เมื่อเสี้ยวเหวินตี้ตรัสจบ สายตาของเขาก็ลดลงบนร่างของเฉิงโหว “เฉิงโหว ลูกชายและลูกสะใภ้ของเจิ้นคิดเผื่อพวกเ้าพ่อลูกอย่างรอบคอบ พวกเ้าน่ะ ก็อย่าได้ผิดต่อน้ำใจของลูกสะใภ้เจิ้น ก็รับเข้าจวนไปเป็หรูฟูเฟรินเถิด”
เมื่อเสี้ยวเหวินตี้ตรัสจบ บรรดาขุนนางบุ๋นบู๊ ฮูหยินตราตั้ง คุณหนูคุณชายสูงศักดิ์รวมถึงสนมวังหลังทั้งหลายต่างก็อึ้งกันไป
พวกเขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าฝ่าาจะทรงยอมให้ชายาหนิงชินอ๋องกระทำเื่ก้าวก่ายเรือนหลังของขุนนางใหญ่เช่นนี้จริงๆ ส่งหรูฟูเหรินไปให้ขุนนางใหญ่ ฝ่าาไม่ห้ามปรามก็ช่างเถอะ แต่ถึงกับยังเห็นด้วยอีก เปิดปากแต่งตั้งเป็หรูฟูเหรินไปเลย
หรูฟูเหริน เป็ดังอนุสูงศักดิ์ หากว่าฮูหยินท่านโหวหรือฮูหยินซื่อจื่อเป็อะไรไป อนุสูงศักดิ์นี่ก็มีความเป็ไปได้อย่างมากที่จะได้ขึ้นเป็ภรรยาเอก เสี้ยวเหวินตี้ทำเช่นนี้้าให้เรือนหลังของจวนโหวไฟลุก ทรงทำเช่นนี้ เพื่อหนิงชินอ๋องจริงหรือ?
เมื่อฮองเฮาได้ยิน ก็ดึงสติกลับมารีบตรัสทันทีว่า “ฝ่าา เื่นี้”
นางยังไม่ทันพูดจบ อวิ๋นซีก็รับมาพูดต่อว่า “เสด็จแม่ ท่านเองก็ทรงคิดว่าเื่นี้ไม่เลวเช่นกันใช่หรือไม่เพคะ สามารถได้รับการให้ความสำคัญจากเสด็จพ่อมากถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดเจนเลยว่าสองพ่อลูกเฉิงโหวนั้นในพระทัยของเสด็จพ่อแล้วเป็ขุนนางที่สำคัญมากเพียงใด คำพูดของเสด็จพ่อหนักดังเก้าติ่ง[1] สะใภ้ขอคาราวะจากใจ”
เมื่อเสี้ยวเหวินตี้ได้ยิน ก็หัวเราะฮ่าฮ่าตรัสว่า “เ้าลิงน้อยนี่ นั่งกลับลงไปดีๆ ยืนขึ้นมาทำอันใด” เขามองอวิ๋นซีและจวินเหยียนนิ่งเงียบขรึมไม่พูดจาอย่างมีนัยยะไปทีหนึ่ง จากนั้นมุมปากก็โค้งขึ้นน้อยๆ
โอรสเขาคนนี้ ในใจช่างลึกล้ำเสียจริง ไม่เจอกันสิบปี เขาก็ยิ่งมองเขาไม่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เขาไม่รู้ว่าตกลงเขาคิดจะทำอันใดกันแน่ ปล่อยให้อวิ๋นซีมาสร้างความวุ่นวายอยู่ที่นี่ ใช้วาจาสร้างเื่มากมายเหล่านี้ขึ้นมาไม่หยุด
แม้แต่เขาผู้ชราที่นั่งบนบัลลังก์มายี่สิบกว่าปีแล้วอย่างเขา ชั่วขณะนั้นก็ยังไม่รู้ว่าลูกชาย้าทำสิ่งใดกันแน่
อวิ๋นซียิ้มบางๆ มองไปยังฮองเฮา “จะได้เช่นไรเพคะ เสด็จแม่ยังไม่ได้บอกลูกเลยว่า เื่เหล่านี้ลูกทำได้ดีหรือไม่”
ฮองเฮามองอวิ๋นซีไปทีหนึ่ง กัดฟันตรัสอย่างเ็าว่า “ดี ดียิ่ง ดีเหลือเกิน”
เมื่อได้ยิน อวิ๋นซีถึงได้พอใจนั่งกลับลงไปบนเก้าอี้ สิ่งที่นาง้าก็คือการได้เห็นฮองเฮาไร้คำจะโต้เช่นนี้แหละ และยืมเื่นี้เพื่อบอกแก่ฮองเฮาว่า เื่บางเื่ไม่ใช่เื่ที่นางจะไปก้าวก่ายได้ ให้ดีที่สุดก็อยู่ให้สงบเข้าไว้ ไม่เช่นนั้น นางจะไม่ไปขบคิดหรอกว่าเขาเป็เสด็จแม่ของจวินเหยียนหรือไม่
ในสายตาของนาง ตระกูลโอวหยาง นอกจากสามีและลูกของตนแล้ว คนที่เหลือ สำหรับนางแล้วล้วนไม่สำคัญ ต่อให้จะเป็อวี้เฟยและองค์ชายสี่ ก็เชื่อใจแค่เพียงห้าส่วนเท่านั้น ที่เหลืออีกห้าส่วน พูดได้แค่ว่าต้องเฝ้าระวังไว้ จะไม่เหลือใจไว้เลยไม่ได้เด็ดขาด
ไม่ว่าจะฮองเฮาหรือว่า ฮ่องเต้ ไม่แน่ว่าวันหน้าอาจจะกลายเป็ศัตรูก็เป็ได้ เสี้ยวเหวินตี้้าที่จะช่วยประคับประคองคนที่มีอำนาจมากพอจะคานกับรัชทายาทได้ขึ้นมา จวินเหยียนเป็ตัวเลือกของเขา เช่นนั้นขอแค่นางไม่ทำอะไรเกินเหตุเกินไป เสี้ยวเหวินตี้ก็จะไม่ว่าอะไร ถึงขนาดจะสนับสนุนนางอย่างดี
ดังนั้น ขอแค่ไม่ลำเส้นขีดจำกัดของฮ่องเต้ เขาก็จะคอยปกป้องตนเองและจวนหนิงชินอ๋อง
อวิ๋นซีมองไปยังบุรุษข้างกายที่นั่งแกะก้างปลาให้ตนเงียบๆ “สามี ท่านได้ยินหรือยัง? ทั้งเสด็จพ่อและเสด็จแม่ต่างก็ทรงคิดว่าเื่นี้หม่อมฉันทำได้ดียิ่ง”
เมื่อจวินเหยียนได้ยิน ก็ยิ้มพยักหน้า “อืม เปิ่นหวางเองก็คิดว่าฮูหยินทำได้ดียิ่ง”
สตรีจำนวนหนึ่งที่เหลืออยู่ ล้วนถูกฮ่องเต้พระราชทานให้ขุนนางจำนวนหนึ่งไป อวิ๋นซีมองไปยังขุนนางเ่าั้ มุมปากก็ค่อยๆ โค้งขึ้น เสี้ยวเหวินตี้ผู้นี้ช่างเป็คนที่น่าสนใจจริงๆ บรรดาสาวงามที่ถูกส่งไปเ่าั้ สองคนในจำนวนนั้นถูกส่งไปเป็หรูฟูเหรินให้คนของรัชทายาท อีกคนส่งให้ไปเป็อนุรับใช้ของหยวนจวิ้นอ๋อง
เห็นสถานที่ที่สตรีสองสามคนนี้ถูกส่งไป นางอดหัวเราะหึหึอย่างเ็าอยู่ในใจไม่ได้ เฉิงโหวเป้นคนขององค์ชายห้า หยวนจวิ้นอ๋องและที่เหลืออีกสองคนเป็คนของรัชทายาท นี่เสี้ยวเหวินตี้้าให้คนของจวินเหยียนทะลวงเข้าไปอยู่ภายในบ้านของศัตรู และยังใช้วิธีการที่เปิดเผยเช่นนี้ด้วย
คนทั้งห้าสีหน้าต่างก็ยิ้มอย่างขมขื่นขึ้นหน้ามาโขกศีรษะขอบพระทัย
เมื่ออวิ๋นซีเห็นท่าทางของพวกเขา ก็ยิ้ม สิ่งที่ตัวเองไม่ชอบก็ไม่ควรจะยัดเยียดให้ผู้อื่น คนเหล่านี้ ั้แ่แรกก็อยากจะส่งคนเข้ามายังจวนหนิงชินอ๋อง นางคิดว่าตอนนี้คนเหล่านี้คงจะมีความรู้สึกราวกับว่ากำลังกินแมลงวันอยู่เป็แน่
นางเบิกบานอยุ่ในใจ กินอาหารไปไม่น้อย และชมระบำอยู่ครู่หนึ่ง รอจนบรรดานางระบำล้วนถอยออกไปหมดแล้ว ในที่สุดวังหลังก็มีคนอดทนไม่ไหวแล้ว เสนอแนะให้บรรดาคุณหนูคุณชายสูงศักดิ์ในเมืองหลวงเ่าั้มาแสดงความสามารถสุดยอดของตนกัน ให้ทุกคนได้สนุกสนานกันหน่อย
อวิ๋นซีมองไปยังสตรีที่พูดขึ้น จวินเหยียนพูดเสียงเบาว่า “ผู้นี้คือเล่อเฟย สนมรักคนใหม่สุดของเสด็จพ่อ และเป็ญาติผู้น้องฝั่งมารดาของชายาหยวนจวิ้นอ๋อง เข้าวังมาเมื่อต้นปี เวลาสั้นๆ แค่แปดเดือน ได้เลื่อนขั้นจากไฉเหริน[2]ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งเฟยแล้ว”
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ก็มองไปยังเล่อเฟยอีกครั้ง รูปลักษณ์เย้ายวน เป็แบบที่บุรุษมักจะชอบ ญาติผู้น้องฝั่งมารดาของชายาหยวนจวิ้นอ๋อง นางโค้งริมฝีปากน้อยๆ หากตนจำไม่ผิดละก็ ตอนนั้นยามที่หยวนอวี่ไปยังหานโจวนั้น จวินเหยียนก็ได้ทำการสืบเื่ฐานะและเื่ราวต่างๆ ของชายาหยวนจวิ้นอ๋องผู้นี้ที่ถือโอกาสยามที่หยวนอวี่มายังหานโจวถึงได้แต่งให้กับหยวนจวิ้นอ๋องไปเรียบร้อยแล้ว
ชายาหยวนจวิ้นอ๋องผู้นี้มีแค่ลูกพี่ลูกน้องฝั่งมารดาที่เป็ชายแค่สิบกว่าคน ลูกผู้น้องฝั่งมารดาที่เป็หญิงหรือน้องสาวอะไรนี่ ไม่มีแม้แต่คนเดียว หึหึ ตอนนี้กลับมีญาติผู้น้องฝั่งมารดาที่เป็สนมรักโผล่ออกมา เื่นี้ไม่ว่ามองอย่างไรก็ประหลาด
ครึ่งชั่วยามต่อมา บรรดาคุณหนูคุณชายสูงศักดิ์ต่างก็แสดงความสามารถสุดยอดของตนเองกันเสร็จสิ้นแล้วที่ตำหนักอวิ๋นเหอ เพียงไม่นาน สายตาของเล่อเฟยก็ตกลงบนร่างของอวิ๋นซี เกี่ยวกับเื่ชายาหนิงชินอ๋องผู้นี้ สองสามวันมานี้ก็ได้ยินมาไม่น้อย
นางยิ้มอย่างเย้ายวนงดงาม “ฝ่าา เมื่อครู่ไม่ได้ทรงตรัสหรือเพคะว่า ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือมีสาวงาม ชายาหนิงอ๋องเป็สาวจากแดนตะวันตกเฉียงเหนือโดยแท้เลยนะเพคะ หม่อมฉันสงสัยจริงๆ ว่า ระบำดนตรีกลิ่นอายดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือนั้นจะเป็เช่นไร?”
คำพูดของนาง เป็การกำลังบอกฝ่าาอย่างโจ่งแจ้งชัดๆ ว่า นางอยากจะเห็นชายาหนิงอ๋องออกมาร่ายระบำสักเพลง
เมื่ออวิ๋นซีได้ยิน ก็ยิ้มบางๆ “พระราชชายาเล่อเฟยพูดให้ขำแล้วเพคะ หากพระนางอยากชมการแสดงจริงๆ ที่จวนของหม่อมฉันพอดียังมีสาวใช้อีกจำนวนหนึ่งที่พามาจากดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่สู้ ส่งคนเข้าไปในวังหลวงเสียเลย ให้มาเป็เพื่อนกับพระสนม เช่นนี้พระสนมก็จะสามารถได้ชมระบำจากดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือได้ทุกเวลาตามที่้าเลยอย่างไรเล่าเพคะ”
เล่อเฟยคิดไม่ถึงว่าอวิ๋นซีจะถึงกับพูดเช่นนี้ออกมา นางโกรธจนสีหน้าแดงก่ำ นี่้าจะส่งสตรีให้เสด็จพ่อของตนหรือไร? นางเพิ่งจะเข้าวังมาครึ่งปีกว่า ยามนี้กำลังเป็ยามที่ได้รับพระเมตตาและความโปรดปราน หากเอาสตรีชั้นต่ำจากดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือที่รสชาติหลากหลายเข้ามาอีก คิดว่าตำแหน่งสนมทรงโปรดของนางตอนนี้ก็คงมาถึงทางตันแล้ว
นางคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าอวิ๋นซีจะตีกลับมาเช่นนี้ และผู้อื่นยังตีกลับมาอย่างสง่าผ่าเผยมากอีกด้วย
เมื่อฮองเฮาได้ยินแล้ว ก็มองไปยังเล่อเฟย ตรัสเสียงขรึมว่า “ชายาหนิงอ๋องเป็ถึงนายหญิงแห่งจวนอ๋อง จะไปเหมือนบรรดาคุณหนูสูงศักดิ์ที่ยังไม่ได้ออกเรือนเ่าั้ได้เยี่ยงไร เล่อเฟย เ้านี่ยิ่งไม่รู้จักกฎระเบียบมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”
เมื่อเล่อเฟยได้ยิน ก็รีบคุกเข่าลงพูดว่า “ฮองเฮา หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”
สตรีชราน่าตายนัก วันนี้เฟิ่นกงคุกเข่าต่อหน้าเ้า วันหน้าจักต้องคุกเข่าต่อหน้าป้ายิญญาเ้าให้ได้ เ้ารอก่อนเถอะ
————————————————————————————————————
[1]คำพูดหนักดังเก้าติ่ง(一言九鼎)ติ่งหมายถึงกระถางธูปขนาดใหญ่ คำพูดที่หนักเท่ากับติ่งเก้าอัน ก็หมายถึงว่า คำพูดหนักแน่นน่าเชื่อถือ พูดแล้วไม่คืนคำ
[2]ไฉเหริน(才人)หมายถึง ตำแหน่งพระสนมในองค์ฮ่องเต้ ขั้น 5 ชั้นเอก
