เมื่อเทียบกับเมื่อครึ่งปีก่อน เนี่ยเทียนไม่เพียงแต่ตัวใหญ่บึกบึนขึ้น ทั้งยังสูงขึ้นมาอีกส่วนหนึ่งด้วย
ในสายตาของอันซืออี๋ เนี่ยเทียนเมื่อครึ่งปีก่อนยังเป็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น ทว่าตอนนี้เนี่ยเทียนที่อยู่เบื้องหน้านางได้กลายมาเป็เด็กหนุ่มคนหนึ่งแล้ว
การประลองในโลกมายามรกตทำให้ขอบเขตของเนี่ยเทียนขยายเพิ่มขึ้นสูง นั่นเหมือนจะทำให้ความเยาว์วัยของเนี่ยเทียนถดถอยไป แทนที่มาด้วยความสุขุม
การเปลี่ยนแปลงมากมาย ถึงแม้อันซืออี๋จะรู้สึกเกินคาด แต่กลับไม่ตกตะลึงมากนัก
ที่ทำให้อันซืออี๋รู้สึกปลงอนิจจังอย่างถึงที่สุดก็คือฐานะของเนี่ยเทียนในวันนี้...
---เนี่ยเทียนได้กลายเป็ลูกศิษย์ของอูจี้
อูจี้คือใคร ในสำนักหลิงอวิ๋น หรือแม้แต่ตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียนแห่งนี้ เขามีตำแหน่งฐานะที่สูงศักดิ์มากเพียงใด นางเคยได้ยินมานานมากแล้ว
เนี่ยเทียนที่ถูกอูจี้หมายตา เรียกได้ว่าเหยียบขึ้น์ในก้าวเดียว
อนาคตของเนี่ยเทียน เนื่องจากมีอาจารย์เป็อูจี้ จึงมิอาจประเมินค่าในการเปลี่ยนแปลงได้
นางรู้แน่ชัดดีว่าฐานะลูกศิษย์ของอูจี้นี้ แม้แต่หยวนเสียนที่มีอิทธิพลแข็งแกร่งก็ยังทำได้เพียงหลีกลี้หนีห่าง ไม่กล้าไปหาเื่ตระกูลเนี่ยอีก
“พี่หญิงอัน เหตุใดท่านถึงมาต้อนรับแขกเล่า?” เนี่ยเทียนถามด้วยรอยยิ้มตาหยี
อันซืออี๋ดึงสติกลับมา ฝืนยิ้มหนึ่งครั้ง กล่าว “่นี้สำนักขาดคน ไม่พูดมากแล้ว ข้าจะส่งเ้าไปรวมตัวกับพวกเจียงหลิงจูก็แล้วกันนะ”
“นางก็มาด้วยหรือ?” เนี่ยเทียนพูดด้วยความแปลกใจ
“แน่นอน” อันซืออี๋ตอบรับ “ไม่เพียงแต่สำนักหลิงอวิ๋นของพวกเ้า หุบเขาเทา อารามเสวียนอู้ และยังมีตระกูลใต้สังกัดของหอหลิงเป่าก็ล้วนมาร่วมงานด้วย”
“อ้อ” เนี่ยเทียนพยักหน้า
“เ้าเข้าไปก่อนเถอะ เดี๋ยวหากข้ามีเวลาว่างจะไปพูดคุยกับเ้า” อันซืออี๋กล่าว
“ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าเข้าไปก่อนนะ” เนี่ยเทียนเองก็ไม่คิดอะไรให้มากความ
“หลิวเฮ่อ เ้าพาเนี่ยเทียนไปทางฝั่งของสำนักหลิงอวิ๋น” อันซืออี๋กล่าวกำชับ
หน้าประตู คนผู้หนึ่งของหอหลิงเป่ารีบเดินออกมา กล่าวด้วยความเคารพนอบน้อม “โปรดตามข้ามา”
“อู้!”
และเวลานี้เอง สัตว์สายฟ้านิลกาฬตัวนั้นที่พาเนี่ยเทียนมาส่งก็กระพือปีกบินกลับเข้าไปท่ามกลางก้อนเมฆอีกครั้ง
เนี่ยเทียนที่รู้ว่าเจียงหลิงจูและคนของสำนักหลิงอวิ๋นก็มาที่นี่ด้วย ไม่ได้กังวลเื่การจากไปของสัตว์สายฟ้านิลกาฬตัวนั้น
ในสายตาของเขา หลังจากเสร็จธุระทางนี้แล้ว ไม่ว่าสัตว์สายฟ้านิลกาฬจะมารับเขาหรือไม่ ในเมื่อมีเจียงหลิงจูอยู่ เขาก็สามารถกลับสำนักไปพร้อมกับพวกเจียงหลิงจูได้
ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าประตูใหญ่ภายใต้การนำทางของคนผู้นั้น
ในหอหลิงเป่า หอเรือนหินตั้งตระหง่าน มีผู้ฝึกลมปราณมากมายที่ขอบเขตไม่เท่ากันเดินเข้าๆ ออกๆ หอเรือนหินเหล่านี้
“สำเร็จแล้ว! ฮ่าๆ ! คราวนี้ในที่สุดก็หลอมสำเร็จแล้ว!”
เสียงหัวเราะดังกังวานเสียงหนึ่งพลันดังมาจากถ้ำทางฝั่งซ้ายของูเา
เห็นเพียงว่าผู้เฒ่าผมสีแดงเพลิง หนวดติดประกายไฟคนหนึ่งกำลังโบกสะบัดกระบี่เล่มยาวที่มีแสงจันทร์กะพริบพราว สีหน้าท่าทางราวกับคนวิปลาส
เนี่ยเทียนเงยหน้าขึ้นมองผู้เฒ่าคนนั้นที่ฮึกเหิมอย่างถึงที่สุด กล่าว “ช่างหลอมอาวุธ?”
หลิวเฮ่อผู้นำทางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม โค้งตัวน้อยๆ พลางกล่าวว่า “ตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียน ช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่ามีเยอะที่สุด พวกเขาล้วนถูกจัดให้อยู่ในถ้ำหินบริเวณใกล้เคียง ในถ้ำหินเ่าั้มีห้องหลอมอาวุธ ห้องหลอมอาวุธที่พิเศษพวกนั้นล้วนเชื่อมโยงกับเปลวไฟใต้พิภพ ทำให้หลอมอาวุธได้ง่าย”
“งานพินิจของวิเศษในครั้งนี้มีพวกเศรษฐีมาเยือน พวกเขาหวังว่าจะสามารถหลอมอาวุธวิเศษอันเป็เอกลักษณ์ออกมาได้ เพื่อให้ขายได้ราคาดี”
“ดังนั้น ่เวลาหลายวันมานี้พวกเขาจึง้าให้มีอาวุธวิเศษที่ระดับไม่ธรรมดาถูกชุบหลอมออกมาเร็วๆ”
เนี่ยเทียนตะลึง กล่าว “อ้อ ที่แท้นี่ก็งานพินิจของวิเศษนี้เอง”
เขาเคยได้ยินอูจี้อาจารย์ของเขาพูดถึงงานพินิจของวิเศษของหอหลิงเป่า จึงเข้าใจงานเลี้ยงนี้บ้างเล็กน้อย
หลิวเห้อไม่ได้พูดปด ช่างหลอมอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของอาณาจักรหลีเทียน ส่วนใหญ่แล้วล้วนมาจากหอหลิงเป่า และเทือกเขาชื่อเหยียนอันเป็ที่ตั้งของหอหลิงเป่าก็เหมาะสมสำหรับการชุบหลอมภาชนะและอาวุธมากที่สุด
อาวุธวิเศษที่ช่างหลอมอาวุธหลอมออกมาจำเป็ต้องใช้เปลวเพลิงร้อนแรงในการหล่อหลอมวัสดุวิเศษ
ใต้ดินของเทือกเขาชื่อเหยียนซุกซ่อนเปลวเพลิงใต้พิภพเอาไว้ หอหลิงเป่าใช้วิธีการพิเศษบางอย่างชักนำเปลวเพลิงใต้พิภพเ่าั้ออกมา แล้วส่งต่อไปยังห้องหลอมอาวุธแต่ละห้องในถ้ำ เพื่อให้เหล่าช่างของหอหลิงเป่าใช้หลอมอาวุธ ช่วยให้พวกเขาได้ฝึกฝนเส้นทางการหลอมอาวุธของตัวเอง
อาวุธที่ช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่าหลอมออกมาจะถูกส่งไปขายยังเมืองทั้งเจ็ดอย่างเมืองซุ้ยกู่ เมืองหันสือ เมืองเฮยอวิ๋น เป็ต้น
ช่างหลอมอาวุธเ่าั้จะได้หินวิเศษมาจากการขายอาวุธวิเศษ แล้วก็จะใช้หินวิเศษไปซื้อวัตถุดิบต่างๆ สำหรับหลอมอาวุธในระดับที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม
ทว่าอาวุธวิเศษที่ส่งไปยังเมืองทั้งเจ็ดนั้นมักจะไม่ใช่ของดีเยี่ยม ระดับของอาวุธก็ไม่สูงมากนัก
อาวุธที่หาได้ยาก อยู่ในระดับสูง ใช้วิธีการที่พิเศษในการหลอมอย่างแท้จริงนั้น หอหลิงเป่าจะเก็บเอาไว้ก่อนชั่วคราว รอจนงานพินิจของวิเศษมาถึงจึงจะนำมาขายให้กับอารามเสวียนอู้ หุบเขาเทา และสำนักหลิงอวิ๋น
เพราะว่าอาวุธวิเศษระดับสูงเ่าั้ มีเพียงอารามเสวียนอู้ หุบเขาเทา และสำนักหลิงอวิ๋นเท่านั้นถึงจะซื้อได้
ตามที่อูจี้เล่าให้ฟัง อาวุธที่หอหลิงเป่าหลอมออกมาไม่เพียงแต่โดดเด่นเหนือใครในอาณาจักรหลีเทียน ต่อให้เป็ในดินแดนดาวตกเองก็ยังมีชื่อเสียงไม่น้อย
อูจี้เคยบอกกับเขาว่ามีหลายครั้งที่งานพินิจของวิเศษที่หอหลิงเป่าจัดขึ้นถึงขั้นดึงดูดผู้ฝึกลมปราณจากอีกแปดอาณาจักรที่เหลือให้ข้ามทางช้างเผือกเพื่อมาเข้าร่วมด้วย
อีกอย่างว่ากันว่าหอหลิงเป่าจะเลือกอาวุธวิเศษออกมาบางส่วนเพื่อมอบให้กับผู้ฝึกลมปราณอีกแปดอาณาจักรที่เหลือด้วย
เนี่ยเทียนที่แอบครุ่นคิดอยู่กับตัวเองเดินตามหลิวเฮ่อไปครู่หนึ่ง และถูกพามายังหอเรือนหินหกชั้นหลังหนึ่ง
“คนสำนักหลิงอวิ๋นของพวกเ้าที่มาร่วมงานล้วนถูกจัดให้มาอยู่ที่นี่” หลิวเฮ่อแจ้งเขาหนึ่งประโยคแล้วก็เพิ่มระดับน้ำเสียงให้ดังขึ้น “ท่านหลิวอยู่หรือไม่?”
“อยู่” ในหอเรือนหินมีเสียงของหลิวเหยี่ยนลอยออกมา
“นายท่านน้อย ข้ากลับก่อนนะขอรับ” หลังจากหลิวเฮ่อได้ยินเสียงของหลิวเหยี่ยนจึงโค้งตัวน้อยๆ ให้กับเนี่ยเทียนแล้วเดินกลับไปทางเก่า
เขาเพิ่งจะจากไป หลิวเหยี่ยนแห่งสำนักหลิงอวิ๋นก็เดินออกมาพอดี
“เ้าเรียกข้าหรือ?” หลิวเหยี่ยนมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาสงสัย
“สวัสดีขอรับท่านหลิว” เนี่ยเทียนทักทายด้วยการทำความเคารพอย่างนอบน้อม
เขาจำลักษณะของหลิวเหยี่ยนไม่ได้ แต่เขากลับเคยได้ยินเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนเล่าว่าตอนที่เขาอายุครบหนึ่งขวบ เพราะการพยักหน้าของหลิวเหยี่ยน และการเอาเอาอาวุธออกมาเพิ่มเติมอีกสองชิ้น เขาถึงได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานเลี้ยงจับฉลากของตระกูล
แล้วเขาก็รู้ด้วยว่างานเลี้ยงจับฉลากในปีนั้น เพราะว่าเขาเผด็จการเกินไป ทำตัวระรานเกินไป ถึงได้ทำให้ทุกคนเดือดดาล
หากไม่เพราะหลิวเหยี่ยนออกหน้าปกป้อง เขาก็คงถูกตระกูลลงโทษทั้งที่ยังเล็กถึงเพียงนั้น
อีกอย่าง กระดูกสัตว์ชิ้นนั้นที่ทำให้เขาได้รับวาสนายิ่งใหญ่ก็มาจากหลิวเหยี่ยนเช่นกัน!
ด้วยสาเหตุเหล่านี้ นับั้แ่ที่เขารู้จักหลิวเหยี่ยน ใจเขาจึงเต็มไปด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณของหลิวเหยี่ยน น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้ฐานะของเขาไม่สูงพอ ไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไปในสำนักหลิงอวิ๋น จึงยังไม่เคยได้พบหน้าอีกฝ่าย
เมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา เขาเรียนรู้อยู่กับอูจี้ทีู่เาหลัง ไม่เคยออกจากที่นั่นแม้แต่ก้าวเดียว จึงยังหาโอกาสไม่ได้
ไม่นึกว่ามาหอหลิงเป่าคราวนี้จะทำให้เขาได้เจอกับหลิวเหยี่ยนผู้มีบุญคุณใหญ่หลวงต่อเขา
“สะ สวัสดี” หลิวเหยี่ยนมองเนี่ยเทียนที่ก้มลงกราบคำนับด้วยความจริงใจ รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้านี้คือใคร
“ท่านอาหลิว เขาก็คือเนี่ยเทียนอย่างไรเล่า” เจียงหลิงจูเอะอะเสียงดังอยู่ในห้อง
“เนี่ย เนี่ยเทียน!” หลิวเหยี่ยนตะลึง ในที่สุดก็มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา รีบพูด “ที่แท้ก็เป็เ้านี่เอง! อย่าทำแบบนี้เลย ข้ารับพิธีเคารพยิ่งใหญ่แบบนี้จากเ้าไม่ได้หรอก!”
เขารีบประคองเนี่ยเทียนให้ลุกขึ้น
ทว่าเนี่ยเทียนกลับถอยหลังออกไปสามก้าวแล้วโค้งตัวเคารพอีกครั้ง จากนั้นถึงได้เงยหน้าพูดว่า “ท่านลุงหลิว ปีนั้นข้าเพิ่งอายุครบหนึ่งขวบ ดังนั้นจึงจำลักษณะของท่านไม่ได้ ทว่านับั้แ่เล็กจนโต เคยได้ยินท่านตาและท่านป้าใหญ่พูดถึงท่านไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ข้าซาบซึ้งใจในบุญคุณของท่านมาโดยตลอด ใจอยากจะไปเยี่ยมเยียนท่านที่สำนักหลิงอวิ๋น แต่ว่าไม่เคยมีโอกาส”
“ฮ่าๆ!” หลิวเหยี่ยนหัวเราะอย่างเปิดเผย กล่าว “แม่ของเ้าคือศิษย์น้องหญิงเล็กของข้า ข้าดูแลเ้าก็เป็เื่ที่สมควรแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องคิดมากขนาดนั้น”
พูดมาถึงตรงนี้ หลิวเหยี่ยนก็หยุดหัวเราะ ใช้สายตาซับซ้อนมองเขาอย่างลึกล้ำ กล่าว “นึกไม่ถึงว่าลูกของศิษย์น้องหญิงเล็กจะโดดเด่นยิ่งกว่านางเสียอีก ปีนั้นท่านตาของเ้าพาข้าไปทดสอบธาตุในการฝึกบำเพ็ญตบะของเ้า ทว่าข้ากลับไม่พบอะไรสักอย่าง”
“ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ใช่ท่านอาจารย์ปู่ ไม่ได้มีสายตาเฉียบคมอย่างเขา ปีนั้นจึงมองไม่ออกถึงศักยภาพแฝงของเ้า”
“แต่เ้าสามารถมีวันนี้ได้ ข้าก็รู้สึกดีใจแทนศิษย์น้องหญิงเล็กด้วยใจจริง ข้าหวังว่าเ้าจะเห็นค่าวาสนาที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ สามารถพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ได้เดินออกไปจากอาณาจักรหลีเทียนในวันหนึ่งเหมือนศิษย์พี่ทั้งสองของเ้า!”
หลิวเหยี่ยนกล่าวอย่างจริงจัง
“ขอบคุณนายท่านหลิวที่รักและหวังดี!” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างนอบน้อม
“มิกล้ารับ มิกล้ารับจริงๆ!” หลิวเหยี่ยนรีบส่ายหัว “เ้าเป็ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ปู่ ตามลำดับศักดิ์แล้ว ข้า... ก็ควรจะเรียกเ้าว่าอาจารย์อาน้อยด้วยซ้ำ”
“ลำดับศักดิ์ละไว้ก่อน หากไม่ถือ ต่อไปข้าก็ขอเรียกท่านว่าท่านลุงหลิวได้หรือไม่?” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยความจริงใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่มได้” ใบหน้าหลิวเหยี่ยนปีติยินดี “อย่ายืนอยู่ข้างนอกเลย คนกันเองทั้งนั้น รีบเข้ามาเถอะ”
ไม่นานเขาก็พาเนี่ยเทียนเขามาในหอเรือนหิน
“ข้าจะแนะนำให้เ้ารู้จัก” หลังจากเข้ามาหลิวเหยี่ยนก็ชี้ไปที่คนเ่าั้ของสำนักหลิงอวิ๋น แนะนำทีละคนให้เนี่ยเทียนรู้จัก “เจียงหลิงจูเ้ารู้จักอยู่แล้ว เย่กูโม่เ้าก็รู้จัก ข้าก็ไม่พูดมากละ ชายผู้นั้นคือสื่ออี้ นางผู้นั้นคือหลัวซิน ล้วนเป็ศิษย์น้องชายหญิงของข้า ผู้ที่พาพวกเรามาคือท่านอาจารย์ของข้าอูซิ่ง ตอนนี้เขาไปพบปะสหายในหอหลิงเป่า ตอนนี้จึงไม่อยู่”
เนี่ยเทียนทำความเคารพไปทีละคน คนเ่าั้ที่ถูกหลิวเหยี่ยนแนะนำล้วนทำหน้าเหยเก ทำความเคารพกลับคืนเขา “คารวะอาจารย์อาน้อย”
แม้แต่เจียงหลิงจูเองที่ถึงแม้จะมีสีหน้าไม่ยินยอม แต่ก็ยังทำความเคารพอย่างว่าง่าย
“สื่ออี้ หลัวซินคือศิษย์น้องชายหญิงของข้า สื่ออี้เข้ามาในสำนักตั้งนานแล้ว ตอนที่แม่ของเ้ายังอยู่ เขาก็เป็ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ข้า ศิษย์น้องหลัวซินเพิ่งถูกอาจารย์ข้ารับเอาไว้เมื่อเก้าปีก่อน นางไม่เคยเจอแม่ของเ้า” หลิวเหยี่ยนอธิบายเบาๆ
เนี่ยเทียนมองสื่ออี้ที่นิ่งขรึม ลังเลอยู่ชั่วครู่จึงกล่าวว่า “ท่านลุงสื่อ”
“มิบังอาจ” สื่ออี้รีบพูด
“ท่าน...”
ขณะที่เขาจะทำความเคารพหลัวซิน หลัวซินที่มองดูแล้วน่าจะอายุประมาณยี่สิบกว่า ลักษณะนุ่มนวลอ่อนโยนรีบพูดขึ้นว่า “เ้าอย่าเรียกไปเรื่อยเชียว ข้าแก่กว่าเ้าไม่กี่ปีเท่านั้น เรียกข้าว่าพี่หญิงซินก็พอแล้ว อย่าได้เรียกน้าเด็ดขาดเชียว!”
“พี่หญิงซิน” เนี่ยเทียนเรียกพร้อมเสียงหัวเราะ
หลัวซินถอนหายใจหนึ่งครั้ง เม้มปากกลั้นยิ้มใส่เขาแล้วกล่าวว่า “เ้านี่ช่างโชคดีจริงๆ ถึงกับถูกท่านอาจารย์ปู่หมายตาเอาไว้ อีกทั้งสำนักยังยอมทำลายกฎที่ตั้งมาหลายสิบปีเพื่อเ้าอีกต่างหาก ช่างมีหน้ามีตาจริงๆ”
“ข้าโชคดีจริงๆ นั่นแหละ” เนี่ยเทียนเอ่ยเหน็บตัวเอง
“พวกเราคุยกันต่อเถอะ” หลิวเหยี่ยนกวักมือเรียกเนี่ยเทียน บอกให้เขานั่งลงแล้วคุยเื่งานพินิจของวิเศษกันอีกครั้ง
เนี่ยเทียนดูออกว่าก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามา คนเหล่านี้กำลังคุยกันค้างอยู่ ดังนั้นเขาจึงนั่งฟังเงียบๆ
หลังจากนั้นทุกคนก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
จากคำพูดของพวกเขา เนี่ยเทียนรู้ว่าหลิวเหยี่ยนเองก็พอจะเข้าใจวิธีการหลอมอาวุธอยู่บ้าง มีความสนใจในการหลอมอาวุธเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงไม่เคยพลาดงานพินิจของวิเศษที่หอหลิงเป่าจัดขึ้นทุกครั้ง
ปีนั้น อาวุธวิเศษเจ็ดชิ้นที่หลิวเหยี่ยนนำไปที่ตระกูลเนี่ยก็ล้วนเป็ของที่เขาสะสมมาจากงานพินิจของวิเศษของหอหลิงเป่าทั้งสิ้น
รวมไปถึงกระดูกสัตว์ที่นำพาโชควาสนาครั้งใหญ่มามอบให้แก่เนี่ยเทียนก็มาจากงานพินิจของวิเศษครั้งหนึ่งของหอหลิงเป่าเช่นกัน นี่ทำให้เนี่ยเทียนแอบให้ความสนใจเป็พิเศษ ยิ่งคาดหวังกับงานพินิจของวิเศษมากขึ้น
-----
