เซี่ยเหยาพยักหน้ารับคำก่อนจะให้สาวใช้ช่วยประคองตนเดินขึ้นไปนั่งบนรถม้าที่เซี่ยหลิงหามาให้และมุ่งหน้ากลับวังหลวงทันที ด้านเซี่ยหลิงก็หันมามองจวีจื่อหลิงอีกครั้ง แววตาของเขาฉายแววเป็ประกายอย่างไม่ปิดบัง เขามองนางั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ละสายตา
ที่แท้สตรีนางนี้ก็เป็คนช่วยเซี่ยเหยาเอาไว้นี่เอง
เหตุใดเขาจึงไม่เคยเห็นหน้านางมาก่อนเลยนะ นางเป็บุตรสาวจากตระกูลใดกัน เห็นบอกว่าอาศัยอยู่ที่ร้านค้า หรือนางจะเป็บุตรสาวจากตระกูลคหบดี แต่ดูจากการแต่งกายแล้วกลับไม่คล้ายสตรีที่เกิดจากตระกูลค้าขาย
ไม่ถึงกับงามล่มเมือง แต่น่ามองอยู่ไม่น้อยนับว่าไม่เลว งดงามแปลกดี หากพาเข้าจวนได้ก็คงดี ่นี้เขากำลังเบื่อสตรีหน้าเก่าๆ ในจวนอยู่พอดี
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแววตาที่เซี่ยหลิงมองจวีจื่อหลิงก็ยิ่งฉายแววพึงพอใจมากขึ้นอีกหลายส่วน
ด้านจวีจื่อหลิงเมื่อรู้ตัวว่าตนเองกำลังถูกบุรุษตรงหน้าจ้องมองอย่างไม่คลาดสายตาก็ทำหน้าไม่ถูก ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองนางเช่นนั้นราวกับ้าจะมองให้ทะลุเข้ามาในเรือนร่างนางเสียให้ได้
ซุนฉิงเคยบอกว่าเ้าของร่างเดิมไม่ค่อยชอบออกจากบ้านและสุขภาพไม่ค่อยดีโดนลมโดนแดดเพียงเล็กน้อยก็ไข้ขึ้นจึงไม่เคยออกไปที่ไหน มีเพียงครั้งเดียวที่ออกไปไหว้พระที่วัดและได้พบกับฉินเสวียน จากนั้นก็แทบไม่เคยย่างกรายออกไปที่ไหนอีกหากไม่จำเป็ ซ้ำยังไม่มีสหายและไม่ค่อยคบหาผู้ใด จวีจื่อหลิงจึงไม่แปลกใจเลยที่ในหัวจะไม่ปรากฏเื่ราวของชายหนุ่มตรงหน้านางผู้นี้
"หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าขอตัวก่อน"
จวีจื่อหลิงไม่คิดจะรั้งอยู่ต่อ นางจึงหาทางบ่ายเบี่ยงเพื่อกลับจวนตระกูลฉิน แต่เซี่ยหลิงกลับก้าวเข้ามายืนขวางหน้านางเอาไว้
“แม่นาง เ้าช่วยน้องสาวข้า นับว่าเป็ผู้มีพระคุณ มิสู้ให้ข้าเลี้ยงน้ำชาเ้าสักหน่อยดีไหม”
“ขอบคุณมาก แต่ข้าไม่หิว ขอตัวก่อน”
“น้องสาวของข้าน่ะเป็คนที่รักสหายมาก ในเมื่อเ้าตกปากรับคำเป็สหายกับนางก็ถือว่าเป็น้องสาวของข้าอีกคนหนึ่ง น้องจือจือ ให้ข้าตอบแทนเ้าแทนน้องสาวเถิด แค่ไปนั่งดื่มชา ไม่ได้ไปทำอย่างอื่นเสียหน่อย หากเ้าไม่ไป ข้าก็ไม่ไป เช่นนั้นพวกเราก็ยืนมันอยู่ที่โรงหมอทั้งวันทั้งคืนนี่แหละ ดีไหมเล่า?”
จวีจื่อหลิงถึงกับหมดคำจะพูด ดูแล้วบุรุษตรงหน้านางผู้นี้จะค่อนข้างรับมือยากกว่าฉินเสวียนอยู่ไม่น้อย ช่างเถอะ ก็แค่ไปดื่มชาเท่านั้น หากเขาทำให้นางลำบากใจ นางก็ไม่เกรงใจที่จะต่อยหน้าเขาสักหมัด
“ก็ได้เ้าค่ะ แต่ข้ามีเวลาไม่นาน เพราะต้องรีบกลับจวน”
“เยี่ยม!”
ว่าจบชายหนุ่มก็พานางมายังโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง โรงน้ำชาแห่งนี้ตกแต่งได้อย่างประณีตหรูหรา ในโรงน้ำชาไม่มีลูกค้าเลยสักคนเดียว ดูเงียบสงบยิ่งนัก เซี่ยหลิงยกยิ้มมุมปาก ก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้องค์รักษ์มาไล่แขกออกไปจนหมดแล้ว เพราะไม่้าให้ใครมารบกวนความสำราญระหว่างเขาและหญิงสาวผู้นี้
จวีจื่อหลิงช้อนสายตาขึ้นมองดูเซี่ยหลิงอีกครั้ง ชายหนุ่มตรงหน้าสภาพเหมือนคนเมาไม่สร่าง ดูแล้วคงจะเป็พวกคุณชายเสเพลไม่เอาไหน ดูท่าคงจะเป็บุตรชายของขุนนางใหญ่จวนไหนสักแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
ด้านเซี่ยหลิงเมื่อหันมาเห็นสายตาของจวีจื่อหลิงที่มองตนอย่างพินิจพิเคราะห์ก็ชะงักไปเล็กน้อย นางไม่ได้มองเขาด้วยความหลงใหล แต่เหมือนกำลังมองไอ้ขี้เมาข้างทางผู้หนึ่งเสียมากกว่า แต่เขากลับไม่ถือสา ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากแล้วจึงกวักมือเรียกนางให้เข้าไปนั่งในโรงน้ำชาด้วยกัน จวีจื่อหลิงเดินเข้าไปพลางสำรวจมองโดยรอบเป็ระยะๆ เซี่ยหลิงสั่งชาอย่างดีและขนมมาหลายอย่าง จวีจื่อหลิงเพียงมองดูของว่างตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย นางไม่มีทางกินของของคนแปลกหน้าเด็ดขาด เซี่ยหลิงเองก็ไม่บังคับนาง เขายกถ้วยชาขึ้นดื่มพลางใช้สายตากรุ้มกริ่มมองนางอย่างไม่ยอมตัดใจ จนจวีจื่อหลิงเริ่มทนไม่ไหว
“คุณชายท่านนี้ จะมองข้าอีกนานหรือไม่ หรือว่าบนหน้าข้ามีสิ่งใดติดอยู่”
จวีจื่อหลิงเอ่ยถามพลางยกมือขึ้นจับใบหน้าของตนด้วยความสงสัย เซี่ยหลิงจึงส่งเสียงหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะ จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า
"น้องจือจือชอบบุรุษดื่มสุราหรือไม่?"
จวีจื่อหลิงที่ถูกถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนั้นก็ถึงกับอึ้งงันไปชั่วครู่ เมื่อตั้งสติได้นางก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย มารดามันเถอะ! นี่นางได้มาพบเจอกับคุณชายบ้าตัณหาในตำนานเข้าแล้วหรือนี่ เขาเอาเื่ดื่มชามาบังหน้า แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือ้าถามประโยคบัดซบพวกนี้กับนางอย่างนั้นหรือ?
จวีจื่อหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางไม่อยากจะมีเื่กับคนเมาเลย จะบ้าตาย! นางควรตอบเช่นไรดี หากตอบว่าไม่ชอบเขาจะหาเื่นางหรือไม่
ใจเย็นจือจือ ตอบแบบประนีประนอมไปก่อน
"ก็ไม่ได้รังเกียจนะเ้าคะ บุรุษทุกคนก็ชอบดื่มสุรามิใช่หรือ"
เซี่ยหลิงถูกใจคำพูดนี้ยกมือขึ้นตบโต๊ะจนน้ำชาในถ้วยกระฉอกออกมา ทำเอาจวีจื่อหลิงสะดุ้งโหยง ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มจนดวงตาเป็เส้นโค้ง แล้วจึงบอกกับนางด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดา
"เช่นนั้นอยากมีสามีขี้เมาไหม ข้าเป็ให้ได้นะ?"
