อาจารย์ใหญ่ซุนรู้สึกหงุดหงิด
ทั้งหงุดหงิดและโมโห แค่เ้าสุนัขเฒ่าเฉียนจากเฟิ่งเสียนเอ้อร์จงมาถึงที่นี่ก็เหลือทนแล้ว เ้าคนแซ่หลัวจากเฟิ่งเสียนอีจงดันมาด้วยอีกคนนี่สิ
ในเขตอันชิ่ง เซี่ยนอีจงข่มเอ้อร์จงอย่างหนัก ส่วนในเมืองเฟิ่งเสียน อีจงกับเอ้อร์จงแข่งขันกันไปมาอยู่เสมอเป็ประจำ อาจารย์ใหญ่เฉียนกับอาจารย์ใหญ่หลัวต่าง้าชิงตัวเซี่ยเสี่ยวหลานไป เพื่อให้ต้นกล้าอันดับหนึ่งประจำมณฑลเป็ผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนของตนเอง ทั้งสองต่างให้คำมั่นสัญญา ยกยอโรงเรียนของตนเองเสียเกินจริง อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิดีเด่นระดับมณฑลบ้างล่ะ อาจารย์บางท่านที่เก็งข้อสอบเก่งบ้างล่ะ ทั้งการกวดวิชาแบบส่วนตัว การดูแลเป็พิเศษ ทั้งสองได้พรรณนาไว้อย่างเลิศเลอเหนือจินตนาการ อาจารย์ใหญ่ซุนถึงกับปวดศีรษะเลยทีเดียว
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้กำลังรอตอบรับข้อเสนอที่ถูกใจ เธอเพียงแต่นึกไม่ถึงว่าอาจารย์ใหญ่จากโรงเรียนมัธยมสองแห่งในเฟิ่งเสียนจะสู้ตายถึงขนาดนี้
ชาติก่อนก็เคยได้ยินสิทธิพิเศษของนักเรียนดีเด่นมาบ้างเหมือนกัน ทว่าพอผลสอบคัดเลือกรอบแรกออกมา ชื่อของ ‘เซี่ยเสี่ยวหลาน’ ลือเลื่องเข้าหูทุกโรงเรียนในเมืองเฟิ่งเสียน กลายเป็บุคคลที่ใครๆ ต่างก็ให้ความ้า
สิ่งที่อาจารย์ใหญ่เฉียนกับอาจารย์ใหญ่หลัวคิดนั้นไม่ผิด คุณภาพอาจารย์ของอันชิ่งเซี่ยนอีจงยังสู้โรงเรียนมัธยมปลายสองแห่งนี้ไม่ได้ เซี่ยเสี่ยวหลานเป็ต้นกล้าที่มีศักยภาพพอจะครองอันดับหนึ่งประจำมณฑล การอยู่ในอันชิ่งเซี่ยนอีจงถือว่าสูญสิ้นพร์ของตนเองโดยเปล่าประโยชน์อย่างแน่นอน อาจารย์ใหญ่เฉียนไม่ใช่แค่้า่ชิงผลงานและยึดความดีความชอบของอาจารย์ใหญ่ซุนเพียงอย่างเดียว เขาเองก็เสียดายความสามารถของเซี่ยเสี่ยวหลานเช่นกัน!
อาจารย์ใหญ่ทั้งสองท่านผลัดกันอภิปราย ไม่ให้โอกาสเซี่ยเสี่ยวหลานแทรกเลยแม้แต่น้อย
อายุของทั้งสองคนรวมกันเกิน 100 ปี เซี่ยเสี่ยวหลานคิดว่าเป็การไร้มารยาทที่จะเอ่ยขัดระหว่างพวกเขากำลังพูด จึงปล่อยให้พวกเขากล่าวต่อไปตามสะดวก
อาจารย์ใหญ่ซุนสัญญาต่อหน้าผู้บริหารสำนักงานการศึกษา ว่าจะให้เซี่ยเสี่ยวหลานเลือกด้วยตัวเธอเอง ในเวลานี้จำใจต้องอดทนเท่านั้น เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ขอให้หยุด อาจารย์ใหญ่ซุนจึงนึกว่าเธออยากย้ายไปที่เฟิ่งเสียนจริง—ใช่ โรงเรียนในเฟิ่งเสียนทั้งสองแห่งไม่เพียงแต่คุณภาพการสอนดี ทั้งยังไม่เคยเกิดเื่ที่ทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานรำคาญใจอีกด้วย
อาจารย์ใหญ่ซุนรู้สึกเสียใจ ตอนนั้นเขาแค่หวังดี ใครจะรู้ว่าเซี่ยจื่ออวี้เ้าแผนการมากขนาดนั้น ใช้อาจารย์ใหญ่ซุนทำเื่เลวร้ายด้วยเจตนาดี
แม้ว่าหลังจากเซี่ยต้าจวินถูกฟันาเ็ จนถึงทุกวันนี้ยังไม่พบร่องรอย อาจารย์ใหญ่ซุนก็ยังคงรู้สึกละอายใจอยู่ดี
เขาให้เกียรติทุกฝ่าย อีกทั้งวางมาดของอาจารย์ใหญ่อยู่ ทว่าลอบมองเซี่ยเสี่ยวหลานเป็ระยะ อยากทายความคิดจากการมองสีหน้าของเธอออกบ้าง ทว่าเวลาเซี่ยเสี่ยวหลานฟังพวกเขาดูตั้งใจมาก อาจารย์ใหญ่ซุนรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จิตใจว้าวุ่นกระวนกระวายเหลือเกิน
ทั้งที่เซี่ยนอีจงของเขาค้นพบต้นกล้านี้แท้ๆ
เป็ผู้ริเริ่มมอบเสรีภาพในการเรียนให้แก่นักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลาน
ตกลงยอมรับกระทั่งเงื่อนไขไม่มาเข้าเรียนที่โรงเรียนด้วยซ้ำ
แต่สุนัขเฒ่าเฉียนบอกว่าเฟิ่งเสียนเอ้อร์จงจะให้การดูแลเซี่ยเสี่ยวหลานเป็พิเศษ อันชิ่งอีจงของเขาไม่ได้ให้การดูแลเป็พิเศษหรือไร? ทุกครั้งที่เซี่ยเสี่ยวหลานมาโรงเรียน อาจารย์แต่ละวิชาล้วนใส่ใจเธอ กลัวว่าเธอมีโจทย์ที่ทำไม่ได้ หรือมีเกร็ดความรู้ที่ไม่เข้าใจ! นี่คือการดูแลเป็พิเศษเหมือนกันนี่นา แม้จำนวนของอาจารย์ทรงคุณวุฒิระดับมณฑลจะไม่มากเท่าเฟิ่งเสียนเอ้อร์จง แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่อาจารย์ใหญ่ซุน้าเองเสียหน่อย ผู้ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยหลังจากฟื้นฟูเกาเข่าได้สำเร็จการศึกษากันไปสี่รุ่นแล้ว ในหมู่พวกเขาประกอบไปด้วยผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์
แต่น่าเสียดายที่บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ดีๆ มักพิถีพิถันมากในการเลือกงานที่ได้รับจัดสรร สมมติว่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่งคนหนึ่งยินดีรับตำแหน่งงานมายังอวี้หนาน โรงเรียนในมณฑลคงยื้อแย่งกันอุตลุด จะมีโอกาสให้โรงเรียนมัธยมในเขตได้เลือกเสียที่ไหน
ซุนเถียนเป็อาจารย์ใหม่คนหนึ่งที่ถูกจัดสรรมาเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ถามซุนเถียนเองก็จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูเท่านั้น
ยิ่งอาจารย์ใหญ่ซุนคิดมากเท่าไร จิตใจยิ่งรู้สึกหดหู่
เซี่ยเสี่ยวหลานอาจไปเฟิ่งเสียนเอ้อร์จง หรือไม่ก็ไปเฟิ่งเสียนอีจง เอาเป็ว่าจะไม่อยู่อันชิ่งเซี่ยนอีจงอีกแล้ว
นี่เป็เหตุผลที่อาจารย์ใหญ่ซุนไม่ยอมติดป้ายแสดงความยินดีกับอันดับหนึ่งประจำเมืองของการสอบคัดเลือก หากทางนี้เพิ่งแขวนป้ายได้ไม่นาน เซี่ยเสี่ยวหลานก็ถูกโรงเรียนในเฟิ่งเสียนชิงตัวไป เกรงว่าอาจารย์ใหญ่อันชิ่งเอ้อร์จงคงหัวร่อจนฟันร่วง!
อาจารย์ใหญ่เฉียนกับอาจารย์ใหญ่หลัวสาธยายอยู่นานสองนาน ไม่เหลือสิ่งใดให้พูดแล้ว ต่างคนต่างวางเงื่อนไขไว้ตรงหน้า แค่รอคอยให้เซี่ยเสี่ยวหลานเลือกเท่านั้น
อาจารย์ใหญ่ทั้งสามกำลังรอเซี่ยเสี่ยวหลานตัดสินใจ
“คืออย่างนี้นะคะ...”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงัดเหลือเกิน สายตาของทั้งสามคนล้วนจดจ่อกับเซี่ยเสี่ยวหลาน เธอกระแอมออกมาเล็กน้อย
“หนูซาบซึ้งใจในความเมตตาของครูใหญ่ทั้งสองท่านนะคะ เงื่อนไขที่พวกคุณให้มีแรงจูงใจมาก เพื่อนักเรียนคนหนึ่งอย่างหนู ถึงกับตั้งใจเดินทางจากเฟิ่งเสียนมาอันชิ่งโดยเฉพาะด้วย แต่หนู... ไม่ได้มีความคิดจะย้ายโรงเรียนน่ะค่ะ”
เลือกเฟิ่งเสียนอีจง หรือเอ้อร์จง?
อาจารย์ใหญ่เฉียนและอาจารย์ใหญ่หลัวต่างคิดว่าตนเองมีโอกาสชนะมากกว่า
ในขณะที่อาจารย์ใหญ่ซุนคิดว่าตนเองเหลือโอกาสชนะน้อยนิด
น้ำเสียงของเซี่ยเสี่ยวหลานรื่นหูยิ่งนัก ทว่าเพราะอะไรกันนะ ทำไมเนื้อหาทำให้พวกเขาไม่เข้าใจเล่า?
ไม่ใช่ไม่เข้าใจ แต่ไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ได้ยินต่างหาก!
อาจารย์ใหญ่ซุนดีใจจนเนื้อเต้น อาจารย์ใหญ่เฉียนหน้านิ่วคิ้วขมวด “นักเรียนเซี่ย เธอไม่ต้องรู้สึกอึดอัดใจไปหรอกนะ ไม่ต้องคิดว่านี่คือการทรยศ หรือเป็การทำผิดต่อใคร ครูที่ดีจะมีแต่ปลาบปลื้มที่เธอมีอนาคตไกลกว่าเดิม!”
อาจารย์ใหญ่ซุนแววตาหม่นหมองลง คำพูดของสุนัขเฒ่าเฉียนทำเอาเขามิอาจโต้เถียงได้
แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้เซี่ยเสี่ยวหลานจากเซี่ยนอีจงไป ทว่าถ้าเซี่ยเสี่ยวหลานย้ายไปโรงเรียนในเฟิ่งเสียน จะพัฒนาไปอีกขั้นภายในเวลาหนึ่งเดือนกว่าสุดท้ายที่เหลืออยู่ อาจารย์ใหญ่ซุนไม่มีทางถ่วงอนาคตของเธอเช่นกัน
เมื่อเกาเข่ามาถึงจึงมีทหารม้านับพันหมื่นที่จะข้ามสะพานซึ่งทำจากท่อนไม้ท่อนเดี่ยว [1] พร้อมกัน
ทุกคะแนนมีความสำคัญ 565 คะแนนถือว่าสูงมาก และไม่มีใครจะปฏิเสธคะแนนที่สูงกว่านี้!
“นักเรียนเสี่ยวหลาน ถ้าเธออยู่เซี่ยนอีจงต่อไป...”
มันเป็ประโยชน์ต่อการรับนักเรียนใหม่ของเซี่ยนอีจงในปีหน้า และเป็ประโยชน์ต่อประวัติงานของอาจารย์ใหญ่ซุนด้วยเช่นกัน แต่ความ้านี้เห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า?
ความปีติยินดีเหลือล้นของอาจารย์ใหญ่ซุนหายลับไปเสียแล้ว เขารู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะเขาเองก็มีจรรยาบรรณครูเหมือนกัน
เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของเซี่ยเสี่ยวหลาน นอกจากอาจารย์ใหญ่ซุนจะรั้งนักเรียนไว้ไม่ได้ ยังควรโน้มน้าวให้เซี่ยเสี่ยวหลานไปเล่าเรียนที่เฟิ่งเสียนด้วย อาจารย์ใหญ่เฉียนและอาจารย์ใหญ่หลัวมีเจตนาเห็นแก่ตัวจริง ทว่า ‘จรรยาบรรณครู’ ที่อาจารย์ใหญ่ซุนมี ทั้งสองท่านนี้ไม่บกพร่องไปกว่ากันแน่นอน
ถึงกระนั้นความตั้งใจของเซี่ยเสี่ยวหลานก็แน่วแน่เป็อย่างยิ่ง
“เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนกว่าเองค่ะ หนูคุ้นเคยกับคุณครูและเพื่อนนักเรียนในอีจงนี้มาก และหนูไม่อยากย้ายมาย้ายไป ทำได้แค่ปฏิเสธความเมตตาของครูใหญ่ทั้งสองท่าน ขอโทษนะคะ หนูจะไม่ย้ายโรงเรียน”
อาจารย์ใหญ่ซุนทั้งสุขทั้งทุกข์ปะปนกัน
ในเมื่อเซี่ยเสี่ยวหลานไม่้าไป เขาจะไล่เ้าตัวไปได้หรือ!
อาจารย์ใหญ่เฉียนและอาจารย์ใหญ่หลัวใช้เวลามากมาย กลับไม่อาจทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานเปลี่ยนใจได้
อาจารย์ใหญ่เฉียนชักจะมีน้ำโห “เหล่าซุน คุณนี่เป็ตัวถ่วงของเด็กอนาคตไกลเสียจริง เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว!”
เขายังอยากพูดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะเสียใจในภายหลัง อย่างไรเสียก็เป็นักเรียนหญิง อาจารย์ใหญ่เฉียนไม่ควรพูดจารุนแรงเกินควร อาจารย์ใหญ่ทั้งสองมาอันชิ่งด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ทว่ากลับไปอย่างผิดหวัง ส่วนอาจารย์ใหญ่ซุนมีอารมณ์ที่แตกต่างออกไป ตอนนี้ไม่ว่ามองเซี่ยเสี่ยวหลานอย่างไรก็รื่นหูรื่นตายิ่งนัก
เซี่ยเสี่ยวหลานถูกสายตา ‘เอ็นดู’ ของอาจารย์ใหญ่ซุนมองจนรู้สึกอึดอัด
เธอไม่ได้พูดโกหก เธอค่อนข้างคุ้นเคยกับเซี่ยนอีจง อาจารย์ดี เพื่อนร่วมชั้นก็ดี ในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี เธอไม่ได้มาเข้าเรียนที่โรงเรียนทุกวันด้วยซ้ำ รู้จักกันถึงขั้นนี้ได้ก็ไม่เลวแล้ว เหลืออีกเพียงหนึ่งเดือนกว่า เธอจะย้ายโรงเรียนเพื่ออะไร! ถ้าจะพูดถึงการกวดวิชาเป็พิเศษ เธอทบทวนด้วยตนเองในห้องสมุดมหาวิทยาลัยซางตูก็เพียงพอ มียอดบัณฑิตทุกศาสตร์ทุกแขนง อีกทั้งอดทนและกระตือรือร้นที่จะสอนเธอ
เพื่อไม่ให้อาจารย์ใหญ่ซุนซาบซึ้งใจเกินไป เซี่ยเสี่ยวหลานจึงรีบเปลี่ยนประเด็นทันที
“ครูใหญ่คะ ไม่ทราบว่าทางสถานีตำรวจตั้งข้อหาต่อจ้าวกังอย่างไรหรือคะ?”
หลังส่งตัวจ้าวกังให้ผู้กำกับเหลียง เซี่ยเสี่ยวหลานเดินทางไปหยางเฉิงทันที หลังจากกลับมาจากการตระเวนทั่วหยางเฉิงแล้ว น่าจะมีผลการตัดสินต่อจ้าวกังเป็ที่เรียบร้อย
อาจารย์ใหญ่ซุนพูดถึงแล้วยังโกรธไม่หาย “ที่ผ่านมาเห็นว่าเซี่ยจื่ออวี้ยอดเยี่ยมทั้งด้านการเรียนและคุณธรรม นึกไม่ถึงว่าลับหลังคืออีกโฉมหน้าหนึ่ง! จ้าวกังสารภาพจนหมดเปลือกว่าเซี่ยจื่ออวี้เป็ผู้บงการอยู่เื้ั เพียงแต่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน จะใช้แค่คำให้การของจ้าวกัง... ใครก็เอาเื่เซี่ยจื่ออวี้ไม่ได้”
เชิงอรรถ
[1] สะพานท่อนไม้เดี่ยว คือ สะพานที่ถูกทำจากท่อนไม้ท่อนเดียววางพาดระหว่างสองฝั่ง ลักษณะไม่แข็งแรง มีความหมายว่า หนทางที่ยากลำบาก การสอบเกาเข่าหรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยถูกเปรียบเทียบว่า ทหารม้าจำนวนนับพันนับหมื่นข้ามสะพานท่อนไม้เดี่ยวพร้อมกัน หมายถึง คนจำนวนมากมีเป้าหมายเดียวกัน แต่ผู้ที่บรรลุเป้าหมายจริงๆ มีอยู่น้อยนิดเท่านั้น
