ตอนที่ 1: กาแฟแก้วนั้น... กับวันหายนะ
“สายแล้ว! สายแล้ว! ตายแน่ไอ้ข้าวเ้าเอ๊ย!”
เสียงบ่นพึมพำด้วยความร้อนรนดังแข่งกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งรัวเร็วบนทางเดินหน้าตึก ‘CT Tower’ ตึกระฟ้าใจกลางเมืองซึ่งเป็ที่ตั้งของ CT Group บริษัทั์ใหญ่ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากเข้ามาทำงาน... รวมทั้ง ‘ข้าวเ้า’ นักศึกษาปี 4 ที่เพิ่งได้รับคัดเลือกเข้ามาฝึกงานในแผนกการตลาดด้วย
แต่วันนี้... วันแรกของการฝึกงาน เขาก็ดันตื่นสาย!
นาฬิกาข้อมือบอกเวลา 08.55 น. อีก 5 นาทีจะเข้างานสาย ข้าวเ้ากระชับกระเป๋าสะพายแน่น มือขวากำแก้วอเมริกาโน่เย็นเจี๊ยบที่เพิ่งแวะซื้อมาเพื่อปลุกตัวเองให้ตื่นเต็มตา ขาสั้นๆ ภายกางเกงสแล็คสีดำรีบซอยเท้าถี่ๆ เข้าสู่โถงลิฟต์
“รอด้วยครับ! รอด้วย!” เขาะโเรียกเมื่อเห็นประตูลิฟต์กำลังจะปิด
โชคดีที่คนในลิฟต์กดเปิดรอ ข้าวเ้าแทรกตัวเข้าไปพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ใครเห็นเป็ต้องใจอ่อน “ขอบคุณครับพี่... แหะๆ เกือบไม่ทัน”
เมื่อออกจากลิฟต์ที่ชั้น 25 ข้าวเ้าก็สับตีนแตกอีกครั้งเพื่อไปยังแผนก แต่ทว่า... ตรงหัวมุมทางเดินหินอ่อนขัดมันวาววับนั้นเอง หายนะก็ได้บังเกิด
ร่างโปร่งเลี้ยวโค้งโดยไม่ทันระวัง แรงเหวี่ยงจากการวิ่งทำให้เขาเบรกไม่อยู่ และภาพตรงหน้าคือแผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อสูทสีเทาเข้มราคาแพงระยับ
โครม!!
แรงปะทะทำให้ข้าวเ้าเซถอยหลังเกือบล้ม แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าคือแก้วกาแฟในมือ... ฝาครอบหลุดกระเด็น น้ำสีดำเย็นเฉียบราดรดลงบนแผงอกแกร่งของชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าจนชุ่มโชก กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“เฮ้ย!” ข้าวเ้าอุทานลั่น หน้าซีดเผือด
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลา พนักงานแถวนั้นหยุดเดินและหันมามองเป็ตาเดียว
ชายหนุ่มผู้โชคร้ายยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขาค่อยๆ ก้มลงมองคราบกาแฟที่เปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวและสูทตัวหรู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตัวต้นเหตุช้าๆ
ข้าวเ้าเงยหน้าขึ้นมอง... และวินาทีนั้นเขาก็เหมือนต้องมนตร์สะกด
ผู้ชายคนนี้... หล่อมาก หล่อวัวตายความล้ม ใบหน้าคมคายผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว จมูกโด่งเป็สัน รับกับริมฝีปากหยักลึก แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาคู่คมกริบสีสนิมเหล็กภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใส มันฉายแววเ็าและดุดันจนข้าวเ้าขนลุกซู่
“นะ... นาย...” ข้าวเ้าอึกอัก “ผมขอโทษครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ คือผมรีบไปหน่อย...”
มือเรียวรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋ากางเกง พยายามจะเช็ดคราบกาแฟบนอกแกร่งนั้นด้วยความลนลาน แต่ทันทีที่ปลายนิ้วััโดนเนื้อผ้า...
หมับ!
มือหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำเอาข้าวเ้านิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“อย่า... แตะ” เสียงทุ้มต่ำดังลอดไรฟัน มันไม่ได้ตะคอก แต่กลับทรงพลังและน่าเกรงขามจนน่ากลัว
“คะ... ครับ?” ข้าวเ้าตัวสั่น
ชายหนุ่มร่างสูงดึงข้อมือข้าวเ้าเข้ามาใกล้ จนใบหน้าหวานอยู่ห่างจากปลายจมูกโด่งเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นกายบุรุษเพศกระแทกเข้าจมูกข้าวเ้าอย่างจัง
“นายรู้ไหม... ว่าสูทตัวนี้ราคาเท่าไหร่?” ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังตื่นตระหนก
“ผะ... ผมไม่ทราบครับ แต่ผมยินดีชดใช้ค่าซักรีดให้...”
“ซักรีด?” มุมปากหยักยกยิ้มเหยียดหยัน “สูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี ผ้าไหมแคชเมียร์... ซักไม่ได้ และราคามันแพงกว่าเงินเดือนเด็กฝึกงานอย่างนายทั้งปีรวมกันซะอีก”
ข้าวเ้าอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำว่า ‘เด็กฝึกงาน’ ทันที เขารู้ได้ยังไง?
คาร์เตอร์ ปรายตามองป้ายชื่อที่ห้อยคอเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือข้าวเ้าออกอย่างแรงราวกับรังเกียจ
“เก็บมือซนๆ ของนายไปซะ” คาร์เตอร์ก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่ายั่วยวนแต่แฝงยาพิษ “แล้วเตรียมตัวหางานใหม่ได้เลย... ไอ้เด็กซุ่มซ่าม”
เขาสะบัดหน้าเดินจากไปพร้อมกับกลุ่มผู้ติดตามที่เพิ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ทิ้งให้ข้าวเ้ายืนเคว้างคว้างอยู่กลางโถงทางเดิน ท่ามกลางสายตาสงสารแกมสมเพชของพนักงานคนอื่นๆ
ข้าวเ้าก้มมองมือตัวเองที่ยังแดงเป็รอยนิ้วมือ ความรู้สึกผิดเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความหมั่นไส้
“อะไรวะ! คนอุตส่าห์ขอโทษดีๆ พูดจาหมาไม่แดก... หล่อตายล่ะไอ้ฝรั่งขี้นก!” เขาบ่นอุบอิบกับตัวเอง ก่อนจะก้มลงเก็บแก้วกาแฟที่ตกพื้น
“น้องครับ...” พี่พนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาสะกิด “รีบไปรายงานตัวเถอะ แล้ว... เตรียมใจไว้ด้วยนะ”
“ทำไมเหรอครับพี่?” ข้าวเ้าถามอย่างงงๆ
“ก็คนเมื่อกี้น่ะ...” พี่พนักงานกลืนน้ำลาย “นั่น คุณคาร์เตอร์ ประธานบริหารคนใหม่ของ CT Group... เ้าของฉายา ‘จอมเชือด’ ที่เพิ่งบินกลับมาจากอเมริกาไงล่ะ!”
แก้วกาแฟในมือข้าวเ้าร่วงลงพื้นอีกรอบ
“ฉิบ... หาย... แล้ว...”
