เ้าภพฉีเทียนลู่ก้าวไปข้างหน้า เขาแตกระแหงงามดั่งมงกุฎส่องแสงจ้า "พวกเ้าครั้งหนึ่งล้วนคือเหล่าพี่น้องเดรัจฉาน แต่ด้วยพลังด้านมืดจากราชันย์กะโหลกเข้าครอบงำ ทำให้ใจใฝ่ด้านชั่วร้าย จงตื่นซะ และสยบยอมแก่เราผู้เป็เ้าภพแห่งสรรพสัตว์ มิเช่นนั้น พวกเ้าจะเหลือแค่เพียงิญญาที่ดับสูญในภพที่ดำมืดแห่งนี้"
สุนัขสามหัวหัวเราะอย่างเหยียดหยัน "ตื่นหรอ? เ้าคิดว่าที่นี่คือที่ไหน! นี่คือภพปีศาจแห่งความตาย และข้าคือหัวหน้าสัตว์ปีศาจที่ยิ่งใหญ่นี่ทั้งหมด!"
สุนัขสามหัวสั่งการ เหล่าสัตว์นรกพุ่งเข้าโจมตีราวกับคลื่นั์สีดำ เหยี่ยวั์ใช้กรงเล็บคมกริบทะลวงพื้นดิน แมงป่องนรกฉีดพิษสีเขียวราวกับฝน
ลิงั์จากด้านหลังะโข้ามไปด้านหน้ากวัดแกว่งกระบองเหล็ก ฟาดใส่หัวเงหยี่ยวั์จนกระดูกแตกเป็เสี่ยงๆ เสือขาวโคร่งกรีดร้องดุดันพุ่งเข้าฉีกคอสุนัขนรกตัวหนึ่งจนเืสาดไปทั่ว นกอินทรีทองคำบินสูงในอากาศ ปีกคมเหมือนดาบตัดผ่าฝูงค้างคาวนรกสีดำ ร่างที่ถูกตัดกระจายลงมาเป็หยดเืสีดำ
สนามรบกลายเป็นรกอย่างแท้จริง เสียงคำรามของสัตว์ทั้งสองฝ่ายดังสนั่นหวั่นไหว แผ่นดินสั่นะเืจากการปะทะกันอย่างรุนแรง
ช้างดึกดำบรรพ์งาคริสตัลใช้งาแทงทะลวงท้องแมงป่องนรกั์ แต่หางมันก็แทงกลับใส่สีข้างของช้าง เืทั้งสีแดงและสีเขียวไหลนองพื้น หมีนอแรดหลังเงินต่อสู้กับหมาป่ารกห้าตัวพร้อมกัน กรงเล็บเงินวาบแปลบ ฟาดไปมาจนหมาป่าเ่าั้สะบักสะบอม แต่เ้าหมีเองก็ได้รับาเ็มากมาย
ฉีเทียนลู่ะโขึ้นสูง เขามงกุฎแผ่แสงทองคำที่ส่องไปทั่วสนามรบ "มนต์สลายความมืด!!"
สุนัขสามหัวคำราม สามหัวพ่นไฟสามสีพร้อมกัน ไฟนรกสีเขียวเผาไหม้ิญญา ไฟแดงทำลายร่างกาย ไฟม่วงลบล้างความทรงจำ
เ้าภพฉีเทียนลู่หมุนตัว เขาที่แตกระแหงมากมายยื่นออกเป็กำบังตัดผ่านเปลวไฟทั้งสาม แสงทองคำปกป้องร่างของเขาจากพิษนรก เขาที่แตกระแหงกว่าหมื่นสาขาแทงเข้าพรุนทั่วร่างสุนัขสามหัว
"อาร์ร์ร์!" สุนัขสามหัวคำรามด้วยความเ็ป เืสีดำไหลออกมาจากแผล แต่มันใช้กรงเล็บหน้าทั้งสี่ตะปบใส่ขาของเ้าภพฉีเทียนลู่ เืสีทองหยดลงสู่พื้นดินแห่งนรก เ้าภพฉีเทียนหน้านิ่ง พร้อมเปล่งเสียง
“จางลู่ซือ เ้าจงไปสู่สุคติกลับสู่การเวียนว่าย แล้วพวกเราจะได้พบกันใหม่” สิ้นเสียงในใจของฉีเทียนลู่ เขาทั้งหมดเปล่งแสงสีทอง แผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง สุนัขสามหัวที่เหลืออยู่สองหัวคำรามสุดท้าย แล้วร่างกายั์ก็ล้มลงกับพื้นดินอย่างหนักหน่วง “ข้า ขอโทษท่านเ้าภพฉีเทียนลู่” สิ้นเสียงคำสุดท้ายและดับลมหายใจของสุนัขสามหัว
เห็นผู้นำตาย เหล่าสัตว์นรกบางส่วนพากันหลบหนีกลับเข้าไปในโพรงแหว่งแห่งความมืดมิด เพื่อไปตามพวก
ขณะที่การต่อสู้ยังดำเนินไป กองทัพเดรัจฉานมากมายต่างาเ็ แสงมืดส่องผ่านเมฆหมอกสีดำ เป็สัญญาณว่าการต่อสู้ยังไม่จบลง เหล่าสัตว์นรก และสัตว์ปีศาจมากมายพากันทยอยผลุบออกจากโพรง มาเรื่อยๆ ราวกับคลื่นพายุ
ทางทิศใต้ของภพปีศาจป่าไผ่เถ้าถ่าน
ท้องฟ้าในบริเวณนี้ของภพปีศาจมืดครึ้มราวกับถูกเืย้อมสี เมฆดำทะมึนหมุนวนเป็วังวนั์ สายฟ้าสีแดงกริบแล่บวาบผ่านขอบฟ้า ส่องแสงอันเป็ลางร้ายลงสู่ที่ราบรกร้างที่เต็มไปด้วยซากกระดูกและโขดหินสีคล้ำ
กลิ่นเหม็นหืนของความตายและกำมะถันโชยมาตามสายลม เสียงคำรามของปีศาจร่างโปร่แสงก้องกังวานไปทั่วทิศ พวกมันลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน ร่างกายใสแวววาวราวกับแก้วที่หักเป็เสี่ยงๆ ดวงตาเป็แสงสีแดงฉานส่องประกายราคะและความโเี้
"กริ๊ก...! กรี๊ดดด...!" เสียงแสงใสของปีศาจร่างโปร่งแสงดังขึ้น พวกมันขยับตัวด้วยความรวดเร็วที่ตามองไม่ทัน ราวกับแสงที่ถูกบิดเบือน
ท่ามกลางความโกลาหลนี้ เงาสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นราวกับดวงจันทร์ในคืนมืด
อี้เฟิงเหวิน เ้าภพจิตภูติ ก้าวเดินมาอย่างสง่างาม ชุดขาวของเธอปลิวไสวในสายลมที่เย็นเยียบ ผมยาวสีดำเก็บเป็มวยสูงด้วยกิ่งไผ่เงิน ใบหน้าขาวเนียนดุจหิมะ ริมฝีปากอ่อนโยนแต่เ็า วันนี้ดวงตาคู่งามส่องประกายสีน้ำเงินเข้มราวกับท้องทะเลลึก
"พวกเาาวภพจิตภูติในนามผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ วันนี้... เป็วันสิ้นสุดของพวกเ้า!" เสียงของเธอเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง แต่มีพลังอันแกร่งกล้าซ่อนอยู่ พลังจิตสีเงินใสเริ่มคลื่นไส้รอบตัวเธอ แผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง อากาศรอบข้างเริ่มเย็นลงจนเกิดเป็ผลึกน้ำแข็งลอยตัวอยู่ในอากาศ
ภูติอื่นๆ จากภพจิตภูติปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเธอ พร้อมผู้ถือหลิงซื่อ จางเหวินเฮ่า (จอมกระบี่ภูติแห่งดินแดนใจกลางก้นบึ้งระหว่างภพ) เสี่ยวชิงเลี่ยน (เ้าหญิงภูติแห่งดินแดนทะเลสาบจันทรา) และ หนี่อวี้เสวียน (แม่หมอภูติแห่งดินแดนก้อนเมฆสีรุ้ง) ” หลิวอี้ฉิน (ราชินีภูติแห่งดินแดนป่าเสียงกระซิบ) กุนซือเหยียนเหินหลง (าาภูติแห่งดินแดนเมฆาสีเงิน) ” รวมถึง ภูติหลิวเฉิงอวี๋ ชายชราผู้มีพลังแห่งภูติระดับสูง ร่างกายท่านล้อมรอบด้วยแสงสีทอง ดวงตาเปล่งประกายภูมิปัญญาแห่งศตวรรษ เฉิงเสี่ยวหยู่ ภูติหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านพลังจิตแบบพิฆาต ร่างกายของเขาล้อมรอบด้วยใยแสงสีม่วงที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
"ท่านอี้เฟิงเหวิน โปรดระวังตัว ิญญาปีศาจพวกนี้ไม่ธรรมดา"
