"หืม? นายรู้ได้ยังไงว่าพวกเราเป็ผู้บ่มเพาะ" ทางด้านเจียงฮ่าวเขาไม่ได้มีสายตาหลักแหลมเท่ากับปู่ของตัวเองดังนั้นเมื่อเขาได้ยินคำถามของหลินเทียนเขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาถามด้วยความสงสัย
"แน่นอนว่าผมก็เป็ผู้บ่มเพาะเหมือนกัน"หลินเทียนกล่าวตอบคำถามของเจียงฮ่าวด้วยรอยยิ้ม
"เป็เช่นนี้นี่เอง! แต่ว่าทำไมฉันถึงไม่สามารถเห็นพลังการบ่มเพาะของนายล่ะหรือว่าระดับของนายจะสูงกว่าฉัน?" เจียงฮ่าวอดที่จะถามไม่ได้ เป็ไปได้หรือไม่ที่พลังการบ่มเพาะของหลินเทียนจะสูงกว่าเขา
หลินเทียนคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะตอบอย่างไรดี ถ้าเกิดเขาตอบว่าใช่ เขาก็กลัวว่านี่จะเป็การดึงดูดสายตามากเกินไป
ในขณะที่หลินเทียนกำลังสรรหาคำที่จะตอบนั้นจู่ๆชายชราเจียงเฉินก็เอ่ยปากพูดออกมา"หนุ่มน้อยหรือว่าเ้าเพิ่งจะเริ่มบ่มเพาะพลังอย่างงั้นหรือ"
หลินเทียนเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าตามน้ำไป "ใช่แล้วท่านาุโ ผมเพิ่งจะเริ่มบ่มเพาะพลังเมื่อ 2-3 วันมานี้เอง"
"อย่างนี้นี่เอง งั้นก็แปลว่าเธอยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นปรับแต่งร่างกายอย่างนั้นสิน่ะ"
"ขั้นปรับแต่งร่างกาย? มันคืออะไรอย่างงั้นหรอ" หลินเทียนถามออกมาพร้อมกับทำท่าทางสงสัย อันที่จริงเเล้วเขารู้ว่ามันคืออะไร เพียงแค่เขาอยากจะหลอกถามอีกฝ่ายว่าขั้นพลังการบ่มเพาะในโลกนี้และโลกแห่งการบ่มเพาะแตกต่างหรือไม่เท่านั้นเอง
"นายไม่รู้อย่างงั้นหรอ" เจียงฮ่าวถามออกมาด้วยความแปลกใจ เป็ไปได้ยังไงที่หลินเทียนจะไม่รู้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการบ่มเพาะ เื่นี้มันสำคัญมากสำหรับผู้บ่มเพาะ
สำหรับผู้บ่มเพาะแล้วระดับของการบ่มเพาะนั้นนับเป็พื้นฐานที่จะต้องเรียนรู้ก่อนที่เข้าสู่ขั้นตอนการบ่มเพาะ
ชายชราเจียงเฉินก็จ้องมองไปที่หลินเทียนด้วยความแปลกใจระคนสงสัยเช่นกัน
เมื่อเห็นสายตาแปลกๆของสองปู่หลาน หลินเทียนก็ยิ้มออกมาเบาๆและกล่าวว่า " คือว่า อันที่จริงผมได้รับคัมภีร์การบ่มเพาะมาจากร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่เชื่อว่ามันเป็เื่จริงจนเมื่อผมทดลองฝึกมัน ปรากฏว่ามันทำให้พละกำลังของผมแข็งแกร่งขึ้น "
"ดังนั้นนายเลยไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะสินะ?"ชายชราเจียงเฉินถามออกมา
"ใช่แล้วผู้าุโผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวผู้บ่มเพาะ รบกวนท่านาุโชี้แนะด้วย"หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยท่าทางนอบน้อม
"อืม ถือว่าการที่เราพบกันในครั้งนี้โชคชะตาเป็คนกำหนดมา เื่พื้นฐานสำหรับผู้บ่มเพาะก็คือระดับพลัง ซึ่งระดับพลังของผู้บ่มเพาะนั้นแบ่งออกเป็ ปรับแต่งร่างกาย สร้างรากฐาน รวบรวมลมปราณ ควบแน่นลมปราณ หล่อเลี้ยงลมปราณ ปฐี ์ เซียน ซึ่งแต่ละระดับจะเเบ่งออกเป็ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง ขั้นสุดยอด " ชายชราเจียงเฉินกล่าวออกมาด้วยท่าทางผ่อนคลาย
"ท่านผู้าุโระดับพลังสิ้นสุดแค่เพียงระดับเซียนเท่านั้นเองหรือ"หลินเทียนถามอย่างสงสัย
"อันนี้ไม่ชัดเจน แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดภายในโลกนี้ไปถึงระดับเซียนเท่านั้น"ชายชราเจียงเฉินตอบกลับมา
'เป็ไปอย่างที่คิด ระดับพลังไม่แตกต่างไปจากโลกแห่งการบ่มเพาะเลย เพียงแค่ในโลกนี้สิ้นสุดเเค่ระดับเซียนเท่านั้นเอง หรือว่าโลกนี้กับโลกแห่งการบ่มเพาะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน?' หลินเทียนคิดกับตัวเองอย่างเงียบๆ
"ท่านาุโท่านทราบหรือไม่ว่าใครแข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้?" หลินเทียนถามออกมาด้วยความอยากรู้ เขาอยากรู้ว่าใครแข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ เผื่อว่าคนนั้นสามารถพูดคุยกับเขาได้
"คนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอย่างงั้นหรอ"ชายชราคิดสักพักและกล่าวออกมา "ตอนนี้เท่าที่ฉันรู้มีผู้บ่มเพาะพลังระดับ์เพียง 5 คนเท่านั้น ได้แก่ กู่ชิงเฟิงแห่งอารามเมฆขาว ปี่จิ้งฝ่ายรัฐบาล ถังเห่าหรานแห่งสำนักูเานิรันดร์ เว่ยเทียนิแห่งสำนักสายธารศักดิ์สิทธิ์ และคนสุดท้าย หลินเซี่ยวเฟิงแห่งตระกูลหลิน"
"หลินเซี่ยวเฟิง?ตระกูลหลิน?" หลินเทียนพึมพำออกมาด้วยความแปลกใจ ชื่อนี้เหมือนกับชื่อของปู่ของเขาเลย
"ใช่แล้วละ หลินเซี่ยวเฟิงแห่งตระกูหลินในเย่นจิง อัฉริยะในรอบ1พันปีของตระกูลหลิน ปัจจุบันอายุ80ปีสามารถบุกทะลวงไปยังระดับ์ได้แล้วได้แล้ว มีข่าวลือว่าเขาอาจไปถึงระดับเซียนแล้ว" ชายชราเจียงเฉินกล่าวออกมาด้วยความชื่นชมเมื่อกล่าวถึงหลินเซี่ยวเฟิง
หลินเทียนเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็แปลกใจทันที มันเป็เื่บังเอิญอย่างนั้นหรอ ชื่อนี้เหมือนกับชื่อปู่ของเขาเลย แต่...มันคงจะเป็ไปไม่ได้มั้ง?
"ท่านาุโ หลินเซี่วเฟิงแห่งตระกูลหลินมีลูกชายที่ชื่อหลินเซี่ยวหยุนใช่หรือไม่" หลินเทียนถามหยั่งเชิงออกมาเพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง ถึงแม้ว่าเขาจะรู้เป็ไปไม่ได้แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้อยากถามคำถามนี้ออกมา
"ใช่แล้วละ เขามีลูกชายที่ชื่อหลินเซียวหยุนปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็ผู้นำตระกูลหลิน"
สิ้นเสียงของชายชราเจียงเฉิน ร่างกายของหลินเทียนก็สั่นขึ้นมาทันทีอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหันหน้าไปมองเจียงฮ่าวและถามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "พี่ฮ่าว วันนี้วันที่เท่าไหร่อย่างงั้นหรอ"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ตื่นเต้นของหลินเทียน เจียงฮ่าวก็แปลกใจเล็กน้อย และกล่าวตอบ "วันนี้วันที่ 7 เดือนพฤศจิกายน 2020 "
"เดือนพฤศจิกายน 2020 ยังงั้นหรอ.." หลินเทียนพูดกับตัวเองเบา และเค้นความทรงจำเก่าออกมา จากนั้นดวงตาของเขาก็แดงก่ำขึ้นมาในทันที เขากล่าวขอบคุณเจียงฮ่าวและชายชราเจียงเฉิน จากนั้นก็หันหลังและเดินออกมาทันที
เจียงฮ่าวรู้สึกแปลกใจและสงสัยเป็อย่างมากว่าทำไมหลินเทียนถึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้ เมื่อหลินเทียนได้รู้วันที่ร่างกายของเขาก็ตื่นเต้นและดวงตาแดงก่ำทันที มีอะไรบางอย่างผิดปกติหรือเปล่า?
หลังจากที่หลินเทียนเดินจากสองปู่หลานมาได้ไม่นาน ดวงตาทั้งสองก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาขึ้นมาทันที เขาเค้นความทรงจำของเขาออกมาและปรากฏว่าตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุนั้น เป็วันที่ 10 สิงหาคม 2020 และเขาเพิ่งรู้จากเจียงฮ่าวว่าวันนี้เป็วันที่ 6 พฤศจิกายน 2020 ซึ่งนั้นหมายความว่าเวลาเพิ่งผ่านไปเพียงแค่ 3 เดือนกว่าๆเท่านั้นเอง! ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าพ่อกับแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่อย่างงั้นหรอ?
หลินเทียนตั้งสติสักพักจากนั้นก็หลับตาและเค้นหาที่ตั้งของบ้านของเขาในเย่นจิงจากความทรงจำที่เรือนราง
หลังจากนั้นไม่นานหลินเทียนก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมประกายความสุขในดวงตา หลินเทียนก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวจากนั้นมิติเบื้องหน้าของเขาก็ได้กระเพื่อม ไม่นานเขาก็ได้หายไปจากที่นั่นทันที!
เย่นจิง คฤหาสน์ตระกูลหลิน
ที่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์จู่ๆก็ปรากฏชายหนุ่มสวมชุดจอมยุทธ์ขึ้นมาอย่างกระทันหันภายในอากาศที่ว่างเปล่า เมื่อยามสองคนเห็นดังนั้นดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันทีอย่างไม่อยากจะเชื่อ! พวกเขาคิดพวกตัวเองคงโดนผีหลอกกลางวันแสกๆแน่ๆ
ไม่ทันที่ยามทั้งสองจะได้ตั้งสติจู่ๆชายหนุ่มสวมชุดจอมยุทธ์ก็หายไปต่อหน้าต่อตา เมื่อพวกเขาได้สติ พวกเขาทั่งสองหันหน้ามามองกันและกันพร้อมกับปรากฏความหวาดกลัวในดวงตาทั้งสองคน
