“จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เพราะอาเพธอย่างที่พวกท่านกล่าว ข้าเคยอ่านเื่ยูหลกโฮ่ว มันเป็พันธุ์พืชจากภพพืชพันธุ์ที่กระเด็นกระดอนมายังภพมนุษย์เมื่อตอนเกิดเหตุะเิที่จัตุรัสเฟิงสุ่ยเมื่อพันปีก่อน ยูหลกโฮ่วนั้นนอกจากมีความสามารถดั่งอาภรณ์ ที่คุ้มภัย อวยพร นำทาง ทั้งร่างไร้ลมหายใจ และิญญาไร้ที่ไปแล้ว สิ่งที่มันสามารถทำได้คือการคืนชีพภูตผี ข้าเข้าใจว่าผู้คนในหมู่บ้านิหยวนคงไร้ความรู้ในเื่นี้ ว่ายูหลกโฮ่วนั่นคืนชีพภูติผีหาได้คืนชีวิตมนุษย์ไม่ จึงนำไปคืนชีพคนที่ตนรัก” ฮวาเฟยฟาเล่า
“ภูตผี ถ้าเป็ภูตผีทำไมพวกเขาเ่าั้สามารถจำชื่อแซ่เื่ราว และรู้จักผู้คนรอบตัวทั้งหมดไม่เหมือนิญญาเร่ร่อน” ท่านหม่าเติงถามสงสัย
“ิญญาภที่ถูกเรียกกลับเข้าร่างนั้นไม่ใช่เพราะเกิดอาเพธถึงกลายเป็ผี หรือว่าเป็ิญญาภูตผีตนอื่นมาเข้า แต่จริงๆ แล้วยูหลกโฮ่วนั้นมีคุณสมบัติเรียกได้แค่ิญญาที่มีความรักความผูกพันกับร่างร่างนั้นเท่านั้น นั่นหมายถึง “ร่างจะร้องเรียกหาิญญาแ ละิญญาก็จะร้องเรียกหาร่างดึงกันไปมาด้วยฤทธิ์อำนาจแห่ง “พันธุ์ไม้แห่งการเวียนว่าย ยูหลกโฮ่ว” ”
“ถ้าเช่นนั้น ทำไมในเมื่อดวงิญญาเดิมเข้าร่างตัวเองแต่กลับไร้ซึ่งสติ เหี่ยวเฉาไร้ชีวิตชีวา ดั่งผีตายซากเช่นนั้น”
“ความแปดเปื้อนและไม่บริสุทธิ์”
“ฮะ! หรือว่า!”
“ซูซู เ้าจำได้ไม๊ ว่าพวกิญญาหรือปีศาจที่ข้ามภพมา และเ้าส่งกลับหลังจากที่จุติแล้ว สภาพเป็อย่างไร และจะไปที่ไหนยังไงต่อ”
“อื้ม! หลังจาก จุติ ิญญาออกจากร่าง จะไร้พลัง อ่อนแอ ไร้หนทางไป การเปิดประตูด้วยเคียวยมฑูตินั้นจะเป็การนำทางเหล่าิญญาสู่ภพภูมิที่เหมาะสม ข้าเข้าใจเช่นนั้นมาตลอด แต่พวกข้าพึ่งได้เรียนรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่อยู่ข้างบน และ เกิดขึ้นระหว่างเส้นทางการเวียนว่ายข้ามภพภูมินี้ ที่พวกเราไม่เคยรู้มาก่อน”
“พวกท่านหมายถึง สิ่งใดกัน!” หม่าเติงเอ่ยถามสงสัย
“พระแม่แห่งจิติญญา ท่านสถิตอยู่ภพพืชพันธุ์ ผู้ให้กำเนดทุกดวงิญญา” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“โอววว! นี่พวกท่านพูดจริงหรอ พระแม่แห่งจิติญญา ที่ยิ่งใหญ่กว่าองค์จักรพรรดิมีอยู่จริงและประทับอยู่ที่พบพืชพันธุ์หรอ” หม่าเติงฟังขนลุกสะท้านไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“ถูกต้องท่านหม่าเติง ทุกดวงจิตล้วนถูกสร้างและส่งไปปฏิสนธิที่ภพภูมิที่เหมาะโดยพระแม่แห่งจิติญญา และ เมื่อดวงิญญานั้นหมดอายุขัยลง หลังจุติ ิญญาจะเร่ร่อนตามแสงแห่งพระแม่เพื่อคืนกลับสู่อ้อมกอดแห่งจิติญญา ณ ที่แห่งนั้น ไม่ว่าดวงิญญาที่ขาดวิ่น ร่อนเร่ อ่อนแอ ดำมืด ขาวสว่าง ล้วนได้รับการปลอบโยน และคืนกลับสู่ภพภูมิที่เหมาะสม
แต่ด้วยพลังวิเศษของพันธุ์ไม้แห่งการเวียนว่ายยูหลกโฮ่วนั้น ทำให้เหล่าิญญาของชาวหมู่บ้านิหยวนที่จุติออกจากร่าง ผ่านสิ่งแปดเปื้อนจากิญญาเร่ร่อนทั้งภพนี้และภพภูมิอื่นมากมาย แต่ไม่ได้ถูกชำระล้างโดยพระแม่แห่งจิติญญา ดวงวิญาณเ่าั้คือดวงิญญาที่ไม่บริสุทธิ์ เสมือนการแฝงร่างจากต่างภพภูมิที่ชาวหมู่บ้านชุนเทียนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ะเิในครั้งนั้น ร่างกายทุกคนต่างโดนผสมกับชาวต่างภพมากมายจนมีรูปร่างประหลาด แต่กับกรณีนี้มันคือการแฝงร่างในรูปแบบิญญาที่เกาะเกี่ยวสิ่งสกปรกมาเต็มคราบ ไม่บริสุทธิ์ ขาดการชำระล้าง แต่โดนยูหลกโฮ่วเรียกหาและดึงกลับเข้าร่าง ดังนี้มันคือคำตอบว่าทำไมผู้คนที่หมู่บ้านแห่งนี้ ถึงยังเป็ตัวของตัวเองที่มีความทรงจำความรักในเครือญาติแบบมนุษย์ แต่สัมปชัญญะและการแสดงออกอากัปกิริยา น่าขยะแขยง ดูไร้สติ ง่อยเปลี้ยดั่งภูติผี ิญญาพวกเค้าแปดเปื้อนสิ่งชั่วร้ายก่อนกลับเข้าร่างๆ และถ้าทิ้งเอาไว้อีกไม่นาน ความวิปริตที่เกิดขึ้นในดวงิญญาก็จะแสดงออกมาทางกายหยาบด้านนอก และเหมือนพวกเค้าจะกลายเป็ภูติผีเดินได้กินเืเนื้ออย่างเต็มตัว” ฮวาเฟยฟาเล่ายาว
“ดวงิญญาแปดเปื้อนเข้าสิงร่างมนุษย์หรอ มันฟังดูร้ายแรงกว่าที่เคยเจอมา พวกชาวหมู่บ้านชุนเทียนต่างก็ยังคงิญญาบริสุทธิ์ของตัวเองไว้ ส่วนที่ทำให้กลายร่างคือิญญาที่แทรกเข้ามายามร่างกายอ่อนแอ แต่นี่ถูกแฝงในขณะที่เป็ิญญา เราจะทำอย่างไร หรือว่าต้องเป็มนต์ ชำระิญญา “โครงเจี๋ยเหยี่ย” ที่ใช้ชำระล้าง นั่นจะเป็ไปได้ไหม” เ้าวั่งซูเอ่ยถามกังวล
“ใช่ ต้องเป็มนต์เจี๋ยเหยี่ยเพื่อชำระล้างนั่นแหละ แต่ว่าต้องเป็มนต์ที่มีพลังในการชำระล้างรุนแรงกว่าเจี๋ยเหยี่ยมันถึงแทรกซึมเข้าไปในิญญาและชะล้างได้” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“องค์ชาย หรือว่าท่านหมายถึง “มนต์แสงธรรมโพธิสัตว์” ขององค์พุทธซิงซิงเจี่ย ” หม่าเติงกล่าวตาโต
“ถูกต้องท่านหม่าเติง”
“เอ่อ! ข้าว่า ข้าว่าอย่าเลยท่านคงไม่มาช่วยด้วยเหตุการณ์แบบนี้หรอก” หม่าเติงพูดติดขัดในลมหายใจแและน้ำเสียง
“ทำไมท่านจึงคิดเช่นนั้น บทสวดขององค์พุทธซิงซิงเจี่ยคือทางออกทางเดียวของเื่นี้ ข้าคิดว่าท่านต้องเมตตา และอีกอย่างท่านต้องเหตุการณ์ครานี้อยู่แล้ว” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“มันคือสิ่งใดกัน!? เฟยเฟย มนต์แสงธรรมโพธิสัตว์” เ้าวั่งซูเอ่ยถามสงสัย
“มนต์แสงธรรมโพธิสัตว์ คือ มนต์ใหญ่ที่ครอบมนต์ชำระล้างไว้ นั่นหมายความว่า โคลงเจี๋ยเหยี่ย หรือโคลงคืนชีวิตนั้นเป็เพียงท่อนหนึ่งของมนต์แสงธรรมโพธิสัตว์ แต่ว่ามันไม่สามารถสวดโดย ผู้ฝึกตน เทพ เซียน หรือ มารได้ แต่ต้องโดนเรียบเรียงและสวดถ่ายทอดโดย พระอรหันต์ทั้ง 9999 รูปที่ถือกำเนิดขึ้นที่วังสระบัวป่าไผ่ทองที่ประทับแห่งองค์พุทธซิงซิงเจี่ย ข้าว่าด้วยมนต์นั้นจะสามารถชำระิญญาที่แปดเปื้อนของชาวหมู่บ้านิหยวนให้กลับมาปกติได้ “ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ขนาดโคลงเจี๋ยเหยี่ยท่อนเดียวยังชำระร่างให้กลับคืนได้ขนาดนั้น แสดงว่ามนต์แสงธรรมโพธิสัตว์จะต้อง.....!? ถ้างั้น เ้าและชิงหลง ไปกับ ท่านหม่าเติง ไป์ไปทำสิ่งที่ควรทำ ส่วนข้าและหลิ่งกว่างจะล่อพวกผีร้ายให้มาอยู่ที่เดียวกัน” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ข้าว่าพวกผีร้ายต้องอยู่ในที่เดียวกันเพื่อให้มนต์เข้าถึงและมีเวลา แล้วเ้าจะใช้อะไรจับกักกันพวกผีร้ายมากขนาดนั้น” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“อืมม ข้าคิดว่าควรจะเป็ วงเวทย์ปรภพ ของท่านพ่อ วงเวทย์นั้นท่านพ่อใช้กักันสัตว์ร้ายจากปรภพไม่ให้หนีออกจากอาณาเขต และมันเป็วงเวทย์ที่แกร่งที่สุดในทุกภพที่สามารถจับขังได้ทุกสิ่ง” เ้าวั่งซูเอ่ย
“อืมได้ งั้นซูซูข้างล่างฝากเ้าด้วย ส่วนข้าจะไปกับท่านหม่าเติงเฝ้าองค์พุทธซิงซิงเจี่ย เพื่อขอคามช่วยเหลือจากท่าน” ฮวาเฟยฟาหันมาบอกคนรัก ในขณะที่ยังสนทนากันไม่จบ ข้างนอกผีร้ายก็เริ่มขยับตัว และวิ่งโหวกเหวกโวยวายหาเื และเนื่องจากพวกมันได้กลิ่นมนุษย์จากตำหนักท่านหม่าเติง จึงทำให้ผีจำนวนมากมาทุบ และจะพังประตูตำหนักเข้ามา
“พวกเ้ารีบไปเถอะ พวกข้าจะนำล่อผีไปอีกทาง ว่าแต่มันควจะถุกล่อไปทางไหน ถึงมีพื้นที่กว้างพอกักผีทั้งหมดไว้ในที่เดียวกัน” เ้าวั่งซูคิด
“ที่หน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านขอรับ ที่นั่นมีป่าไผ่ มีมนต์ “ทำนองโหยหวนพรำนำถอดจิต” ที่สามารถกักพวกชาวบ้านไม่ให้ออกนอกอาณาเขต ได้โปรดให้ข้าไปด้วย ข้าจักช่วยท่านนำทางเอง” หลันอี้ หนุ่มน้อยเอ่ยคำแนะนำและขอติดตามไป
“ได้ เ้าหนุ่มน้อย งั้นไปด้วยกัน เ้านำทางข้า” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ข้า! ข้า! ข้าด้วย! ข้าก็จะไปกับท่านด้วย ข้าจะไปช่วยทุกคนให้หาย และ ขอให้พวกเค้าช่วยคืนชีพให้ท่านแม่ข้า” เด็กน้อยซีเซียงพูดเสียงสั่นน้ำตาคลอเบ้า
“แน่นอนซีเซียงเ้าจงไปกับพี่วั่งซู แต่เ้าต้องสัญญาว่าจะนั่งอยู่บนหลังหลิ่งกวาง จับให้มั่น อย่าว่อกแว่กไปไหน สัญญากับข้าได้ไหม” ฮวาเฟยฟาเดินมาลูบหัวพร้อมถามอย่างอ่อนโยน
“ได้! ได้! ได้สิข้าสัญญา ข้าจะนั่งกอดเ้ากวางน้อยไม่หล่นหายไปไหน” ซีเซียงรับปากอย่างซื่อ ทุกคนหันมามองและอมยิ้ม เสียงกรีดร้องโหยหวนหน้าประตูเริ่มดังขึ้น ยิ่งดึกพวกผีร้ายก็เริ่มมีพลัง
“ไป พวกเ้าพร้อมใช่ไม๊ เราลุยไปกัน พวกข้าจะเปิดทางให้ก่อน ส่วนพวกท่านแยกไป” เ้าวั่งซูหันมามองเฟยฟาและคว้ามือกำบีบสบตามุ่งมั่น
“อื้ม เ้าก็ระวังตัวซูซู พวกผีนี่ดูดเื และ สามารถแพร่เชื้อข้ามมาได้ ห้ามเข้าใกล้พวกนั้นโดนเด็ดขาด” ฮวาเฟยฟาบีบมือคนรักกลับและส่งสายตาห่วงใย
