ในสายตาของหยวนเฟิงและอวิ๋นซง เนี่ยเทียนคือบทบาทต่ำต้อยที่ไม่เพียงพอให้หวาดกลัว ดังนั้นตอนที่พวกเขาต่อสู้กับเนี่ยเทียนจึงประเมินเขาต่ำั้แ่แรกเริ่ม
ทว่าอวี๋ถงนั้นต่างออกไป
หลังจากที่นางเหยียบย่างเข้ามาในโลกมายามรกตก็เคยเสียเปรียบแค่เนี่ยเทียนเท่านั้น นางจึงมองเนี่ยเทียนเป็ดั่งศัตรูที่อยู่ในระดับเดียวกับอันอิ่งและหยวนเฟิง
โดยเฉพาะหลังจากที่นางมาถึงแล้วพบว่าหยวนเฟิง อวิ๋นซงสองคนล้วนตายด้วยน้ำมือของเนี่ยเทียน
นางจึงมองเนี่ยเทียนเป็ศัตรูที่น่าหวาดกลัวที่สุดของสี่สำนักในโลกมายามรกตแห่งนี้!
ด้วยเหตุนี้เมื่อนางลงมือจึงใช้เวทลับของสำนักโลหิตทันทีนั้นก็คือเงาโลหิตทับซ้อน
เงาโลหิตที่เกิดจากการก่อตัวของเืสดในกายของหยวนเฟิง อวิ๋นซงดุจดั่งิญญาเืชั่วร้าย เปล่งเสียงโหยหวนเสียดแทงแก้วหู พกพาเอากลิ่นคาวเืแสบจมูกกระโจนเข้าใส่
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “นางมาร ได้ยินว่าเ้าฝ่าทะลุขอบเขตท้าย์ในโลกมายามรกตแล้วรึ?”
ระหว่างที่พูดเขาก็แอบปล่อยพลังจิตออกไปัักับปราณของเงาโลหิตทั้งสองร่างนั้น
บนร่างของเงาโลหิตทั้งสอง เขาััได้เพียงปราณเืที่เข้มข้น ไม่ััถึงคลื่นิญญาใดๆ หมายความว่าเงาโลหิตสองร่างนี้ไม่มีจิตสำนึกเป็ของตัวเอง แค่จำแลงมาจากปราณเืเนื้อที่บริสุทธิ์เท่านั้น
ตอนที่เงาโลหิตพุ่งเข้ามาโจมตี เขาจึงเหวี่ยงแขนแล้วปล่อยหมัดต่อยโครมลงไปยังเงาโลหิตทั้งสองอย่างรุนแรง
“ตูมๆ!”
เงาโลหิตทั้งสองแตกสลายไปตามเสียงที่ดัง เืสาดกระเซ็นไปทั่วดุจห่าฝนที่ร่วงโรยลงบนเม็ดทราย ทว่าเมื่อถูกเวทลับสำนักโลหิตของอวี๋ถงชักนำอีกครั้งกลับก่อตัวขึ้นมาใหม่
“อู้!”
เงาโลหิตล่องลอยขึ้นมารวมตัวกันใหม่กลางอากาศ พุ่งเข้าใส่เนี่ยเทียนอีกครั้ง
ทว่าเงาโลหิตที่ะเิออกไปแล้วครั้งหนึ่ง ปราณเืที่แฝงอยู่ในกายจึงอ่อนลงไปหนึ่งขั้นอย่างเห็นได้ชัด
ความเร็วของเงาโลหิตที่พุ่งเข้ามา รวมไปถึงกลิ่นคาวเืเข้มข้นล้วนอ่อนกำลังกว่าก่อนหน้านี้มากมายนัก
“ตูมๆ!”
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้มประหลาด ควงหมัดอย่างต่อเนื่อง ต่อยเงาโลหิตสองร่างนั้นติดต่อกันจนแตกละเอียด
เงาโลหิตที่แตกละเอียดได้รับอิทธิพลจากเวทลับของอวี๋ถง จึงยังเกาะตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วแล้วกระโจนเข้าใส่เช่นเคย
ทว่าทุกครั้งที่ะเิออก พลังปราณเืที่แฝงเร้นอยู่ในกายเงาโลหิตก็จะลดน้อยลงไปหลายส่วน
แต่อวี๋ถงที่สวมชุดสีแดงสดกลับยังคงหยุดยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาเ็าเปล่งแสงสีเืชั่วร้ายออกมา เอาแต่ก่อร่างเงาโลหิตซ้ำไปซ้ำมา
ไม่นานเนี่ยเทียนก็ตระหนักได้ว่าอวี๋ถงที่ควบคุมเงาโลหิต ใช้วิธีการเช่นนี้มาต่อสู้ คล้ายจะสูญเสียพละกำลังไปเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนเขาที่ต่อยเงาโลหิตครั้งแล้วครั้งเล่า พลังิญญาที่ใช้ไปนั้นมากเกินกว่าอวี๋ถงหลายเท่า
เห็นได้ชัดว่าอวี๋ถงคิดใช้เืสดของหยวนเฟิงและอวิ๋นซงมาเผาผลาญพลังของเขา ทำให้ก่อนหน้าที่ยังไม่ได้เปิดศึกอย่างจริงจัง พลังิญญาในร่างของเขาก็ลดหายไปแล้วส่วนหนึ่ง
เมื่อจุดเืที่สาดกระเซ็นของเงาโลหิตสองร่างกลับเข้ามารวมร่างกันอีกครั้ง ในที่สุดเนี่ยเทียนก็ไม่ได้เอาชนะเงาโลหิตทั้งสองนั่นอีกต่อไป
เขาเลือกที่จะพุ่งเข้าใส่อวี๋ถงอย่างฉับพลัน!
“เวทต้องห้ามโลหิต เืไหลย้อนกลับ!”
ดวงตาสีแดงของอวี๋ถงพลันเปล่งประกายแสงสีเื คลื่นเืลมที่ไม่ปกติระลอกหนึ่งแผ่ซ่านออกมาโดยมีนางเป็จุดศูนย์กลาง
เนี่ยเทียนที่พุ่งเข้ามาหานางอย่างบ้าคลั่ง เรือนร่างที่แข็งแกร่งพลันสั่นะเืกลางทาง
และเวลานี้เอง อวี๋ถงที่ยืนนิ่งมาโดยตลอดก็กลายร่างเป็แสงสีเืดุดันเส้นหนึ่ง
วินาทีถัดมาเนี่ยเทียนก็มองเห็นว่า แสงสีเืแดงฉานมากมายหลายเส้นราวกับธารน้ำสีเืที่ไหลรินกลางอากาศ กำลังไหลกรากเข้ามาหาเขา
พริบตาเดียว สี่ด้านแปดทิศรอบกายเขาก็เต็มไปด้วยแสงโลหิตแดงเดือด
ทั่วทั้งฟ้าดินคล้ายถูกแสงโลหิตแดงสดนั้นอาบย้อมจนเขามองไม่เห็นอวี๋ถงอีก
ธารเส้นเล็กสีเืมากมายที่ลอยตัวอยู่ทำให้ความว่างเปล่าบิดเบือนเปลี่ยนแปลง ยิ่งไหลรินก็ยิ่งยาว พิลึกพิลั่นทว่ากลับสวยงาม
เนี่ยเทียนที่ถูกธารน้ำเส้นเล็กสีเืเ่าั้โอบล้อมเอาไว้ตั้งสติมั่น พยายามระงับความเปลี่ยนแปลงของกระแสเืในร่างกายอย่างสุดความสามารถ
เขาััได้อย่างชัดเจนว่า เืสดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเขาคล้ายจะค่อยๆ ได้รับอิทธิพลจากรอบด้าน เืของเขาปรารถนาที่จะบินออกไปจากร่าง เพื่อหลอมรวมเข้ากับกระแสธารสีเืเ่าั้
“เวทลับสำนักโลหิตไม่ธรรมดาจริงๆ เสียด้วย!”
เขามีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า อวี๋ถงน่าจะหวาดกลัวหมัดพิโรธของเขา ดังนั้นถึงได้จงใจหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้
การต่อสู้ครั้งก่อน ภายใต้การโจมตีเดียวของเขาทำให้เงาโลหิตทั้งเจ็ดแตกสลายในพริบตา ส่วนตัวอวี๋ถงเองก็ได้รับาเ็
พลังอานุภาพของหมัดพิโรธรูปแบบที่หนึ่ง สำหรับอวี๋ถงแล้ว ถือว่าร้ายแรงมากจนมิอาจละเลยได้ ต่อให้ตอนนี้นางเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตท้าย์แล้ว นางก็ไม่คิดจะให้เนี่ยเทียนร่ายวิชาหมัดพิโรธนั่นออกมา
“หานางไม่เจอก็ไม่สามารถใช้หมัดพิโรธโจมตีนางให้พ่ายแพ้ได้ และเืสดในกายของข้าก็ยิ่งคลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะควบคุมไม่อยู่แล้ว”
เนี่ยเทียนที่พยายามระงับความผิดปกติของกระแสเืเริ่มร้อนใจขึ้นทุกขณะ พลังจิตของเขาที่ปลดปล่อยออกไปก็ยังไม่สามารถฝ่าทะลุสีเืที่ล้อมรอบกาย ไม่สามารถหาตัวอวี๋ถงเจอ
“สวบๆ!”
และเวลานี้เอง เงาโลหิตสองร่างที่ถูกเขาโจมตีให้แตกสลายอย่างต่อเนื่องพลันปรากฏกายออกมาจากกระแสธารสีเืเ่าั้
ตามหลักแล้ว เงาโลหิตที่ะเิออกหลายครั้งติดต่อกัน กำลังของเืลมที่แฝงเร้นไว้ในร่างกายเหลือน้อยนิดจนไม่สามารถทำให้เขาาเ็ได้แล้ว
แต่ไม่รู้ว่าทำไม พอเงาโลหิตสองร่างนั้นโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง บนร่างกลับมีปราณของเืลมที่น่าหวาดกลัวสุดจะเปรียบแผ่ขยายออกมา
เขามองอย่างตั้งใจ พบว่าแม่น้ำสีเืมากมายหลายเส้นที่ล้อมกายเขากำลังเข้าไปรวมตัวกับเงาโลหิตทั้งสองนั่น
เงาโลหิตที่เดิมทีมีขนาดเท่าตัวคนปกติพลันขยายขนาดออกอย่างรวดเร็ว ความเร็วนั้นเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ามันกลายมาเป็ปีศาจสีเืขนาดั์สองตน!
พลังงานปราณมหาศาลไร้ที่สิ้นสุดกระเพื่อมออกมาจากร่างของปีศาจั์สีเืสองตนนั้น ทำให้เนี่ยเทียนใจหายวาบ
ปีศาจั์สีเืหนึ่งในนั้น พลันยกมือั์ที่มีแสงสีเืเปล่งประกายขึ้นมาหมายคว้าจะจับเขาเอาไว้
ปีศาจั์สีเือีกตนหนึ่งคำรามเสียงดังสะท้านฟ้าะเืดิน ปลดปล่อยปราณเืตลอดร่างที่โหมซัดสาดออกมา แล้วกระโจนเข้าใส่เขาอย่างดุร้ายเช่นกัน
อวี๋ถงที่หายตัวไปนานพลันเผยกายโดยการนั่งอยู่บนไหล่ปีศาจั์สีเืที่กำลังคำรามตัวนั้น ริมฝีปากอวบอิ่มของนางเป็สีแดงสดราวกับเืที่หยดย้อย
ดวงตาของนางคล้ายถูกเืสดทาให้กลายเป็สีแดง บนร่างของนางในเวลานี้ปล่อยปราณอันตรายอย่างถึงที่สุดออกมา
มือซ้ายของนางกำไข่มุกที่เหมือนดวงตาสีเืเอาไว้เม็ดหนึ่ง ไข่มุกเม็ดนั้นปลดปล่อยแสงสีเืระยิบระยับออกมา
“อาวุธวิเศษ!”
แค่มองครั้งเดียวเนี่ยเทียนก็ตระหนักรู้โดยพลันว่า ไข่มุกโลหิตในมือของอวี๋ถงคืออาวุธวิเศษที่ไม่ธรรมดาชิ้นหนึ่ง
เขาแอบรู้สึกว่าการก่อตัวของกระแสธารเส้นเล็กสีเืมากมาย การรวมตัวกันของธารโลหิตและปีศาจั์สีเื หรือแม้แต่การกระทำทุกอย่างของปีศาจั์สีเืทั้งสองตน ล้วนได้รับอิทธิพลมาจากไข่มุกโลหิตเม็ดนั้น
อวี๋ถงน่าจะใช้ไข่มุกโลหิตนั่น ถึงร่ายเวทลึกลับพิสดารของสำนักโลหิตออกมาได้
“ปีศาจโลหิตก่อร่างสำเร็จ ข้าว่าครั้งนี้เ้า...” อวี๋ถงเลียริมฝีปากแดงสด ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจในชัยชนะ คล้ายว่าในที่สุดก็มีอารมณ์เอ่ยประโยคเย้ยหยันออกมา
ทว่านางเพิ่งพูดได้เพียงครึ่งประโยคก็ต้องหยุดชะงักกลางคัน ั์ตาแสดงถึงความแปลกใจเด่นชัด
เพราะว่าเนี่ยเทียนที่จ้องนางเขม็ง บัดนี้หน้าอกของเขามีเสียงหัวใจเต้นรุนแรงทรงพลังดังลอยมา
เสียงหัวใจที่เต้นนั้นถี่กระชั้นดังกังวานอย่างยิ่ง ทำให้นางที่อยู่ห่างจากเนี่ยเทียน่หนึ่งได้ยินอย่างชัดเจน
อีกทั้งนับั้แ่วินาทีที่เสียงหัวใจในร่างของเนี่ยเทียนดังขึ้นมานั้นเอง นางพลันค้นพบว่าเวทต้องห้ามโลหิตและเืไหลย้อนกลับที่นางร่ายออกไป มิอาจส่งผลกระทบใดๆ ต่อเนี่ยเทียนได้อีกแล้ว
“ข้าก็จะยังใช้วิธีการเดิมทำให้เ้าาเ็หนัก!”
เนี่ยเทียนแผดเสียงคำราม ร่างกายดุจดั่งลูกธนูแหลมคมที่พุ่งตรงออกมา
ความโกรธแค้นไร้ที่สิ้นสุดระลอกหนึ่งก่อกำเนิดขึ้นกลางใจของเขา พริบตาเดียวก็ไหลเวียนไปทั่วร่าง ทำให้เืทุกหยด รูขุมขนทุกจุดของเขา คล้ายกำลังปลดปล่อยเพลิงพิโรธเกรี้ยวกราดออกมา!”
“นี่มันอะไรกัน!” อวี๋ถงตะลึงพรึงเพริด
บัดนี้ นางััได้ว่าท่ามกลางความว่างเปล่าบนศีรษะของเนี่ยเทียนคล้ายมีเงาั์สูงเทียมฟ้าที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเงาหนึ่งดำรงอยู่
นางหลับตาลงทันใด ใช้จิตไปรับััแล้วก็ต้องค้นพบว่าท่ามกลางความว่างเปล่านั้น ภายใต้ความโกรธเคืองเดือดดาลของเนี่ยเทียนนั้น บนศีรษะของเขาได้เรียกให้มารั์น่าหวาดกลัวตนหนึ่งปรากฏตัวออกมา!
บนร่างของมารั์ที่ต้องใช้จิติญญาเท่านั้นถึงจะััได้ก็มีความโกรธแค้นตลบอบอวลแผ่กระจายออกมาเช่นกัน เพียงแค่ความโกรธเกรี้ยวนี้ก็มากพอที่จะดับทำลายตลอดทั้งโลกมายามรกตได้!
ปีศาจั์สีเืสองตนที่นางใช้เวทลับสำนักโลหิตก่อร่างขึ้นมานั้น เมื่อเปรียบเทียบกับมารั์ที่จิติญญาของนางััถึง ก็เป็แค่แมลงต่ำต้อยตัวหนึ่งที่ไม่มีค่าพอให้กล่าวถึงแม้แต่นิด
จิตใจของอวี๋ถงสั่นคลอนออย่างรุนแรง
ทว่าแค่ชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น นางก็พบว่ามารั์ตนนั้นคล้ายจะถูกขวางกั้นไว้ด้วยความว่างเปล่าอันแสนห่างไกล จึงทำได้เพียงมาเผยกายในโลกมายามรกตครู่เดียวเท่านั้น
มารั์น่าหวาดกลัวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าดำรงอยู่เพียงชั่วขณะเดียวก็หายวับไป
“โฮก!”
ทว่าปีศาจั์สีเืที่นางนั่งอยู่ และปีศาจั์สีเือีกตนหนึ่งกลับลงไปคลานอยู่กับพื้นนานแล้ว เริ่มบ้าคลั่งโดยที่นางมิอาจควบคุมได้
เมื่อนางตระหนักได้ว่าท่าไม่ดี หมัดพิโรธรูปแบบที่หนึ่งของเนี่ยเทียนพลันซัดเข้ามาใส่
“โล่โลหิต!” อวี๋ถงกรีดร้องเสียงหลง
ปีศาจั์สีเืสองตนที่หมอบคลานอยู่กับพื้น ร้องคำรามอย่างคลุ้มคลั่งพลันกลายร่างมาเป็แสงสีเืขนาดั์สองเส้นแล้วเกาะตัวเข้าหากันเป็โล่แดงฉานขนาดมโหฬารเบื้องหน้านาง
“ตูม!”
หมัดของเนี่ยเทียนกระแทกลงบนโล่โลหิต โล่โลหิตที่เพิ่งจะก่อตัวเข้าหากันถูกกระแทกจนทะลุเป็รูโหว่!
หมัดของเขาแหวกผ่านโล่โลหิต พละกำลังที่ยังหลงเหลือจึงตกกระทบลงบนหน้าอกที่ชูชันของอวี๋ถง
“พรวด!”
อวี๋ถงกระอักเืสดออกมาหนึ่งคำ เรือนร่างอรชรของนางกระเด็นขึ้นไปกลางอากาศ แล้วร่วงตูมลงบนพื้นอย่างรุนแรง
-----