะมหาศาลไป แต่จะให้เบิ่งตามองหวังเค่อกระดืบผ่านไปช้าๆ แบบนี้ก็ไม่อาจทำใจได้เหมือนกัน!
“เพราะอะไร!?” ทั้งสองคั่งแค้นสุมทรวง
แต่ทั้งสองก็ดูจะรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับหวังเค่อ
“พวกเรามาถอนมือออกพร้อมๆ กัน!” จางหลี่เอ๋อร์บอกถงอันอันเสียงเคร่ง
“ได้!” ถงอันอันเองก็เห็นด้วย
“เพ้ย พวกท่านจะถอนมือออกทำไม!? ข้าไม่ได้เป็คนต่อยตีพวกท่าน พวกท่านต่อยตีกันเองต่างหาก ข้าไม่เกี่ยวอะไรด้วย ข้าจะไปแล้ว จะไปแล้ว!” หวังเค่อรีบร้องห้าม
จากนั้นก็เร่งฝีเท้าพยายามที่จะออกไป
“หนึ่ง สอง สาม ตอนนี้แหละ!” จางหลี่เอ๋อร์ะโ
“ฮึบ!” ถงอันอันเองก็ตวาดออกมาอย่างตื่นเต้นยินดี
หวังเค่ออยู่ข้างหน้านี่เอง หากตนกับไอ้โม่งตรงหน้าถอนมือออกจากกันก็จะสามารถปลิดชีพหวังเค่อได้ วิเศษไปเลย
“ตูม~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”
แต่พริบตาที่ทั้งสองผละมือออกจากกันอยู่ๆ ก็เกิดเสียงดังกัมปนาทขึ้นเหนือศีรษะของคนทั้งหมด
ปรากฏว่าชั้นปูนบนเพดานกำลังถล่มลงมาพร้อมเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แทนที่ด้วยหลุมขนาดใหญ่กับเศียรัเขื่องโขที่ทิ้งตัวลงมาอย่างแรง
หินดินนับไม่ถ้วนพุ่งฉิวเข้าหาถงอันอันกับจางหลี่เอ๋อร์ตามเศียรของัทองที่ตกลงมา
ต่อให้ทั้งสองเป็ยอดฝีมือดวงธาตุทองคำก็เปล่าประโยชน์ พลังของัทองเหลือร้ายเกินไป ควรรู้ว่าแม้แต่จื่อปู้ฝานกับจูหงอีก็ยังไม่อาจสะกดเศียรัไว้ได้ พลังของมันจึงเป็ที่จินตนาการได้
ถงอันอันและจางหลี่เอ๋อร์ประจันหน้ากันอยู่และยังไม่ถอนพลังออกมาดีกลับต้องมาเจอกระบวนนี้เข้าไป
เพียงพริบตาพวกมันก็สลบไสลแถมยังาเ็สาหัส ครึ่งร่างถูกฝังอยู่ใต้ซากอุโมงค์ ไม่อาจปีนกลับออกมาได้อีก
คนเดียวที่ยังปลอดภัยดีก็คือหวังเค่อที่ตัวแนบติดกับกำแพงเป็ตุ๊กแก
เศียรัอันเขื่องโขอยู่ห่างจากหน้ามันไปคืบเดียว เศียรัต่อให้มุดลงมาในถ้ำก็ยังถมพื้นที่จนเต็ม ดวงตาคู่นั้นจ้องหวังเค่อที่แนบติดกับกำแพงอย่างไม่คลาดสายตา
ลมหายใจของมันรดพรมลงบนร่างของหวังเค่อทำเอาชายหนุ่มไม่อาจหายใจหายคอได้ชั่วขณะ
“ครูสมัยประถมพูดไว้ไม่ผิดจริงๆ ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวให้เอาตัวแนบกับกำแพงไว้แล้วจะปลอดภัย! พวกมันสองคนยืนอยู่ตรงกลางพอดีก็เลยรับเคราะห์ไปเต็มๆ! ข้าเอาตัวแนบกำแพงไว้ก็เลยรอดมาได้!” หวังเค่อมองคนปิดหน้าปิดตาทั้งสองที่นอนจมอยู่ใต้เศษซากด้วยใจที่ยังสั่นผวาไม่หาย
“กรร~~~~~~~~~~~~~~!” เศียรของัทองคำรามใส่หวังเค่อ
หวังเค่อตัวสั่นเป็ลูกนกทันที “ไม่ ไม่เกี่ยวกับข้านะ! เ้าจะมาแยกเขี้ยวขู่ข้าทำอะไร! ท่านั ข้ายอมเรียกท่านเป็ปู่เลย ท่านเอาแต่โหม่งพื้นอยู่ข้างบนมาครึ่งค่อนวันจนทะลุลงมาถึงนี่ นี่ท่านตั้งใจจะมาหาข้า? ข้า ข้าไม่ได้รู้จักมักจี่กับท่านสักหน่อย!”
หวังเค่อลดหน้าลง ตรงปลายเท้าของตัวเองมีคนนอนอยู่คนหนึ่ง นั่นกลับเป็จูเยี่ยน!
จูเยี่ยนเพิ่งถูกดักตีหัวจนสลบเหมือดไปข้างกำแพง เพื่ออยู่ให้ห่างจากคนปิดหน้าทั้งสองหวังเค่อก็เลยมาเกาะอยู่ตรงกำแพงเช่นกัน ขณะเดียวกันก็เผอิญเหยียบจูเยี่ยนเอาไว้
“ท่านปู่ั ท่านไม่ได้มาหาข้า แต่เป็มัน? จูเยี่ยน?” หวังเค่อผงะไป
“กรร!” เศียรของัทองคำรามใส่หวังเค่อ ราวกับว่ากำลังไล่หวังเค่ออยู่
“อ้อ ท่านมาหาจูเยี่ยนจริงๆ? งั้นเชิญท่านตามสบาย ข้าไม่รู้จักมัน ขอตัว!” หวังเค่อได้ทีก็รีบเผ่นแผล็วออกจากตัวจูเยี่ยนไป
หวังเค่อกำลังจะสับเกียร์หมาหนีอยู่แล้ว
แต่ัทองคล้ายอารมณ์ไม่ดี มันกลับเปลี่ยนใจหันมาทำหน้าถมึงทึงใส่หวังเค่อ
“ทำอะไร? ท่านปู่ั ไม่ใช่ว่าท่านปล่อยข้าไปแล้วหรือ?” หวังเค่ออุทาน
หวังเค่อมองเห็นร่องรอยความแค้นที่มีอยู่ในดวงตาของัทองได้ แล้วมันก็เข้าใจ นี่คือความแค้นที่มีตุ่์ ทั้งที่เพิ่งจะถูกปลดผนึกก็มาถูกจูหงอีกับจื่อปู้ฝานรุมกระหน่ำซัดไม่ยั้ง แล้วจะให้ัทองไม่มีความแค้นตุ่์ได้อย่างไร?
พอเห็นว่าหวังเค่อรังแกได้ง่ายมันก็เลยทำท่าเหมือนจะกลืนหวังเค่อลงท้องเพื่อระบายความความอัดอั้นทั้งหมดทั้งมวล ว่าแล้วก็แสยะปากเตรียมงาบหวังเค่อลงไป
“ไอ๊หยา ท่านปู่ั ข้าไปล่วงเกินท่านตอนไหน!?” หวังเค่อร่ำร้องคิดหนี
แต่น่าเสียดายที่อุโมงค์ด้านหลังหวังเค่อถล่มลงมาหมดแล้ว ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนี้เองที่หวังเค่อใช้อิฐในมือ ไม่สิ ใช้ประทับเสินหวังในมือปัดป่ายไปมั่วๆ อย่างแตกตื่น
“ผัวะ!”
ประทับเสินหวังฟาดถูกจมูกของัทองอย่างแรง
“เอ๋าาา!” ัทองร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ น้ำตาไหลพราก
ประทับเสินหวังหลอมสร้างมาจากหยกวิถีิญญา มีอำนาจสะกดยับยั้งดวงจิตทั้งหลายทั้งปวง แม้การจู่โจมทางกายภาพจะไม่ได้ร้ายแรงอะไรเพราะขาดกุศลหนุนเนื่อง แต่ย่อมมีประสิทธิภาพกับัทองที่เป็ร่างิญญาอยู่แล้ว!
ัทองเจ็บจนน้ำตาไหล หนวดเคราหงิกหงอ เศียรัสั่นเทิ้ม น้ำลายไหลออกจากปากที่อ้ากว้าง
แนวฟันแหลมเปี๊ยวภายในปากอันใหญ่โตจ่ออยู่ตรงหน้าหวังเค่อ สร้างความตื่นตระหนกแก่หวังเค่อจนต้องถอยกรูด
แต่ด้านหลังคือซากเพดานอุโมงค์ แล้วจะให้หนีไปไหนได้?
“กรร!”
ัทองอ้าปากร้องอย่างเ็ป ในปากคล้ายมีบอลสีแดงไหลออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าหวังเค่อที่ปลายลิ้น
หวังเค่อมือหนึ่งยังถือประทับเสินหวังไว้ อีกมือหยิบบอลแดงลูกนั้นขึ้นมาดู
“นี่มันของเล่นแบบไหนกัน นี่เ้ามีเนื้องอกในปากรึนี่? เพ้ย แต่นี่ดูไม่เหมือนเนื้องอกเลยนะ?” หวังเค่อชะงักไป
หวังเค่อกระตุกบอลแดงทีหนึ่ง แต่การกระตุกนี้ทำให้ัทองเกิดปฏิกิริยา มันรู้สึกไม่ดีขึ้นมากะทันหันเลยม้วนลิ้นตั้งท่าจะห่อบอลแดงกลับเข้าไป
แต่หวังเค่อเป็คนแบบไหน ของดีตกถึงมือมีหรือจะยอมปล่อยไป?
ครั้นแล้วก็ใช้ประทับเสินหวังอีกมือฟาดใส่ลิ้นของัทองอย่างโเี้
“หงิง!” ัทองร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ
แม่งเอ๊ย ัทองไหนเลยจะคาดคิด ตนตั้งใจจะระบายความอัดอั้นตันใจใส่พวกไร้พิษสงสักคน แต่อีกฝ่ายกลับทำให้ตนเจ็บได้ขนาดนี้? ซัดตนซะเจ็บนั้นช่างปะไรไปก่อน แต่ยังคิดจะชิงมุกัของตนไปด้วย? นั่นคือแก่นพลังของตนเลยนะ!
ัทองพุ่งเข้าใส่หวังเค่อโดยไม่สนสิ่งอื่นใดอีก
แต่แล้วเสียงตวาดของจูหงอีก็ไล่มาถึง “ดึงเศียรักลับขึ้นมาจากใต้ดิน? ฮึ่ม คิดมุดดินหนีงั้นรึ? ฝันไปเถอะ!”
“ครืนนนน!”
ด้วยพลังมหาศาล เศียรของัทองถูกดึงห่างออกไปจากหลุมทีละน้อยๆ อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ ยิ่งมายิ่งห่างจากหวังเค่อ ยิ่งมายิ่งห่างจากมุกัในมือหวังเค่อเข้าไปทุกทีๆ!
ัทองไม่ยินยอมพร้อมใจเพียงไหน! แม่งเอ๊ย เพราะอะไรกัน!
อีกนิดเศียรของัทองก็จะหลุดกลับออกไปข้างบนโดยสมบูรณ์ และด้วยความไม่ยินยอม ัทองจึงอ้าปากงับใส่จูเยี่ยนที่ยังคงนอนหมดสติอยู่ข้างๆ
“ง่ำ!”
ัทองงาบจูเยี่ยนเข้าปากก่อนจะถูกดึงออกไปจากหลุมในท้ายที่สุด
“เร็วเข้า ัทองกำลังจะหนีไปแล้ว ทุกคนช่วยข้าตรึงเดียรัจฉานนี้ไว้เร็ว!” จูหงอีสั่งการ
“ตูมมม!”
บนฟ้าเหนือศีรษะเกิดศึกอันเดือดพล่านขึ้นมาอีกระลอก ไม่มีใครมาสนใจสถานการณ์ด้านล่างเลยสักคน
หวังเค่อมองดูบอลัในมือ ััรับรู้ถึงขุมพลังยิ่งใหญ่ท่วมท้นได้จากภายในนั้น หวังเค่อเผยสีหน้าประหลาดใจ เหม่อมองหลุมบนเพดานด้วยสีหน้าพิกล
“ัทองตัวนี้ตั้งใจมาส่งมอบความอบอุ่นให้ข้าหรอกรึนี่?” หวังเค่อกระชับบอลแดงเอาไว้ในอ้อมอกด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
หวังเค่อลดหน้ามองดูคนปิดหน้าทั้งสองที่ถูกฝังจมอยู่ในเศษซากกว่าครึ่งตัว สีหน้ายังคงพิลึกพิศวง
“พวกอาภัพวาสนาสองคนนี้มาทำอะไรที่นี่กันแน่?” หวังเค่อเผยสีหน้าประหลาดใจ
