เสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น มองไกลๆ ก็เห็นเด็กหนุ่มร่างผอมบางคนหนึ่งกำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น เขาถูกทหารเมืองแบล็กสโตนสองถึงสามคนใช้ตะขอั์เจาะไปที่สะบ้าไหล่ของเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างเหี้ยมโหด เด็กหนุ่มที่น่าสงสารส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา แต่ไม่ว่าจะกรีดร้องหรืออ้อนวอนทั้งน้ำตา มันก็ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ในดวงตาของพวกทหารเมืองแบล็กสโตนฉายแววสนุกสนานออกมา ยิ่งเด็กคนนั้นเ็ปมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งกระทำรุนแรงมากขึ้น
เด็กหนุ่มที่น่าสงสารถูกลากไปไกลถึงยี่สิบเมตร แผ่นหลังของเขาทิ้งรอยเืสีแดงสดลากยาวเป็ทาง ลมหายใจของเขาขาดห้วงเล็กน้อย
บนลานจัตุรัสหิน ไม่ช้าเด็กหนุ่มคนนั้นก็ถูกผู้คุมที่หน้าตาเหี้ยมโหดใช้ลวดหนามที่แหลมคมมัดเข้ากับเสาหิน หนามแหลมๆ ของลวดทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อของเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างรุนแรง ในขณะที่ทหารอีกนายใช้แส้เฆี่ยนไปตามร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างรุนแรง ิับนร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นปริแตกนับไม่ถ้วน เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เด็กหนุ่มที่น่าสงสารมีชีวิตเหลืออยู่ไม่มาก เขาสูญเสียสติสัมปชัญญะ ยามที่แส้หนังกระหน่ำฟาดลงบนร่าง ร่างกายของเขาก็กระตุกไปตามแรงฟาด แรงส่งเสียงร้องแทบไม่มีเหลือ...
ซุนเฟยขมวดคิ้วแน่น
ตอนนี้เอง...
“ถุย! ลากมันไปให้ไกลกว่านี้อีก ไอ้ลูกหมาเมืองแซมบอร์ดเอ๊ย กล้าดีอย่างไรมาทำี้เี ถ้าหนังมันไม่ลอกทั้งหมดอย่าหยุดเด็ดขาด!” นายทหารคนหนึ่งกระหน่ำแส้ฟาดไปที่ร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างรุนแรง เมื่อเห็นเืออกจมูกไม่หยุดก็ถ่มน้ำลายใส่หน้า ก่อนจะสถบด่าออกมา
“หัวหน้า เด็กนั่นเป็เด็กที่ลักพาตัวมาจากเมืองแซมบอร์ดหรือ?” ทหารอีกคนที่อยู่ด้านข้างถามขึ้นมา
“อืม กลุ่มทหารรับจ้างดาบโลหิตส่งมาให้เมื่อครึ่งปีก่อน เห็นบอกว่าเป็คนของเมืองแซมบอร์ด...ตาบอดจริงๆ ข้าเห็นว่ามันร่างผอมบางดูน่าสงสาร ถึงได้ให้มันอยู่ทำความสะอาดที่ป้อมเรา ใครมันจะไปรู้ว่าไอ้เด็กเวรนี่มันกล้าขโมยของของข้า ถุย พวกเมืองแซมบอร์ดมีแต่สวะทั้งนั้น ข้าได้ข่าวมาว่าาาปัญญาอ่อนของพวกมันกลับมาเป็ปกติแล้ว หากมันยังไม่ตาย ข้าจะส่งมันไปที่หลุมแร่...” หัวหน้าทหารตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ซุนเฟยที่อยู่ห่างออกไปก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
ชาวแซมบอร์ด?
เด็กคนนั้นเป็ชาวเมืองแซมบอร์ด?
ซุนเฟยรู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แปเตอร์ แช็คและคนอื่นที่อยู่ข้างๆ เขาต่างก็เป็ยอดฝีมือที่มีประสาทััที่แหลมคมว่องไว แน่นอนว่าต้องได้ยินประโยคที่พวกทหารแบล็กสโตนพูดกัน ในใจของพวกเขาเหมือนมีเปลวไฟแห่งความเกรี้ยวโกรธลุกโชนขึ้นมา หัวใจของพวกเขาสั่นสะท้าน พวกเขารู้ได้ทันทีว่าควรจะต้องทำอย่างไรต่อ หลังจากที่าาของพวกเขากลับมาเป็ปกติ ฝ่าาทรงมีพระเมตตาและความกล้าหาญที่ใครก็เทียบไม่ได้ ฝ่าามีข้อดีที่พิเศษที่สุดอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือรักพวกพ้อง ในงานเลี้ยงฉลองหลังจากที่ชนะศึกกับพวกทหารเกราะดำ เพื่อชาวบ้านธรรมดาแล้ว พระองค์กล้าที่จะเผชิญหน้ากับองค์ชายแห่งาาอาณาจักรและสังหารพวกอัศวินม้าสารเลวถึงสิบคน รวมไปถึงสังหารรองอัศวินเซมัค ยิ่งตอนนี้พระองค์ได้เห็นฉากนี้ ไม่ต้องใช้ความคิดพวกเขาก็รู้ว่าองค์าาจะไม่สนใจเลยว่า ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในป้อมปราการเมืองแบล็กสโตนที่มีกองกำลังคุ้มกันอย่างแ่า และแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่มาทำให้ฝ่าาทรงพิโรธ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจแบกรับไหว
ฟุ่บๆๆๆ!
เสียงลูกธนูดังขึ้นติดๆ กันถึงสี่ครั้ง ลูกธนูทั้งสี่ดอกพุ่งไปทางพวกทหารเมืองแบล็กสโตน ลูกธนูดอกแรกทะลวงข้อมือของหัวหน้าทหารที่กำลังถือแส้ไปปักเข้ากับเสาหิน ส่วนอีกสามคนที่เหลือถูกยิงที่เข่าจนทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เืค่อยๆ ไหลออกมาจากปากแผล
แต่คนที่ลงมือไม่ใช่ซุนเฟย
แต่เป็ราชองครักษ์หนุ่มผมทองเฟร์นันโด ตอร์เรส
ราชองค์รักษ์ของซุนเฟยคนนี้เป็คนฉลาดและรอบคอบ หลังจากผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายของ 'น้ำยาฮัลค์' แล้ว เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่มุมานะฝึกฝนจนกลายเป็นักรบคลื่นพลังสองดาว แต่ยังฝากตัวเป็ลูกศิษย์ของเอเลน่าเพื่อเรียนรู้ทักษะการยิงธนูด้วย ก่อนหน้านี้เขาเคยเกือบถูกฆ่าเพราะว่า ‘กล้าทำในสิ่งที่ชอบธรรม’ ทำให้ซุนเฟยสนใจเขาและรับเข้ามาอยู่ในตำแหน่งราชองครักษ์ โดยธรรมชาติแล้ว นิสัยของตอร์เรสคือการที่ทนเห็นคนอื่นถูกรังแกไม่ได้ หากพูดกันตามตรง เขาน่าจะเป็คนที่รักพวกพ้องมากยิ่งกว่าซุนเฟยเสียอีก ตอร์เรสรู้ดีว่าองค์าาจะต้องลงมืออย่างแน่นอน แต่ในความคิดของเขา หากให้องค์าาเป็ฝ่ายลงมือจัดการไอ้สารเลวพวกนี้ด้วยตัวเอง มันจะเป็การลดเกียรติของพระองค์ ดังนั้นเขาจึงชิงลงมือก่อน และฝีมือการยิงธนูของตอร์เรสก็แม่นยำราวกับจับวางมาก ลูกธนูพวกนี้เพียงแค่ยิงให้ได้รับาเ็ แต่ไม่ถึงกับให้พวกมันทั้งสี่คนตายไปในทันที
ซุนเฟยพยักหน้าให้ตอร์เรสอย่างพอใจ จากนั้นก็โบกมือให้กองทัพหยุดชั่วคราวแล้วสั่งให้แลมพาร์ดนำยอดฝีมืออีกหกคนไปช่วยกันนำชาวเมืองแซมบอร์ดที่ถูกมัดบนเสาหินลงมา
ซุนเฟยเรียกขวานม่วงออกมาก่อนจะฟันลวดที่อยู่บนร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นจนขาด ก่อนจะประคองร่างผอมบางนั่นขึ้นมาโดยไม่รังเกียจคราบเืหรือคราบสกปรกเลยสักนิด ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดพาลาดิน' โคจรพลังในร่างจนเกิดแสงสว่างสีทองเรืองรองขึ้นมา จากนั้นก็เปิดใช้ทักษะ 'ภาวนา' สร้างวงแหวนสีทองวงเล็กๆ ขึ้น ก่อนที่มันจะลอยออกจากมือของซุนเฟยเข้าไปที่ร่างของเด็กหนุ่มคนนั้น
ตอนนี้ 'โหมดพาลาดิน' ของซุนเฟยใกล้จะเลเวล 34 แล้ว ทำให้ทักษะ 'ภาวนา' อยู่ในระดับสูง เขาไม่จำเป็ต้องกระทืบพื้นเพียงสร้าง 'วงแหวนแห่งา' เหมือนในอดีตอีกแล้ว และยังสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของวงแหวนแห่งาได้อีกด้วย
ในโลก Diablo ซุนเฟยได้เปลี่ยนขนาดวงแหวนสีทองของทักษะ 'ภาวนา' ให้เล็กลงและมีคุณสมบัติพิเศษ +100 พลังชีวิตภายในสิบวินาที ในโลกแห่งความจริงนั้น แม้ว่าผลของวงแหวนสีทองจะไม่สามารถแสดงผลเป็ตัวเลขได้ แต่ผลการรักษาจะแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน หลังจากที่วงแหวนสีทองเข้าไปในร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นแล้ว ร่างของเขาก็เริ่มมีแสงสว่างสีทองจางๆ ขึ้นมา าแบนร่างของเขาค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง รอยแผลและแผลพุพองก็เริ่มหดตัว แม้แต่เืที่ไหลออกมาจากรูบนข้อมือและหลุมแผลที่ถูกตะขอเหล็กเกี่ยวที่ไหล่ก็หยุดไหล ก่อนจะเริ่มสมานกันอย่างช้าๆ
ประสาทััทั้งห้าของเด็กหนุ่มก็ดูเหมือนจะกลับมาแล้ว เสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากปากของเด็กหนุ่ม ร่างผอมบางสะดุ้งเฮือกราวกับฝันร้าย ดวงตายังคงปิดสนิท ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด ปากก็ละเมอพูดอ้อนวอนขอชีวิตไม่หยุด...
“อ๊าก! เป็สุนัขตัวไหนกัน? ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง? ถึงได้กล้ามาลงมือกับข้าร็อบบี้ผู้นี้? รนหาที่ตายจริงๆ!” ชายที่เป็หัวหน้าทหารตวาดขึ้นมา เขาดึงลูกธนูที่ปักข้อมือของเขาออก ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด ก่อนจะหันหน้ากลับมาอย่างโมโห “เทย์เลอร์ เอ็ดดี้...ไอ้พวกโง่เอ๊ย ทำบ้าอะไรกันอยู่วะ? รีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ สังหารไอ้พวกลูกหมาพวกนี้เสีย!”
ทหารเมืองแบล็กสโตนสามสี่นายกำดาบในมือแน่น ขณะที่วิ่งออกมาจากในป้อมปราการสีดำ
ซุนเฟยยกมือลูบเปลือกตาที่ปิดสนิท ก่อนจะสร้างวงแหวนทองคำอีกวงขึ้นมาแล้วส่งเข้าไปในร่างเด็กหนุ่มอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้ทักษะใดๆ ของพาลาดิน เพียงส่งพลังเข้าไปในร่างของเขา ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความกลัว เขาจึงส่งพลังที่สามารถขจัดความกลัวและความชั่วร้ายเข้าไปในร่าง เพื่อปลอบโยนิญญาและจิตใจของเด็กหนุ่มคนนี้
ผลก็คือ หลังจากที่วงแหวนสีทองหายเข้าไปในร่าง ร่างของเด็กหนุ่มก็หยุดสั่น
“อา...นี่คือ...แย่แล้ว....หนี! พวกท่านต้องรีบหนี! ไม่ต้องสนใจข้า!”
เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมา ดวงตาใสๆ ของเด็กคนนี้ชวนให้ทุกคนที่มองนึกถึงน้ำพุที่ใสสะอาดกลางหุบเขา เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะไปสะดุดที่ร่างของทหารแบล็กสโตนที่ได้รับาเ็ เขาก็รู้เื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแทบจะในทันที สิ่งที่ทำให้ซุนเฟยและยอดฝีมือทั้งหกคนแปลกใจก็คือ ปฏิกิริยาแรกของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่การขอร้องให้ช่วยหรือพยายามซ่อนตัว แม้ว่าร่างผอมบางจะสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้ง แต่สิ่งแรกที่เขาคิดถึงไม่ใช่ตัวเอง ทว่าเป็พวกเขา เด็กหนุ่มคนนี้รีบดันซุนเฟยและคนอื่นๆ ให้ออกไป “ท่านผู้มีพระคุณ รีบหนีไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้า พวกเขาจะฆ่าพวกท่าน...”
“หนี? ฮ่าๆๆๆ ช้าไปแล้ว! พวกเ้าทั้งหกคนต้องตาย วันนี้ปู่ร็อบบี้จะเหยียบพวกเ้าให้เละ ให้พวกเ้าต้องอยู่ในสภาพน่าสมเพชจนต้องอ้อนวอนขอชีวิต!” หัวหน้านายทหาระโแทรกขึ้นมาอย่างเย่อหยิ่ง ขณะที่นำทหารจำนวนสี่สิบกว่านายเข้าล้อมรอบพวกซุนเฟย “คุกเข่าอ้อนวอนปู่ร็อบบี้เสีย เดี๋ยวปู่คนนี้จะเมตตาแทงพวกเ้าให้ตายในดาบเดียวเอง!”
เพียงซุนเฟยปลายตามอง พวกเขาก็รู้สึกเหมือนว่ามีอาวุธแหลมคมบางอย่างกำลังจ่อที่คอของพวกเขา รังสีฆ่าฟันที่พรั่งพรูออกมาจากร่างของซุนเฟย ทำให้พวกทหารแบล็กสโตนทั้งสี่สิบกว่านายไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ซุนเฟยตบไปที่ไหล่ของเด็กหนุ่มตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะถามว่า “หนุ่มน้อย อย่ากลัวไปเลย บอกข้ามาสิว่าเ้าชื่ออะไร?”
“ลูก้า...ข้าชื่อลูก้า เป็บุตรชายของคารุโซ!”
ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขากวาดสายตามองร่างของซุนเฟยและบุรุษร่างกำยำอีกหกคนที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะหันมาก้มมองร่างของตัวเองอย่างแปลกใจ เมื่อพบว่าร่างของเขาไม่มีาแใดๆ หลงเหลือไว้ ไม่มีแม้กระทั่งความเ็ป อีกทั้งคนที่อยู่ตรงหน้าก็ดูใจดีและเป็กันเองกับเขามาก
“เอาล่ะ ลูก้า เ้าบอกข้ามาสิ ทำไมพวกเขาถึงทำร้ายเ้า?” ซุนเฟยเอ่ยปากถามอย่างอดทน
“ขาของท่านลุงโซล่าหัก...เขาได้รับาเ็หนักมาก ไม่สามารถทำงานในเหมืองแร่ต่อได้...ไม่มีใครดูแลเขา...เขาถูกโยนทิ้งไปที่หลุมสำหรับคนตาย อีกไม่นานคงหิวตาย...ข้า...ข้าจึงขโมยเศษขนมปังไปให้เขา แต่ก็ถูกหัวหน้าร็อบบี้จับได้...” เด็กหนุ่มจึงเล่าเื่ราวทั้งหมดออกมา ร่างผอมบางอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
“เพียงเพราะขโมยเศษขนมปัง?” ซุนเฟยตกตะลึง
“ยังเป็เพราะข้าเป็คนของเมืองแซมบอร์ด...” เด็กหนุ่มก้มหน้าพลางกำหมัดแน่น ซุนเฟยมองเห็นถึงความหวังและความภาคภูมิใจปรากฏขึ้นมาในดวงตาคู่นั้น “พวกทหารของเมืองแบล็กสโตนเกลียดชังคนของเมืองแซมบอร์ด ลุงโซล่าเองก็เป็คนของเมืองแซมบอร์ด เขาได้ยินมาว่าองค์าาเมืองแซมบอร์ดองค์ใหม่เป็คนที่ชาญฉลาด เขาเผยแพร่ประมวลผลกฎหมาย แม้กระทั่งสามารถเอาชนะกองทัพพันธมิตรทั้งเก้าอาณาจักรได้ ท่านลุงโซล่าเป็คนเอาเื่นี้มาเล่าให้พวกทาสที่มาจากเมืองแซมบอร์ดด้วยกันฟัง มันจุดประกายความหวังของทุกคน ลุงโซล่าบอกว่าอีกไม่นาน ฝ่าาจะยกทัพมาจัดการปีศาจพวกนี้และมาช่วยพวกเราออกไป แต่คนพวกนี้ได้ยินเข้าจึงเข้าไปทำร้ายท่านลุงโซล่าจนขาหักท่านสองข้าง จากนั้นก็โยนไปที่หลุมสำหรับคนตาย...” พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเด็กหนุ่มก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวาย “ไม่รู้ว่าเมื่อไรฝ่าาจะมาเหมือนอย่างที่ท่านลุงโซล่าพูด นำกองทัพไร้พ่ายเข้ามาโจมตีที่นี่แล้วช่วยพวกเราออกไป พวกเราตายกันไปเยอะมาก ท่านลุงทอม ท่านป้าคาร่า แล้วยังมีโรดดี้ พวกเขาทั้งหมดถูกฆ่าโดยเหล่าปีศาจเหล่านี้...”
ประโยคสุดท้ายเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เด็กหนุ่มรวบรวมความกล้ายกนิ้วที่สั่นระริกชี้ไปทางพวกทหารเมืองแบล็กสโตน ใบหน้าอาบไปด้วยหยาดน้ำตา ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น
---------------------------
