ราตรีกาลมาเยือนป้อมปราการทมิฬ ลมหนาวหวีดหวิวพัดกรรโชกอยู่ภายนอก แต่ภายในกำแพงหินหนาทึบกลับอึกทึกครึกโครมไปด้วยเสียงกลองศึกและเสียงโห่ร้องยินดี แสงคบเพลิงส่องสว่างวูบไหวไปทั่วทุกระเบียงทางเดิน เงาตะคุ่มของทหารยามทอดยาวบิดเบี้ยวไปตามผนังหินราวกับปีศาจที่กำลังเริงระบำ
ภายในห้องพักรับรองที่ถูกปิดตาย แอนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนขอบเตียง มือเรียวสวยกำชายผ้าห่มแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดหวั่น
“ท่านอ๋องมีคำสั่งให้พาตัวเ้าไปร่วมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเดี๋ยวนี้”
เสียงทหารหน้าประตูะโบอกเมื่อครู่ เหมือนคำประกาศิตจากมัจจุราช แอนรู้ดีว่าสถานะของเธอตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเครื่องบรรณาการหรือของแปลก ที่แม่ทัพผู้ชนะศึกอยากจะเอาไปอวดโฉมต่อหน้าลูกน้อง
“งานเลี้ยงเหรอ? สภาพนี้เนี่ยนะ?”
แอนก้มลงมองตัวเอง ชุดไทยจักรีที่ดัดแปลงจนดูวาบหวิว แม้จะดูเซ็กซี่เย้ายวนใจ แต่ท่ามกลางอากาศที่ติดลบและความป่าเถื่อนของทหารนับร้อย เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ลูกแกะเปลือยเปล่าที่กำลังจะเดินเข้าสู่ถ้ำสิงโต
ประตูห้องถูกเปิดออก สาวใช้หน้านิ่งสองคนเดินเข้ามาพร้อมกับสิ่งของในมือ มันไม่ใช่โซ่ตรวน แต่เป็เสื้อคลุมขนสัตว์สีดำทมิฬตัวใหญ่ั์ เสื้อคลุมประจำตัวของท่านอ๋องหลี่เหว่ย
“ท่านอ๋องสั่งให้เ้าสวมสิ่งนี้ทับไว้ และห้ามถอดออกเด็ดขาดจนกว่าจะได้รับอนุญาต” สาวใช้กล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะสะบัดเสื้อคลุมผืนหนาหนักลงบนไหล่บางของแอน
ทันทีที่เสื้อคลุมััร่างกาย ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมกายสาวที่สั่นเทา ขนสัตว์นุ่มลื่นให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด แต่สิ่งที่ทำให้แอนหน้าแดงวูบคือกลิ่น
กลิ่นกายบุรุษเพศที่เข้มข้น กลิ่นหนัง กลิ่นสนิมเหล็กจางๆ และกลิ่นหอมเย็นๆ เหมือนป่าสนต้องน้ำค้างมันคือกลิ่นเฉพาะตัวของหลี่เหว่ยที่ติดฝังแน่นอยู่ในเนื้อผ้า การสวมเสื้อตัวนี้ก็เหมือนกับการถูกเขาโอบกอดไว้ทั้งตัว
แอนสอดแขนเข้าไปในแขนเสื้อที่ยาวเลยปลายนิ้ว ตัวเสื้อโคร่งใหญ่จนชายลากพื้น ร่างเล็กๆ ของเธอจมหายเข้าไปในเสื้อคลุมของเขาจนดูเหมือนเด็กน้อยที่ขโมยเสื้อพ่อมาใส่ เป็ภาพที่ดูน่าขบขันแต่ก็น่าเอ็นดูและน่าทะนุถนอมในคราเดียวกัน
“ไปกันได้แล้วอย่าให้ท่านอ๋องทรงรอนาน”
แอนสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้า เธอคือนางเอกเธอต้องเล่นบทนี้ให้ผ่าน เชิดหน้าเข้าไว้สิแอน
*****************************
ทางเดินสู่ท้องพระโรงใหญ่ช่างยาวไกลและหนาวเหน็บ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่เขตงานเลี้ยง ความร้อนระอุจากกองไฟและกลิ่นอายของฝูงชนก็ปะทะเข้าใส่หน้า
เสียงกลองรบดังกระหึ่มผสานกับเสียงหัวเราะเฮฮาของเหล่าทหารหาญนับร้อยชีวิตที่กำลังดื่มกินอย่างมูมมาม กลิ่นสุราแรงๆ กลิ่นเนื้อย่าง และกลิ่นเหงื่อไคลของบุรุษคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงกว้างใหญ่ แสงไฟจากกองฟืนขนาดมหึมากลางห้องสาดส่องให้เห็นภาพความดิบเถื่อนของงานฉลองแบบชายแดน
ทันทีที่ร่างเล็กในชุดคลุมขนสัตว์สีดำั์ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูทางเข้าเสียงทุกอย่างก็พลันเงียบกริบลงราวกับปิดสวิตช์
สายตานับร้อยคู่ทั้งทหารเลว นายกอง และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ต่างหันขวับมาจ้องมองเป็จุดเดียว
แอนยืนตัวแข็งทื่อ รู้สึกเหมือนถูกตรึงด้วยสายตาเ่าั้ แม้เสื้อคลุมจะปิดบังเรือนร่างของเธอไว้มิดชิด แต่ใบหน้าที่งดงามโดดเด่น ผิวพรรณขาวผ่องที่ตัดกับสีดำสนิทของขนสัตว์ และดวงตากลมโตที่ตื่นตระหนก ก็เพียงพอที่จะสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง
“นั่นรึสตรีที่ท่านอ๋องเก็บมา”
“งามมาก งามราวกับเทพธิดาหิมะ”
“ดูผิวพรรณนั่นสิขาวจนข้าแสบตา”
เสียงซุบซิบดังอื้ออึงเริ่มดังขึ้น แอนก้มหน้างุด พยายามเดินตามทหารนำทางไปข้างหน้า แต่ขาสั่นจนแทบก้าวไม่ออก ทุกย่างก้าวเธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินฝ่าดงสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกระโจนเข้าขย้ำ
ที่ด้านหน้าสุดของห้องโถง บนยกพื้นที่ปูด้วยพรมหนังหมีสีขาว หลี่เหว่ยนั่งตระหง่านอยู่บนบัลลังก์เ้าเมือง
วันนี้เขาดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามยิ่งกว่าทุกครั้ง ชุดเกราะสีเงินยวบยาบสะท้อนแสงไฟ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไร้อารมณ์ ในมือถือจอกสุราทองคำ สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องมองตรงมาที่เธอเพียงคนเดียว
“มานี่” เขาออกคำสั่งเสียงทุ้มต่ำ แต่กังวานไปทั่วห้อง
แอนรีบเดินแกมวิ่งเข้าไปหาเขา ราวกับแม่เหล็กที่ถูกดึงดูด เธอไปหยุดยืนอยู่ข้างบัลลังก์ ห่างจากกายเขาเพียงคืบ ไม่รู้ทำไมแต่การได้อยู่ใกล้ผู้ชายที่อันตรายที่สุดในห้องนี้ กลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุด
หลี่เหว่ยเหลือบตามองร่างเล็กที่จมอยู่ในเสื้อคลุมของเขา มุมปากกระตุกเล็กน้อยด้วยความพอใจลึกๆ เสื้อของเขา ตีตราจองนางไว้แล้ว
“นั่งลงข้างข้า” เขาชี้ไปที่เบาะรองนั่งเล็กๆ ที่วางอยู่ชิดกับบัลลังก์ของเขา ชิดมากจนแทบจะเกยตัก
แอนนั่งลง พยายามเก็บไม้เก็บมือให้เรียบร้อย แต่สายตาของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง
งานเลี้ยงดำเนินต่อไปด้วยความคึกคัก เหล่านางรำพื้นเมืองออกมาวาดลวดลาย แต่ดูเหมือนสายตาของเหล่าขุนศึกจะไม่ได้อยู่ที่นางรำแต่อยู่ที่ตุ๊กตาหน้ารถของท่านอ๋องมากกว่า
โดยเฉพาะบุรุษผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ทางฝั่งขวา รองจากหลี่เหว่ยลงไป รองแม่ทัพต้วน ชายร่างท้วมหัวล้านเลี่ยน ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา ดวงตาปรือฉ่ำเต็มไปด้วยตัณหาราคะ เขาจ้องมองแอนตาไม่กะพริบ เลียริมฝีปากที่มันแผล็บด้วยคราบไขมันสัตว์ พลางยกจอกเหล้าขึ้นซดโฮก
“ท่านอ๋อง สตรีผู้นี้ช่างงดงามแปลกตานัก ได้ข่าวว่าท่านเก็บนางได้จากป่าหิมะ เป็นางจิ้งจอกจำแลงมารึขอรับ” เสียงแหบพร่าของรองแม่ทัพต้วนดังขึ้นขัดจังหวะดนตรี
หลี่เหว่ยปรายตามองลูกน้องด้วยสายตาเ็า
“นางเป็แขกของข้า”
“แขก? แขกที่มีผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียนเช่นนี้ช่างน่าลิ้มลองยิ่งนัก ข้าสงสัยเหลือเกินว่าภายใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่นั้นนางซ่อนสิ่งใดไว้” ต้วนหัวเราะเสียงดังลั่น น้ำลายกระเด็น
คำพูดสองแง่สองง่ามเรียกเสียงหัวเราะครืนจากทหารขี้เมาคนอื่นๆ แอนหน้าชา ขนลุกซู่ด้วยความขยะแขยง เธอขยับตัวถอยหนีโดยสัญชาตญาณ เบียดกายเข้าหาพนักพิงบัลลังก์ของหลี่เหว่ยจนไหล่บางชนกับต้นแขนแกร่งของเขา
หลี่เหว่ยรับรู้ถึงแรงสั่นเทาของร่างเล็กที่แนบชิด มือที่กำจอกสุราเริ่มเกร็งแน่น
“นางไม่ใช่สิ่งที่เ้าควรสงสัย ท่านรองแม่ทัพ” หลี่เหว่ยเตือนเสียงเรียบ แต่แฝงไอสังหารจางๆ
แต่ความเมาทำให้คนกล้าหรือไม่ก็โง่เขลา
รองแม่ทัพต้วนลุกขึ้นยืนเซถลา ถือจอกเหล้าเดินโซซัดโซเซเข้ามาใกล้แท่นบัลลังก์ สายตาหื่นกระหายจ้องมองใบหน้าหวานของแอนราวกับจะกลืนกิน
ต้วนยิ้มเผล่จนเห็นฟันเหลืองอ๋อย
