เมื่อ่ปิดเทอมมาถึง เมื่อเว้นว่างจากเื่เรียน การอยู่บ้านว่างๆ โดยไม่มีอะไรทำ… ทำให้นีรยารู้สึกเหงาจับใจ
แล้วจู่ๆ ความคิดถึงเ้าบิลลี่ก็ผุดวาบเข้ามาในหัว นีรยาตัดสินกดโทรศัพท์โทรหาลุงทิมม์ หล่อนมีเบอร์ลุงทิมม์ที่บันทึกไว้เมื่อคราวก่อนตอนเจอกันที่วัด
“คุณลุงจำหนูได้ไหมคะ… ”
เสียงใสกรอกมาจากต้นสาย เอ่ยถามเมื่อปลายสายกดรับ
“จำได้สิครับ… ”
ลุงทิมม์รีบตอบ สาวน้อยจะรู้ไหมว่าผู้ชายอายุรุ่นราวคราวพ่อคนนี้แอบเฝ้ารอทุกลมหายใจเข้าออก… ว่าเมื่อไรหล่อนจะโทรมา
หลายครั้งที่ลุงทิมม์คิดจะโทรไปหาหล่อน แต่เมื่อได้ครุ่นคิดถึงความเหมาะสมที่เหมือนกำแพงขวางกั้ร นิ้วที่กำลังจะกดโทรหานีรยา… ก็มีอันต้องล้มเลิกทุกที ได้แต่เก็บงำความคิดถึงไว้เพียงลำพัง
นีรยาสอบถามเส้นทางที่จะไปบ้านลุงทิมม์อีกครั้ง หล่อนให้เหตุผลเพียงแค่ว่าที่โทรมาเพราะอยากไปดูเ้าหนูแฮมสเตอร์ที่ลุงทิมม์เลี้ยงเอาไว้สองตัว
แต่ใจจริงแล้วหนูแฮมสเตอร์ก็เป็เพียงข้ออ้างให้คนสองคนกำลังจะมาเจอกันอีกครั้งด้วยแรงคิดถึงที่ต่างฝ่ายก็เก็บงำไว้เพียงเงียบๆ
ในเวลาต่อมา
นีรยาก้าวลงจากรถมินิออสตินสีชมพู จอดไว้ใต้ร่มตะขบริมรั้วทอดขนานไปตามความยาวของบ้าน แนวรั้วอิฐแดงสะดุดตาทอดขนานไปตามความกว้างของหน้าบ้านที่เห็น คือสิ่งยืนยันว่าไม่ผิดแน่ๆ
บ้านลุงทิมม์ปลูกสร้างด้วยไม้ เป็บ้านชั้นเดียว กว้างขวางน่าอยู่ โอบล้อมไว้ด้วยป่ากล้วยน้ำว้าสีเขียวขจีอย่างที่ลุงเคยบอกเอาไว้
“สวัสดีค่ะลุงทิมม์… ”
สาวน้อยยกมือไหว้ ความดีใจเต้นระยับอยู่ในดวงตา ลุงทิมม์ดูหล่อเหลา เขาไม่สวมเสื้อ เปลือยอก่บนเหมือนครั้งแรกที่เคยเจอ เนื้อตัวกำยำไปด้วยมัดกล้ามที่เห็นทำเอาสาวน้อยใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด
