นอกจากจอมยุทธ์ไม่กี่สิบคนที่ยังอารักขาอาจารย์เวิงอยู่ คนอื่นๆ ที่เหลือเริ่มมีสีหน้าลังเล
“ไอ้พวกนี้นี่ ข้าทุ่มเททรัพยากรให้กับพวกเ้าตั้งเท่าไหร่ แต่พวกเ้ากลับตอบแทนข้าเช่นนี้รึ?” อาจารย์เวิงหน้าเขียวปั๊ด
เขาเลี้ยงสุนัขรับใช้มานานหลายสิบปี ทว่าสุดท้ายแล้วพวกมันกลับทรยศเขาเพียงเพราะคำพูดของเ้าของเกาะนักล่าประโยคเดียว
“เ้าปลิงดูดเื ถ้ามิใช่เพราะหมู่เกาะนักล่ามีแค่เ้าเป็นักหลอมอักขระิญญาคนเดียว เ้าคิดหรือว่าเ้าจักอยู่รอดมาได้จนถึงป่านนี้?” จอมยุทธ์คนหนึ่งถ่มน้ำลายใส่อาจารย์เวิง
“ฆ่าพวกมันให้หมด ถ้าเ้าปกป้องข้า ข้ารับประกันว่าพวกเ้าจักมีกินมีใช้ตลอดทั้งปี!” อาจารย์เวิงคำราม
จอมยุทธ์ที่เหลืออยู่สิบกว่าคนเป็สุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีกับเขามากที่สุด ทั้งยังแข็งแกร่งเป็อย่างมาก เพราะมีพวกเขาอยู่เคียงข้าง อาจารย์เวิงจึงยังเชื่อมั่นในพลังอำนาจของตัวเองอยู่
อาจารย์เวิงอยู่บนหมู่เกาะนักล่ามานานหลายสิบปี ความมั่งคั่งที่เขาสะสมมานั้นเกินกว่าที่คนธรรมดาจักจินตนาการถึง
บนหมู่เกาะนักล่า ตราบใดที่ยังผูกขาดธุรกิจหลอมอักขระิญญาอยู่นั้น เขาหาเงินได้เร็วยิ่งกว่าปล้นเสียอีก
สิ่งไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจให้กับจูชิงเป็อย่างมาก เหตุใดทุกอย่างมันถึงเปลี่ยนไปเร็วเหลือเกิน ทำไมเ้าของเกาะนักล่าถึงตั้งตนเป็ปรปักษ์กับอาจารย์เวิงล่ะ?
“ฆ่า!” จอมยุทธ์หลายสิบคนคุ้มกันอาจารย์เวิงวิ่งไปที่นอกท่าเรือ ถ้าพวกเขาได้เรือล่าสัตว์สักลำหนึ่งก็จักสามารถหนีไปจากที่นี่ได้
“ฟึ่บ!” ทันใดนั้น แสงสีฟ้าครามสว่างวาบบนเรือสกุลซิน จอมยุทธ์ที่คุ้มกันอาจารย์เวิงถูกคันศรยิงเข้ากลางแสกหน้า
“เรือล่าสัตว์ของสกุลซิน แย่งเรือล่าสัตว์นั่นมาซะ!” อาจารย์เวิงะโ
เรือล่าสัตว์สกุลซินแข็งแกร่งมาก ลำพังแค่อักขระิญญาแกร่งกล้าสามร้อยอักขระที่สลักบนลำเรือก็เกินขอบเขตความสามารถของอาจารย์เวิงมากโขแล้ว เขาไม่มีทางสร้างเรือล่าสัตว์เฉกเช่นนั้นออกมาได้
ขอแค่พวกเขาขึ้นไปบนเรือของสกุลซินได้ก็จะไม่มีอะไรในหมู่เกาะนักล่าทำอะไรพวกเขาได้อีกแล้ว ถึงเป็เ้าของเกาะก็ตาม
“สกุลซินเอ๋ย ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี ไม่เช่นนั้น...” อาจารย์เวิงคำราม
ทว่าสิ่งที่ตอบเขากลับมากลับเป็ลูกศรั์ ลูกศรพุ่งทะยานรวดเร็วดั่งแสงอัสนี แม้เป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณยังต้องดับสิ้นวายชีวา
“ฉัวะ!” ลูกศรเจาะทะลวงร่างจอมยุทธ์สองคนโดยที่พวกเขายังไม่ทันได้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยซ้ำ
“เ้าจะหนีไปไหน” เ้าของเกาะนักล่าตัวหายวับแล้วปรากฏกายอีกครั้งตรงหน้าอาจารย์เวิง
“ฆ่ามัน!” อาจารย์เวิงแผดเสียงดังลั่น
จอมยุทธ์ที่เหลืออยู่มองเ้าของเกาะนักล่า กายาพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ คนผู้นั้นคือเ้าของเกาะ เป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนเกาะนักล่า
“พวกเ้ายังคิดจะช่วยเขาอยู่อีกหรือ? ไปเถอะ” เ้าของเกาะนักล่าพูด
“อย่าไปฟัง ถึงพวกเ้าไม่ลงมือ แต่เ้าคิดหรือว่าเขาจะปล่อยพวกเ้าไป?” อาจารย์เวิงะโ
จอมยุทธ์สิบคนที่เหลือสูดลมหายใจเข้าลึก สุดท้ายก็ลงมือ พวกเขาทั้งหมดพุ่งปราดเข้าใส่เ้าของเกาะนักล่า
“ข้าให้โอกาสแล้ว ทว่าพวกเ้ากลับไม่คว้ามันไว้” เ้าของเกาะนักล่าขมวดคิ้ว หอกยาวประจักษ์ในมือ เพียงขยับหอกเล็กน้อย จอมยุทธ์คนหนึ่งถูกปลายแหลมของหอกทะลวงขั้วหัวใจ
จอมยุทธ์ที่คุ้มกันอาจารย์เวิงนั้น ขั้นบำเพ็ญเพียรต่ำสุดอยู่ที่ขั้นสร้างลมปราณเจ็ดชั้นฟ้า มีสองคนเป็ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า ทว่ากลับไม่มีใครสามารถประมือกับเ้าของเกาะนักล่าได้เลย
แข็งแกร่ง แข็งแกร่งไร้เทียมทาน เ้าของเกาะนักล่าสังหารจอมยุทธ์นับสิบคนด้วยตัวคนเดียว ซึ่งทั้งหมดนั่นใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
“ทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้าแล้วอย่างนั้นรึ!” อาจารย์เวิงมองเ้าของเกาะนักล่าอย่างหวาดผวา
บนหมู่เกาะนักล่า จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณนับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมีเกาะเป็ของตัวเอง ส่วนจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณสองชั้นฟ้าเรียกได้ว่าไร้เทียมทานแห่งย่านน้ำมหาสมุทร
ดังนั้นจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้าจึงเปรียบเสมือนกับเทพเ้า ไม่มีใครประมือกับเขาได้!
“เ้าจะฆ่าข้าไม่ได้ ถ้าเ้าฆ่าข้า ลูกชายข้าจักบดขยี้เ้าเป็ชิ้นๆ” อาจารย์เวิงมองเ้าของเกาะนักล่า ความกลัวในแววตาประจักษ์ชัดขึ้น
“ลูกชายเ้า?” เ้าของเกาะนักล่าขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตาแก่นี่มีลูกชาย
“ลูกชายข้าเป็ศิษย์วังิญญาสมุทร ถ้าเ้าฆ่าข้า เขาต้องล่าสังหารเ้าอย่างแน่นอนและหมู่เกาะนักล่าจักต้องล่มสลายไปพร้อมกับข้า!” อาจารย์เวิงกล่าว
“วังิญญาสมุทร!” เ้าของเกาะหน้าเปลี่ยนสี เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน วังิญญาสมุทรเป็ดั่งนฤบาลแห่งมหาสมุทร ปกครองแดนสมุทรนับพันหมื่นลี้ ซึ่งหมู่เกาะนักล่าเป็เกาะที่ตั้งอยู่บริเวณขอบมหาสมุทรเท่านั้น
แม้ว่าจักมีศิษย์จากวังิญญาสมุทรมาเก็บส่วยที่นี่ทุกปี ทว่าทุกครั้งที่มาพวกเขาจะรีบร้อนทุกครั้ง ราวกับไม่อยากอยู่บนหมู่เกาะนักล่านาน
หมู่เกาะนักล่าค่อนข้างห่างไกลจึงไม่มีนักหลอมอักขระิญญาคนไหนยอมมาที่นี่ ถ้ามิใช่เพราะเจออาจารย์เวิง เกรงว่าชีวิตของคนในหมู่เกาะนักล่าต้องลำบากแสนเข็ญยิ่งกว่านี้หลายเท่า
การจะออกทะเลจำเป็ต้องมีเรือที่แข็งแกร่ง หมู่เกาะนักล่านอกจากอาจารย์เวิงแล้ว แม้แต่เ้าของเกาะนักล่าเองก็ยังไม่มีเรือล่าสัตว์ที่สามารถแล่นออกไปได้ไกล
อาจารย์เวิงจะหายตัวไป่หนึ่งในทุกๆ ปี ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปไหน คิดไม่ถึงว่าเขาจะไปวังิญญาสมุทร ทั้งยังไม่คิดด้วยว่าเขาจักมีลูกชายเป็ศิษย์ของวังิญญาสมุทร
ขณะนั้นเ้าของเกาะนักล่าเริ่มลังเล วังิญญาสมุทรเป็ขุมพลังอำนาจแห่งมหาสมุทร หมู่เกาะนักล่าเล็กๆ ไม่ต่างอะไรกับเม็ดทรายเมื่ออยู่เบื้องหน้าวังิญญาสมุทร
แม้ว่าเ้าของเกาะนักล่าจะเป็ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้า แต่ถ้าเทียบกับความแข็งแกร่งของวังิญญาสมุทรแล้ว แทบไม่มีโอกาสชนะเลย
“ถ้าเ้าปล่อยข้าไป เ้าก็จะยังคงเป็เ้าของเกาะ ฆ่าเ้าเด็กนั่นซะ แล้วข้าจะถือว่าเื่พวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้น” อาจารย์เวิงแสยะยิ้มมองจูชิง
จูชิงคือต้นเหตุของเื่ทั้งหมด ขอแค่ฆ่าจูชิง เขาก็จะเป็นักหลอมอักขระิญญาเพียงหนึ่งเดียวบนหมู่เกาะนักล่าต่อไป สามารถหาเงินได้ต่อเป็กอบเป็กำ
วังิญญาสมุทรแข็งแกร่งเกินไป แข็งแกร่งถึงขั้นที่เ้าของเกาะนักล่ายังต่อต้านไม่ได้!
เ้าของเกาะนักล่าคิดไม่ถึงว่าอาจารย์เวิงจะมีเส้นสายสามารถส่งลูกชายไปอยู่ที่วังิญญาสมุทรได้ เงินที่อาจารย์เวิงได้มาตลอดหลายปี เดาว่าครึ่งหนึ่งน่าจะใช้เลี้ยงดูลูกของตัวเอง
แต่เขาเลือกที่จะฉีกหน้าตน ทั้งสองฝ่ายล้วนแล้วมีแผลด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
แม้ว่าก่อนหน้านี้เ้าของเกาะนักล่าจะไม่ลงรอยกับอาจารย์เวิง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็มิได้แสดงออกมาโดยตรง
ตอนนี้ในเมื่อเื่มันมาถึงขนาดนี้แล้ว ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าเ้าของนักล่าไม่มีทางยอมเป็ฝ่ายแพ้!
“อั่ก!” อาจารย์เวิงตัวดับสูญแหลกสลายกลายเป็หมอกโลหิต เ้าของเกาะนักล่าสังหารอาจารย์เวิงแล้ว
“เ้าหนู ข้ายอมเสี่ยงก็เพราะเ้า” เ้าของเกาะนักล่าพูดกับจูชิง
ได้ยินดังนั้น จูชิงก็เอ่ยถามเ้าของเกาะนักล่า “้าอะไรจากข้างั้นรึ?”
“ฉลาดเกินไประวังจะอายุสั้น” เ้าของเกาะนักล่ายิ้ม
สิ่งที่เ้าของเกาะ้า จูชิงพอจะเดาออก
ตอนแรกที่เขาสร้างเรือล่าสัตว์ให้กับสกุลซินก็เพื่อตอบแทนบุญคุณ ในเวลาเดียวกันเขาก็หวังว่าเรือลำเรือลำนี้จะพาพวกเขาไปยังมหาสมุทรที่ทรงพลังยิ่งกว่านี้ได้
เมื่อมาถึงหมู่เกาะนักล่า จูชิงััได้ว่าพลังปราณฟ้าดินของที่นี่เบาบางสุดแสน หากบำเพ็ญเพียรที่นี่ต่อย่อมได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าไหร่
ทว่ามีสัตว์ทะเลทรงพลังมากมายอาศัยอยู่ในมหาสมุทร เรือล่าสัตว์ทั่วไปไม่สามารถเดินทางออกไปได้ไกลนัก
ก่อนที่จูชิงจะมาถึงหมู่เกาะนักล่า ผู้ที่สร้างเรือล่าสัตว์ที่สามารถแล่นอยู่ในมหาสมุทรได้มีอาจารย์เวิงเพียงคนเดียว แต่หลังจากได้เห็นเรือล่าสัตว์ของจูชิง เ้าของเกาะนักล่าตกหลุมรักเรือลำนั้นในทันที เขามั่นใจเป็อย่างมากว่าเรือลำนั้นจักต้องแข็งแกร่งกว่าเรือของอาจารย์เวิงอย่างแน่นอน
“อยากออกไปจากเกาะอย่างนั้นหรือ?” จูชิงยิ้ม
ด้วยอิทธิพลของเ้าของเกาะนักล่า การตายของอาจารย์เวิงมิได้สร้างความอึกทึกเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจอมยุทธ์หมู่เกาะนักล่าที่ตัวเองถูกอาจารย์เวิงข่มเหงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาจึงไม่เหลือความเห็นอกเห็นใจให้กับอาจารย์เวิงแม้แต่น้อย ทั้งยังปรบมือให้กับการตายของเขา
“รับไว้สิ มันน่าจะมีประโยชน์กับเ้า” เ้าของเกาะนักล่าหยิบถุงเอกภพของอาจารย์เวิงขึ้นมาแล้วโยนม้วนหนังสัตว์ให้กับจูชิง
“บันทึกตระกูลเวิง” จูชิงมองอักษรที่เขียนอยู่บนม้วนหนังสัตว์แล้วหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
อาจารย์เวิงบันทึกประสบการณ์ทั้งหมดในการหลอมอักขระิญญาของตัวเองไว้ในม้วนหนังสัตว์เพื่อเป็มรดกตกทอดส่งมอบให้กับลูกหลาน
ทว่าสิ่งที่บันทึกเอาไว้นั้นสำหรับจูชิงแล้วเหมือนกับซี่โครงไก่ ประสบการณ์ที่อาจารย์เวิงสั่งสมทีละเล็กทีละน้อยตลอดหลายสิบปี มันอาจมีค่ามากสำหรับเขา ทว่ามันไม่มีโยชน์อะไรกับจูชิง
ไม่ว่าพื้นฐานการหลอมอักขระิญญาของจูชิงจักย่ำแย่เพียงใด ทว่าเขาเป็ศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวน แม้เป็หนังสือที่อยู่ในหอคัมภีร์สำนักชั้นนอกก็เหลือล้ำยิ่งกว่าประสบการณ์ที่อาจารย์เวิงเขียนไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
สิ่งเดียวที่ทำให้จูชิงประหลาดใจในบันทึกนี้ก็คืออักขระิญญาสองอักขระของอาจารย์เวิง
อันแรกเป็อักขระิญญามนุษย์ระดับต่ำ อักขระิญญาประเภทป้องกันธาตุทอง ชื่อว่าอักขระิญญาทองหนา เมื่อเปิดใช้งานโล่สีทองจักปรากฏ อักขระิญญาทองหนาหนึ่งอักขระสามารถต้านทานการโจมตีของจอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณได้ แต่ถ้าจำนวนการทับซ้อนถึงระดับหนึ่งก็จักสามารถต่อต้านการโจมตีของจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณได้
ส่วนอีกอันหนึ่งเป็อักขระิญญามนุษย์ระดับต่ำเช่นกัน อักขระิญญาธาตุไฟ ชื่อว่าพายุเพลิง หลังจากเปิดใช้งานพายุงวงช้างสูงห้าจั้งจักปรากฏ
“อาจารย์เวิงน่าจะใช้เงินมหาศาลซื้อมันมา” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
อักขระิญญาอักขระเดียวนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมาก ทว่าถ้านำอักขระิญญาหลากหลายแบบผสานทับซ้อนกัน พลานุภาพย่อมเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ ตราบใดที่ใช้งานมันอย่างเหมาะสมก็สามารถประมือกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองได้
แน่นอนว่าจูชิงในตอนนี้ยังมิอาจเข้าถึงรูปแบบอักขระิญญาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ได้ ถ้าจูชิงได้อักขระิญญาขั้นลึกลับหรือปฐี เพียงแค่หนึ่งอักขระิญญาก็สามารถพลิกฟ้าทลายปฐีได้แล้ว พลานุภาพมิด้อยไปกว่าวิชายุทธ์ขั้นสูง!
