บรื๊นนนน ~
รถซุปเปอร์คาสีหวานรับกับใบหน้าสวยราวตุ๊กตาบาร์บี้ของเ้าของของมันที่กำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เวนดี้แตะปลายเท้าเพียงนิดเครื่องยนต์ของรถหรูก็พุ่งขึ้นด้วยความรวดเร็วเพื่อพาร่างเพรียวบางออกไปนอกอาคารที่พักของโนแลน มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นตลอดการขับขี่ เธออยู่ในอารมณ์ที่ดีพลางลอบเสพบรรยากาศความสวยงามจากภายนอกไปด้วยในทุก ๆ ที่ที่ตัวรถเคลื่อนผ่าน ปากเล็กฮึมฮัมร้องเพลงที่ถูกเปิดคลอเอาไว้ส่วนนิ้วเรียวก็ขยับเล็กน้อยไปตามจังหวะ รถหรูขับเลาะไปตามถนนหนทางที่มีทางโค้งคดเคี้ยวเป็ระยะด้วยความชำนาญจนมาถึง่ถนนที่เธอชอบมากที่สุดเพราะเป็เส้นที่ต้องขับเลียบไปตามชายหาดเพื่อเลาะไปอีกฝั่งหนึ่งของตัวเกาะ ั์ตาสวยชำเลืองมองน้ำทะเลสีฟ้าครามเล็กน้อย พอได้เห็นแสงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบบนผิวน้ำจิตใจของสาวน้อยก็ยิ่งชื่นบานไปกันใหญ่
“เอ๊ะ!”
เสียงหวานร้องออกมาเมื่ออยู่ดี ๆ รถสีสวยคู่ใจก็ผ่อนความเร็วลงเองแบบที่ลองใช้ปลายเท้าแตะเร่งความเร็วขึ้นก็ไม่เป็ผล ระหว่างคิ้วย่นเข้าหากันทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของเครื่องยนต์ เธอชะลอความเร็วลงแล้วค่อย ๆ แตะเบรกด้วยความระมัดระวังเพราะตอนนี้รถซุปเปอร์คาร์ของเธออยู่ตรง่ทางโค้งพอดี เวนดี้หมุนพวงมาลัยให้รถเข้าไปจอดเทียบบริเวณข้างทาง แต่ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้สังเกตอาการอะไรต่อเครื่องยนต์ก็ดับลงแบบไม่รู้สาเหตุ
“…”
ดวงตากลมโตมองรถหรูของตัวเองนิ่งพลันในหัวก็กำลังคิดหาสาเหตุว่าทำไมรถหรูถึงได้ดับไปดื้อ ๆ แบบนี้ คนตัวเล็กเปิดประตูรถแล้วออกมายืนด้านนอกเพราะด้านในเริ่มไม่มีอากาศให้เธอได้หายใจ หญิงสาวสาวเท้าเดินไปรอบ ๆ ตัวรถ แต่ก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติใด ๆ เวนดี้เลยตัดสินใจหยิบเอามือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายไหล่แล้วเตรียมจะกดโทรไปหาเพื่อนชายคนสนิทอย่างเลออนให้มารับ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้กดโทรออกก็มีรถสปอร์ตคันสีเขียวขับพ้นมาจากทางโค้งแล้วชะลอรถจอดอยู่ด้านหลังรถของเธอ
รถของฟาเดลหนิ…
เวนดี้ลดโทรศัพท์ในมือลงพลางมองชายร่างสูงก้าวลงมาจากรถ เขาเดินตรงเข้ามาหาแล้วชำเลืองสายตามองรถของเธอที่จอดนิ่งอยู่เล็กน้อย
“รถเสียน่ะ ไม่รู้ว่าเป็อะไรอยู่ดี ๆ ก็ดับไป”
สาวผมยาวลอนส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับเพื่อนในกลุ่มที่เธอสนิทกับเขาน้อยที่สุดเพราะเห็นว่าเขาไม่พูดอะไรออกมาเสียที
“อืม จอดไว้นี่แหละ ไปขึ้นรถ”
เขาพูดบอกก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ทำให้หญิงสาวที่ไม่คุ้นชินกับอาการนิ่ง ๆ ของชายหนุ่มแม้จะรู้จักกันมานาน ต้องรีบสาวเท้าเดินตามหลังไป เธอเอื้อมมือจับประตูรถเปิดออกแล้วส่งตัวเองเข้าไปนั่งด้านในรถหรูแบบเงียบ ๆ
ทำไมมันอึดอัดแบบนี้่ล่ะ…
“เอ่อ นายเพิ่งมาถึงหรอ?”
ใบหน้าสวยไร้ที่ติหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังหมุนพวงมาลัยรถเพื่อหันหัวรถหลบรถของเธอแล้วขับออกไป เขามองกระจกข้างตัวรถอีกครั้งแล้วถึงได้เร่งเครื่องขึ้นเมื่อเห็นว่าไม่มีรถขับผ่านมาแถวนี้ เวนดี้กระพริบตาปริบ ๆ มองเพื่อนชายของเธอที่ขับรถออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
“…คือ วันปิดเทอมที่ฉันเมา ขอโทษนะถ้าไปทำให้นายลำบาก”
คนตัวเล็กตัดสินใจเอ่ยคำขอโทษออกไปเพราะไม่มั่นใจว่าในคืนนั้นเมื่อสองเดือนที่แล้วเธอได้ทำพฤติกรรมแย่ ๆ หรือวีรกรรมบ้า ๆ บอ ๆ อะไรลงไป จนเป็สาเหตุให้ผู้ชายข้างตัวเอาแต่นั่งเงียบอยู่แบบนี้หรือเปล่า
“ทำให้ลำบากงั้นหรอ หึ”
เวนดี้มองหนุ่มหล่อข้างตัวอีกครั้ง เธอเห็นว่ามุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย
“อือ ฉันเมามากไปหน่อย แต่จำได้ว่านายเป็คนไปส่ง”
“จำได้แค่นั้นหรอ?”
ตาคมหันกลับมาสบตาเพียงครู่เดียวก่อนจะหันใบหน้ากลับไปมองถนนตรงหน้าตามเดิม แต่นั่นก็มากพอที่จะสร้างความงุนงงให้กับคนตัวเล็ก
ที่ฟาเดลพูดออกมามันคืออะไร? จำได้แค่นั้นหรอ? หรือคืนนั้นฉันไปอ้วกใส่เขาหรือเปล่านะ…
“อือ ก็นายไปส่งฉันที่ห้อง ฉันชวนนายดื่มแล้วนายก็กลับไป ส่วนฉันก็ภาพตัด…ระ หรือว่าฉันอ้วกใส่นายหรอฟาเดล”
เสียงหวานใสอึกอักไปเมื่อถึง่ท้ายประโยค ปากเล็กพูดถามออกไปด้วยท่าทีที่ไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก เพราะถ้าเป็แบบนั้นจริงเธอคงจะอายไม่น้อยเลยทีเดียว
“เปล่า”
“เฮ้อออออ”
ร่างบางเผลอถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความโล่งอกก่อนจะรีบทำตัวให้เป็ปกติเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวบนรถ
ค่อยยังชั่ว! นึกว่าเมาจนไปทำอะไรบ้า ๆ ใส่ฟาเดลซะแล้วเรา
“ละ แล้วปิดเทอมนายทำไรอะ เห็นไม่ค่อยตอบแชตเพื่อนเลย”
เวนดี้รีบหาเื่อื่นมาพูดคุยกับเขาทันทีเพราะไม่้าให้บรรยากาศภายในรถเงียบลงอีกครั้ง
“ทำงานที่บ้าน บินไปฝรั่งเศสเพิ่งกลับมาน่ะ”
“อ๋อออ สนุกมั้ย? เหมือนได้ไปเที่ยวเลยเนอะ…ฉันอยู่แต่บ้านกับที่ทำงานตลอดสองเดือนเลย”
เธอเจื้อยแจ้วชวนเขาคุยไปเรื่อยเปื่อยส่วนชายหนุ่มข้างตัวก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้างตามประสา
“ก็สนุกดี…พูดมากเหมือนเดิมเลยขนาดไม่เมา”
“ฮะ? อะไรนะ”
เวนดี้ทวนอีกครั้งเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เขาพูดตอนท้ายประโยคไม่ชัดพลันหันใบหน้าไปมองคนที่กำลังขับรถอยู่
“เธอไง พูดมาก”
“อ้าว…”
นิ้วแกร่งกดปุ่มดับเครื่องยนต์เมื่อรถสปอร์ตหรูขับเข้ามาจอดตรงหน้ามหาวิทยาลัยเรียบร้อย เขาหันหน้ากลับมาสบตากับเธอแล้วหลุบตาลงมองริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูครู่หนึ่งแล้วถึงได้เปิดประตูก้าวลงจากรถไป คนตัวเล็กเลยรีบก้าวตามลงไปด้วยความว่องไวเช่นกัน
“เมื่อกี๊นายว่าฉันหรอฟาเดล”
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบไปกับพื้นในขณะที่เธอเดินตามหลังเขาเพื่อเข้าไปในลิฟต์ตัวหลักของอาคาร
“พูดเื่จริง นึกว่าพูดมากแค่ตอนเมา”
เขาสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลางใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มแล้วหันหัวกลับมามองเธอเล็กน้อยด้วยแววตาขัน ๆ
สายตาแบบคนมีเื่สนุกอยู่ในใจอย่างนั้นหรอ…?
เธอเงยใบหน้าขึ้นเพื่อมองสบตากับผู้ชายสูงร้อยเก้าสิบข้างตัวก่อนจะเพ่งมองเข้าไปในแววตาของเขาที่มันยังคงส่งความท้าทายเล็ก ๆ ออกมาอยู่ตลอด
ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฟาเดลแปลก ๆ ล่ะ เขาดูเหมือนกำลังเล่นเกมอะไรบางอย่างอยู่
ติ๊ง!
เวนดี้ไม่ได้พูดอะไรออกไปอีกเธอเพียงหันหน้ากลับมาแล้วเป็ฝ่ายเดินนำออกมาจากลิฟต์ก่อนเมื่อมันพาทั้งเธอ และเขามาถึงชั้นบนสุดของอาคาร ขาเรียวเดินตรงไปที่ประตูแก้วทันทีโดยไม่ลืมที่จะหยิบการ์ดใบสีดำขึ้นมาสแกนเพื่อเข้าไปด้านในคลับที่ถูกสร้างให้เป็ที่นัดรวมตัวของกลุ่มเพื่อน
“ตัวแสบมาแล้ว คิดถึงจังเลย ~”
เสียงของเลออนดังทักพร้อมกับร่างหนาของเขาเดินตรงเข้ามาหาแล้วเกี่ยวคอเธอให้เดินไปด้วยกัน สาวตัวเล็กถูกลากไปทางซ้ายทีทางขวาทีตามแรงของชายหนุ่ม
“โอ๊ย! เบา ๆ หน่อยเดี๋ยวคอหักพอดีเลออน”
“โอเค ๆ ไหนคิดถึงกันปะ?”
เลออนคลายวงแขนออกแล้วเปลี่ยนมายีหัวสาวผมยาวแทนด้วยความเอ็นดู
“ทำอย่างกับผัวเมียไม่ได้เจอหน้ากันนาน เว่อร์จังวะ”
“อือ วันไหนมันได้กันขึ้นมาฉันจะทำหน้ายังไงล่ะทีนี้”
เคนโน่อดไม่ได้ที่จะแซะออกมาทำให้เจนีนที่นั่งอยู่ข้างกันก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาเช่นกัน
“เป็เพื่อนกัน! / เป็เพื่อนกันครับ!”
คนทั้งคู่ตอบออกมาพร้อมกันแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างกันบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องโดยมีฟาเดลเดินมานั่งลงอีกข้างหนึ่งข้างตัวเธออีกที เขาหันหน้ามามองมือของเลออนที่วางอยู่บนไหล่ของเธอแล้วก็หันกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ
“เออ แล้วทำไมมาพร้อมกันได้วะ”
เลออนถามขึ้นเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเวนดี้กับฟาเดลเดินเข้ามาพร้อมกัน
“รถเสียอะ ตรงถนนเลียบหาดพอดี ฟาเดลขับผ่านก็เลยแวะรับ”
“อ๋า นึกว่ามีซัมติง”
เจนีนหลิ่วตามมองแล้วคลี่ยิ้มร้ายกาจตามประสาสาวแซ่บออกมา
“จะให้มีซัมติงอย่างเดียวเลยรึไงเล่า! รถเสียจ้าเพื่อน”
สาวอายุน้อยสุดถึงกับเหวเสียงสูงขึ้น ทำไมเธอถึงเป็คนเดียวที่ถูกเพ่งเล็งเวลาไปไหนมาไหนกับเพื่อนผู้ชายล่ะเนี่ย
“ฮ่า ๆ โครตน่าแกล้ง”
“อย่ามาแกล้งสาวน้อยของกูนะไอ้เคนโน่ ไปรวมหัวกับเพื่อนสาวสุดแซ่บของมึงนู่นเลย กูปกป้องเวนดี้เต็มที่ เนอะ ๆ”
เลออนรีบคว้าไหล่ของเธอเข้าไปหาแล้วพยักเพยิดหน้าให้เคนโน่ไปรวมหัวกับเจนีน ส่วนเวนดี้ได้ทียักคิ้วอย่างคนมีพวกบ้างแล้วเอาหัวซบลงไปกับไหล่ของเลออนอย่างคนมีพวก
“ก็เล่นแบบนี้ จะไม่ให้คิดได้ไงวะพวกมึงอะ”
เคนโน่พูดออกมาแล้วมองไปยังสองหนุ่มสาวที่เอาตัวพิงกันอยู่ ก่อนจะเหลือบตามองฟาเดลเพราะรายนั้นกำลังนั่งเป็หุ่นปั้นส่วนเกินอยู่ข้างเวนดี้อีกที
“ได้กันเอง ฉันจะขำให้กรามค้าง”
“หยุดพูดไร้สาระเลยนะ”
หญิงสาวหน้าตุ๊กตารีบแย้งทันควันเมื่อเจนีนยังไม่หยุดพูด
“คืนนี้ไปนั่งชิลกันปะ พรุ่งนี้จะเปิดเรียนละ ไม่อยากอยู่ห้อง”
หนุ่มหน้าดุพูดแทรกขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเขาลุกขึ้นยืนจนเวนดี้ที่นั่งพิงตัวกับเลออนต้องเงยหน้ามองตามความสูงยาวของเขา
“ก็ดีนะ เห็นด้วย”
เจนีนหมุนเก้าอี้กลับมาไขว่ห้างแล้วพยักหน้าให้เพื่อนชายพูดน้อย
“เออ ไปก็ไป”
เลออนตอบออกมาบ้างส่วนเคนโน่ก็พยักหน้าแบบไม่คัดค้านคนตัวเล็กเลยผงกหัวให้เช่นกัน
