โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองจงไห่ ทางเดินภายนอกห้องผ่าตัดฉุกเฉินนั้นเงียบสงบจนสามารถได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตกพื้น แสงไฟจากหลอดประหยัดพลังงานสีขาวส่องสลัวให้ความรู้สึกหดหู่ขุ่นมัว ไฟจากห้องผ่าตัดสว่างตลอดเวลาโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ราวกับจะเป็การยอมรับการตัดสินของพระเ้า
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้านุ่มๆ เชื่องช้าก็ดังขึ้น เด็กสาวในชุดสีดำขาวยังคงน่ารักเหมือนเดิม แต่ถังถังในเวลานี้ดูเบาบางเหมือนเป็ร่างภาพวาดดินสอสีเทา
หยางเฉินที่นั่งเงียบ เขาลุกขึ้นยืนและถามอย่างเร่งร้อนว่า "เป็อย่างไรบ้าง?"
การแสดงออกของถังถังมึนงงเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้ากล่าวว่า "ลุงกับป้าหยวน แล้วก็พ่อของหนูกำลังรีบมาที่นี่"
ถังถังเป็เด็กสาวที่มีชีวิตชีวาและกล้าแสดงออก แต่ในขณะนี้กลับเปลี่ยนเป็คนละคน
เธอเงยหน้าขึ้นมองหยางเฉินและยิ้มเล็กน้อย "ลุง หนูสบายดี ลุงอย่าตำหนิตัวเองเลยนะคะ ถ้าไม่มีลุงป่านนี้เราโดยจับโยนทะเลเป็อาหารปลาไปแล้ว"
"ฉันคิดว่าหยวนเย่จะต้องไม่เป็ไร" หยางเฉินกล่าว
ถังถังเช็ดดวงตา และกระซิบว่า "ลุงจำวันที่หนูถามลุงได้ไหม?"
"หืม?"
ตอนอยู่กับถังถังนั้นเธอพูดไม่หยุดหย่อน ดังนั้นอันที่จริงแล้วหยางเฉินไม่สามารถจำสิ่งที่เธอพูดได้ทั้งหมด
"หนูชอบเล่นกับลุง เกาะติดเหมือนเป็คนรัก แต่ลุงก็ไม่ยอมรับหนู ไม่้าใกล้ชิด ทั้งยังบอกว่าหนูยังเด็ก วันนั้นหนูจึงขอให้ลุงมองหนูเป็ผู้ใหญ่คนหนึ่ง..."
หยางเฉินค่อยๆ นึกออกถึงวันที่ถังถังหนีออกจากบ้าน
"ลุงบอกว่า ถ้าวันหนึ่งหนูรู้สึกว่าหนูบ่นนู่นบ่นนี่ไปทั่ว นั่นแสดงว่าหนูกลายเป็ผู้ใหญ่..."
ถังถังหันศีรษะกลับไป ขอบตาของเธอแดงเล็กน้อย แต่ปากยังคงปรากฏรอยยิ้มหวาน
"หนูครุ่นคิดถึงความหมายของคำเ่าั้ ตอนนี้หนูเข้าใจแล้ว อันที่จริงหนูมีคนที่อยู่คอยอยู่ข้างกายและแม้กระทั่งยอมใช้ชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องหนู หนูสามารถบ่นเขาได้แล้ว..."
หยางเฉินนั่งฟังอย่างเงียบๆ ถังถังในเวลานี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แต่เขาก็ยังคงนั่งฟังอย่างระมัดระวัง
"ลุง แม้ว่าพ่อกับแม่จะดีต่อหนูมาก แต่คนที่ตามดูแลหนูทุกทีกลับเป็พี่หยวนเย่ เขาโตมาพร้อมกับหนูและจะชอบพาหนูไปเที่ยวเขตชานเมือง ไปเล่นน้ำที่ชายหาด เมื่อมีเด็กคนอื่นๆ มากลั่นแกล้ง เขาก็ช่วยหนูเอาชนะเด็กคนอื่นๆ หลายครั้งที่พี่หยวนเย่โดนคุณป้าตีก้นจนไม่สามารถลุกจากเตียงได้”
"หนูเคยคิดว่าเขาเป็เหมือนพี่ชายแท้ๆ ของหนู ไม่ว่ายังไงเขาก็จะกลับมาหาหนู ไปเล่นสนุกด้วยกัน ในตอนที่หนูบอกว่าอยากขับรถ เขาก็แอบซื้อรถพอร์เชอให้หนูจากเงินเก็บของเขา จนกระทั่งถูกคุณลุงกับคุณป้าจับได้ แต่เขากลับปิดปากเงียบไม่บอกว่าซื้อไปให้ใครแลกกับการโดนกักบริเวณหนึ่งเดือน ต่อมาเมื่อหนูไปขับรถเล่นเขาก็ส่งบอดี้การ์ดมาคุ้มกันข้างหลังเพราะกลัวว่าหนูจะถูกรังแก
หนูยุ่งอยู่กับการเรียน เขาก็ทำงานอีสปอร์ต เราเลยมีเวลาเล่นด้วยกันน้อยลง แต่เขาก็มักจะโทรหาและบอกร้านอาหารเปิดใหม่อร่อยๆ อยากให้เราไปเล่นด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน
บางครั้งหนูรู้สึกว่าเขาเป็คนที่น่ารำคาญมาก ดังนั้นหนูมักจะทำจะพูดจาไม่ดีกับเขา... แต่เขาก็ไม่เคยโกรธหนูเลยสักครั้ง..." ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้นถังถังก็ตัวสั่นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่มาพร้อมกับน้ำตาที่หยดลงพื้น
หยางเฉินนั่งฟังอย่างเงียบๆ เขาคิดว่ารถหรูของถังถังนั้น เป็รถที่พ่อแม่ของเธอซื้อให้ แต่มันกลับเป็ของหยวนเย่และในตอนแรกที่เขาเจอกับถังถัง หยวนเย่ก็ไม่ได้มาขับรถเล่น แต่เขามาเพื่อปกป้องถังถัง
"ลุงคุณรู้ไหมว่า ในตอนที่ลุงช่วยชีวิตหนูไว้ หนูคิดว่าลุงเท่เอามากๆ และคิดว่านั่นคือความรัก หนูรู้สึกว่าที่ลุงมักปฏิเสธหนูอยู่เสมอนั่นเพราะคิดว่าหนูยังเด็ก ลุงกอดหนูบนถนนแบบนั้นแล้วจะไม่รับผิดชอบได้ยังไง? อีกทั้ง... หนูอยากเจอลุงมากๆ ทั้งยังอยากกอดด้วย นี่จะไม่ใช่ความรักได้ยังไง...
แต่วันนี้หนูเห็นลุงกำลังถูกพาตัวไปเป็อาหารปลา หนูรู้สึกเ็ปเช่นเดียวกับการสูญเสียพี่ชายคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าหนูจะไม่รู้จักความรัก แต่หนูมั่นใจว่าความรู้สึกของหนูที่มีต่อลุงนั้นไม่ได้เป็ความรักจริงๆ...
ตอนอยู่ในรถหนูกลับเห็นพี่หยวนเย่เ็ปมาก แต่ก็ยัง... ยังอยากจะบอกคำนั้นกับหนู... ถ้าทำได้หนูอยากเป็คนรับะุแทนเขา ถึงแม้ว่าเขาจะดุจะด่าหนู... ลุง... หนูไม่อยากให้พี่หยวนเย่จากหนูไปจริงๆ..." ถังถังซบอกหยางเฉินพร้อมน้ำตาที่หลั่งไหลเต็มเสื้อผ้า
หยางเฉินใช้มือตบหลังของถังถังเบาๆ คำพูดของหญิงสาวดูไม่ปะติดปะต่อ แต่ทุกคำล้วนเป็ความในใจของเธอ
สิบนาทีต่อมา บริเวณทางเดินที่เงียบสงบก็เกิดความวุ่นวายขึ้น หยางเฉินกับถังถังยืนขึ้นทันที เด็กสาววิ่งตรงเข้าไปยังกลุ่มคนที่มาใหม่อย่างรวดเร็วและะโว่า "พ่อ"
ในหมู่คนเหล่านี้หยางเฉินรู้จักเพียงพ่อของถังถัง ฟางจงผิงและบอดี้การ์ดของเขา ส่วนคนอื่นๆ นั้นหยางเฉินคิดว่าเป็คนจากตระกูลของหยวนเย่
หนึ่งในนั้นเป็หญิงสาวที่สวมชุดกระโปรงยาวสีน้ำตาลอ่อน ทรงผมที่จัดแต่งทรงอย่างหรูหรา ใบหน้าที่งดงามกำลังอยู่ในรูปลักษณ์ของความวิตกกังวล ค่อยๆ ปรายตามองหยางเฉิน
หยางเฉินพบว่าผู้หญิงคนนี้ให้ความสนใจเขาเป็พิเศษ เขารู้สึกเหมือนจะคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะรู้จักตัวเขาแต่อย่างใด ดูจากลักษณะและเสื้อผ้าแล้ว หยางเฉินคิดว่าเขาคือแม่ของหยวนเย่
ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งก็มีใบหน้าคล้ายกับหยวนเย่เป็อย่างมาก เขาน่าจะเป็ผู้นำตระกูลหยวน หยวนหัวเหว่ย ทันทีที่เขาเห็นถังถังและไฟของห้องผ่าตัดที่ส่องสว่าง เขาก็ขมวดคิ้วกล่าวว่า
"ถังถัง บอกลุงมาว่าเื่ทั้งหมดเป็ยังไง ไหนบอกว่าถูกลักพาตัวอยู่ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้และหยวนเย่ยังได้รับาเ็อีก!"
ฟางจงผิงกล่าวอย่างไม่พอใจว่า "หยวนหัวเหว่ย แกจะตะคอกทำไมกัน? ไม่เห็นเหรอลูกสาวข้ากลัวไปหมดแล้ว!"
"ฟางจงผิง!!... เลขาฟาง ลูกชายของผมอยู่ใน่เวลาเป็ตาย เป็คุณ คุณยังจะใจเย็นอยู่ได้หรือยังไง?" หยวนหัวเหว่ยกล่าวเสียงดัง
"พ่อ หนูจะบอกเื่ที่เกิดขึ้นกับพี่หยวนเอง" ถังถังกล่าวกับฟางจงผิง และหันไปหาหยวนหัวเหว่ย
"ลุงหยวน เช้าวันนี้พี่หยวนเย่ มารับพวกเราที่บ้าน..."
ถังถังเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ และเมื่อเล่าว่าหยางเฉินจัดการศัตรูทั้งหมดเพียงลำพัง ทุกคนก็ต่างมองหยางเฉินด้วยความตกตะลึง ฟางจงผิงเคยโดนมาก่อน แต่ก็ไม่คาดคิดว่าวันนี้หยางเฉินกลับสามารถช่วยลูกสาวตนเองไว้
"ขอบคุณที่ช่วยลูกชายของฉันและถังถังไว้นะคะ" หญิงสาวที่มองหยางเฉินในตอนแรกเอ่ยขึ้น
หยางเฉินลูบคางพลางครุ่นคิดไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน แต่ก็กล่าวไปว่า "ไม่เป็ไรครับ เพราะความประมาทของผมเองที่ทำให้หยวนเย่ได้รับาเ็"
"ถังถังเรียกคุณว่าลุง ไม่ทราบว่าคุณชื่อ..." หญิงสาวจ้องมองเข้าไปในตาของหยางเฉิน
"หยางเฉิน"
ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด และการแสดงออกทางสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"สวัสดีค่ะคุณหยางเฉิน ฉันชื่อหยางจี้หยู เป็แม่ของหยวนเย่ค่ะ"
หยวนหัวเหว่ยสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา เขามองไปที่หยางเฉินแล้วกลั่นกรองครุ่นคิดอย่างรอบคอบ แต่ก็ยังเฝ้าดูอย่างเงียบๆ
"คุณหยาง ผมขอขอบคุณคุณมากจริงๆ ถึงแม้อาการของลูกเย่ในตอนนี้จะสาหัสก็เถอะ... แต่คุณสามารถพาพวกเขาออกมา สำหรับพวกเราแล้วคุณเป็ผู้มีพระคุณ จากการร่วมมือของซูจื้อหงและโจวกวางเหนียนเรียกได้ว่าเป็กำลังที่แข็งแกร่ง แค่คุณกลับสามารถต่อสู้เอาชนะพวกนั้นมาได้ ยังดีที่พวกมันไม่ตายไปเสียก่อน ดังนั้นเราจะได้แก้แค้นพวกมันได้!" หยวนหัวเหว่ยก้าวไปข้างหน้าพร้อมจับมือหยางเฉินเพื่อขอบคุณ
หยางเฉินกล่าวว่า "ไม่ว่าคุณจะทำอะไร รอให้การผ่าตัดของหยวนเย่เสร็จสิ้นเสียก่อนเถอะครับ"
"แน่นอน ผมจะส่งคนมาคุ้มกันที่โรงพยาบาลในทันที ถังถังเธอกลับบ้านไปพักผ่อนก่อน ทางนี้ปล่อยให้พวกพ่อจัดการเอง" ฟางจงผิงกล่าว
"หนูไม่อยากไป หนูจะรอพี่หยวนเย่ก่อน" ถังถังส่ายศีรษะอย่างหนักแน่น
"ปล่อยให้ถังถังอยู่ที่นี่เถอะค่ะ" หยางจี้หยูกล่าวอย่างอ่อนแรง ในฐานะคนเป็แม่ ดูเหมือนเธอจะได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น
เมื่อได้ยินหยางจี้หยูพูดเช่นนี้ ฟางจงผิงก็ได้แต่พยักหน้ายอมรับ
แต่ในขณะนั้นเองแสงไฟของห้องผ่าตัดก็ดับลง จากนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก...
