บทที่ 118 ยาชิง์
ทีู่เาเทียนฉยงของตระกูลลู่ ผู้ที่มีพลังยุทธ์ไม่ถึงขั้นตงซวนไม่ได้รับอนุญาตให้เหาะบนท้องฟ้า มิเช่นนั้นกลุ่มผู้บังคับใช้กฎจะเชิญไปดื่มชาอย่างแน่นอน แน่นอนว่าหากเป็ลู่อวี่ยืนกรานที่จะเหาะบนท้องฟ้า กลุ่มบังคับใช้กฎก็ทำได้เพียงแต่มองตากันปริบๆ เท่านั้น ลู่หงิในฐานะผู้เฒ่า และเป็ผู้รอบรู้ที่มีพลังยุทธ์ขั้นตงซวนที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งใหม่ด้วย จึงไม่มีใครกล้ามาห้ามเขา
หลังจากนั้นสักพัก ลู่เหว่ยจุน และผู้เฒ่าใหญ่ก็รีบเข้ามาหา ไม่รอให้ลู่อวี่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ลู่เหว่ยจุนก็เอยถามออกมาทันทีว่า “ลู่อวี่เ้าจะเปิดเตาหลอมยาอายุวัฒนะอีกครั้งแล้วหรือ?”
ลู่อวี่อ้าปากค้างด้วยความงุนงง เขาคิดไม่ถึงว่าเื่ราวจะแพร่กระจายเร็วขนาดนี้ ผู้เฒ่าห้าผู้นี้เก็บความลับได้แย่นัก แต่เมื่อเห็นว่าพ่อถามเขาด้วยตัวเอง จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “เื่นี้ยังไม่รู้ เดิมทีข้าคิดว่าจะรอให้ผู้เฒ่าหารวบรวมวัตถุดิบอย่างมาให้ครบก่อนแล้วค่อยรายงานเพื่อปรึกษาหารือกับท่านพ่ออีกครั้ง เพราะวัตถุดิบที่จำเป็ในครั้งนี้มีน้อยนัก กลัวว่าจะไม่สามารถรวบรวมวัตถุดิบทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น!”
ลู่เหว่ยจุน และผู้เฒ่าใหญ่ ลู่หงเซิ่ง มองหน้ากันด้วยความแปลกใจ พร้อมกันนั้นผู้เฒ่าใหญ่ก็กระแอมเบาๆ แล้วถามว่า “ในเมื่อลู่อวี่น้อยคิดที่จะหลอมยาอายุวัฒนะ ทางตระกูลเราก็จะมานั่งดูเฉยๆ และทำเป็เพิกเฉยไม่ได้ แม้ว่าหงิจะสานสัมพันธไมตรีกับผู้คนมากขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก็ยังไม่ดีเท่าทั้งตระกูล เ้าบอกมาสิว่าจะหลอมยาอายุวัฒนะใด พวกเราจะได้ชั่งน้ำหนักดูได้!”
ไม่ช้าก็เร็วต้องแจ้งเื่นี้กับทุกคนอยู่แล้ว เดิมทีลู่อวี่อยากรอจนกว่าจะรวบรวมวัตถุดิบครบก่อนแล้วค่อยเรียกทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่หากพูดออกมาในเวลานี้ มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หากต้องบอกล่วงหน้า แต่เื่นี้เขา้าให้เก็บเป็ความลับก่อน ยิ่งมีคนรู้เื่นี้ล่วงหน้าน้อยคนเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น ดังนั้นจึงพูดว่า “เมื่อวานข้าเห็นผู้เฒ่าลู่อันเทียนแล้วรู้สึกสะกิดใจขึ้นมาแล้วอยากจะหลอมยาอายุวัฒนะที่สามารถให้ยืดอายุขัยได้สักเตาหลอมหนึ่ง แต่วัตถุดิบยาของยายืดอายุขัยหายากและล้ำค่านัก ดังนั้นถึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้เฒ่าห้า”
“ยาอายุวัฒนะยืดอายุ?!” ลู่เหว่ยจุนและลู่หงเซิ่ง เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความใแทบจะพร้อมกัน!
ยายืดอายุขัยไม่เพียงแต่มีวัตถุดิบที่มีราคาแพงเท่านั้น ยาอายุวัฒนะที่หลอมออกมาก็ยิ่งมีราคาแพงกว่าอีก กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันไม่ได้เป็ปัญหาว่าจะแพงหรือไม่ แต่มันหาซื้อไม่ได้ เมื่อหลายสิบปีก่อนเขาหนิงชุยเฟิงก็เคยได้สูตรยายืดอายุขัยมาฉบับหนึ่ง และได้กวาดซื้อวัตถุดิบยาไปจำนวนล้นหลาม ท้ายที่สุดใช้เวลาสองสามปี ก็พบกับหลังจากล้มเหลวถึงสามสี่ครั้ง ในที่สุดก็หลอมยายืดอายุขัยขั้นห้าออกมาได้เตาหนึ่ง มันสามารถใช้ยืดอายุได้ห้าสิบปี เวลานั้นได้สร้างความสั่นะเืไปทั่วทั้งเทียนตู เจ็ดตระกูลใหญ่และสำนักต่างๆ ต่างแย่งกันซื้ออย่างเอาเป็เอาตาย แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกตำหนักมหาเทพและตระกูลเซี่ยที่ร่ำรวยมากแบ่งกันไปคนละครึ่ง ส่วนตระกูลลู่นั้นไม่ได้มาเลยสักเม็ดเดียว
เมื่อเห็นลู่อวี่พยักหน้ายืนยันแล้ว ลู่เหว่ยจุนก็ถามอย่างกระตือรือร้น “ เ้ามีสูตรยาของยายืดอายุขัยหรือ? หรือว่าผู้าุโผู้นั้นก็ส่งต่อให้เ้าด้วยใช่หรือไม่?”
เมื่อลู่อวี่ได้ยินพ่อพูดถึงผู้าุโผู้นั้นอีกครั้ง ก็รู้สึกไม่มีทางเลือก ได้แต่พยักหน้าและพูดว่า “นอกจากท่านผู้าุโผู้นั้นแล้ว ข้ายังจะไปหาสูตรยามาได้จากที่ไหนได้อีก!”
ผู้เฒ่าใหญ่ลู่หงเซิ่งรีบยืนขึ้นดึงลู่อวี่มาพูดว่า “เื่นี้ไม่ใช่เื่เล็ก หากสามารถหลอมยายืดอายุขัยขึ้นมาได้จริงๆ ผู้เฒ่า ลู่อันเทียนก็จะมีพลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้าแน่นอน ส่วนผู้เฒ่าคนอื่นๆ ที่มีอายุขัยไม่มากแล้วก็สามารถฝึกฝนบำเพ็ญเพียรได้อย่างสบายใจเช่นกัน จะได้ไม่ต้องไปกังวลกับเื่อื่นอีก! ไปกันเถิด พวกเราไปหาผู้เฒ่าสูงสุดกัน ยายืดอายุขัยนี้จะต้องหลอมออกมาให้ได้ไม่ว่าอะไรก็ตาม แม้ว่าเราจะหาวัตถุดิบไม่พบ แต่เชื่อว่าผู้เฒ่าสูงสุดจะต้องออกไปตามหามันด้วยตัวเองแน่นอน!”
หลังจากพูดจบ เขาก็หยุดชะงักชั่วครู่ และหันกลับมาตำหนิว่า “ลู่อวี่น้อย เื่ใหญ่เช่นนี้มอบหมายให้หงิไอ้คนซุ่มซ่ามที่ไม่มีไหวพริบผู้นั้นได้อย่างไร เหว่ยจุน เ้ารีบพาลู่อวี่น้อยไปพบผู้เฒ่าสูงสุดโดยเร็วที่สุด ข้าจะไปตามหาหงิ อย่าปล่อยให้ข่าวรั่วไหลออกไปจะดีที่สุด!”
ในพื้นที่ต้องห้ามด้านหลังูเาเทียนฉยง ภายในถ้ำไร้ชื่อ
หลังจากผู้เฒ่าสูงสุดลู่ไท่ชังได้ฟังรายงานของลู่เหว่ยจุนแล้ว ก็แสดงสีหน้าใและหัวเราะเสียงดัง “เื่นี้สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ลู่อวี่น้อย นำวัตถุดิบทั้งหมดที่เ้า้าให้ผู้เฒ่าสูงสุดดู ให้ข้าดูสิว่ามันเป็สมบัติล้ำค่าอะไรบ้าง!”
ลู่หงิรีบยื่นม้วนตำราหยกที่เป็จดรายการวัตถุดิบม้วนนั้นที่ลู่อวี่มอบให้เขาก่อนหน้านี้ให้ จากนั้นจึงพูดอย่างระมัดระวัง “ท่านผู้เฒ่าสูงสุด นี่วัตถุดิบในนั้นหายากจริงๆ หากคิดจะรวบรวมทั้งหมดคงทำไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้นนี้แน่!”
ลู่ไท่ชังได้ยินแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่กลับมองดูอย่างตั้งใจ
จากนั้นไม่นาน ลู่ไท่ชังก็มีสีหน้าตื่นตระหนก เพราะรายการยาวิเศษหลายชนิดในนี้ที่้าเคยได้ยินเพียงชื่อเท่านั้น หากคิดจะหาให้พบนั้นมันยากนัก แต่ก็ไม่ใช่เื่ง่ายที่ตระกูลลู่จะมีคนปรุงโอสถที่หลอมยายืดอายุขัยถือกำเนิดขึ้นมาได้สักคนตอนนี้เตรียมทุกเื่ไว้พร้อมแล้ว ขาดเพียงแต่เื่สำคัญไปหนึ่งเื่ หากติดค้างอยู่ตรงนี้และไม่มีทางทำสำเร็จได้นั้นก็คงจะน่าเสียดายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในตระกูลยังมีลู่อันเทียนนักพรต่ปลายขั้นตงซวนที่ใกล้หมดอายุขัยผู้นี้ หากได้รับยายืดอายุขัยนี้ ในอนาคตจะมีโอกาสมากที่ตระกูลลู่อาจจะมีนักพรตที่มีพลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้าเพิ่มมาอีกคนก็ได้ ซึ่งมันจะมีผลต่อตระกูลไม่น้อยเลย
เมื่อลู่เหว่ยจุน และลู่หงเซิ่ง เห็นสีหน้าของผู้เฒ่าสูงสุดเปลี่ยนไป ก็รู้ทันทีว่ายาวิเศษพวกนี้ต้องหายากมากแน่ๆ และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าไม่ได้
ในเวลานี้ ลู่ไท่ชังได้วางม้วนตำราหยกลงและขมวดคิ้วราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว จึงเงยหน้าพูดกับลู่เหว่ยจุนและคนอื่นๆ ว่า “ยายืดอายุขัยเป็จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ตระกูลลู่ของเรายืนผงาดขึ้น แม้ว่ายาวิเศษมากมายที่ลู่อวี่เสนอมาให้ ข้าก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่ถึงอย่างไรมันก็ต้องลองดูก่อน เดี๋ยวข้าจะออกไปเสาะแสวงหาดู!”
หลังจากพูดจบก็หันไปถามลู่อวี่ว่า “ลู่อวี่น้อย ยานี้มีสรรพคุณอย่างไร เ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเ้าจะสามารถหลอมมันได้สำเร็จ ยาวิเศษพวกนี้มีค่ามูลค่านัก แม้ว่าจะหามันเจอ แต่เกรงว่าต้องใช้ความพยายามอย่างสูง!”
ลู่อวี่พยักหน้าและกล่าวตอบไปว่า “‘ยาชิง์’ นี้ สามารถยืดอายุขัยได้สามร้อยปี ส่วนมั่นใจเพียงไหน มันก็คงขึ้นอยู่กับประสงค์ของ์แล้ว!”
“ยืดอายุขัยได้สามร้อยปี?” ลู่หงิใ แต่ก่อนเทียนตูก็ไม่เคยมียายืดอายุขัยมาก่อน แต่เมื่อประมาณสิบกว่าปีหรือหลายสิบปีมาแล้ว มีเพียงมหาเทพผู้มากความสามารถผู้นั้นของตำหนักมหาเทพเคยได้ยายืดอายุขัยร้อยปีมาหลายเม็ดจากนอกเทียนตู นอกจากตัวเองใช้ไปสองเม็ดแล้ว ส่วนที่เหลืออีกสามเม็ดก็ถูกเก็บไว้เป็ความลับจากผู้อื่น และไม่มีใครกล้าคิดจะทำอะไรกับยาสามเม็ดนี้ ครั้งนี้เมื่อได้ยินว่ายายืดอายุขัย ยาชิง์นี้ของลู่อวี่สามารถยืดอายุขัยได้สามร้อยปี มันน่าตื่นตระหนกใจริงๆ
อย่าว่าแต่ลู่หงิ แม้แต่ผู้เฒ่าสูงสุดของตระกูลลู่ที่มีพลังยุทธ์สูงที่สุดก็เบิกตากว้างและหายใจถี่รัวขึ้นมาทันทีเช่นกันหลังจากได้ยินเช่นนี้ แม้ว่าสามร้อยปีจะไม่นานนักสำหรับนักพรตแต่การมีอายุยืนเพิ่มขึ้นอีกสามร้อยปีแบบคิดไม่ถึง เพิ่มขึ้นมาอีกสามร้อยปี ก็จะมีโอกาสฝึกฝนสู่ขั้นพลังยุทธ์ที่สูงขึ้น ต่อให้ไม่ใช่เพื่อการฝึกฝน แต่เพียงเพื่อเพลิดเพลินไปกับความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่ง สามร้อยปีก็เพียงพอแล้ว
ดวงตาของลู่เหว่ยจุนและลู่หงิลุกวาวขึ้นมาแล้ว แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความอายุยืนยาวอะไร แต่เส้นทางแห่งการฝึกฝนก็ยากขึ้นเรื่อยๆ และในหลายพันปีมานี้ทั่วทั้งเทียนตูก็มีเพียงมหาเทพผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถฝึกฝนมาจนถึงขั้น์ แม้แต่ปรมาจารย์ขั้นหวนสู่สัจธรรมในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรทั้งหมดที่รู้ก็มีเพียงผู้เฒ่าคนเดียวของตำหนักมหาเทพเท่านั้น แม้ว่าจะมีปรมาจารย์บางคนที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ แต่จำนวนก็ไม่มีทางเกินหนึ่งฝ่ามือไปได้
ใน่หลายพันปีมานี้ในตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ดเหมือนจะมียอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าสองสามคนอยู่เกือบทุกรุ่น แต่ยอดฝีมือขั้นหวนสู่สัจธรรม ยกเว้นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งตระกูลรุ่นแรกแล้ว ก็ไม่เคยมีปรากฏขึ้นมาอีก ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรของขั้นพลังยุทธ์ขั้นต่อมานั้นยากลำบากเพียงใด แม้ว่าลู่เหว่ยจุนทั้งสองคนอีกสองคนคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติที่ดี แต่ก็ไม่กล้าหยิ่งผยองคิดว่าตัวเองจะสามารถฝึกฝนจนถึงขั้นหวนสู่สัจธรรมได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขั้น์เลย
โชคดีที่ลู่ไท่ชังเป็นักพรตขั้นเกิดเทพเ้าที่ได้เห็นโลกภายนอกมาแล้ว จึงสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว เมื่อนึกถึงประโยคสุดท้ายที่ลู่อวี่พูด จึงรีบถามออกมาด้วยความร้อนใจว่า “ลู่อวี่น้อย อย่าอุบไว้ไม่พูด แม้ว่าอัตราความสำเร็จจะต่ำ แต่มันก็ต้องมีที่ประสบความสำเร็จอยู่บ้าง เหตุใดทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับประสงค์ของ์ด้วยเล่า?”
ลู่อวี่อธิบายว่า “ยายืดอายุขัยแตกต่างจากยาอายุวัฒนะอื่นๆ ยานี้เป็ยาที่ฝืนกฎ์ที่ฝ่าฝืนกฎแห่งชีวิตและความตาย หากเพียงการปรุงยาอายุวัฒนะออกมาให้ ลู่อวี่ทำไม่ได้เสร็จสมบูรณ์ ก็คงต้องมีแปดสิบส่วนที่ทำได้อยู่แล้ว เมื่อใดที่ยานี้ถูกกลั่นออกมา ก็จะถูก์ลงโทษและประสบพบเจอกับภัยพิบัติ นักพรตอย่างเราก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงเพื่อปกป้องมันได้ ไม่เช่นนั้นจะยิ่งก่อให้เกิดทัณฑ์์ที่รุนแรงมากขึ้น ถึงเวลานั้นข้ากลัวจะไม่เหลือยาเลยแม้แต่เม็ดเดียว สรุปแล้วจะได้ยากี่เม็ดนั้น ท้ายที่สุดทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับประสงค์ของ์!”
หลายคนถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้างกับคำพูดของลู่อวี่ ด้วยคิดไม่ถึงว่าจะมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นระหว่างการกลั่นโอสถด้วย ลู่หงิถึงกับใจเต้นแรง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ตัวเองจะปรุงยาอายุวัฒนะที่แม้แต่์ยังริษยาออกมาได้ ดูเหมือนว่าพลังยุทธ์ของเขาในเส้นทางยาอายุวัฒนะคงยังมีไม่พอ แต่ในเมื่อครั้งนี้มีโอกาสที่จะได้เห็นยาอายุวัฒนะออกจากเตาเช่นนี้ ก็ถือว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว
ลู่ไท่ชังเข้าใจกฎธรรมชาติของ์ลึกซึ้งกว่าของลู่เหว่ยจุนและคนอื่นมาก หลังฟังคำอธิบายของลู่อวี่แล้วก็ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น ภายใต้กฎธรรมชาติของ์มันก็ต้องมีปาฏิหาริย์สักครั้ง ครั้งนี้มันก็เพียงปรุงโอสถเท่านั้น มันไม่ใช่ทัณฑ์์ของนักพรตที่ทดสอบเอาเป็เอาตาย คิดว่าคงเหลือให้สองสามเม็ด เพียงนี้ก็พอแล้ว
ไม่เช่นนั้นหากเพียงปรุงยาเตาเดียวแล้วได้ยาอายุวัฒนะออกมาเป็สิบเม็ดหรือเป็ร้อยเม็ด คงส่งผลกระทบต่อโลกมากเกินไปหน่อย เกิดทัณฑ์์ขึ้นก็ถือว่าเป็เื่ธรรมดา
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ลู่ไท่ชังก็หัวเราะเบาๆ พร้อมกับมองลู่อวี่ด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง ภาคภูมิใจเป็อย่างมาก ก่อนจะหันไปพูดกับลู่เหว่ยจุนว่า “อีกเดี๋ยวข้าจะออกไปตามหายาวิเศษพวกนั้น แต่ไม่รู้ว่าจะไปนานเพียงไหน เ้ารับผิดชอบดูแลงานที่ตระกูลตามปกติ แล้วให้หงเซิ่งช่วยกว้านซื้อวัตถุดิบยาชนิดต่างๆ ที่อยู่แถวรอบด้าน ตอนนี้มีคนปรุงโอสถขั้นห้าสองคนอยู่ตระกูลลู่ของเราแล้ว เราจะไม่ใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบเช่นนี้ได้อย่างไร ให้ใช้พื้นที่ส่วนอื่นในูเาเทียนฉยงให้เกิดประโยชน์ได้ แล้วทำให้เป็พื้นที่เพาะปลูกวิเศษ หลังจากนั้นก็ปลูกยาวิเศษแต่ละประเภทให้มากๆ เพราะนี่คือฐานรากที่มีมาหลายชั่วอายุคน ไม่ควรที่จะมองข้าม งานการอะไรที่ทางตระกูลไม่ค่อยจะเชี่ยวชาญพวกนั้นหากรักษาไว้ได้ก็รักษาไว้ต่อไป แต่หากหากรักษาไว้ไม่ได้ก็จัดการมันซะ แล้วให้โยกย้ายสับเปลี่ยนเอาพวกหัวกะทิของตระกูลไปอยู่ในกิจการที่มีผลกระทบมากต่อฐานรากของตระกูลให้มากๆ ก็พอแล้ว”
หลังจากเงียบไปสักพัก จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเื่และพูดต่อไปว่า “สำหรับรุ่นาุโน้อย ไม่จำเป็ต้องพูดถึงลู่อวี่ เขาเป็อัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ของตระกูลลู่ เขาสามารถฝึกฝนได้ด้วยตัวเองตามที่้า พวกเ้าก็เพียงค่อยให้คำแนะนำ ไม่จำเป็ต้องไปควบคุม”
สำหรับคนอื่นๆ พวกเ้าก็ต้องให้ความสำคัญ หากคุณสมบัติไม่พอก็ให้ไปจัดการเื่ธรรมดาทั่วไปได้ ฝึกฝนให้มากๆ ส่วนผู้ที่นิสัยไม่ดีก็ให้ส่งตัวไปยังฝึกอบรมในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากในสถานที่ห่างไกล พวกที่พฤติกรรมชั่วก็ให้ไล่ออกจากตระกูลปล่อยให้เกิดเองตายเอง ส่วนผู้ที่ทำผิดจนมีโทษมหันต์ก็ให้ลงโทษตามกฎตระกูล
เวลานี้เป็่ที่ตระกูลลู่ของเรากำลังเติบโตขึ้น กฎเกณฑ์จะต้องเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้บางคนลืมตัว แล้วสร้างปัญหาให้ หากไม่สามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้องได้ ดังคำโบราณที่ว่าไว้ “เขื่อนกั้นน้ำยาวพันลี้สามารถพังทลายลงได้จากหลุมของมดได้ พวกเ้าอย่าได้ชะล่าใจ! ในอดีตตระกูลลู่ของเรามีความแข็งแกร่งอยู่ในอันดับท้ายสุดของเจ็ดตระกูลใหญ่ แม้ว่าจะถูกกดหัวเหมือนกันแต่ก็อยู่ด้วยความสงบ และไม่มีเหตุทะเลาะเบาะแว้ง แต่ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง มีสายตากี่คู่ที่จับตาดูตระกูลลู่ของเรา และจดจ้องรอที่จะตะครุบกัดอยู่ พวกเราจะปฏิบัติหน้าที่ต้องคิดก่อนทำให้รอบคอบ!”
คนที่อยู่ด้านล่างรวมถึงลู่อวี่ ต่างก็แสดงท่าทีจริงจัง สายตาเต็มไปด้วยความนับถือ!
