ยอดยุทธ์ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากได้มาเยือนที่เมืองชิงโจว ภายในเมืองเต็มไปด้วยประเด็นที่กล่าวถกเถียงกันว่าแท้จริงแล้วชื่อ ‘เต้า’ นั้นมาจากที่ไหนเพราะเื่นี้ทำให้ขุมพลังอำนาจหลายๆ แห่งสั่นะเื ถึงแม้ว่าจะเป็แค่ขั้นพลังแรกแต่ด้วยพลังศักยภาพระดับนั้นส่งผลให้อัจฉริยะหลายคนรู้สึกหวาดหวั่น ผู้คนมากมายต่างก็คาดเดาเอาไว้ว่าคนผู้นั้นจะต้องเป็ศิษย์ที่ยอดยุทธ์เก่าแก่เลี้ยงดูมาเป็แน่
ผลกระทบจากเื่นี้ใหญ่หลวง นักจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งต่างก็รู้ดีถึงความสำคัญของขั้นพลังที่หนึ่งดังนั้นมูลค่าของศิลาเทพยุทธ์ในสายตาของพวกเขานั้นย่อมเป็สิ่งที่สำคัญอย่างที่สุด
สามารถฝึกฝนขั้นพลังที่หนึ่งมาได้จนถึงขนาดนี้ ในภายภาคหน้าจะต้องเติบใหญ่กลายเป็จอมยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา มีคนที่เอาเื่ของหอคอยผ่านจิตเชื่อมโยงกับเื่นี้เป็ไปได้ว่าคนที่ทำน่าจะเป็คนคนเดียวกัน
ในวันนั้นทั่วทั้งดินแดนลึกลับพลันเกิดความโกลาหลขึ้น และคาดการณ์กันไปต่างๆ นานา เป็ไปได้สูงว่าเต้าจะได้สมบัติล้ำค่าจากหอคอยผ่านจิตไป อีกทั้งชื่อของเขาที่อยู่อันดับหนึ่งเขาจะต้องได้สมบัติล้ำค่าไปอีกอย่างหนึ่งแน่
สมบัติล้ำค่าสองอย่างนั้นทำให้เหล่าจอมยุทธ์บังเกิดความโลภ ขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่หลายแห่งต่างก็ค้นหาปรมาจารย์ยอดฝีมือเพื่อที่จะตามหาคนคนนี้
“เต้านี่น่ากลัวเสียจริงๆ เขาสามารถกำราบอู่ตี้ได้ แท้จริงแล้วขั้นพลังของเขาในขั้นหล่อกายานั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหนกัน”
“ถึงจะแข็งแกร่งแต่ว่ากันว่าขั้นฝึกฝนของเต้านั้นก็ไม่ได้สูงมาก เขายังห่างชั้นกับอู่ตี้หลายขุมพวกเ้าอย่าลืมสิว่าอู่ตี้สลักชื่อนั้นเอาไว้ตอนที่อายุเพียงแค่สิบขวบ” มีคนโต้แย้ง
“ครั้งนี้ที่โถงวิหารดาราจะต้องคึกคักมากแน่ อู่ตี้ก็มา เดาว่าเต้าเองก็ต้องมาเหมือนกัน ข้าได้ยินมาว่ามีุ์หลายตนที่มาจากเขา์โบราณทั้งยังมีผู้สืบทอดของตระกูลใหญ่ๆ มาอีก”
เสียงพูดคุยกล่าวขึ้นมาในสำนักซิงเฉิน เต้าหลิงได้ยินบทสนทนาเ่าั้ หัวใจของเขาก็ร้อนขึ้นมาเล็กน้อยเพราะยังไม่รู้ว่าตนนั้นได้ของล้ำค่าอะไรมาจากศิลาเทพยุทธ์ เขาจึงเตรียมตัวกลับไปเปิดดูยังที่พัก
“หวังว่าจะเป็วิชามหาอำนาจ” ฝ่ามือของเขากระชับขึ้นเล็กน้อยเต้าหลิงรอคอยอย่างใจจดใจจ่อในตอนนี้วิชามหาอำนาจที่เขามีก็คือวิชาฝ่ามือหยินหยางแต่เนื้อหาของวิชามันไม่สมบูรณ์ ส่วนวิชาสามทิศกายทองคำ กายทองทิศที่สามซึ่งสำคัญที่สุดก็ดันหายไปเสียได้ ถ้าหารายละเอียดของทิศสุดท้ายไม่เจอย่อมต้องหาวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งกว่านี้ถึงจะได้
เมื่อมาถึงบนเขาิญญาเต้าหลิงก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตามองไปยังร่างเงาสองร่างที่อยู่ตรงหน้าุ์สองตนปลดปล่อยแสงหมอก์ออกมา พลังเปี่ยมล้นจนน่าใ
"ข้าบอกไปแล้วว่าเขาไม่อยู่ที่นี่แล้วพวกเ้าคิดจะทำอะไร” ใบหน้าของหลินซือซือบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเ็ป คิ้วดำเรียงตัวสวยขมวดแน่นฝ่ามือมีเืไหลออกมากระบี่ล้ำค่าตกอยู่ที่พื้น
“ฮึ! ไม่พูดกล่าวให้ชัดเจนวันนี้เ้าไม่รอดแน่” ทั่วร่างของุ์ปกคลุมไปด้วยไอหมอกรางๆ ั์ตาของมันปลดปล่อยแสงอำมหิต ่ระยะนี้พวกมันมาที่นี่ทุกวันแต่ทุกๆ ครั้งห้องฝึกกายของเต้าหลิงก็จะแขวนป้ายปิดขั้นพลังเอาไว้ซึ่งพวกมันไม่กล้าบุกเข้าไปเพราะข้างในวิหารมีค่ายกลสังหารอยู่
ในตอนนี้ความอดทนของพวกมันได้หมดลง ถ้ายังขืนชักช้าอยู่แบบนี้นายท่านจะต้องลงโทษพวกมันอย่างหนักแน่
ถ้อยคำข่มขู่ทำให้สีหน้าของหลินซือซือพลันขมึงทึงขึ้นและในตอนนั้นเองก็มีเสียงเย็นเอ่ยดังออกมาทำให้หัวใจของเด็กสาวผ่อนคลายลง
“ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเ้าจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่หรือไม่”
ประโยคดังกล่าวส่งผลให้สีหน้าุ์ทั้งสองตนหนักอึ้ง ั์ตาเ็าะเิแสงเย็นะเืออกมาั้แ่พวกมันมาที่สำนักซิงเฉิน นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนกล้ากล่าววาจากับพวกมันแบบนี้
“เ้าอย่าเข้ามานะ” ดวงตากลมโตของหลินซือซือมองไปยังเด็กหนุ่มผู้กำลังย่างเท้าเข้ามาใกล้ ภายในใจพลันรู้สึกร้อนรุ่มขึ้น นอกจากนี้นางััได้ว่าุ์ทั้งสองตนนี้แข็งแกร่งเป็อย่างมาก
"เ้าไม่เป็ไรนะ" เต้าหลิงจ้องมองฝ่ามือของหลินซือซือที่มีเืไหล เขากระชับหมัดแน่น เพลิงโทสะแผดเผาขึ้นมาในหัวใจ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าุ์ทั้งสองตนนี้จะทำร้ายหลินซือซือ
“ไม่เป็ไร ข้าาเ็เพียงเล็กน้อย” หลินซือซือฝืนยิ้ม ไม่รู้ว่าทำไมนางจึงรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเต้าหลิง ความร้อนรุ่มในหัวใจสลายหายไปในทันที
“โทษข้าเถอะเพราะข้า เ้าถึงได้าเ็” ใบหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด สายตาจ้องมองไปทีุ่์ทั้งสองตนก่อนปลดปล่อยจิตสังหารข่มขู่
ุ์ตนหนึ่งซึ่งทั้งร่างถูกโอบล้อมไปด้วยแสงสีเขียวเอ่ยเสียงเย็น “เ้าหนูถ้าเ้ามาช้ากว่านี้อีกสักหน่อยชีวิตของนางคงจะดับสูญ รีบมากับพวกข้าเสีย นายท่านของข้า้าพบเ้า”
ดวงตากลมโตคู่สวยของหลินซือซือเบิกกว้าง หัวใจบีบรัดเข้ามาอีกครั้งุ์ทั้งสองตนนี้จะต้องเป็ลิ่วล้อ ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ ว่าพวกมันจะน่ากลัวมากแค่ไหน
เต้าหลิงไม่เอ่ยอะไร ลมปราณทั่วร่างหมุนวนโหมกระพือจนเกิดเสียงหวีดร้อง ป่าไผ่สั่นไหวใบไม้ปลิวว่อน ขณะสองเท้าก้าวออกไปข้างหน้า
“เ้าหนู แล้วเ้าจะเสียใจเ้าแส่หาเื่เองนะ” ุ์ที่โอบล้อมไปด้วยแสงสีเขียวแผดเสียงกล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง
“เป็แค่ลิ่วล้อแต่กลับปากดีโอหัง ข้าอยากรู้นักว่าพวกเ้าจะมีความสามารถมากแค่ไหน” เต้าหลิงคำรามพลังทั่วร่างเดือดขึ้นแสงสีทองม้วนตัวออกไป ก้อนหินรอบทิศถูกยกลอยขึ้นในทันใด
“รนหาที่ตาย” ุ์ร่างเขียวมรกตถูกยั่วโทสะจนขนทั่วร่างลุกชันถึงแม้ว่ามันจะเป็แค่ลิ่วล้อ แต่มันมีความภาคภูมิใจในตัวของมันเอง ต่อให้เป็ผู้สืบทอดของขุมพลังอำนาจใหญ่ๆ เพียงแค่พบมันก็ต้องโค้งคำนับทว่าเ้าเด็กมนุษย์ผู้ต่ำต้อยนี้กลับมาพูดจาเหยียดหยามทำให้มันโมโหโกรธเคือง
มันพลิกฝ่ามือออกไปปรากฏแส้หนังสีเขียวเส้นหนึ่งซึ่งโอบล้อมไปด้วยแสงสว่างจ้าทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังดุดันเข้มข้น ขนาดของมันใหญ่เท่าแขนของมนุษย์ ทั้งบนแส้หนังก็มีคราบเืสดติดอยู่แสดงให้เห็นว่ามันคงจะใช้แส้นี้หวดคนไปนักต่อนักแล้ว
ุ์ตวัดเหวี่ยงแส้ไปมาจนเกิดร่างเงาทับซ้อนกัน พลังที่รุนแรงม้วนตัวขึ้นดุจคลื่นน้ำ แรงเหวี่ยงที่ฟาดสะบัดแต่ละหนกระทบมวลอากาศก่อเกิดเสียงดังพึ่บ
เต้าหลิงก้าวเดินพร้อมกันนั้นสายตาของเขาจ้องมองไปยังแส้หนังซึ่งพุ่งเข้ามา แขนของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็สีทองแดง นิ้วมือเกร็งจนกล้ามเนื้อปูดขึ้นพลางใช้ฝ่ามือคว้าจับแส้หนังเอาไว้
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้ามีกายมหาอำนาจทว่า...” ุ์ร่างเขียวเอ่ยเสียงเย็น แสงสีเขียวของมันพลันน่ากลัวขึ้น ร่างเงาของัคะนองน้ำตนหนึ่งได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาและส่งเสียงร้องคำรามดังลั่นทะลวงฟ้าดิน
“นั่นมันของล้ำค่าที่ทำมาจากเส้นเอ็นของัคะนองน้ำ” ฝ่ามือเรียวสวยของหลินซือซือกำแน่น คิ้วงามขมวดเป็ปม นั่นคือของล้ำค่าพิสดาร พลังการโจมตีนั้นรุนแรงหนักหนาไม่รู้ว่าเต้าหลิงจะสามารถรับมือได้ไหวหรือไม่
“ทว่าของสิ่งนี้ไม่ใช่ของเ้า” เต้าหลิงแสยะยิ้ม ลมปราณภายในร่างของเขาปะทุสำแดง แขนทั้งแขนปรากฏอักขระสีทอง เด็กหนุ่มส่งกำปั้นเข้าปะทะกับร่างเงาของัคะนองน้ำ
อักขระสีทองพุ่งออกไปอย่างรุนแรงทั้งยังแฝงไปด้วยเงาหมัดมันพุ่งเข้าใส่ร่างเงาัคะนองน้ำไม่หยุด ร่างเงาของมันสั่นไหวคล้ายกับจะะเิออก
ในขณะนั้นร่างของเต้าหลิงก็โจนทะยานฝ่าออกไปพร้อมลมปราณเดือดพล่าน ใช้หมัดปะทะเข้ากับฝ่ามือของุ์ร่างเขียว
ุ์ร่างเขียวไม่กล้าประจันหน้ากับเต้าหลิงโดยตรง เพราะมันรู้ว่าคนผู้นี้น่ากลัวมากขนาดไหน มันบังคับแส้สีเขียวตวัดกลับมา ร่างเงาัคะนองน้ำจึงรวมตัวขึ้นอีกครั้งด้วยความแข็งแกร่งดุจเดิม มันอ้าปากกว้างหมายจะกัดกลืนแขนของเต้าหลิง
ร่างของเต้าหลิงหยุดชะงักไป แขนทั้งสองหมุนควงิัสีทองแดงปลดปล่อยพลังปราณเข้มข้นออกมาทั้งยังมีแสงของดวงดาราส่องประกายระยิบระยับ แรงกดดันหนักหน่วงทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
เต้าหลิงะเิพลังออกมาอีกเท่าหนึ่งมือทั้งสองคล้ายกับหลอมมาจากทอง์ ชั่วพริบตาเขาก็ใช้ฝ่ามือฉีกปากของัคะนองน้ำประหนึ่งสัตว์อสูรที่ดุร้าย
“แหลกไปซะ” เต้าหลิงแผดเสียงคำราม เขาเข้าไปข้างในร่างของัคะนองน้ำ อักขระทั่วร่างไหลทะลักออกมาแสงดวงดาราส่องสว่างจ้ามีเสียงดังตึง แรงกดดันมหาศาลบดขยี้ร่างของัคะนองน้ำจนแหลกเป็ผุยผง
“อะไรกันทำไมพลังของเขาถึงได้รุนแรงขนาดนี้หรือว่าเขากำลังเปลี่ยนรูป” ุ์ร่างเขียวใเป็ที่สุดแม้การเปลี่ยนรูปไม่ใช่สิ่งที่พวกมันจะสามารถััได้ ซึ่งพวกมันรู้ว่าเ้านายของพวกมันนั้นได้เข้าสู่ขั้นเปลี่ยนรูปแล้ว เพราะเช่นนั้นเขาจึงได้ถูกกล่าวขานว่าเป็อัจฉริยะของรุ่น แค่ฝึกฝนถึงขั้นสถิติญญาก็สามารถประมือกับอสูรดุร้ายของโบราณกาลได้ง่ายดาย
สถิติญญาคืออะไร สถิติญญาก็คือทุกสรรพสิ่ง คนที่สามารถเข้าไปอยู่จนเปลี่ยนรูปได้นั้นมีเพียงยอดยุทธ์อัจฉริยะ รวมถึงยังมีจำนวนเพียงหยิบมือเท่านั้น
น้อยคนนั้นที่จะสามารถเข้าสู่ขั้นเปลี่ยนรูปในขั้นพลังสถิติญญาทว่าเมื่อใดที่เปลี่ยนรูปได้แล้วพลังที่ะเิสำแดงออกมาย่อมสามารถพลิกพันผันฟ้าดิน ทั้งของสิ่งนี้ยังไม่ได้ก่อเกิดจากพร์แต่ที่ต้องใช้ก็คือวิชาโบราณที่น่ากลัวซึ่งมีเพียงเฉพาะเพียงตระกูลใหญ่ๆ เท่านั้น
ุ์ร่างเขียวเปล่งเสียงคำราม มันรู้สึกได้ว่าร่างกายของมันกำลังถูกบีบคล้ายร่างกำลังปริแตก พลังปราณของอีกฝ่ายไม่ใช่แค่เปี่ยมล้นทว่ายังแฝงไปด้วยแรงกดดันอันน่าหวาดกลัว ทำให้มันสำรอกเืออกมาก่อนทั้งร่างจะกระเด็นลอยออกไป
เต้าหลิง่ชิงแส้สีเขียวมรกตมาพลางโยนให้กับหลินซือซือแล้วกล่าวว่า “นี่คือของชดเชยแทนคำขอบคุณแต่มันยังไม่พอหรอก“
หลินซือซือรับของล้ำค่ามาไว้ในมือด้วยความปีติ นางฉีกยิ้มออกมาดวงตากลมโตกลายเป็รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
“เ้า” ใบหน้าของุ์ร่างเขียวพลันบิดเบี้ยว ทั่วร่างปลดปล่อยพลังอำมหิต และตะเบ็งเสียงแหกปากบ้าคลั่ง “จัดการเสียเ้าเด็กนี่ชักจะโอหังมากเกินไปแล้ว”
สองุ์จากเขา์โบราณไม่เห็นคนนอกอยู่ในสายตา มันคิดอยู่เสมอว่าการฆ่ามนุษย์สักคนล้วนใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ทว่าเ้าเด็กนี่กลับนำของล้ำค่าของมันมอบให้กับเด็กสาวเป็ของชดเชยเสียอย่างนั้น
ชายหนุ่มที่ไม่พูดไม่จามาเป็เวลานานก็เอ่ยปาก “นายท่านได้เห็นแล้วว่าขั้นพลังของเ้านั้นไม่ธรรมดา ในตอนนี้เ้าได้ผ่านการทดสอบในการเป็ทหารรับใช้ของนายท่าน ส่วนเื่พลังอำนาจของเขา์โบราณนั้น ข้าคงไม่ต้องกล่าวอะไรอีก การที่เ้าได้เป็ทหารของนายท่านนั้นถือว่าเป็เื่ที่โชคดีมากในชีวิตของ เ้าคิดไตร่ตรองให้ดี”
ได้ยินดังนั้นสายตาเ็าของเต้าหลิงก็มองไปยังเ้าของประโยค พร้อมโต้ตอบ “ข้าเองก็เห็นแล้วเหมือนกันว่านายท่านของเ้านั้นไม่ธรรมดา มีคุณสมบัติพอที่จะเป็ทหารรับใช้ของข้าพอดี”
“ว่าไงนะ” ุ์ร่างสีเขียวหน้าเปลี่ยนสี มันชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่เต้าหลิง สีหน้าปนเปหลากหลายอารมณ์ “เ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง รนหาที่ตาย!”
ุ์ร่างเขียวบันดาลโทสะ เขา์โบราณคือขุมพลังอำนาจที่น่าหวั่นเกรงเป็อันดับต้นๆ ทั้งอยู่มาั้แ่สมัยโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ุ์แต่ละตนที่ออกมาจากที่แห่งนั้น ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นย่อมต้องก้มหัวคำนับ
แต่เด็กหนุ่มกลับพูดว่าจะเอานายท่านของมันไปเป็ทหารรับใช้ เ้าเด็กนี่ไปเอาความหาญกล้านี้มาจากไหน
สีหน้าของชายหนุ่มเ็าจนน่ากลัวเขามันเอ่ยเสียงเย็นออกมาว่า “เ้ารนหาที่เองนะถ้าตายไปอย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน”
“รีบฆ่าเ้าเด็กนี่เร็วเข้าสิ” ุ์ร่างเขียวะโ ตอนที่ออกมาพวกมันได้เตรียมค่ายกลสังหารเอาไว้เพื่อบดขยี้ร่างของเต้าหลิงให้กลายเป็หมอกเืไปเสีย
แขนเสื้อของชายหนุ่มสะบัดขึ้นปรากฏธงเล็กสีเืจำนวนเก้าผืนขึ้นกลางอากาศ แต่ละผืนปลดปล่อยแสงสีแดงฉานน่าสยดสยองทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยจิตสังหารที่ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบหนาวะเื
ธงเืเก้าผืนสั่นไหวไปตามแรงลมจากนั้นมันก็ขยายใหญ่ขึ้น ผืนธงม้วนตัวคลี่สยาย เพียงชั่วพริบตามันกลับล้อมร่างของเต้าหลิงแล้วกลายเป็ค่ายกลสังหารอันน่าพรั่นพรึง พลังพิฆาตปะทุแผ่กระจายเชี่ยวกรากราวกับแม่น้ำที่ไหลทะลัก
“แย่ละสิ ค่ายกลสังหาร” สีหน้าของหลินซือซือเผือดซีด นี่คือค่ายกลสังหารที่น่าหวาดกลัว มันสามารถฆ่าศัตรูที่แข็งแกร่งได้และมันจะไม่หยุดจนกว่าอีกฝ่ายจะตายกลายเป็หมอกเื
