หลังจากออกจากจวนของใต้เท้าเหลียง จนมาถึงร้านน้ำชาตัวแทนชาวบ้านทั้งสามคน ก็เริ่มร่ายยาวเล่าเื่ที่ตนได้เห็นกับตา ว่าบุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่มีความสามารถ ประหนึ่งเทพโอสถ และยังมีอีกร่างเป็เทพธิดาแห่งการทำนายดวงชะตาที่แม่นยำมาก
ทั้งยาสมุนไพรชั้นเลิศช่วยรักษาคุณชายน้อยเหลียงจื่อซวน และการทำนายว่านางกำนัลขององค์หญิงสามไม่ใช่ผู้ร้าย ยังมีคำชื่นชมอีกมากมายที่เพิ่มเติมเข้าไปเท่าที่จะคิดได้ ตามประสาชาวบ้านที่ชอบเล่าเื่ที่ตนเองได้พบเจอ นอกจากนี้ข่าวลือยังไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้ ที่ทรงเป็ห่วงพระนัดดาจากองค์หญิงสามเช่นกัน
“ทูลฝ่าา ยามนี้ในเมืองหลวงเกิดข่าวลือใหญ่ ว่ากันว่าพระนัดดาเหลียงจื่อซวน ได้หมอเทวดามาช่วยรักษา บัดนี้ได้สติตื่นขึ้นมาจากนิทราแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ฉีกงกงเป็ผู้รายงานเื่นี้ต่อฮ่องเต้
“เ้าพูดจริงรึฉีกงกง!! หลานชายคนนี้ของเจิ้นตื่นจากนิทราอันยาวนาน และได้รับการรักษาจากหมอเทวดาเช่นนั้นรึ” ฮ่องเต้ทรงหยุดพู่กันที่กำลังจรดลงบนกระดาษ เพื่อฟังเื่ที่ฉีกงกงนำมารายงาน
“จริงพ่ะย่ะค่ะ เป็คำยืนยันจากคนของเราที่อยู่ในจวน และที่พระนัดดาทรงเป็เช่นนี้ เพราะมีคน้าให้องค์หญิงเสียพระทัย จวนใต้เท้าเหลียงกำลังวางแผนรับมือคนผู้นี้อยู่พ่ะย่ะค่ะ”
“จับคนร้ายตัวจริงได้เมื่อไหร่ปะาทันที!! หากเป็บุตรหลานของขุนนางในราชสำนัก จงปลดออกจากตำแหน่งขุนนางให้หมดทุกคน” ฮ่องเต้ทรงกริ้วยิ่งนักเมื่อทรงทราบว่ามีคนใจอำมหิต คิดสังหารพระนัดดาคนนี้ของพระองค์
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” และรับสั่งนี้ของฮ่องเต้ฉีกงกงนำไปถ่ายทอดถึงศาลต้าหลี่อีกครั้ง
เพียงครึ่งชั่วยาม ที่ตัวแทนชาวบ้านทั้งสามได้กระจายข่าวออกไป ชื่อเสียงและเื่ราวของอวี้จิ่น ถูกถ่ายทอดกันไปปากต่อปากจนทั่วทุกมุมของเมืองหลวง และมีหรือที่จวนของคนร้ายตัวจริงจะไม่รู้เื่นี้ เมื่อสาวใช้ของฉือตานถิงนำมันมาบอกเล่าให้กับเ้านายได้ฟังด้วยตนเอง
“แฮ่ก ๆ ๆ ก๊อก ๆ ๆ”
“นั่นใคร?”
“คุณหนูเ้าคะบ่าวไต้ลี่เ้าค่ะ แฮ่ก ๆ ๆ”
“เข้ามา” ฉือตานถิงอนุญาตโดยไม่หันไปมองที่ประตู
“คุณหนูเ้าคะเกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ” ไต้ลี่ทั้งเหนื่อยทั้งกลัวกับความผิดของตน และผู้เป็เ้านายจะถูกคนค้นพบ
“เื่ใหญ่? เื่ใหญ่อันใดของเ้าจะใหญ่เท่างานมงคลของข้าได้อีกไต้ลี่” ฉือตานถิงไม่เข้าใจที่สาวใช้ของนางพูด
“ก็เื่ของคุณชายน้อยตระกูลเหลียงอย่างไรล่ะเ้าคะ”
“หือ ทำไมรึพวกมันสองคนอยากตายตามลูกไปหรือไร ผ่านมาตั้งหลายเดือนไม่ยอมตายเสียที เ้าเด็กนั่นก็ช่างตายยากตายเย็นเสียจริง” ฉือตานถิงได้ยินคำว่าตระกูลเหลียงก็เปลี่ยนน้ำเสียงทันที
“มิใช่เื่ตายเ้าค่ะ แต่ยามนี้ผู้คนในเมืองหลวงพูดกันว่า คุณชายน้อยได้หมอเทวดาช่วยชีวิตทำให้ฟื้นขึ้นมาแล้ว ที่สำคัญยังมีขุนนางหลายคนที่ร่วมเป็พยาน กับการรักษาของหมอเทวดาในวันนี้ด้วยเ้าค่ะคุณหนู” ไต้ลี่ร้อนรนด้วยกลัวว่าความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย
“เ้าว่าอะไรนะ!! นอกจากเ้าเด็กนั่นจะไม่ตายแล้ว แต่ยังฟื้นขึ้นมาจากการรักษาของหมอเทวดางั้นรึ? จะเป็ไปได้อย่างไรก็ไหนนักพรตนั่นบอกว่า ยันต์สะกดิญญาอะไรนั่น จะทำให้ลูกของพวกมันตายอย่างแน่นอนมิใช่หรือ” เมื่อได้ยินว่าบุตรชายของเหลียงรุ่ยหานฟื้นขึ้นมา ฉือตานถิงไม่คิดเชื่อว่าจะมีใครมารักษาได้
“บ่าวก็ไม่ทราบเ้าค่ะ ยามที่บ่าวไปทำธุระให้คุณหนูผู้คนก็พูดถึงเื่นี้แล้ว พอบ่าวเข้าไปถามทุกคนก็ยืนยันว่าเป็เื่จริง ถ้าหากใต้เท้าเหลียงคิดจะสืบหาความจริงอีกครั้ง พวกเราจะทำอย่างไรดีเ้าคะ” ไต้ลี่ยามนี้มือไม้สั่นไปหมดสติกระเจิดกระเจิง เพราะเื่บุตรชายของเหลียงรุ่ยหาน ยังคงติดในความฝันของนางทุกวัน ยามเข้านอนต้องอาศัยยาสงบใจของท่านหมอ
“เ้าจะตีตนไปก่อนไข้ทำไมกันไต้ลี่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าเด็กนั่นจะฟื้นขึ้นมาได้ นอกจากต้องไปดูให้เห็นกับตาตนเองเท่านั้น ไปเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ข้าเปลี่ยน พวกเราจะไปเยี่ยมคารวะใต้เท้าเหลียงเสียหน่อย” ฉือตานถิงไม่เชื่อว่าที่สาวใช้ของตนพูดมาคือเื่จริง นางต้องไปดูให้เห็นกับตนเองถึงจะเชื่อ
“เ้าค่ะคุณหนู” ไต้ลี่รีบไปเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนให้เ้านาย
“หึ เหลียงรุ่ยหานข้าเคยทำให้ลูกเ้า นอนรอความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง หากมีคนช่วยให้ฟื้นขึ้นมาได้ ข้าก็ทำให้ลูกของเ้าตายได้อีกครั้งเช่นกัน ความเ็ปของข้าที่เกิดจากเ้าสมควรชดใช้คืนให้ข้า จนกว่าพวกเราจะตายจากกันมิเช่นนั้นชาตินี้ ข้าจะตามไปรังควานชีวิตคู่ของเ้าต่อไป” ฉือตานถิงถลำลึกในความรักมากจนเกินไป มากจนกลายเป็ความแค้นที่ไม่อาจปล่อยวางมันได้
เนื่องจากความคิดเห็นตรงกันถึงสามคน ั้แ่อยู่ที่จวนใต้เท้าเหลียงเมื่อแยกย้ายกลับจวนไปแล้ว ใต้เท้ากวนที่ถูกเ้ากรมอาญากล่าวกำชับกับเขาไว้ ให้รีบลงมือจัดการสืบข่าวอย่าได้ชักช้า เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเื่คนร้ายตัวจริง ดังนั้นใต้เท้ากวนจึงสั่งการจ่างเกาคนสนิทของตน ลงมือติดตามจับตาดูฉือตานถิงเอาไว้อย่าให้คลาดสายตา โดยเริ่มจากไปเฝ้าดูนางที่จวนในยามนี้ทันที
จ่างเกาได้รับคำสั่งจากเ้านายรีบไปเฝ้าดูฉือตานถิง อยู่บริเวณห่างจากประตูจวนไม่ไกลนัก หลังจากรออยู่เกือบสามเค่อก็มีบ่าวนำรถม้ามารอรับคน ไม่นานก็ปรากฏร่างของสตรีสองคนที่เป็ผู้ต้องสงสัยในเื่นี้แก่สายตา จ่างเกาไม่คิดว่าสิ่งที่ใต้เท้าทั้งสามคิดเห็นเหมือนกัน จะคาดการณ์ได้แม่นยำถึงเพียงนี้ว่าพวกนางเป็วัวสันหลังหวะจริง ๆ
ด้านอวี้จิ่นนั่งรถม้ากลับจวนกับครอบครัว ได้เล่ารายละเอียดให้ทุกคนฟังอีกเล็กน้อย เกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นทุกคนได้แต่ถอนหายใจ และส่ายหน้าแต่ก็ไม่อาจพูดอันใดได้ ผู้คนมากมายไหนเลยจะคิดดีทั้งหมด อคติเป็ธรรมชาติของมนุษย์ที่ยังมีกิเลส ซึ่งจะต้องมีอยู่ด้วยกันทุกคนขึ้นอยู่กับว่า ใครจะควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ดีมากกว่ากัน
ณ จวนตระกูลเหลียงในยามนี้บ่าวไพร่ทั้งหลาย กำลังวิ่งวุ่นช่วยกันทำความสะอาดเรือนคุณชายน้อยกันใหญ่ แม้เ้าของจวนจะเชื่อตามที่ฟู่หลงเหยียนและใต้เท้าทั้งสองพูด แต่เขาไม่คิดว่าฉือตานถิง จะรีบร้อนมาเยือนทันทีหลังจากรู้เื่ของหลานชาย
ใต้เท้าเหลียงและเหลียงฮูหยิน ที่ยังอยู่ในเรือนของบุตรชายพวกเขารู้สึกผิด ที่ไม่เชื่อใจฉวีเฟินที่เป็นางกำนัลขององค์หญิงสามแต่แรก และลงโทษนางจนเจ็บหนักเช่นนี้ จึงมีใจอยากจะขอโทษและชดเชยให้กับเื่ที่ผ่านมา
“ฉวีเฟินพวกข้าต้องขอโทษเ้าจริง ๆ ที่เชื่อคำพูดคนนอก จนสั่งลงโทษเ้ามาหลายเดือนเช่นนี้ ข้าจะยกเลิกคำสั่งและให้เ้ากลับมารับใช้องค์หญิงสามเช่นเดิม แต่เ้าต้องรักษาตัวให้แข็งแรงมากกว่านี้เสียก่อนนะ” ใต้เท้าเหลียงพูดด้วยความรู้สึกผิดอย่างแท้จริง
“ฉวีเฟิน หวังว่าเ้าจะให้อภัยกับความเขลาของพวกเรา ที่ปล่อยให้คนนอกพูดจาเป่าหูจนไม่เชื่อใจเ้า จากนี้พักรักษาตัวให้ดีแข็งแรงเมื่อใด ก็มาช่วยองค์หญิงสามดูแลคุณชายน้อยเช่นเดิมนะ” เหลียงฮูหยินก็เป็คนหนึ่งที่ยามนั้น เป็ห่วงหลานชายจนไม่รับฟังคำพูดของผู้ใด
“ใต้เท้าและฮูหยินอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ บ่าวเข้าใจดีในสถานการณ์เช่นนั้นสิ่งที่เห็น ย่อมน่าเชื่อถือมากกว่าคำพูดลอย ๆ ที่ไม่มีพยานหลักฐาน ส่วนเื่อาการาเ็ั้แ่ได้กินยาของคุณหนูเจียง บ่าวรู้สึกว่าแผลที่หลังไม่เจ็บมากเช่นเดิมแล้ว อาการอ่อนเพลียก็ดีขึ้นมากพักแค่สองสามวัน บ่าวก็กลับมาทำงานได้แล้วเ้าค่ะ” ฉวีเฟินเข้าใจ
ในสถานการณ์ของเื่ทั้งหมด แค่เพียงวันนี้ทุกคนได้รู้แล้วว่านางไม่ใช่คนร้ายก็พอแล้ว
“จริงรึ? นอกจากยาวิเศษที่ช่วยหลานชายข้าได้แล้ว คุณหนูเจียงยังมียาดีที่ช่วยรักษาแผลของเ้าให้ดีขึ้น ในเวลาไม่กี่ชั่วยามเท่านั้นด้วยหรือนี่” เมื่อสังเกตให้ดีใต้เท้าเหลียงก็เห็นว่าฉวีเฟินมีสีหน้าดีขึ้นมากจริง ๆ
“ใต้เท้าที่ท่านกล่าวชมคุณหนูอวี้จิ่น เห็นทีจะจริงนะเ้าคะว่านางคงเป็หมอเทวดา และเป็เทพธิดาที่ลงมาจุติ เพื่อช่วยเหล่ามนุษย์จากความทุกข์ทั้งกายและใจ อ้อ ใต้เท้าท่านระวังคุณหนูฉือให้มากนะเ้าคะ วันที่นางทำร้ายบ่าวกับคุณชายน้อยสายตาของนาง บ่งบอกว่ามีความอาฆาตแค้นอย่างรุนแรงเ้าค่ะ” ฉวีเฟินทันได้เห็นสายตาที่อยากฆ่าคนนั่น
“อืม ขอบใจมากที่เตือนเ้ากลับไปพักที่เรือนคนใช้ตามเดิมเถิด” ใต้เท้าเหลียงได้ฟังคำเตือนของฉวีเฟินจึงนึกถึงบุตรชายขึ้นมาได้
“เ้าค่ะใต้เท้า”
“ฮูหยินรบกวนเ้าอยู่เป็เพื่อนองค์หญิงสามสักประเดี๋ยว ข้ามีเื่ต้องพูดคุยกับอาหานเกี่ยวกับฉือตานถิงผู้นั้นเสียหน่อย”
“เ้าค่ะท่านพี่”
เหลียงฮูหยินเดินเข้าไปหาบุตรชาย ก่อนจะบอกว่าบิดา้าพูดคุยกับเขา องค์หญิงสามจึงพยักหน้าให้สามีอย่างเข้าใจ เนื่องจากยามนี้เื่ของฉือตานถิงถือเป็ภัยกับครอบครัวของตน
เหลียงรุ่ยหานเดินมานั่งข้าง ๆ กับบิดา เขาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบอกเล่ากับบิดา ถึงสาเหตุที่ฉือตานถิงคิดโกรธแค้นจนทำร้ายซวนซวน
“ท่านพ่อเป็เพราะข้าที่ไม่ทันได้สังเกต เกี่ยวกับคำพูดหรือท่าทางที่ฉือตานถิงแสดงออกมา ข้ามิได้คิดอันใดเกินเลยกับนาง เนื่องจากมักพบปะกันยามมีการแข่งขันประชันบทกวี ที่เหล่าบัณฑิตจัดขึ้น ข้าไม่เคยพูดจาให้ความหวังอันใดกับนางจริง ๆ นะขอรับท่านพ่อ”
“แล้วเหตุใดนางถึงได้กลายเป็สตรีจิตใจดำมืดเช่นนี้ได้”
“ข้าคิดว่าเื่มันเกิดหลังจากที่ข้ากับองค์หญิงสามรักกัน จนมีราชโองการสมรสพระราชทานจากฝ่าา หลังจากวันรับราชโองการนางได้นัดพบกับข้า และสารภาพว่านางรักข้ามานานมากทำไมข้าถึงไม่รักนาง ในเมื่อนางพยายามทำทุกอย่างให้ข้าเห็นมาตลอด ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรนางก็ไม่ยอมฟัง ถึงขั้นให้ข้าร้องขอกับองค์หญิงสาม เพื่อรับนางเข้าจวนในฐานะอนุภรรยา แต่ข้าทำร้ายจิตใจองค์หญิงไม่ได้ ที่ทำไม่ได้ส่วนหนึ่งเพราะข้าไม่ได้รักนาง
หลังจากวันนั้นที่ข้าได้ปฏิเสธไปอย่างหนักแน่น นางก็เงียบหายไปจนกระทั่งนางมาปรากฏตัวอีกครั้ง ในงานวันเกิดของซวนเอ๋อร์พร้อมบิดามารของนาง แต่ไม่คิดว่านางจะฝังใจเื่ความรักจนกลายเป็ความแค้นเช่นนี้ นางควรแก้แค้นกับข้าโดยตรงสิขอรับ เหตุใดต้องทำร้ายซวนเอ๋อที่เป็เพียงเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งด้วย” เหลียงรุ่ยหานไม่เคยรู้สึกใจเต้นกับฉือตานถิงเลยสักครั้ง ไม่ว่านางจะแต่งกายงดงามเช่นไรก็ตาม แต่ความพยายามของนางไม่เคยเป็ผล
“เฮ้อ ใจสตรีมิอาจคาดเดาเ้าทำถูกแล้วที่ไม่ใจอ่อน ทำตามที่นางร้องขอ มิเช่นนั้นคงถูกฝ่าาลงโทษก็เป็ได้ ดูแลครอบครัวของเ้าให้ดีแม้แต่บ่าวไพร่ที่เรือนอย่าได้ละสายตา รอบคอบไว้ก่อนพวกเราไม่รู้ว่าฉือตานถิง ซื้อตัวบ่าวในจวนไว้หรือไม่” ใต้เท้าเหลียงกล่าวเตือนบุตรชายเื่ความปลอดภัยอีกครั้ง
เมื่อได้เล่าถึงสาเหตุที่เหลียงรุ่ยหานคิดว่ามาจากตนเองจบ เขายังไม่ทันได้ลุกจากเก้าอี้ข้าง ๆ บิดา พ่อบ้านเหลียงก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาทั้งสอง โดยรายงานอย่างรีบร้อนแม้จะเหนื่อยจากการวิ่งมาถึงที่นี่
“พ่อบ้านเหลียงเหตุใดถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเช่นนี้ หรือว่าที่ทำงานของข้าเกิดปัญหาจึงมีคนมาตามรึ”
“แฮ่ก ๆ ๆ มะ มะ มิใช่เื่งานขอรับนายท่าน แต่เป็คุณหนูฉือยามนี้นางกับสาวใช้มาขอเยี่ยมคุณชายน้อย หลังจากได้ยินข่าวลือว่ามีท่านหมอเทวดามาช่วยชุบชีวิตขอรับ” พ่อบ้านเหลียงที่รับรู้ทุกเื่ยังไม่อยากเชื่อว่า การคาดเดาจากใต้เท้าทั้งสามจะแม่นยำถึงเพียงนี้
“พรึ่บ!! ท่านพ่อนางมาจริง ๆ ด้วยขอรับ เป็อย่างที่ใต้เท้าฟู่พูดไว้ไม่มีผิด นางเคลื่อนไหวทันทีเมื่อได้รู้ข่าวว่าซวนเอ๋อร์ฟื้นคืนสติแล้ว ท่านพ่อข้าไม่ยอมให้นางเข้าใกล้ลูกข้าเด็ดขาดขอรับ” เขาเกรงว่าฉือตานถิงจะเล่นลูกไม้ใช้วิธีสกปรกสังหารบุตรชายของตนที่เพิ่งจะฟื้น
“หึ ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็ยืนยันได้แล้วว่า พวกนางนายบ่าวเป็คนทำร้ายซวนเอ๋อร์กับฉวีเฟิน ในวันงานจริง ๆ พวกเราออกไปเจอนางพร้อมกันเถิดจะได้สังเกตนางไปด้วย” ใต้เท้าเหลียงไม่มีทางให้ใครมาทำร้ายหลานคนนี้ได้อีกเป็ครั้งที่สอง
“ขอรับท่านพ่อ”
ฉือตานถิงยังคงวางท่าได้อย่างนิ่งสงบเช่นที่ผ่านมา แต่สาวใช้อย่างไต้ลี่กลับห้ามตนเองไม่ให้สั่นกลัวได้ เมื่อเห็นบุรุษที่นางทั้งรักทั้งแค้นเดินเข้ามากับบิดา มารยาทคุณหนูในห้องหอฉือตานถิงยังคงทำได้ดี ท่าทางดั่งผู้บริสุทธิ์ของนางบัดนี้ถูกสองพ่อลูกมองข้ามไปแล้ว
“ตานถิงคารวะใต้เท้าเหลียง คุณชายใหญ่เหลียงเ้าค่ะ”
“อืม เชิญคุณหนูฉือนั่งก่อนเถิด ไม่ทราบว่าที่มาพบข้าในวันนี้มีเื่อันใดหรือไม่” ใต้เท้าเหลียงใช้น้ำเสียงที่ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
“อ้อ ข้าเพียงได้ยินชาวบ้านลือกันว่าคุณชายน้อยฟื้นแล้ว จึงอยากมาเยี่ยมและมียาบำรุงมาฝาก เพื่อให้คุณชายน้อยแข็งแรงโดยเร็วเ้าค่ะ” ยาบำรุงนี้นางแค่หยิบมาจากของเก่าจากในครัวต่างหาก
“หึ คุณหนูฉือดูเป็ห่วงเป็ใยบุตรชายข้าเสียจริง ญาติพี่น้องของข้ายังไม่มีผู้ใดมา แต่คนที่มากลับไม่ใช่ญาติ” เหลียงรุ่ยหานมองท่าทางของฉือตานถิงก็นึกรังเกียจนางนัก
“เฮ้อ ข้าแค่ดีใจที่คุณชายน้อยฟื้นขึ้นมา ทั้งที่นอนนิ่งมานานหลายเดือนเช่นนั้น ยามที่ฟื้นย่อมไร้เรี่ยวแรงยาบำรุงเป็สิ่งสำคัญ ข้าจึงอยากให้คุณชายน้อยกลับมาวิ่งเล่นได้ในเร็ววันเท่านั้นเ้าค่ะ” แม้จะตอบอีกฝ่ายด้วยใบหน้าอ่อนโยน แต่แววตาของนางไม่สามารถปกปิดความเกลียดชังไว้ได้ ยามพูดถึงเหลียงจื่อซวน
“อืม ขอบใจคุณหนูฉือที่นึกเป็ห่วงหลานชายของข้า แต่ยามนี้ยังไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปเยี่ยมได้ เนื่องจากท่านหมอสั่งให้ซวนเอ๋อร์พักผ่อนให้มาก ก่อนจะเริ่มพาไปหัดเดินอีกครั้ง ต้องขอโทษคุณหนูฉือจริง ๆ ที่มาเสียเที่ยวเสียแล้ว” ใต้เท้ากล่าวอ้างคำพูดของท่านหมอเพื่อความน่าเชื่อถือ
“ในเมื่อเป็คำสั่งของท่านหมอคนดูแลย่อมทำตาม เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่าเ้าค่ะ ไว้รอให้คุณชายน้อยอาการดีขึ้นค่อยมาเยี่ยมอีกครั้ง นี่เป็ยาบำรุงหวังว่าใต้เท้าเหลียงจะไม่รังเกียจนะเ้าคะ” ในใจของฉือตานถิงกำลังเดือดพล่านมือของนางกำไว้แน่น จนเล็กจิกเข้าไปในิัของนาง เพราะท่าทีที่แปลกไปของใต้เท้าเหลียง
“พวกเราย่อมยินดีรับไว้จะรังเกียจได้อย่างไร พ่อบ้านเหลียงนำไปเก็บให้ดีอย่าได้ปะปนกับของผู้อื่นเล่า”
“ขอรับนายท่าน”
“เช่นนั้นข้าขอตัวลาเ้าค่ะ”
“อืม”
เพียงแค่พ้นเขตธรณีประตูสีหน้าและแววตาของฉือตานถิง กลับกำลังแสดงอารมณ์โกรธแค้นออกมาทันที เมื่อนางได้รับการต้อนรับเช่นนี้นั่นหมายความว่า คนตระกูลเหลียงเริ่มระแคะระคายเกี่ยวกับคนร้ายตัวจริงแล้ว ฉะนั้นนางจะถูกคนพวกนี้กำจัดก่อนไม่ได้เด็ดขาด ต้องเป็นางที่ชิงลงมือก่อนเท่านั้นถึงจะอยู่รอดและแต่งงานไปต่างเมือง
แต่การแสดงสีหน้าและความคิดของฉือตานถิง ถูกอ่านออกโดยจ่างเกาที่คอยเฝ้านางอยู่ตลอดเวลา หลังจากนี้ต้องมาดูกันว่านางจะลงมือจัดการตระกูลเหลียงอย่างไร จ่างเกายังคงติดตามฉือตานถิงกลับจวนตนเองไปอีกครั้ง
“เพล้ง!! เพล้ง!! กรี๊ดดดด!! เป็เช่นนี้ไปได้อย่างไร แผนการของข้ากำลังจะสำเร็จอยู่แล้ว มันเป็ใครถึงได้กล้ามาทำลายแผนการของข้า” ฉือตานถิงกลับมาถึงก็เริ่มอาละวาดขว้างปาข้าวของ
“คุณหนูบ่าวได้ยินว่าเช้าวันนี้บุตรสาวแม่ทัพใหญ่เปิดตำหนัก ที่เกี่ยวกับการทำนายดวงชะตาและใต้เหลียงก็ไปร่วมงาน เป็ไปได้หรือไม่เ้าคะ ว่านางทำให้แผนการของคุณหนูพังไม่เป็ท่าเช่นนี้” ไต้ลี่ฟังข่าวลือนี้อยู่นานสองนานกว่าจะเก็บรายละเอียดกลับมารายงานได้
“ใครก็ตามที่ยื่นมือเข้ามายุ่งเื่ของข้า พวกมันต้องตายไต้ลี่เ้ารีบนำเื่นี้ไปรายงานกับใต้เท้าเจิง ที่สำนักพยากรณ์หากยังอยากให้สำนักนี้คงอยู่ในราชสำนักต่อไป ใต้เท้าเจิงควรทำอย่างไรตัวเขาย่อมรู้ดีที่สุด ส่วนตระกูลเหลียงข้าจะให้คนของท่านพ่อจัดการเอง” ฉือตานถิงไม่คิดให้เื่ที่ตนเป็คนร้ายได้เปิดเผยออกมาแน่ มีแต่คนตายเท่านั้นที่พูดไม่ได้และนางจะยังคงเป็ผู้มีพระคุณต่อไป
“บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
ไต้ลี่หันหลังรีบออกจากจวนไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่แผนการของพวกนางมีมือที่สามล่วงรู้เข้าให้แล้ว และยามนี้เขาต้องเร่งกลับไปรายงานกับเ้านาย เพื่อเตรียมแผนการรับมือกับสตรีร้ายกาจผู้นี้ บางทีอาจเป็ตัวเขาที่ต้องไปเยือนตระกูลเจียง และรายงานเื่ที่ฉือตานถิงคิดจะทำกับคุณหนูเจียง ครั้งนี้ฉือตานถิงหาเื่เดือดร้อนครั้งใหญ่ให้กับสำนักพยากรณ์อย่างแท้จริง
